มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พิธีอาสาฬหบูชา








พิธีอาสาฬหบูชา
โดย พระครูศรีโชติญาณ


คำว่า “อาสาฬหบูชา” แปลว่าการบูชาในวันอาสาฬหะ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ เพราะวันนั้นเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันหนึ่ง เป็นวันคล้ายวันเกิดขึ้นแห่งพระสังฆรัตนะเป็นครั้งแรกในโลก เป็นวันครบพระรัตนตรัยทั้งสามประการ เพราะเหตุที่พระปัญจวัคคีย์ทั้งห้ารูปได้สดับรับฟังปฐมเทศนาคือ “พระธรรมจักกัปปวัตตนสูตร” เทศนากัณฑ์แรกที่พระพุทธองค์ทรงเทศนาโปรดที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี ประเทศอินเดีย

ตามประวัติกล่าวว่า พอจบพระปฐมเทศนาก็ปรากฏว่า พระอัญญาโกณฑัญญะได้ดวงตาเห็นธรรม สำเร็จเป็นพระอริยบุคคลผู้โสดาบันในพระพุทธศาสนาเป็นองค์แรก ครั้นต่อมาพระพุทธองค์ก็ทรงเทศนาอนันตลักขณสูตรทำให้พระอัญญาโกณฑัญญะ พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานามะ แลพระอัสสชิได้สำเร็จเป็นพระขีณาสพพร้อมกันทั้งห้ารูป

ก็เป็นอันว่าเกิดมีพระสังฆรัตนะทั้งหมดห้ารูปด้วยกัน เรื่องดังกล่าวนี้ มีปรากฏอยู่ในพระบาลีวินัยปิฎกมหาวรรค ฉบับฉัฎฐสังคายนาตอนที่ว่าด้วยโพธิกถาตั้งแต่หน้า ๑ ข้อ ๑ ถึงหน้า ๒๐ ข้อที่ ๒๔ ซึ่งก็พอจะย่อความได้ดังนี้คือ

เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้วเสด็จประทับอยู่ ณ ภายใต้ร่มไม้มหาโพธิ์นั้น ทรงเสวยวิมุติสุขอยู่ ได้ทรงเปล่งพระอุทานวาจาว่า อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา, สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํแปลว่า เพราะอวิชาเป็นปัจจัยจึงได้เกิดสังขาร, เพราะสังขารเป็นปัจจัยจึงเกิดวิญญาณเป็นต้น ทั้งในส่วนแห่งสมุทัยวารและนิโรธวาร

หลังจากนั้นก็ได้ทรงเปล่งพระอุทานวาจาขึ้นอีกว่า ยทา หเว ปาตุภวนฺติ ธมฺมา, อาตาปิโน ฌายโต พฺราหฺมณสฺส. อถสฺส กงฺขา วปยนฺติ สพฺพา ยโต ปชานาติ สเหตุธมฺมํ ฯเปฯ ความว่า เมื่อใดแล ธรรมทั้งหลายปรากฏแก่พราหมณ์ผู้เพียรเพ่งอยู่ เมื่อนั้น ความสงสัยทั้งปวงของพราหมณ์นั้น ย่อมสิ้นไป เพราะมารู้ทั่วถึงธรรมพร้อมกับเหตุ เป็นต้น

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [19 ก.ค. 2556 , 19:36:37 น.] ( IP = 58.9.158.48 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

หลังจากนั้นอีก ๗ วัน จึงเสด็จเข้าไปยังใต้ต้นไม้อชปาลนิโครธ ได้ทรงสนทนากับพราหมณ์ชื่อว่า “หึหึกชาติ” พอทรงทราบความแล้ว จึงทรงเปล่งพระอุทานวาจาขึ้นอีกว่า

โย พฺราหฺมโณ พาหิตปาปธมฺโม, นิหํหุโก นิกฺกสาโว ยตตโต, เวทนฺตคู วุสิตพฺรหฺมจริโย, ธมฺเมน โส พฺรหฺหวาทํ วเทยฺย. ยสฺสุสทา นตฺถ กุหิญจ โลเกติ.

ความว่า พราหมณ์ใด มีปาปธรรมอันตนลอยเสียได้แล้ว ไม่มักตวาด คนอื่นว่า หึหึ ไม่มีกิเลสเครื่องย้อมใจดุจน้ำฝาด สำรวมตนได้แล้ว ถึงที่สุดแห่งเวท อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว พราหมณ์นั้น ไม่มีกิเลสเป็นเหตุฟูขึ้น ในอารมณ์ใดในโลก ก็ควรกล่าววาทะว่า “ ตนเป็นพราหมณ์” โดยธรรมฯ

หลังจากนั้น จึงเสด็จไปประทับ ณ ภายใต้ร่มไม้มุจลินท์ ทรงเสวยวิมุติสุขอยู่ภายใต้ร่มไม้นั้นตลอดเจ็ดวัน ขณะนั้นได้มีผนตกลงมาตลอดเจ็ดวัน พระยานาคชื่อ “มุจลินท์” ได้ออกมาจากที่อยู่ของตน แล้วแผ่พังพานออกเป็นเจ็ดหัว เพื่อคุ้มกันฝนมิให้ตกต้องพระวรกายของพระพุทธองค์ จำแลงกายเป็นมาณพน้อยเข้าไปเผ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า พระพุทธองค์ทรงทราบความนั้นแล้ว จึงทรงเปล่งพระอุทานวาจาอีกว่า

สุโข วิเวโก ตุฎฐสฺส, สุตธมฺมสฺส ปสฺสโต. อพยาปชฺชํ สุขํ โลเก, ปาณภูเตสุ สํยโม. สุขา วิราคตา โลเก, กามนํ สมติกฺกโม. อสฺมิมานสฺส โย วินโย, เอตํ เว ปรมํ สุขนฺติ

ความว่า ความเงียบสงัดของบุคคลผู้สันโดษ มีธรรมได้สดับแล้วเห็นอยู่ นับเป็นความสุข ความไม่เบียดเบียนกัน สังวรในสัตว์ทั้งหลาย เป็นสุขในโลก ความเป็นผู้ปราศจากราคะคือความกำหนัดยินดี ก้าวล่วงกามทั้งหลายเสียได้ เป็นความสุขในโลก การกำจัดอัสมิมานะเสียได้นั่นแล จัดเป็นความสุขอย่างยิ่ง ดังนี้ฯ

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [19 ก.ค. 2556 , 19:38:35 น.] ( IP = 58.9.158.48 : : )


  สลักธรรม 2

เมื่อพระพุทธองค์เสด็จอออกจากสมาธิล่วงไปได้เจ็ดวัน จึงเสด็จเข้าไปเสวยวิมุติสุขอยู่ภายใต้ร่มไม้ราชายตนะ ประทับนั่งขัดสมาธิโดยบัลลังก็อยู่ตลอดเจ็ดวันเช่นเดียวกัน

ในตอนนั้น ได้มีพานิชสองพี่น้องเดินทางมาแต่ไกล พอมาถึงได้มีเทวดาที่เป็นญาติสาโลหิตของเขามาพูดกับเขาว่า “ดูกรท่านผู้นิรทุกข์ บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้ากำลังตรัสรู้ใหม่ ๆ เสด็จประทับอยู่โคนไม้ราชายนะขอท่านจงต้อนรับพระพุทธองค์ด้วยขนมสัตตุก้อนและสัตตุผงเกิด ข้อนั้นจักเป็นความสุขความเจริญแก่ท่านตลอดกาลนาน” ว่าแล้ว ทั้งสองพี่น้องจึงน้อมขนมเขาไปถวายตามความประสงค์

พระพุทธองค์จึงทรงรำพึงว่า พระตถาคตเจ้าทั้งหลาย มิได้ทรงรับด้วยมือ ไฉนหนอจะพึงรับขนมนี้ได้ ที่นั้น ท้าวมหาราชทั้งสี่จึงได้นำบาตรเสลมัย คือบาตรที่ทำด้วยสิลาสี่ลูก เข้าไปถวาย ตามที่ทรงประสงค์

พานิชสองพี่น้องทูลว่า “ขอพระองค์จงทรงรับสัตตุก้อนและสัตตุผง ณ ที่นี้เถิดพระเจ้าข้า”

ครั้งทรงรับแล้วก็ทรงเสวย พานิชสองพี่น้องจึงได้พากันเข้าไปหมอบกราบลงแทบพระบาทของพระผู้มีพระภาคเจ้า กราบทูลขึ้นว่า “ ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าทั้งสองนี้ ขอถึงพระผู้มีพระภาคเจ้าและพระธรรมว่าเป็นสรณะที่พึงตังแต่วันนี้เป็นต้นไป ขอพระพุทธองค์ จงทรงจำข้าพระพุทธเจ้าทั้งสองนี้ว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะสองก่อนใคร ๆ ในโลกเถิดพระเจ้าข้า” ฯ

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [19 ก.ค. 2556 , 19:40:05 น.] ( IP = 58.9.158.48 : : )


  สลักธรรม 3

หลังจากที่พระผู้มีพระภาคเด็จออกจากสมาธิแล้ว เสด็จออกจากควงไม้ราชายตนะ เข้าไปยังควงไม้อชปาลนิโครธอีก เสด็จประทับอยู่ ณ ที่นั้น ทรงหลีกเร้นอู่ ณ ที่นั้น ทรงรำพึงถึงธรรมที่พระองค์ทรงตรัสรู้ว่า “เป็นธรรมที่แสนจะลึกซึ้ง ยากยิ่งที่เหล่าสัตว์จะตรัสรู้ตามได้ “

ครั้นทรงตรวจดูเหล่าสัตว์ด้วยพุทธจักษุก็ทรงเล็งเห็นว่า “เหล่าสัตว์ทั้งหลายในโลกนี้ ที่มีอินทรีย์มีศรัทธาเป็นต้นแก่กล้าก็มี ปานกลางก็มี ที่มีอินทรีย์อ่อนก็มี พิจารณาแล้วดูไม่ต่างอะไรกับดอกอุบลสี่เหล่า

คือบางเหล่าก็ชูช่อขึ้นพ้นน้ำแล้ว พร้อมที่จะรับแสงแห่งทินกรที่อุทัยขึ้นมา ดูไม่ต่างอะไรกับเหล่าสัตว์ผู้เป็นอุคฆติตัญญู เมื่อได้สดับแต่เพียงหัวข้อก็สามารถตรัสรู้ได้
ดอกอุบลบางเหล่าก็ขึ้นมาเสมอน้ำแล้วก็พร้อมที่จะรับแสงแห่งทินกรที่ขึ้นมาได้ ดูไม่ต่างอะไรกับเหล่าสัตว์ผู้เป็นวิปจิตัญญ เมื่อขยายความเพียงเล็กน้อยก็จะสามารถตรัสรู้ตามได้

ส่วนดอกอุบลบางเหล่ายังอยู่ใต้พื้นน้ำ แต่ก็จะชูช่อขึ้นพ้นพื้นน้ำรับรัศมีได้ในวันต่อไป ดูไม่ต่างอะไรกับเหล่าสัตว์ผู้ที่เป็นเนยยะ เมื่อได้สดับธรรมโดยพิสดารแล้วจะตรัสรู้ตามได้ในกาลต่อไป

ส่วนเหล่าสัตว์บางจำพวกที่ไม่มีวาสนาบารมีเหมือนกับดอกอุบลที่จมอยู่ภายใต้พื้นน้ำ รังแต่จะเป็นภักษาหารแห่งปลาและเต่าไป”

เมื่อทรงพระรำพึงอย่างนี้แล้ว ก็ทรงเกิดพระมหากรุณาตกลงพระทัยในอันที่จะทรงเทศนาโปรดตามคำอาราธนาของท้าวสหัมบดีพรหมที่เข้ามาทูลอาราธนา เมื่อท้าวสหัมบดีทราบว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าจะทรงประทานโอกาสเพื่อแสดงธรรมแล้ว จึงถวายบังคมพระผู้มีพระภาค กระทำประทักษิณ แล้วก็อันตรธานหายไปฯ

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [19 ก.ค. 2556 , 19:41:38 น.] ( IP = 58.9.158.48 : : )


  สลักธรรม 4

เมื่อพระพุทธองค์ทรงปลงพระทัยว่าจะเทศนาโปรด จึงทรงดำริต่อไป ว่าจะโปรดท่านผู้ใดก่อนหนอ ก็มาระลึกได้ว่า ดาบสผู้เป็นอาจารย์ทั้งสองคืออาฬารดาบสกาลามโครต กับอุทกดาบสรามบุตร เป็นผู้มีวาสนาบารมีแก่กล้ามีธุลีในปัญญาจักษุน้อย หากได้สดับรับฟังธรรมที่เราแสดงแล้ว ก็จะได้ตรัสรู้ธรรมในทันใด

ทันใดนั้นก็ได้มีเทวดาที่สิ่งอยู่ในอากาศได้มาแจ้งข่าวให้ทรงทราบว่า บัดนี้ ท่านอาจารย์ทั้งสองนั้น ได้ทำกาลกิริยาเสียชีวิตไปแล้ว จึงทรงสลดพระทัยและเสียดายว่า ท่านทั้งสองได้ถึงแล้วซึ่งความเสื่อมอย่างใหญ่หลวงถ้าว่าท่านอาจารย์ทั้งสองยังมีชีวิตอยู่ไซร้ หากได้ฟังธรรมที่เราตถาคตแสดงแล้ว ก็จักได้ตรัสรู้ธรรมบรรลุถึงที่สุดแห่งทุกข์ได้ฯ

ต่อจากนั้นพระพุทธองค์ก็ทรงพระดำริต่อไปว่า เราควรจะแสดงธรรมแก่ใครก่อนหนอ จึงทรงดำริได้ว่า พระปัญจวัคคีย์ทั้งห้าเคยได้มีอุปการคุณแก่เราในคราวที่บำเพ็ญความเพียรอยู่ ไฉนหนอเราจึงจะแสดงธรรมแก่ปัญจวัคคีย์ก่อนได้ จึงทรงพระดำริต่อไปว่า ขณะนี้ ปัญจวัคคีย์ทั้งห้านั้นเธออยู่ ณ ที่ไหน

ทรงทราบด้วยพระจักษุอันเป็นทิพย์ว่า บัดนี้ กำลังอาศัยอยู่ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวันแขวงเมืองพาราณสี จึงเสด็จตรงไปยังที่นั้น ในระหว่างทาง ได้พบกับอุปกาชีวก ชีวกผู้นั้นได้เห็นพระผู้มีพระภาคผู้มีอินทรีย์ผ่องใส ทรงมีพระรัศมีบริสุทธิ์สะอาดน่าอัศจรรย์ จึงได้ถามขึ้นว่า “อาวุโส ท่านบวชเจาะจงท่านผู้ใด ใครเป็นศาสดาของท่าน ท่านชอบใจธรรมะของใคร

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [19 ก.ค. 2556 , 19:43:00 น.] ( IP = 58.9.158.48 : : )


  สลักธรรม 5

ครั้นแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงตรัสแก่อุปกาชีวกด้วยคาถาถึงหกคาถาว่า

สพฺพาภิภู สพูพวิทูหมสฺมิ, สพฺเพสุ ธมฺเมสุ อนูปลิตฺโต. สพฺพญฺชโห ตณฺหกฺขเย วิมุตตฺโต, สยํ อภิญญาย กมุทฺทิเสยฺยํ.

เราเป็นผู้ทำลายธรรมทั้งปวงได้ รู้ธรรมทั้งปวง ตัณหาและทิฐิฉาบทาในธรรมทั้งปวงไม่ได้แล้ว ละทิ้งธรรมที่มีในภูมิสามได้หมด หลุดพ้นได้เพราะธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งตัณหาแล้ว เราตรัสรู้ได้เองด้วยปัญญาอันยิ่ง จะไปอ้างใครอีกเล่า

น เม อาจริโย อตฺถิ, สทิโส เม น วิชฺชติ. สเทวกสฺมึ โลกสฺมิ , นตฺถิ เม อปฺปฎิปุคฺคโล.

อาจารย์ของเราไม่มี บุคคลเช่นกับเราก็ไม่มี บุคคลที่จะเสมอเหมือนกับเราก็ไม่มีในโลกพร้อมกับเทวโลกฯ

อหํ หิ อรหา โลเก อหํ สตฺถา อนุตฺตโร.เอโกมฺหิ สมฺมาสมฺพุทฺโธ, สีติภูโตสฺมิ นิพฺพุโต.

เพราะเราเป็นพระอรหันต์ในโลก เราเป็นศาสดา ไม่มีศาสดาใดที่จะเยี่ยมยิ่งกว่า เราผู้เดียวเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราเป็นผู้สงบเย็นดับกิเลส ได้สนิทแล้วฯ

ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตตํ, คจฺฉามิ กาสินํ ปุรํ. อนํธีภูตสฺมึ โลกสฺมึ, อาหญฺฉํ อมตทุนฺทุภินฺติ.

เราจะไปกาสีบุรีเพื่อประกาศพระธรรมจักร เราจะลั่นกลองอมตะในโลกที่มืด เพื่อให้เหล่าสัตว์ได้ธรรมจักษุฯ

ยถา โข ตฺวํ อาวุโส ปฎิชานาสิ, อรหสิ อนนฺตชิโนติ.มาริสา เว ชินา โหนฺติ, เย ปตฺตา อาสวกฺขํ.ชินา เม ปาปกา ธมฺมา, ตสฺมาหมุหก ชิโนติ.

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [19 ก.ค. 2556 , 19:45:56 น.] ( IP = 58.9.158.48 : : )


  สลักธรรม 6

อุปกะทูลว่า “ดูกรท่านผู้มีอายุ ท่านควรจะชนะหาที่สุดมิได้เหมือนอย่างที่ท่านปฎิญาณแล”

“ดูกรท่านผู้นิรทุกข์ ชนเหล่าใดบรรลุถึงซึ่งธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งอาสวะได้แล้ว ชนเหล่านั้นชื่อว่าเป็นผู้ชนะแล้วแล”

“ดูกรอุปกะ ปาปธรรมทั้งหลายเราชนะได้แล้ว เพราะฉะนั้นเราจึงเป็นผู้ชนะได้แล้ว”ฯ

เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้ อุปกาชีวกจึงพูดขึ้นว่า “เป็นให้พอเถิดท่าน “ สั่นศีรษะยึดทางอื่นแล้วก็หลีกไป

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [19 ก.ค. 2556 , 19:48:15 น.] ( IP = 58.9.158.48 : : )


  สลักธรรม 7

พระผู้มีพระภาคเสด็จไปตามลำดับจนถึงป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี จึงเสด็จเข้าไปยังสำนักของพระปัญจวัคคีย์

เมื่อปัญจวัคคีย์เห็นพระผู้มีพระภาคเสด็จมาแต่ไกลจึงนัดหมายกันว่า “พระสมณะนี้ เป็นผู้คลายความเพียรเวียนมาเพื่อความมักมาก กำลังมายังสำนักของเราแล้ว เพราะฉะนั้นพวกเราอย่าไหว้ อย่าต้อนรับ อย่ารับบาตร จีวร แต่ปูลาดอาสนะไว้ เมื่อต้องการก็นั่งเถิด”

ครั้งพระผู้มีพระภาคเสด็จเข้ามาใกล้คำนัดหมายกันก็พลันลืมไปหมดสิ้น บางรูปก็ลุกขึ้นรับบาตรจีวร บางรูปก็ตักน้ำล้างพระบาท บางรูปก็จัดเอาสนะถวาย

เมื่อพระผู้มีพระภาคเสด็จประทับนั่งแล้ว พระปัญจวัคคีย์ยังแสดงอาการกระด้างกระเดืองพูดกับพระพุทธองค์ว่า “อาวุโส”

เมื่อพระผู้มีพระภาคทรงทราบถึงอัธยาศัยจึงตรัสว่า "ขอพวกเธออย่าพูดอย่างนั้นเลย"

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [19 ก.ค. 2556 , 19:51:24 น.] ( IP = 58.9.158.48 : : )


  สลักธรรม 8

แล้วตรัสต่อไปว่า "ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราเป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบแล้ว ขอพวกเธอจงตั้งใจฟัง เราจักแสดงธรรมให้ฟัง เธอฟังแล้วจะได้บรรจุถึงธรรมอันเป็นที่สุดแห่งทุกข์ได้”

เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนั้น ปัญจวัคคีย์จึงค้านว่า “ก็เมื่อท่านคลายความเพียรเวียนมาเพื่อความมักมากอย่างนี้ไฉนจะตรัสรู้ธรรมพิเศษอีกเล่า

เมื่อพระพุทธองค์ได้สดับคำของปัญจวัคคีย์อย่างนั้น จึงทัดทานว่า “มิได้เป็นอย่างที่พวกเธอกล่าวดอก แต่เราตรัสรู้ธรรม พิเศษด้วยปัญญาอันยิ่งจริง ๆขอเธอจงตั้งใจฟังธรรมเถิด” แม้กระนั้น ปัญจวัคคีย์ก็ยังคัดค้านอยู่ถึงสองสามครั้ง

เมื่อพระผู้มีพระภาคได้สดับคำที่ไม่ไว้วางใจอย่างนั้น จึงตรัสเดือนขึ้นว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย คำเช่นนี้เราตถาคตได้เคยกล่าวแล้ว ในกาลก่อนหรือเปล่า

พระปัญจวัคคีย์จึงทูลขึ้นว่า “ไม่เคยตรัสเลยพระพุทธเจ้าข้า “

เมื่อพระพุทธองค์ทรงตรัสให้พระปัญจวัคคีย์ปลงใจเชื่อแล้ว จึงตรัสเตือนว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย ขอเธอจงตั้งใจฟังเถิด เราจะแสดงธรรมให้ฟังเพื่อความรู้ยิ่งเห็นจริงในพระอมตธรรม” ฯ

เมื่อพระปัญจวัคคีย์ เกิดความเลื่อมใสตั้งใจที่จะฟังแล้ว องค์สมเด็จพระประทีปแก้ว ก็ทรงตรัสเทศนาพระธรรมจักกัปปวัวตตนสูตร โดยเริ่มต้นว่า ทฺวเม ภฺขเว อนฺตาม ปพฺพชิเตน น เสวิตพฺพา ฯ เปฯ เป็นต้น



โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [19 ก.ค. 2556 , 19:54:38 น.] ( IP = 58.9.158.48 : : )


  สลักธรรม 9

พระพุทธองค์ทรงมีพระปัญญาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ และพระมหากรุณาธิคุณ อันหาประมาณมิได้...
กราบอนุโมทนาค่ะ

โดย สุธาดา (suthada.tt) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 ก.ค. 2556 , 13:51:01 น.] ( IP = 171.97.25.41 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org