มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เแม่คือใคร ?….ข้อคิดที่ได้จาก “วันแม่” ณ มูลนิธิฯ




.........
.... เแม่คือใคร ?…ข้อคิดที่ได้จาก “วันแม่” ณ มูลนิธิฯ .........
.........


......
วันแม่ปีนี้ มีความรู้สึกดีๆ เกิดขึ้นมากมาย เริ่มตั้งแต่ต้นเดือน เมื่อมีเพื่อนมาปรึกษาว่า อยากจะทำบุญวันแม่ (แต่แม่เสียชีวิตไปแล้ว) …จะทำอะไรดี

คนเรามักจะคิดว่า แม่คือผู้ให้กำเนิดชีวิตเรา …แต่เมื่อเรียนได้พระอภิธรรม ก็เริ่มมีความเข้าใจในเรื่องชีวิตมากขึ้น

ชีวิต ประกอบด้วย ชีวิตรูป และชีวิตนาม
พูดง่ายๆ สั้นๆ ที่คนทั่วไปยอมรับว่าประกอบด้วย ร่างกาย และจิต(ใจ) …ซึ่งย่อมรวมถึงเจตสิกด้วย
ยิ่งเมื่อได้เรียนวิถีจิต ไปจนถึงรูปวิถี ..ก็เกิดความเข้าใจในเรื่องของการเกิดของชีวิตมากขึ้น

แม่…คำนี้ศักดิ์สิทธิและสำคัญ
เพราะแม่ทำให้เรา(มีสถานที่เกิด) มีรูปร่างหน้าตาขึ้นมาได้ (รวมทั้งพ่อด้วย)
นับตั้งแต่ปฏิสนธิในครรภ์มารดา ชีวิตที่เกิดมานั้นต้องมาจากเซลล์ไข่ของแม่ ที่รวมกับโครโมโซมที่ได้จากสเปิร์มของพ่อ…หลังจากนั้น แม่คนเดียวนี้แหละที่ต้องอุ้มท้อง
ตลอดเวลา ๙ เดือน แม่คอยแบ่งอาหารที่ได้จากการรับประทานของตนเองให้กับลูก โดยลูกไม่ต้องบดเคี้ยว ย่อย ฯลฯ แต่แม่ให้ลูกจากเลือดของแม่เอง จึงมีคำพูดว่า ลูก คือ “เลือดในอก”…แม่จึงมีพระคุณที่ยิ่งใหญ่
แต่ทว่า สิ่งทั้งหมดนี้จะเกิดได้ต้องอาศัยจิตใจของผู้ที่มาเกิดในขณะนั้นด้วย
พระพุทธเจ้าได้ตรัสถึงการที่มนุษย์ได้ก่อกำเนิดขึ้นในครรภ์มารดาว่า จะต้องมีองค์ประกอบ ๓ ประการ คือ
๑. มาตา อุตุนี โหติ แปลว่า มารดามีระดู
๒. มาตาปิตโร สนฺนิปาตา โหนฺติ แปลว่า มารดาบิดาอยู่ร่วมกัน
๓. คนฺธพฺโพ ปจฺจุปฏฐิโต โหติ แปลว่า มีสัตว์มาเกิด
เพราะทันทีที่สเปิร์มส่งโครโมโซมเข้ารวมกับเซลล์ไข่ จิตปฏิสนธิก็เกิดขึ้นพร้อมกันขณะนั้น
(เป็นที่แน่นอนว่าเมื่อสัตว์ตายในภพก่อน..ทันทีที่จุติจิตดับ ย่อมมีปฏิสนธิจิต (เกิดในภพใหม่ทันที) ยกเว้นพระอรหันต์เท่านั้น
และปฏิสนธิจิตย่อมเกิดในขณะเดียว (เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป) เมื่อดับไปย่อมมีจิตที่เรียกว่า ภวังคจิตเกิดขึ้นมาใหม่
นี่แหละคือ จิต ที่ย่อมมีการเกิดดับต่อๆไป โดยไม่มีวันหยุด
ในขณะที่จิตเดิมดับ และจิตใหม่เกิดขึ้นนั้น ย่อมส่งมอบกิจการทุกๆ อย่างให้กับจิตที่เกิดขึ้นใหม่ (หมายถึงเคยได้สั่งสมอะไร จะดี จะชั่ว ที่เคยได้เสพไว้ในชวนะ ย่อมเก็บไว้ได้หมด โดยไม่ตกหล่นไปไหน)
…สิ่งนี้คือนามธรรม…ที่คนเราส่วนใหญ่มองข้ามไป ไม่เคยให้ความสนใจเลย ทั้งๆ ที่จิต(ใจ) นี่แหละมีอำนาจ
...จะสุข จะทุกข์ ก็อยู่ที่ใจ
...จะเป็นคนพาล หรือบัณฑิต ก็เกิดจากจิต และเป็นจิตได้รับการฝึกฝนด้วยปัญญา
จึงมีพุทธภาษิตว่า..
“จิตที่ฝึกดีแล้ว ย่อมนำความสุขมาให้”

วันนั้นจึงบอกเพื่อนไปว่า แม่มี ๒ คือ
๑ แม่ที่ทำให้รูปชีวิตเราเจริญขึ้น
๒. แม่ที่ทำให้นามชีวิตของเราเจริญขึ้น

แม่คนใดคลอดลูกแล้ว สั่งสอนลูกให้เป็นคนดี ย่อมเป็นแม่ได้ทั้ง ๒ ประเภท
แต่ถ้าแม่คนใดคลอดลูกแล้ว สั่งสอนลูกให้เป็นคนชั่ว สอนให้เป็นโจร เป็นการผลักลูกให้ตกต่ำ นำชีวิตลงสู่อบาย แม่เช่นนี้ เป็นได้เพียงประเภทที่ ๑
ฉะนั้น แม่ประเภทที่ ๒ นี้ อาจจะไม่ใช่แม่ผู้ให้กำเนิดเรามา แต่เป็นผู้ที่ทำให้นามชีวิตของเราพัฒนา และเจริญเติบโตขึ้น
อย่างเช่น ครูบาอาจารย์ที่สอน และให้ปัญญาแก่เรา ทำให้เรารู้จักความจริงของชีวิต ช่วยชี้ทางให้เราได้เดินไปสู่ความพ้นทุกข์ได้
.. …นี่ก็คือแม่ที่เราควรจะให้ความรัก ความเคารพ และตอบแทนท่านด้วยความกตัญญู เช่นเดียวกับแม่ที่ให้กำเนิดเรามาเช่นกัน

“วันแม่” จึงมีความรู้สึกว่า อาจารย์บุษกร เมธางกูร ก็คือ แม่ของเรา

และวันแม่ที่ผ่านมา เพื่อนคนนั้นจึงได้เข้าไปกราบ และทำบุญกับแม่ คืออาจารย์บุษกร นั่นเอง

ท่านก็ได้ให้ข้อคิดว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ท่านต้องพบอุปสรรคของชีวิตมากมาย...
แต่ทำไมท่านจึงอยู่ได้จนถึงวินาทีนี้ โดยไม่คิดท้อแท้ แม้จะอ่อนล้าเพียงใด ท่านก็ยังมุ่งหน้าที่จะช่วยให้ผู้อื่นได้รับประโยชน์สุขอย่างแท้จริง
ก็เพราะท่านมี “เพื่อนแท้”

เพื่อนแท้ของท่านคือ “พระธรรม”
พระธรรม เป็นทั้งพ่อ แม่ และเป็นเพื่อนแท้ให้กับท่าน

ทำให้นึกถึงบทกลอนที่ว่า

....มิตรที่ดีมีหนึ่งถึงจะน้อย
....ดีกว่าร้อยเพื่อนคิดริษยา
....เช่นกับเกลือที่นิดหน่อยด้อยราคา
....ยังมีค่ากว่าน้ำเค็มเต็มทะเล
(หากจำผิดพลาดไป ต้องขออภัยด้วย)

...จึงมีคำว่า แกงจืดจึงรู้คุณเกลือ.
.ต่อให้ไปนั่งอยู่ที่ทะเล ก็นำน้ำเค็มมาใส่แกงจืดแทนเกลือไม่ได้

ที่สำคัญ หากมีพระธรรมเป็นเพื่อนเพียง ๑ เท่านั้น
...ชีวิตย่อมปลอดภัยอย่างแน่นอน

ท่านยังได้ให้ข้อคิดอีกว่า....
ผู้ใดเดินตามพระธรรม ผู้นั้นย่อมพบความงามอันบริสุทธิ์

พูดได้ว่า ทุกก้าวที่มุ่งไปของอาจารย์บุษกรนั้น “กำหนดชีวิต” จริงๆ

ไม่เพียงกำหนดชีวิตของอาจารย์เท่านั้น แต่เป็นของลูก(ศิษย์) ทุก ๆ คนด้วย …
ถ้าลูกคนนั้นยอมรับฟังคำสอน และนำไปฝึกจิต พัฒนาชีวิตของตนเอง
.......


......
นี่คือแม่ของพวกเรา “อาจารย์บุษกร เมธางกูร” .......


โดย วยุรี [13 ส.ค. 2545 , 14:17:45 น.] ( IP = 203.113.34.239 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11

อนุโมทนากับพี่แอ๊ะเป็นอย่างยิ่งค่ะ
ขอบพระคุณค่ะที่ถ่ายทอดความรู้สึกจากใจ

และรู้สึกชื่นชมโสมนัสที่เรา มีแม่ผู้ประเสริฐที่คอยดูแลอบรมขัดเกลานามชีวิตให้เจริญอยู่ในคุณธรรม...อาจารย์บุษกร เมธางกูร

ขอกราบบูชาพระคุณแม่..คณาจารย์ทุกท่านค่ะ

โดย ธัญธร [14 ส.ค. 2545 , 22:53:07 น.] ( IP = 203.146.53.214 : : )


  สลักธรรม 12

..สำหรับแม่..และแม่ดอกแก้ว..ที่รักยิ่ง..

โดย ...แป้ง..ปารินดา [16 ส.ค. 2545 , 02:06:32 น.] ( IP = 203.113.34.239 : : )


  สลักธรรม 13

อนุโมทนาด้วยเป็นอย่างยิ่งกับคุณวยุรีที่นำสิ่งดี ๆ มาฝากเพื่อนธรรมให้ได้อ่านกัน นับว่าเป็นมงคลทั้งผู้เขียนและผู้อ่าน

แต่จะมีสักกี่คนล่ะ?? ที่จะรู้ถึงคุณงามความดีของคุณแม่ท่าน คงมีไม่กี่คนที่ลงมือปรนนิบัติท่านเหมือนกับที่ท่านได้ดูแลเรามาเป็นสิบ ๆ ปี โดยไม่มีอาการรังเกียจลูก ๆ เลย

ดังนั้นจึงต้องตอบแทนพระคุณของท่าน ทั้งที่เป็นแม่ที่ให้รูปชิวิตและนามชีวิต การดูแลท่านนั้นมีอยู่สองประการ คือ

1.ตอบแทนดูแลพระคุณท่านด้วยกาย กล่าวคือ ให้ข้าว ให้น้ำ ให้อาหาร ในสิ่งที่ท่านชอบ ทันทีที่เรามีโอกาส หากไม่รีบทำแล้วเราอาจไม่มีโอกาสทำก็ได้ ไม่ใช่ว่าใส่ถาดแล้วไปเคาะที่โลงศพของท่านแล้วเรียกท่านมาทาน ?!?

2. ตอบแทนดูแลท่านทางด้านจิตใจ เช่นคอยถามใถ่สาระทุกข์สุขดิบ แต่ที่สำคัญที่สุดคือเป็นคนดีของท่านตลอดไปทั้งต่อหน้าและลับหลัง เท่านี้ก็เป็นการให้อายุท่าน แล้วท่านจะได้อยู่กับเราอีกต่อไป

เห็นด้วยกับคุณวยุรีที่ได้ยกอาจารย์บุษกรเป็นประดุจดังแม่ เพราะน้ำใจของท่านนั้นประเสริฐดุจดังพระพรหมของลูกศิษย์ทุก ๆ คน คอยบอกกล่าวแนะทางสู่สุคติให้โดยไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยาก อนุโมทนาด้วยจริง ๆ

โดย ดอยปัง - [17 ส.ค. 2545 , 10:11:52 น.] ( IP = 203.144.129.19 : : )










  สลักธรรม 14




src=http://www.toursong.com/thamma/flower/flower02.jpg width="250" height="200">



หยดดื่มน้ำนมกิน                                                                        
ทดแทนไม่สิ้นพระคุณแม่เอย                                                                        

โดย เณรวัส [13 ส.ค. 2546 , 14:04:02 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )










  สลักธรรม 15




src=http://www.toursong.com/thamma/flower/flower02.jpg width="250" height="200">



หยดดื่มน้ำนมกิน                                                                        
ทดแทนไม่สิ้นพระคุณแม่เอย                                                                        

โดย เณรวัส [13 ส.ค. 2546 , 14:08:07 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )










  สลักธรรม 16




=http://www.toursong.com/thamma/flower/flower02.jpg width="250" height="200">



หยดดื่มน้ำนมกิน                         ทดแทนไม่สิ้นพระคุณแม่เอย                        
โดย เณรวัส [13 ส.ค. 2546 , 14:17:15 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org