มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ถูกต้อง หรือ ถูกใจ?




ถูกต้อง หรือ ถูกใจ


ทุกเช้าวันเสาร์และอาทิตย์ก่อนที่เริ่มเรียนพระอภิธรรมกันในเวลา ๑๐:๐๐ น.พวกเราจะมีการสวดมนต์ทำวัตรเช้ากันเป็นปกติ หากแต่วันนี้มีการสวดมนต์บทมาติกาเพิ่มด้วย เพราะหลายท่านกำลังศึกษาเรื่องมาติกาอยู่

...กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา อพยากตา ธมฺมา
สุขายเวทนาย สมปยุตตา ธมฺมา
ทุกฺขายเวทนาย สมฺปยุตตา ธมฺมา
อทุกฺขมสุขายเวทนาย สมฺปยุตา ธมฺมา...

หลังจากนั้น จะมีการเสวนาธรรมกันเล็กน้อย พี่เณรให้ข้อคิดว่า...เวลาสวดมนต์นั้น ส่วนมากก็สวดไปตามนั้นแหละ อย่างที่เราจะสามารถเรียกว่าเป็นนกแก้วนกขุนทอง แต่เมื่อเราสามารถเข้ามาสู่ชีวิตอีกระดับหนึ่งคือการศึกษา อย่างเช่น มาติกา เราก็จะเข้าใจว่า...ตรงที่เราสวดว่า กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา อพยากตา ธมฺมา ฯ ไม่รู้หรอกว่าคืออะไร ส่วนมากก็คิดว่า กุสลา ธมฺมา คือ กุสลา ทำมา อกุสลา ธมฺมา คือ อกุสลา ทำมา...กุศลที่ทำมา อกุศลที่ทำมา ไม่อกุศลไม่กุศลที่ทำมา ไม่รู้อะไรมาเลย

เมื่อก่อนนี้กับเดี๋ยวนี้มันต่างกัน ชีวิตความไม่รู้กับความรู้มันช่างแตกต่างกันเมื่อชีวิตที่รู้กับชีวิตที่ไม่รู้มีความต่างกันแล้ว เท่ากับเราก็กำลังสร้างเหตุต่างกัน เมื่อสร้างเหตุต่างกัน ผลก็ย่อมต่างกันแน่

โดย พี่ดา [10 ก.ค. 2556 , 13:32:05 น.] ( IP = 61.90.74.183 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ฉะนั้น อย่างไรก็ดี การที่เราได้ศึกษาพระอภิธรรม ได้ศึกษาเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นพระพุทธพจน์ที่กล่าวไว้ทั้งหลายทั้งมวลนั้น ถึงจะยาก แต่ก็ไม่ลำบากสำหรับชีวิตอย่างเราๆ

ในเรื่องของการศึกษา อย่างไรก็เป็นปัญญาภาคปริยัติ แล้วเราจะทำอย่างไรให้ปริยัติเป็นประโยชน์ จึงบอกว่าหลายๆ ครั้งที่คุยกัน หรือการแก้ไขปัญหา ในเรื่องราวหรือเนื้อหาของเรื่องๆหนึ่งมันมีทั้ง"ถูกต้อง" กับ "ถูกใจ"
แล้วคนส่วนใหญ่ก็ต้องการความถูกใจมากกว่าความถูกต้อง
แต่ฉันใดก็ดี เมื่อไรที่เรายังมีความต้องการความถูกใจมากกว่าความถูกต้อง ชีวิตเราจึงข้องอยู่ในสังสารวัฏฏ์

บางครั้งเราทำอะไร เราจึงต้องคำนึงว่า สิ่งที่เราต้องการคือความถูกใจหรือความถูกต้อง เมื่อต้องการความถูกใจก็ปฏิเสธความถูกต้องไป ต้องหมั่นคำนึง ความถูกต้องสำคัญกว่าเพราะชีวิตเราสั้นนัก

ดังที่หลวงพ่อท่านเคยพูดไว้เมื่อวันมาฆบูชาที่ผ่านมาว่า..เราไม่มีสิทธิ์พัก ไม่มีสิทธิ์พักจากการทำความดี ฉะนั้น..การทำความดี... ความดีเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่ ความดีไม่ได้เป็นสิ่งที่ถูกใจเพราะ เมื่อไรถูกใจ เมื่อนั้นขณะนั้นแหละจิตมีกิเลส
พี่เณรยังบอกอีกว่า ถ้าพูดถึงการปฏิบัติหากตั้งคำถามว่า ...ปฏิบัติเดี๋ยวนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
ถ้าตอบว่า ...รู้สึกสงบดี คำตอบนั้นก็ผิดทันที
ถามว่า...อะไรสงบ? ...อะไรดี?

โดย พี่ดา [10 ก.ค. 2556 , 13:35:12 น.] ( IP = 61.90.74.183 : : )


  สลักธรรม 2


พี่เณรเล่าว่า ...หลวงพ่อบอกว่า...ในการปฏิบัติวิปัสสนานั้นวิธีการไม่มีอะไรมาก แต่การดำเนินการเพื่อการกำจัดกิเลสมีมาก หลายคนมีความเข้าใจอยู่แล้วว่าวิปลาสธรรมมันครองจิตใจอยู่ ก็เพียรเพื่อไปทำลายวิปลาสธรรมนั้น แต่ให้สังเกตว่า หากจิตเราจับจ้องๆ หรือยินดีถูกใจอยู่กับวิปลาสนั้น ก็ไม่ถูกต้อง

เพราะเคยสอนแล้วว่า ทุกข์มีกิจให้กำหนดรู้
ถ้าบอกว่า สงบดี สุขวิปลาสมากขึ้น ทุกขสัจจะต้องมองน้อยลง คือเราให้ไปเห็นทุกขสัจจะ

แต่ว่าเมื่อใดอารมณ์มีสุขวิปลาสมากขึ้นทุกข์คือความจริงก็จะไม่เกิดขึ้นเลย หรือผู้ที่เคยได้เป็นทุกข์แล้ว ทุกข์ขณะนั้นก็ไม่เกิดขึ้น เพราะสุขวิปลาสมันเฟื่องฟูขึ้น


พี่เณรถามว่า...ถ้ายังไม่ทันปวด ยังไม่ทันเมื่อยเลย แต่จิตใจมันกระสับกระส่าย ความเร่าร้อนมันมีเกิดขึ้น เราก็จะกำหนดความรู้สึกนั้นแล้วเปลี่ยนอิริยาบทไปเลย ความถูกต้อง ผิดหรือถูก?


คำตอบคือ ..ผิด เพราะว่ามีหน้าที่ดู เมื่อกำหนดทุกข์แล้ว ก็ต้องดูทุกข์ที่มันจะมีต่อไป ฟุ้งก็ดี เมื่อยก็ดี หงุดหงิดก็ดี รำคาญก็ดี สิ่งเหล่านั้นกำลังนำตัวของมันมา และตัวของมันมาแล้วก็มีเสื่อมและดับไป

เรามีหน้าที่ดูจนมันเสื่อมและดับไป ถ้าดูเห็นชัดเกิดความเสื่อมในสภาพธรรมนั้น เราก็เห็นอนิจจังก็ได้ เห็นทุกขังก็ได้ หรืออนัตตาก็ได้

ความฟุ้งเป็นปัจจุบันอารมณ์ ก็ต้องดูที่ฟุ้งนั้น รู้ที่ฟุ้งนั้น เพราะปัจจุบันเป็นตัวเปิดเผย อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อดีตอารมณ์ไม่เปิดเผยอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ถึงจะคิด ก็คิดเอาเองว่าเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา มนสิการจึงต้องมีให้มากๆ

ดังนั้น เมื่อใจของเราเร่าร้อน เรากำหนดทุกข์ แล้วก็เปลี่ยนอิริยาบท จึงผิด เพราะว่าการกระทำนั้นเป็นไปด้วยความปรารถนา มีตัณหาหนุนหลัง
เพราะเราไม่ชอบสิ่งที่เกิดขึ้นในใจ แล้วก็เอาปริยัติศาสนามาบอกตัวเองนิดนึง แล้วก็แก้ไข เท่านั้นเอง
แล้วอิริยาบทยืน เดิน นั่ง นอน ก็เหมือนกัน

ให้อยู่กับธรรมชาติที่เป็นจริง ฉะนั้นความเป็นจริงเท่านั้นที่จะสามารถช่วยให้ชีวิตดีขึ้น ดีกว่า และดีเป็นลำดับขึ้นไป

โดย พี่ดา [10 ก.ค. 2556 , 13:37:30 น.] ( IP = 61.90.74.183 : : )


  สลักธรรม 3

นอกจากนี้ ในการวิปัสสนานั้น มีกฏข้อหนึ่งว่า ทำใจเหมือนดูละคร อย่าไปเล่นละคร
มีหน้าที่ดู ไม่ใช่มีหน้าที่เล่นละคร ยกตัวอย่าง..

ให้ทุกคนดูว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับลูกศิษย์คนหนึ่ง ท่านเน้น ให้ดู ดูว่ามีอะไรเกิดขึ้น อย่าคิด (อาจารย์เอื้อมมือไปจับแก้มลูกศิษย์คนนั้น) มีอะไรเกิดขึ้น ...มีการจับเกิดขึ้น ก็รู้ว่ามีการจับ อย่าคิด อย่าคิดสิว่า อาจารย์ไปจับแก้ม.. ดู ดู อย่าเล่น
(อาจารย์เปลี่ยนจากจับแก้มเป็นหยิกแก้มลูกศิษย์คนนั้น) ทุกคนอาจจะรู้สึกได้ว่าคนคนนั้นเจ็บ .... ดู ดู ให้ดู รู้สึกไม่ได้ คงไม่ได้ (หมายถึงคงเจ็บ)เพราะอารมณ์นั้นไม่ได้เกิดกับคนดู แต่คนนี้ต่างหากที่เจ็บ

ให้ทำใจเหมือนดูละคร อย่าไปเล่นละคร ดูให้เป็น ทำบ่อยๆ จะไวขึ้น ดู ดู ดู ในการดู ไม่มีกิเลสเข้าไปร่วม เมื่อกิเลสไม่เข้าไปร่วมสร้างหรือเล่น ถ้าเจ็บ ก็รู้สึกเจ็บด้วย ก็เกิดความไม่ชอบขึ้นมา โทมนัสเกิด
แต่ถ้าแค่ดู สกัดกั้น ..สติ สัมปชาโณ เกิด

ฉะนั้น ดู การดูอันนี้ก็เหมือนกับทำความรู้สึกนั่นเอง แค่ดู ทำความรู้สึกให้ชัด


นอกจากนี้พี่เณรยังเน้นให้พวกเราตระหนักว่า เราไม่มีสิทธิหลับ เพราะเราหลับกันมามากแล้ว ต้องคำนึงถึงสิทธิตนเอง เรามีสิทธิทำความดีเท่านั้นเอง เมื่อความไม่ดีเกิดขึ้นเป็นของธรรมดา เราต้องยอมรับว่ากัลยาณมิตรช่วยเราได้ ถ้าเรายอมให้กัลยาณมิตรช่วย

พี่เณรกล่าวว่า ท่านมีความจริงใจ เพราะเห็นแต่ละคนแล้วว่ามีที่ไป เห็นที่ไปของทุกคนเลยในชาติหน้า เห็นแล้วว่า ต้องไปเกิดอย่างแน่นอน เห็นทุกข์ของแต่ละคนที่กำลังแล่นไป แม้กระทั่งตัวเองด้วย

ฉะนั้น เมื่อเราเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ ทำไมเราจะช่วยกันตะล่อมทางชีวิตให้ดีขึ้น ดังที่หลวงพ่อเคยบอกแล้วว่า หัวรถจักร หากวางถูกทาง แม้โบกี๊จะมากขนาดไหน หากสตาร์ท ก็ไปได้ ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง ก็ยังมีอีกว่า ..อย่าน้ำมันหมด อย่าสัทธาหมด อย่าวิริยะหมด ถึงจะแล่นไปตรงทางแล้ว หากน้ำมันหมด มันก็จอด

ฉะนั้น ครูแนะแนวชีวิตย่อมเป็นประโยชน์ บางครั้งไม่ถูกใจหรอก แต่ถ้าเรายินดีกับความถูกต้อง ไม่ถูกใจก็ไม่เป็นไรๆ เรื่องเล็ก แต่ไม่ถูกต้องสิ เรื่องใหญ่ เพราะชีวิตเราอยู่กับความไม่ถูกต้องเลย แม้กระทั่งถามอะไร หรือตอบอะไรไป ถ้าไม่ถูกใจ อะไรเกิด? อภิชฌา หรือโทมนัสเกิด แต่ถ้าถูกต้องแล้ว อภิชฌา หรือโทมนัสไม่เกิด คือมนสิการที่ถูกต้อง

ให้สังเกตใจตนเองว่า วันๆหนึ่งความรู้สึกของเราต้องการความถูกต้องหรือความถูกใจมากกว่ากัน ? ถ้ายังมีความต้องการความถูกใจ ...ให้รีบคิดแก้ไขเสีย
แต่ถ้าต้องการความถูกต้อง ..ให้เปิดใจ บางครั้งเราไม่เห็นตัวเราเองหรอก ยังมีใครช่วยเหลือเราได้อีกเยอะ เขาอาจจะสะกิดเรา เขาอาจจะบอกเรา แต่เขาบอกเราในความถูกต้องแล้ว เราต้องยินดี เราต้องยินดีว่า เราจะต้องได้ดี

แต่ถ้ามีการบอกในความถูกต้องแล้ว เราไม่ยินดี เท่ากับเราไม่ยินดีในสิ่งที่ดี เราก็จะมีชีวิตที่ไม่ดีต่อไป

โดย พี่ดา [10 ก.ค. 2556 , 13:39:55 น.] ( IP = 61.90.74.183 : : )


  สลักธรรม 4

พี่เณรกล่าวสรุปในตอนท้ายว่า...การตัดสินใจอยากเป็นคนดี หรือเป็นชีวิตที่ดี เป็นประโยชน์ จากการที่ง่วงและเพลียมาก
แล้วก็เลือกเลยว่า มีใครบ้างที่จะช่วยให้เราไม่จมปลักอยู่กับความไร้สาระ ก็เลยเลือกไปพบหลวงพ่อ แล้วก็นำมาบอก ดังนั้นการเลือกคบจึงเป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์


พี่เณรจึงมาบอกว่า.....
...การเรียนมีประโยชน์ ทำให้เรารู้มากขึ้น
...การเข้าหาผู้รู้ธรรม ทำให้เราได้ดีมากขึ้น
...ต้องสอนใจตัวเอง อะไรที่ทำไปแล้ว มันอาจจะถูกใจ แต่มันจะถูกใจแค่ชาตินี้ แล้วทำให้ชาติหน้าเกิดขึ้น ...ถูกใจแค่แป๊บเดียวเท่านั้นเอง ความเชื่อมต่อของสังสารวัฏฏ์มีอยู่แล้ว เท่ากับเป็นการย้ำลูกโซ่สังสารวัฏฏ์ ถูกใจมีแป๊บเดียวแต่อยู่อีกนาน
...ถูกต้องมีแป๊บเดียวแต่วัฏฏสงสารถูกตัดรอน อยู่อีกไม่นาน

และแถมท้ายถามว่า สำเร็จเป็นพระโสดาบัน นานไหม กว่าจะเป็นพระโสดาบัน?
...ไม่นาน

มัคคจิตเกิดขึ้นแป๊ปเดียวเป็นโสดาบัน

น ท ม บริ อุ นุ โค มัค ผล ผล ภ ภ


ก็เหลืออีกแค่ ๗ ชาติ เพราะท่านใช้ความถูกต้องมาตลอด ความถูกต้องเมื่อมีกำลัง ก็ตัดตัณหา ทิฏฐิออกไป แป๊ปเดียวเอง ชาติเหลือ ๗

แต่ความถูกใจ แป๊ปเดียวเอง ชาติไม่รู้จักเลย

ฉะนั้น คิดให้ดี ให้รู้สึกให้ดี

โดย พี่ดา [10 ก.ค. 2556 , 13:42:10 น.] ( IP = 61.90.74.183 : : )


  สลักธรรม 5

ขณะนั้นใกล้เวลา ๑๐.๐๐ น.แล้ว ซึ่งเป็นเวลาของการเรียนการสอนพระอภิธรรม คุณป้าท่านหนึ่งจึงเรียนเชิญให้บูชาพระรัตนตรัยก่อน ท่านอาจารย์จึงบอกว่าถูกต้อง แต่ทำทำไม?

อย่าลืมว่าต้องมีมนสิการ การบูชาพระรัตนตรัยเป็นมงคล ไม่ใช่ว่า..เป็นประเพณีต้องลงท้ายด้วยการบูชาพระรัตนตรัย ...อย่าทำโดยฟังตามกันมา ...อย่าทำโดยสืบตามกันมา

เราต้องมีมนสิการอยู่เสมอ พอมีมนสิการได้แล้ว ก็ชวนเพื่อนๆว่าบูชาพระรัตนตรัยกันเถอะ เราก็จะได้สร้างมงคลกันอีกครั้ง เดี๋ยวก็จะได้แยกกันไปเรียน

พี่เณรบอกว่าชีวิตพี่เณรมีภัยอย่างหนึ่งคืออากาศ พี่เณรจะแพ้อากาศร้อน มาก สุขภาพจึงแย่มาก จะทำอย่างไรดี พี่เณรเหนื่อยจนหลับไป แม้กระทั่งสิ่งที่ชอบกำลังปรากฏอยู่ตรงหน้า

พอรู้อย่างนั้น ก็รู้สึกว่า ไม่ได้แล้ว เราต้องทำชีวิตให้ดีกว่านี้ จึงลุกขึ้นอาบน้ำ สวดมนต์เสร็จจึงไปหาหลวงพ่อดีกว่า ไปฟังธรรมดีกว่า ดีกว่าอยู่อย่างนี้
เพราะอยู่อย่างนี้แล้ว จะดี ก็ดีได้แป๊ปเดียว แล้วก็หลับ โมหะเข้า

จึงต้องไปหาสิ่งที่ดีกว่านี้ ที่ไหนก็ได้ ใครก็ได้ ที่ทำให้จิตของเราไม่เศร้าหมอง ไม่มีความฟุ้งซ่าน ไม่มีโมหอวิชชา ก็เลยไปหาหลวงพ่อ และได้คำว่า ถูกต้อง กับ ถูกใจ มาเล่าให้พวกเราฟัง

พี่ดา ก็นำมาเล่าให้เพื่อนๆได้ฟังต่อค่ะ คิดว่าคงทั้งถูกต้องและถูกใจท่านนะคะ

อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [10 ก.ค. 2556 , 13:44:21 น.] ( IP = 61.90.74.183 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ คุณพี่ดา

โดย abctoy (abctoy) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ - [17 ก.ค. 2556 , 11:22:22 น.] ( IP = 110.77.137.35 : : 192.168.1.148 )


  สลักธรรม 7

ได้แนวคิดสกิดความต่างได้ชัดดีค่ะ ส่วนใหญ่จะชอบเหมาโหลไม่เคยแยกแยะ

ขอบคุณค่ะ

โดย herbs (herbs) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 ก.ค. 2556 , 22:52:35 น.] ( IP = 101.108.64.199 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org