มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พระพุทธบัญญัติห้ามฉันเนื้อ ๑๐ อย่าง








พระพุทธบัญญัติห้ามฉันเนื้อ ๑๐ อย่าง


ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ อิสิปตนะมฤคทายวันเขตพระนครพาราณสีนั้น สมัยนั้น อุบาสกสุปปิยะและอุบาสิกาสุปปิยา ๒ คน เป็นผู้เลื่อมใส เป็นทายกกัปปิยการก บำรุงพระสงฆ์อยู่ในพระนครพาราณสี

วันหนึ่ง อุบาสิกาสุปปิยาไปเยี่ยมวิหารและบริเวณทั่วทุกแห่ง แล้วเรียนถามภิกษุทั้งหลายว่า ภิกษุรูปไหนอาพาธ ภิกษุรูปไหนต้องการให้ทำอะไรมาถวายบ้าง ก็มีภิกษุรูปหนึ่งที่ดื่มยาถ่ายและได้บอกอุบาสิกาสุปปิยาว่า ต้องการน้ำเนื้อต้ม อุบาสิกาสุปปิยารับคำว่า จะนำมาถวายเป็นพิเศษให้ แล้วก็กลับไปที่เรือนสั่งชายคนรับใช้ว่า เจ้าจงไปหาซื้อเนื้อสัตว์ที่เขาขายมา

ชายคนรับใช้รับคำแล้วก็เที่ยวหาซื้อทั่วพระนครพาราณสีก็ไม่ได้เนื้อสัตว์ เพราะเป็นวันที่ห้ามฆ่าสัตว์ อุบาสิกาสุปปิยามีความกังวลว่า ภิกษุอาพาธรูปนั้น ถ้าไม่ได้ฉันน้ำเนื้อต้มความอาพาธอาจมีมากขึ้นหรือไม่ก็อาจจะถึงมรณภาพ และการที่รับคำแล้วไม่จัดหาไปถวายนั้นก็เป็นการไม่สมควรเลย

เมื่อคิดดังนี้แล้วได้หยิบมีดหั่นเนื้อมาเชือดเนื้อขาส่งให้หญิงคนรับใช้สั่งว่า นำเนื้อนี้ไปต้นแล้วนำไปถวายภิกษุรูปที่อาพาธอยู่ในวิหาร และถ้ามีใครถามถึงก็ให้บอกว่านางกำลังป่วย เมื่อสั่งความแล้วอุบาสิกาสุปปิยาก็เอาผ้าห่มพันขาและเข้าห้องนอนบนเตียง

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [23 ส.ค. 2556 , 09:31:51 น.] ( IP = 171.97.3.44 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

เมื่ออุบาสิกาสุปปิยะกลับไปถึงเรือนแล้วก็ถามหญิงคนรับใช้ถึงอุบาสิกาสุปปิยาว่าหายไปไหน? เมื่อได้รู้ว่าไม่สบายนอนอยู่ในห้องนอนจึงเข้าไปถามอาการ อุบาสิกาสุปปิยาได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้ทราบ อุบาสกสุปปิยะก็ดีใจว่า เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ที่ไม่เคยมีใครเคยทำมาก่อน ที่อุบาสิกาสุปปิยามีศรัทธาเลื่อมใสถึงแก่สละเนื้อของตนเอง เพราะฉะนั้นแม้สิ่งอื่นๆ ทำไมนางจะให้ไม่ได้

หลังจากนั้นแล้วก็เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค กราบทูลขอพระผู้มีพระภาคพร้อมด้วยพระสงฆ์ไปรับภัตตาหารในวันรุ่งขึ้นเพื่อเจริญมหากุศล และสร้างความปิติปราโมทย์ พระผู้มีพระภาคทรงรับนิมนต์โดยดุษณีภาพ

อุบาสกสุปปิยะทราบการรับนิมนต์ของพระผู้มีพระภาคแล้วลุกจากที่นั่ง ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค ทำประทักษิณแล้วกลับไป และสั่งให้ตกแต่งของเคี้ยวของฉันอันประณีต รุ่งเช้าก็ให้คนไปกราบทูลภัตกาลแด่พระผู้มีพระภาคว่า ว่าถึงเวลาแล้ว

พระผู้มีพระภาคทรงครองอันตรวาสก แล้วถือบาตรจีวรเสด็จไปสู่นิเวศน์ของอุบาสกสุปปิยะ ครั้นถึงแล้วประทับนั่งเหนือพุทธอาสน์ที่เขาจัดถวายพร้อมด้วยพระสงฆ์ อุบาสกสุปปิยะเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถวายบังคมแล้วได้ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [23 ส.ค. 2556 , 09:33:12 น.] ( IP = 171.97.3.44 : : )


  สลักธรรม 2

พระผู้มีพระภาค ได้ตรัสถามอุบาสกสุปปิยะผู้ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งว่า อุบาสิกาสุปปิยาไปไหน?

อุบาสกสุปปิยะ นางป่วย พระพุทธเจ้าข้า

พระผู้มีพระภาค ถ้าเช่นนั้น เชิญอุบาสิกาสุปปิยามา

อุบาสกสุปปิยะ นางไม่สามารถ พระพุทธเจ้าข้า

พระผู้มีพระภาค ถ้าเช่นนั้น พวกเธอช่วยกันพยุงพามา

ขณะนั้น อุบาสกสุปปิยะได้พยุงอุบาสิกาสุปปิยามาเฝ้า เมื่อนางได้เห็นพระผู้มีพระภาค แผลใหญ่ที่เป็นอยู่ก็มีเนื้องอกขึ้นเต็ม มีผิวพรรณเรียบสนิท เกิดโลมชาติทันที อุบาสกสุปปิยะและอุบาสิกาสุปปิยาก็พากันยินดีว่า เป็นเรื่องอัศจรรย์ที่ไม่เคยมีมาก่อน พระตถาคตทรงมีฤทธิ์มาก ทรงมีพระอานุภาพมาก เพราะพอเห็นพระองค์เท่านั้น แผลใหญ่โตยังงอกขึ้นเต็มทันที มีผิวพรรณเรียบสนิท เกิดโลมชาติ

จากนั้นก็ได้อังคาสภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขด้วยชาทนียโภชนียาหารอันประณีตด้วยมือของตน จนยังพระผู้มีพระภาคผู้เสวยเสด็จแล้ว ทรงนำพระหัตถ์ออกจากบาตรให้ห้ามภัตรแล้ว นั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พระผู้มีพระภาค ทรงชี้แจงให้อุบาสกสุปปิยะและอุบาสิกาสุปปิยา เห็นแจ้ง สมาทานอาจหาญ ร่าเริงด้วยธรรมีกถาแล้ว ทรงลุกจากที่ประทับเสด็จกลับ

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [23 ส.ค. 2556 , 09:34:54 น.] ( IP = 171.97.3.44 : : )


  สลักธรรม 3

ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ในเพราะเหตุที่เป็นเค้ามูลนั้น แล้วทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุรูปไหนขอเนื้อต่ออุบาสิกาสุปปิยา

เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสเช่นนี้แล้ว ภิกษุรูปนั้นได้ทูลรับต่อพระผู้มีพระภาคว่า ข้าพระพุทธเจ้า ได้ขอเนื้อต่ออุบาสิกาสุปปิยา พระพุทธเจ้าข้า

พระผู้มีพระภาค เขานำมาถวายแล้วหรือ ภิกษุ
ภิกษุ เขานำมาถวายแล้ว พระพุทธเจ้าข้า
พระผู้มีพระภาค เธอฉันแล้วหรือ ภิกษุ
ภิกษุ ฉันแล้ว พระพุทธเจ้าข้า
พระผู้มีพระภาค เธอพิจารณาหรือเปล่า ภิกษุ
ภิกษุ มิได้พิจารณา พระพุทธเจ้าข้า

พระพุทธบัญญัติห้ามฉันเนื้อมนุษย์


พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษ ไฉนเธอจึงไม่ได้พิจารณา แล้วฉันเนื้อเล่า เธอฉันเนื้อมนุษย์แล้ว การกระทำของเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถารับสั่งกับภิกษุทั้งหลายว่า

ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาคนที่มีศรัทธาเลื่อมใสมีอยู่ เขาสละเนื้อของเขาถวายก็ได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงฉันเนื้อมนุษย์ รูปใดฉัน ต้องอาบัติถุลลัจจัย อนึ่ง ภิกษุยังมิได้พิจารณา ไม่พึงฉันเนื้อ รูปใดฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [23 ส.ค. 2556 , 09:36:33 น.] ( IP = 171.97.3.44 : : )


  สลักธรรม 4

พระพุทธบัญญัติห้ามฉันเนื้อช้าง


ก็โดยสมัยนั้นแล ช้างหลวงล้มลงหลายเชือก สมัยอัตคัตอาหาร ประชาชนพากันบริโภคเนื้อช้าง และถวายแก่พวกภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาต ภิกษุทั้งหลายฉันเนื้อช้างประชาชนจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรจึงได้ฉันเนื้อช้างเล่า เพราะช้างเป็นราชพาหนะ ถ้าพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบคงไม่ทรงเลื่อมใสต่อพระสมณะเหล่านั้นเป็นแน่ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.

พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติห้ามแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงฉันเนื้อช้าง รูปใดฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ.


พระพุทธบัญญัติห้ามฉันเนื้อม้า


สมัยต่อมา ม้าหลวงตายมาก สมัยอัตคัดอาหาร ประชาชนพากันบริโภคเนื้อม้า และถวายแก่ภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาต ภิกษุทั้งหลายฉันเนื้อม้า ประชาชนจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่าไฉนพระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรจึงได้ฉันเนื้อม้าเล่า เพราะม้าเป็นราชพาหนะ ถ้าพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบ คงไม่เลื่อมใสต่อพระสมณะเหล่านั้นเป็นแน่

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติห้ามแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงฉันเนื้อม้า รูปใดฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ.


พระพุทธบัญญัติห้ามฉันเนื้อสุนัข


สมัยต่อมา ถึงคราวอัตคัดอาหาร ประชาชนพากันบริโภคเนื้อสุนัข และถวายแก่พวกภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาต ภิกษุทั้งหลายฉันเนื้อสุนัข ประชาชนจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่าไฉนพระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรจึงได้ฉันเนื้อสุนัขเล่า เพราะสุนัขเป็นสัตว์น่าเกลียด น่าชัง

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติห้ามแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงฉันเนื้อสุนัข รูปใดฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ.

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [23 ส.ค. 2556 , 09:38:33 น.] ( IP = 171.97.3.44 : : )


  สลักธรรม 5

พระพุทธบัญญัติห้ามฉันเนื้องู


สมัยต่อมา ถึงคราวอัตคัดอาหาร ประชาชนพากันบริโภคเนื้องู และถวายแก่พวกภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาต ภิกษุทั้งหลายฉันเนื้องู ประชาชนจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรจึงได้ฉันเนื้องูเล่า เพราะงูเป็นสัตว์น่าเกลียดน่าชัง

แม้พระยานาคชื่อสุปัสสะก็เข้าไปในพุทธสำนักถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้วได้ยืนอยู่ ณ ที่ส่วนข้างหนึ่งได้กราบทูลคำนี้แด่พระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า บรรดาที่ไม่มีศรัทธา ไม่เลื่อมใสมีอยู่มันคงเบียดเบียนพวกภิกษุจำนวนน้อยบ้าง ขอประทานพระวโรกาส พระพุทธเจ้าข้า ขอพระคุณเจ้าทั้งหลายโปรดกรุณาอย่าฉันเนื้องู

ลำดับนั้นพระผู้มีพระภาคทรงชี้แจงให้พระยานาคสุปัสสะเห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ ร่าเริงด้วยธรรมีกถา ครั้นพระยานาคสุปัสสะอันพระผู้มีพระภาคทรงให้เห็นแจ้งสมาทาน อาจหาญ ร่าเริงด้วยธรรมีกถาแล้วถวายบังคมพระผู้มีพระภาคทำประทักษิณกลับไป

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงฉันเนื้องู รูปใดฉันต้องอาบัติทุกกฏ


พระพุทธบัญญัติห้ามฉันเนื้อราชสีห์


สมัยต่อมา พวกพรานฆ่าราชสีห์แล้วบริโภคเนื้อราชสีห์ และถวายแก่พวกภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาต พวกภิกษุฉันเนื้อราชสีห์แล้วอยู่ในป่า ฝูงราชสีห์ฆ่าพวกภิกษุเสีย เพราะได้กลิ่นเนื้อราชสีห์

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติห้ามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงฉันเนื้อราชสีห์ รูปใดฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ.

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [23 ส.ค. 2556 , 09:40:14 น.] ( IP = 171.97.3.44 : : )


  สลักธรรม 6

พระพุทธบัญญัติห้ามฉันเนื้อเสือโคร่ง


สมัยต่อมา พวกพรานฆ่าเสือโคร่งแล้วบริโภคเนื้อเสือโคร่งและถวายแก่พวกภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาต พวกภิกษุฉันเสือโคร่งแล้วอยู่ในป่า เหล่าเสือโคร่งฆ่าพวกภิกษุเสียเพราะได้กลิ่นเนื้อเสือโคร่ง

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติห้ามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงฉันเนื้อเสือโคร่ง รูปใดฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ


พระพุทธบัญญัติห้ามฉันเนื้อเสือเหลือง


สมัยต่อมา พวกพรานฆ่าเสือเหลือง แล้วบริโภคเนื้อเสือเหลืองและถวายแก่พวกภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาต พวกภิกษุฉันเนื้อเสือเหลืองแล้วอยู่ในป่า เหล่าเสือเหลืองฆ่าพวกภิกษุเสียเพราะได้กลิ่นเนื้อเสือเหลือง

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติห้ามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงฉันเนื้อเสือเหลือง รูปใดฉันต้องอาบัติทุกกฏ

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [23 ส.ค. 2556 , 09:41:44 น.] ( IP = 171.97.3.44 : : )


  สลักธรรม 7

พระพุทธบัญญัติห้ามฉันเนื้อหมี


สมัยต่อมา พวกพรานฆ่าหมีแล้วบริโภคเนื้อหมี และถวายแก่พวกภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาตพวกภิกษุฉันหมีแล้วอยู่ในป่าเหล่าหมีฆ่าพวกภิกษุเสียเพราะได้กลิ่นเนื้อหมี

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติห้ามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงฉันเนื้อหมี รูปใดฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ


พระพุทธบัญญัติห้ามฉันเนื้อเสือดาว


สมัยต่อมา พวกพรานฆ่าเสือดาวแล้วบริโภคเนื้อเสือดาว และถวายแก่พวกภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาต พวกภิกษุฉันเนื้อเสือดาวแล้วอยู่ในป่า เหล่าเสือดาวฆ่าพวกภิกษุเสีย เพราะได้กลิ่นเนื้อเสือดาว

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค ทรงบัญญัติห้ามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงฉันเนื้อเสือดาว รูปใดฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ


ตัดความมาจาก พระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕ มหาวรรค ภาค ๒


โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [23 ส.ค. 2556 , 09:43:32 น.] ( IP = 171.97.3.44 : : )


  สลักธรรม 8

ได้อ่านทั้งหมดด้วยความตั้งใจครับผม และเห็นได้ว่า สิ่งพระทธองค์สั่งห้ามนั้น มีทั้งสัตว์ที่มีคุณ สัตว์ที่น่าเกลียด สัตว์ที่กลิ่นแรง ทำให้ได้ข้อคิดมากเลยครับ

เป็นการนำความรู้มาให้อ่านจริงๆครับ เพราะไม่เช่นนั้นก็คงรู้แค่ว่า เนื้ออะไรทานไม่ได้ เพราะพระพุทธองค์ห้ามเท่านั้น โดยไม่รู้ความหมายครับ

ขอบพระคุณมากครับ ที่นำความรู้มามอบให้ครับ

โดย พี่เณร [23 ส.ค. 2556 , 09:45:00 น.] ( IP = 171.97.3.44 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org