| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
อะไรคือ
ความประมาท (๓)
สลักธรรม 1
ขอยกตัวอย่างคฤหัสถ์ที่ไม่สามารถทำกุศลในวัยต้น เช่นพวกเราตอนเด็ก ๆ จะเห็นได้ว่า เรามีแต่หน้าที่ต้องเรียน วิ่งเล่น หลับนอน และทานอาหาร ตอนแรก ๆ ในชีวิตปฐมวัยนี้ เราไม่สามารถทำความดีได้อย่างทุกวันนี้ มีเด็กคนไหนบ้างที่ตื่นเช้าขึ้นมา แล้วเปิดวิทยุฟังรายการหันหน้าเข้าวัด ยากมากเลยที่จะพบเด็กเช่นนี้ เพราะว่าเขายังไม่เห็นทุกข์ เพราะยังเป็นวัยที่สนุกอยู่ แต่ก็มีเหมือนกันที่ผู้ใหญ่เปิดรายการหันหน้าเข้าวัดแล้วมีเด็กฟังด้วย โอกาสเช่นนี้เป็นการปลูกฝังคุณงามความดีเข้าไปในจิตใจ
และเมื่อเรามาถึงวัยกลางคนคือ มัชฌิมวัยบางคนก็มัวแต่วุ่นวายอยู่กับบุตรธิดา จนไม่สามารถบำเพ็ญกุศลได้อีก ก็จะต้องรีบขวนขวายคุณงามความดีให้หนักในปัจฉิมวัยและถ้าพลาดทั้ง ๓ วัยนี้ ก็เอาตัวรอดยาก
ส่วนบรรพชิตนั้น หากว่าในปฐมวัยประมาทมัวเมาไม่ศึกษาเล่าเรียน ในมัชฌิมวัยก็ควรรีบขวนขวายบำเพ็ญสมณธรรมให้หนักไปในทางเจริญในคันถธุระและวิปัสสนาธุระ ถ้าไม่ทำอย่างนั้น ก็ชื่อว่า ไม่รักตนเองด้วยดีเหมือนกัน โดย น้องกิ้ฟ...นำมาฝาก [22 ส.ค. 2556 , 09:22:11 น.] ( IP = 58.9.25.222 : : )
สลักธรรม 2
ความจริงคนเราทุกคนนี้ได้วัยมาเท่า ๆ กัน คือ วัยต้น วัยกลาง และวัยปลาย และคนเราก็เสมอภาคกัน เพราะเราได้เวลาวันละ ๒๔ ชั่วโมง เมื่อเรามองให้เห็นความเสมอนี้แล้ว จึงน่าสงสัยว่าทำไมบางคนจึงทำงานได้มาก บางคนทำงานได้น้อย
คำตอบประการแรกก็คือ คนที่ทำได้มากเพราะเป็นคนขยัน ส่วนคนที่ทำได้น้อย เพราะเป็นคนไม่ขยันนั่นเอง เวลาจะเป็นประโยชน์แก่ทุกคนและจะมีค่ากับทุกคนก็ต่อเมื่อเวลานั้นประกอบได้ด้วยปัญญา และความเพียร แต่บางคนเอาไปใช้ในทางที่ไม่เป็นประโยชน์ มิหนำซ้ำจะให้โทษอีกด้วย สำหรับคนที่ใช้เวลาในสิ่งที่เป็นประโยชน์โดยหมั่นศึกษาเล่าเรียนแล้วเพียรกระทำจิตใจให้ผ่องแผ้ว หลีก ละ ลด และเลิกในความชั่ว เวลานั้นก็จะเป็นประโยชน์มาก
เวลาและวารีไม่คอยใคร คนฉลาดจึงย่อมจักฉวยเวลาไว้ด้วยการบำเพ็ญประโยชน์ เพราะคนเราทุกคนเกิดมาก็ต้องตายความจริงแห่งชีวิตนี้เป็นเรื่องธรรมดาที่ใคร ๆ ก็รู้ บางคนตาย ตั้งแต่วัยต้น บางคนตายตอนมัชฌิมวัย บางคนตายในปัจฉิมวัย คนทำประโยชน์กับคนไม่ทำประโยชน์ต่างก็ต้องตายเหมือนกัน และต้องผ่านวัยต่าง ๆ เหมือนกัน แต่ข้อแตกต่างกันก็คือคนที่ทำประโยชน์ เมื่อตัวตายก็จะมีประโยชน์ที่เคยทำไว้ช่วยเหลือเกื้อกูล ส่งเสริมเป็นเสบียงทาง เป็นเสบียงบุญไป แต่คนที่ไม่ประโยชน์ก็จะไม่มีอะไรเหลือไว้เป็นอนุสรณ์แห่งชีวิตเลย เกิดมาเปล่า ๆ ชีวิตเขาก็ไปแบบเปล่า ๆ เรียกว่า โมฆะชีวิต โดย น้องกิ้ฟ...นำมาฝาก [22 ส.ค. 2556 , 09:23:24 น.] ( IP = 58.9.25.222 : : )
สลักธรรม 3
บางคนฉลาด รู้จักคิดตั้งแต่อายุน้อย ๆ เมื่อยังอยู่ในปฐมวัย เรียกว่า ผู้ใหญ่ในร่างเด็ก ส่วนบางคนแม้จะอายุมากและล่วงเข้าปัจฉิมวัยแล้ว ก็ยังไม่รู้จักคิดอะไรให้ถูกต้อง อย่างนี้พระท่านเรียกว่า เด็กในร่างผู้ใหญ่ ขอยกตัวอย่างเรื่อง โพธิราชกุมาร ให้นายช่างสร้างปราสาทชื่อว่า โกณฺฑนะ แปลว่า ดอกบัวแดง ปราสาทนี้สวยงามมากเหมือนลอยอยู่ในอากาศ
โพธิราชกุมารเห็นปราสาทนี้แล้วพอใจเป็นอย่างมากจึงต้องการให้ปราสาทนี้มีเพียงแห่งเดียวเท่านั้น จึงตรัสถามนายช่างว่าปราสาทเช่นนี้นายช่างเคยสร้างที่อื่นหรือไม่ นายช่างก็บอกว่านี่เป็นงานชิ้นแรก ไม่เคยทำที่ใดมาก่อน ราชกุมารได้ฟังก็ดีใจและดำริว่า หากปล่อยให้นายช่างมีชีวิตต่อไปก็คงจะมีโอกาสไปสร้างปราสาทแบบนี้ให้คนอื่นอีก ปราสาทของตนก็จะไม่เป็นสิ่งอัศจรรย์ เมื่อคิดดังนี้แล้วจึงตัดสินใจว่าเราจะฆ่านายช่างคนนี้เสีย และก็ตรัสความในใจกับพระสหายไปตามที่คิด
มีมานพน้อยผู้หนึ่งเป็นนายช่างที่มีฝีมือดีได้ทราบเรื่อง ก็แอบบอกให้นายช่างผู้ที่ทำปราสาททราบว่าราชกุมารคิดอย่างนี้ วันหนึ่งโพธิราชกุมารตรัสถามนายช่างว่า งานสร้างปราสาทเสร็จแล้วหรือไม่ นายช่างก็บอกว่ายังไม่เสร็จ ราชกุมารถามว่ายังมีอะไรอีกล่ะ นายช่างก็บอกว่าจะทูลให้ทราบภายหลังพระเจ้าค่ะ แต่เบื้องแรกขอพระองค์ให้คนขนไม้มาให้ก่อน ราชกุมารถามว่าจะเอาไม้ชนิดใดเล่า นายช่างก็บอกว่า ไม้แท้พะย่ะค่ะ และก็ต้องเป็นไม้ที่ไม่มีแก่นด้วย โดย น้องกิ้ฟ...นำมาฝาก [22 ส.ค. 2556 , 09:24:36 น.] ( IP = 58.9.25.222 : : )
สลักธรรม 4
เมื่อได้ตามประสงค์แล้วนายช่างก็ทูลราชกุมารว่า ตั้งแต่นี้ไปเขาจะทำงานที่ประณีตหากมีใครมาเยี่ยมคุยจะทำเขาฟุ้งซ่าน แม้พระราชกุมารเองก็ไม่ควรเสด็จมา ส่วนอาหารนี้ก็ขอให้ภรรยาเขานำมาให้ ราชกุมารก็ยินยอมตามที่นายช่างบอกต่อจากนั้น นายช่างก็สั่งภรรยาให้ขายที่ดินทั้งหมดแล้วรวมรวมเงินทองไว้ ให้ภรรยาและทุกคนหาทางหนีโพธิราชกุมาร โดยออกทางหน้าต่าง และอาศัยพาหนะพิเศษไปลงไปที่หิมวันต์ประเทศซึ่งมีนครใหญ่นครหนึ่งตั้งอยู่ มีพระราชาพระนามว่า กัณฆวันนตะ เป็นผู้ที่มีปัญญาและมีธรรม เพราะนายช่างคิดว่ายังไงก็แล้วแต่ พระราชาองค์นี้ก็ต้องให้ตนเองพักพิงได้แน่ เมื่อคิดดังนั้นแล้วก็พาลูกพาภรรยาหนีไป
ฝ่ายโพธิราชกุมารนั้นก็จะทำการฉลองปราสาท จึงได้อาราธนาพระบรมศาสดาและภิกษุสาวกมาเสวยภัตตาหารเพลโดยให้ลาดผ้าขาวตั้งแต่ธรณีประตูแห่งปราสาท เนื่องจากพระองค์ไม่มีประราชโอรสและพระราชธิดา จึงทรงอธิษฐานว่า หากพระองค์จะมีพระราชโอรสหรือพระราชธิดาแล้วก็ขอให้พระศาสดาเสด็จเหยียบผ้าขาวที่ปูลาดนั้น
เมื่อถึงเวลาที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมาถึง ก็ไม่ทราบเหยียบผ้าขาวนั้น พระราชกุมารจึงทูลเชิญพระศาสดาให้เหยียบ พระองค์ก็ไม่ทรงเหยียบ แต่ผินพระพักตร์มาทอดพระเนตรพระอานนท์ พระอานนท์ก็บอกกับพระราชกุมารว่าขอให้นำผ้าขาวนั้นออกเสีย พระศาสดาไม่ทรงเหยียบหรอก พระราชกุมารจึงเก็บผ้านั้น พระศาสดาก็เสด็จเข้าไปในปราสาท โดย น้องกิ้ฟ...นำมาฝาก [22 ส.ค. 2556 , 09:28:04 น.] ( IP = 58.9.25.222 : : )
สลักธรรม 5
เมื่อพระศาสดาเสวยภัตตาหารเสร็จแล้วพระราชกุมารก็ทูลว่าหม่อมฉันเป็นอุปัฎฐากของพระองค์ขอถึงพระองค์และกล่าวว่าพระองค์เป็นที่พึ่งถึง ๓ ครั้ง เมื่อพระองค์อยู่ในพระครรภ์ของมารดาครั้งหนึ่ง เมื่ออยู่ในวัยหนุ่มครั้งหนึ่ง และอีกครั้งหนึ่งตอนที่หม่อมฉันรู้จักดี รู้จักชั่ว แต่พระองค์ทรงทำเช่นนี้ทรงหมายความว่าอย่างไร
พระศาสดาทรงตรัสว่าพระราชกุมาร พระองค์ดำริอย่างไรล่ะจึงปูผ้าขาวไว้
พระราชกุมารทรงตรัสตอบว่า ข้าพระองค์อยากได้บุตรธิดา จึงต้องการให้พระศาสดาเหยียบผ้าขาว ด้วยเหตุนี้ข้าพเจ้าจึงปูผ้าไว้
พระศาสดาทรงตอบว่า เพราะเหตุนี้แหละมหาบพิตร ตถาคตจึงไม่เหยียบ
พระราชกุมารทรงตรัสถามว่า เพราะว่าหม่อมฉันจะไม่ได้ลูกสาวลูกชายเป็นบุตรธิดาหรือ
พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า ถูกแล้ว
พระราชกุมารถามว่า เพราะเหตุใดเล่า
พระศาสดาทรงตรัสว่า ก็เพราะพระองค์เป็นผู้ประมาทในกาลก่อน
พระราชกุมารถามว่า ในกาลใด
พระศาสดาจึงนำเรื่องในอดีตของพระราชกุมารมาเล่าว่า ในอดีตกาลมีมนุษย์หลายร้อยคนแล่นเรือไปในมหาสมุทร และเรือก็อับปางกลางมหาสมุทร สามีภรรยาคู่หนึ่งคว้ากระดานแผ่นหนึ่งได้ ก็อาศัยกระดานนั้นพยุงตัวจนลอยไปติดอยู่ที่เกาะแห่งหนึ่ง ซึ่งมนุษย์อื่นได้ถึงความตายหมด
ต่อมาสองสามีภรรยาถูกความหิวครอบงำ มองไม่เห็นอาหารอะไรพอจะประทังชีวิตได้ เห็นแต่ไข่นกในรังจึงเอาไข่นกมาเผากินกินหมดแล้วก็จับลูกนกทั้งตัวเล็กตัวใหญ่มาปิ้งกิน มีชีวิตอยู่บนเกาะนั้นโดยใช้นกเป็นอาหารจวบจนชรา คือ ตั้งแต่วัยต้นจนกลางคนและจนแก่ชราได้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตกินนกกินไข่นกไปมากมาย เพราะกรรมนี้พระราชกุมารจึงไม่มีโอกาสมีพระราชบุตรพระราชธิดา โดย น้องกิ้ฟ...นำมาฝาก [22 ส.ค. 2556 , 09:30:18 น.] ( IP = 58.9.25.222 : : )
สลักธรรม 6
พระศาสดารับสั่งต่อไปว่า มหาบพิตรหากในวัยทั้ง ๓ วัย ใดวัยหนึ่งนี้พระองค์ไม่ประมาท แล้วเพียรเจริญกุศลกรรมไว้ พระองค์ก็จะได้บุตรหรือธิดาในอัตภาพราชกุมาร เมื่อรู้ว่าตนเป็นที่รักที่ควรรักษา และประคับประคองตนให้ดีทั้ง ๓ วัย ถ้าหากไม่สามารถรักษาตนเองได้ใน ๓ วัยนี้ ก็ควรสร้างในวัยใดวัยหนึ่ง เมื่อพระองค์ตรัสคาถานี้แล้วก็เสด็จกลับ
องค์พระศาสดาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อเสด็จออกจาริกโปรดสัตว์ พระองค์ทรงกระทำทุกอย่างเปี่ยมไปด้วยเหตุผลแล้วก็ชี้เหตุผลให้ผู้อื่นรู้ตามพระองค์ ไม่ใช่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะสำเร็จได้โดยการขอเพียงอย่างเดียว อย่างเช่นพระราชกุมารมีจิตใจเหี้ยมโหด สร้างปราสาทขึ้นมาแล้วก็ไม่อยากให้ใครสร้างได้อีก ก็จะฆ่าแม้กระทั่งนายช่าง เพราะนิสัยการฆ่าติดมาจากการฆ่านกฆ่าสัตว์เป็นอาจิณ
เมื่อเรารู้ตัวเองว่ามีนิสัยไม่ดี เราต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเสียตั้งแต่วันนี้ และอีกอย่างหนึ่ง การที่เราได้เกิดมานี้มีชีวิตเหมือนกัน คือมีเวลา ๒๔ ชั่วโมงเหมือนกัน แต่เราไม่เคยทำความดีไว้ หรือทำความดีไม่เพียงพอ แต่บัดนี้เราจะไม่ประมาท เพราะไม่รู้ว่าเราจะอยู่อีกนานแค่ไหน วันนี้ เดือนนี้ และปีนี้จึงเป็นปีที่สำคัญ วันนี้สำคัญที่สุด เดือนนี้สำคัญที่สุด และปีนี้สำคัญที่สุด
ที่พูดอย่างนี้เพราะปีนี้เป็นปีทอง เป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ของเราทรงเจริญพระชนมพรรษาถึง ๗๒ พรรษา เราจึงควรจะกระทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ เพราะเราคนไทย ได้อาศัยแผ่นดินไทย ได้มีพระศาสนาเป็นร่มโพธิ์ทองของชีวิต อาศัยความร่มเย็นจากศาสนาของพระตถาคต เรามีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชธรรม พระองค์ทรงเป็นผู้จุดประกายความหวังของคนไทยทั้งชาติดังประปฐมบรมราชโองการว่า เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม แล้วเราคนไทยล่ะจะตอบแทนพระองค์ได้อย่างไร โดย น้องกิ้ฟ...นำมาฝาก [22 ส.ค. 2556 , 09:31:52 น.] ( IP = 58.9.25.222 : : )
สลักธรรม 7
เพราะฉะนั้นวันนี้ เดือนนี้ ปีนี้ เราจะต้องสร้างความดี รอผัดวันประกันพรุ่งไม่ได้แล้ว วันเวลาไม่คอยท่า เมื่อเราทำความดี วันนี้ เดือนนี้ ปีนี้ได้ก็จะเป็นอุปนิสัยให้กับเราทำดีได้อย่างสม่ำเสมอ และคุ้นเคยกับความดีได้ในปีหน้าจนกระทั่งถึงชาติหน้าต่อไป
ชีวิตที่จะต้องประคับประคองให้พ้นจากบาปธรรมจึงควรหล่อหลอมชีวิตไว้ด้วยความเห็นถูก แสงไฟหรือแสงเทียนที่จุดประกายสาดส่องให้เราเห็นความสว่างไสวแก่สายตาแล้วเราจะต้องนึกถึงความสว่างในจิตด้วย อย่าคิดนอกลู่นอกทางอย่าคิดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว อย่าคิดผัดวันประกันพรุ่ง หันหน้าเข้าวัดกันเถิด มาวัดใจของเราว่า เราจะต่อสู้กับกิเลสได้นานขนาดไหน
และเราจะต้องเป็นผู้ชนะได้สักวันหนึ่ง เพราะเราพ่ายแพ้ต่อกิเลสมานานแล้ว เราจะต้องตั้งเจตนากรรม อย่างดิฉันตั้งเจตนาว่าเราจะมีเทียนของในหลวงตามบทพระราชนิพนธ์แสงเทียน คอยบวงสรวงจิตใจของเราตลอดเวลา ป่าวประกาศร้องอยู่ตลอดเวลาว่า เราจะต้องทำความดี เพราะว่าเราก็หนีไม่พ้นความตาย เราตายแล้วก็ต้องได้รับผลของกรรมต่อไป
ฉะนั้น อย่าให้เทียนสิ้นแสงลงแล้ว เราจะต้องปลูกชีวิตปลูกศรัทธาปสาทะ ปลูกความหวังของเรา เพื่อจะได้เป็นคนที่สมบูรณ์ด้วยอำนาจของสัมมาทิฎฐิ รายการหันหน้าเข้าวัดหมดเวลาลงอีกแล้ว ขอกราบลาท่านผู้ฟังไปก่อน
โปรดติดตามเรื่องต่อไป ![]()
โดย น้องกิ้ฟ...นำมาฝาก [22 ส.ค. 2556 , 09:34:44 น.] ( IP = 58.9.25.222 : : )
สลักธรรม 8ปฐมวัย มัชฌิมวัย และปัจฉิมวัยทั้ง ๓ วัยนี้ทุกชีวิตต้องพานพบนะครับ ถ้าไม่มีธรรมสอนใจ ฝึกจิตไหนเลยจะผลิตปัญญามาสร้างสมบารมีธรรม ในครบงามตามวัยได้
น้องกิ้ฟว่าไหมครับคนเราสามารถปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมได้เสมอ ถ้าเรามีศรัทธานะครับ แต่คนที่ไม่ได้เรียนให้รู้ถึงเหตุและผลได้อย่างดีแล้วศรัทธาที่จะปลูกใจให้งามก็ยากยิ่งจริงๆนะครับ
พี่เณรขออนุโมทนาและขอบพระคุณน้องกิ้ฟอย่างมากนะครับ ที่ช่วยนำทางใจให้หันหน้าเข้าวัดได้ดีมาจนขณะนี้เลยครับ จะรออ่านเรื่องต่อไปนะครับโดย พี่เณร [22 ส.ค. 2556 , 09:35:49 น.] ( IP = 58.9.25.222 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |