| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
วันของแม่
สลักธรรม 1
เราได้แสดงความจงรักภักดีจากหัวใจของปวงชนชาวไทย มีความภูมิใจในความเป็นไทยที่อยู่ภายใต้แผ่นดินไทยที่มีองค์พระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ มีสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถเป็นคู่พระบารมีที่เคียงข้างถักทอ สร้างทางให้กับพี่น้องชาวไทยมาจนทุกวันนี้
![]()
เห่กล่อมขวัญวันลืมตามาพบพักตร์
กระแสรักแผ่ไปอย่างใหญ่หลวง
ธารน้ำนามผสมใจแม่ทั้งดวง
บำรุงเลี้ยงให้ล่วงเจริญวัย
จวบวันนี้จะกี่ปีที่ผันผ่าน
ต้นรักยังแตกก้านกิ่งไสว
ผลิใบรักถักดอกบอกเยื่อใย
จากหัวใจของแม่แผ่คุ้มเงา
และนี่คือแม่ คำว่าแม่ไม่ใช่มีแต่วันที่ ๑๒ สิงหาซึ่งเป็นวันแม่แห่งชาติ แต่ทุกๆ วัน เรามีแม่ ทุกคนเกิดมาต้องมีแม่ การที่เราได้กระทำคุณงามความดีมาจนถึงวันนี้ก็เพราะมีแม่เป็นผู้ให้กำเนิด ขอทุกคน สำรวมใจแล้วนึกถึงแม่ของตัวเองว่า คุณงามความดีที่มีได้มาจนวันนี้ก็เพราะว่าน้ำมือของแม่ที่เลี้ยงมา ขอให้แต่ละคนนึกถึงหน้าของแม่แล้วก็น้อมกุศลที่เกิดขึ้นตั้งแต่เช้าปรารถนาให้แม่นั้น มีความสุข และได้รับกุศลจากใจของเราทุกคน
อนุโมทนากับทุกท่าน วันนี้ก็จะพูดให้ฟังว่า เราจะคิดอย่างไรกับแม่ของเราให้รู้สึกสบายใจที่สุด เพราะไม่มีใครหรอกทีไม่เคยทะเลาะกับแม่ ความไม่พอใจเป็นรากเหง้าของจิตใจที่ได้จากโทสมูลจิต ๒ เมื่อยังมีโทสมูลจิตอยู่ ก็ยังมีความไม่พอใจ ไม่สบอารมณ์ แต่จะพูดออกไปแรงบ้าง เบาบ้าง หรืออดกลั้นเอาไว้ หรือแสดงออกมาเป็นกิริยาก็เป็นเรื่องธรรมดาที่สุด ฉะนั้น เราก็จะต้องแยกให้ได้ว่า การที่เราระลึกถึงพระคุณของใครสักคนหนึ่ง โดยเฉพาะระลึกถึงพระคุณของแม่
ในการตั้งครรภ์นั้น พระอานนท์กล่าวไว้ว่า สตรีผู้นั้นเป็นผู้ที่มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียนอยู่ถึง ๙ เดือน เต็มๆ ไม่ว่าจะนั่ง จะเดิน จะยืน จะกิน ก็ต้องดูแลกัน และสตรีผู้นั้นก็เต็มใจที่เป็นโรคนั้นและในยามคลอดก็เจ็บเหลือเกิน สตรีนั้นก็มีพลังที่ยิ่งใหญ่ที่ทนความเจ็บนั้นได้ เราจึงได้มีชีวิตคลอดออกจากครรภ์มารดามาได้ และท่านได้กล่าวถึงน้ำทั้งสี่อีกว่า
น้ำนมของแม่ อุ่นยิ่งกว่าน้ำใดๆ หวานชื่นใจยิ่งกว่าน้ำทั้งปวง เพราะน้ำนมเป็นน้ำหยดแรก ที่เราได้กิน
น้ำคำของแม่ที่ได้พูดกับเราว่า ลูกอย่างนั้น ลูกอย่างนี้ ทั้งๆ ที่เรายังตอบไม่ได้เลย
น้ำมือของแม่ที่คอยอุ้มคอยปัด คอยเช็ดตัวเรา
และน้ำใจที่ให้เรามาตลอดเวลาโดย น้องกิ๊ฟ [30 ส.ค. 2556 , 15:11:22 น.] ( IP = 1.10.236.105 : : 10.0.1.238 )
สลักธรรม 2
เมื่อเรานึกถึงน้ำทั้งสี่นี้แล้วก็เกิดความรู้สึกว่า เราไม่จำเป็นต้องบอกรัก แต่เรารู้จักว่านั่นคือรัก บางครั้งเราก็บอกไม่ออก หรือตอนนี้เราก็ไม่รู้จะบอกแม่ที่ไหน แต่ก็ระลึกได้ว่า เราจะรักษาชีวิตที่มีมาโดยอาศัยท่านเป็นปัจจัยให้เราทำความดี ถ้าหากใครมีโอกาสทดแทนพระคุณท่าน ก็ทำเสียเถิด เพราะว่าเป็นสิ่งที่เรียกว่า กตเวทิตาคุณที่ยิ่งใหญ่
ในชีวิตแห่งสังสารวัฏฏ์ ท่านบอกว่าบวชเรียนพากเพียรจนสิ้น หยดหนึ่งน้ำนมกินทดแทนไม่สิ้นพระคุณแม่เอย ถ้าพูดในด้านธรรมะแล้วก็จะเห็นวัฏฏะที่หมุนเวียนว่า วันนี้เราทำความดีขนาดนี้ แล้วเราก็อยู่ไปจนตาย แล้วเราก็ได้ไปเกิดเป็นมนุษย์อีก เราก็ต้องมีแม่อีก และเราก็ต้องทดแทนพระคุณแม่ และตัดไม่ขาด มีอุปสรรคในการคิดการทำอยู่ในใจ เราไม่ได้เป็นอิสระเพราะเรามีบุคคลที่เราต้องเนื่องด้วย และการเนื่องด้วยผู้อื่นเป็นทุกข์ยิ่งนัก แต่กับบุคคลท่านนี้เราไม่เนื่องไม่ได้เพราะเราเกิดมาเนื่องด้วยคุณพ่อคุณแม่ การทำวัฏฏะให้หมดไป จึงเป็นการสิ้นสุดทุกอย่าง สิ้นสุดการกระทำทุกๆ อย่างเลย
มีคำถามว่า สวดมนต์แล้วไม่รู้เรื่องทำอย่างไรจึงจะรู้เรื่อง? ก็มีอยู่ ๒ ทางคือ หนึ่ง เราต้องรู้คำแปล เช่น
สัพพีติโย วิวัชชันตุ ความจัญไรทั้งปวงจงบำราศไป
สัพพะโรโค วินัสสะตุ ขอโรคทั้งปวง(ของท่าน) จงหาย
มา เต ภะวันวันตะราโย ขออันตราย จงอย่ามีแก่ท่าน
สุขี ทีฆายุโก ภะวะ ท่านจงเป็นผู้มีความสุขมีอายุยืน
ฉะนั้น เราแปลให้ได้ก็จบ หรือสองถ้าแปลไม่ได้ก็ต้องทำในสิ่งที่เรารู้เรื่อง เช่น การกรวดน้ำพอพระขึ้น สัพพี ติโย เราก็ตั้งใจอุทิศ พูดหรือนึกขึ้นว่า ขอให้กุศลผลบุญนี้ให้แก่พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ซึ่งเราก็มีเป้าหมายอยู่แล้ว แทนที่เราจะไปฟังพระแบบไม่รู้เรื่อง เราก็ระลึกถึงพระคุณของพ่อของแม่ หรือบุพพการี หรือปู่ย่าตายายที่ล่วงลับว่า กุศลที่เราได้ทำในวันนี้ให้บังเกิดแก่ท่านเหล่านั้น โดย น้องกิ๊ฟ [30 ส.ค. 2556 , 15:11:45 น.] ( IP = 1.10.236.105 : : 10.0.1.238 )
สลักธรรม 3
อาจารย์เคยนำลูกศิษย์พูดแข่งกับพระ พระสวดไปเราก็แปลตามไป ขอให้กุศลที่ข้าพเจ้าได้กระทำในวันนี้จงได้เป็นพลวปัจจัยให้บังเกิดผลแก่พ่อแม่ปู่ย่าตายายครูอาจารย์ ญาติพี่น้อง สัตว์ทั้งหลาย คือเราพูดของเราไป เสร็จแล้วพอกรวดน้ำ ก็จะมีตอนพระให้พร ก็พนมมือรับไหว้เท่านั้นเอง การที่เราทำอะไรให้รู้เสีย มันก็สบายมันจะได้ไม่เป็นกังขาในใจด้วย มันไม่ยากเลย
ยถา วาริวะหา ปูรา ห้วงน้ำที่เต็ม ย่อมยังสมุทรสาคร
ปะริปูเรนติ สาคระรัง ให้บริบูรณ์ได้ ฉันใด
เอวะเมวะ อิโต ทินนัง ทานที่ท่านอุทิศให้แล้วแต่โลกนี้,
เปตานัง อุปะกัปปะติ ย่อมสำเร็จพระโยชน์แก่ผู้ที่ละโลกนี้ไปแล้วฉันนั้น
อิจฉิตัง ปัตถิตัง ตุมหัง ขออิฏฐพลที่ท่านปรารถนาแล้วตั้งใจแล้ว
ขิปปะเมวะ สะมิชฌะตุ ขอความดำริทั้งปวงจงเต็มที่
สัพเพ ปูเรนตุ สังกัปปา ขอความดำริทั้งปวงจงเต็มที่
จันโท ปัณณะระโส ยะถา เหมือนพระจันทร์วันเพ็ญ
มะณิ โชติระโส ยะถาฯ เหมือนแก้วมณีอันสว่างไสวควรยินดีฯ
สัพพีติโย วิวัชชันตุ ตรงนี้ของเราแล้ว ตรงท่อนแรกเราก็นึกถึงพ่อแม่ สัพพีติโย วิวัชชันตุ พระท่านบอกว่า ขอความจัญไรทั้งปวง จงบำราศไป เราพนมมือ แต่เราก็แปลเป็น
สัพพะโรโค วินัสสะตุ ขอโรคทั้งปวง(ของท่าน) จงหาย
มา เต ภะวัตวันตะราโย ท่านจงเป็นผู้มีความสุขมีอายุยืน
อะภิวาทะนะสีลิสสะ ธรรมสี่ประการคือ อายุ วรรณะ
นิจจัง วุฑฒาปะจายิโน สุขะ พละ ย่อมเจริญแก่บุคคล
จัตตาโร ธัมมา วัฑฒันติ ผู้มีปกติกราบไหว้ มีปกติอ่อนน้อม (ต่อผู้ใหญ่) เป็นนิตย์ ฯ
อายุ วัณโณ สุขัง พะลังฯโดย น้องกิ๊ฟ [30 ส.ค. 2556 , 15:12:06 น.] ( IP = 1.10.236.105 : : 10.0.1.238 )
สลักธรรม 4
ในการสวดมนต์นี้อย่างน้อยกายของเราก็สุจริต วจีเรากล่าวพระบาลี พระบาลีนี้เป็นคำที่ศักดิ์สิทธิ์ เราให้วาจาสุจริต มโนสุจริต และเป็นสมาธิด้วย เมื่อเราวางใจของเราคนเดียวว่า เราสวดมนต์เพื่ออะไร เพื่อให้เรามีกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต แล้วน้อมระลึกว่าเป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงดำรัสทั้งสิ้น วันนี้เราเข้าไม่ถึง แต่เราเข้าถึงได้ด้วยกายของเรา กายของเราสงบ ใจของเราก็สงบ ใครได้บุญล่ะ? เราได้บุญ สิ่งที่เราอยากได้ เราไม่ได้คำแปล อย่าลืมว่าสิ่งที่เราทำนี่เหมือนการศึกษา เราไม่ได้อยากจะได้ความทรงจำ เราอยากได้ความเข้าใจ การที่เราทำความดีไป เราไม่ได้อยากได้ดี เราอยากได้บุญ
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาก็ได้ไปทำบุญกับโรงเรียนแห่งหนึ่งที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็เลือกไปก่อนวันแม่พอได้ไปทำแล้ว ก็ได้บุญมาแล้ว แล้วก็เอาบุญตรงนั้นอุทิศกุศลให้กับบิดามารดา และก็รวมพลังกุศลนี้ เพื่อจะมาถวายเป็นสักการะแด่สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เราอยากได้บุญ เพื่อเอาบุญมากราบพ่อกราบแม่ กราบผู้ที่เราเคารพรัก ฉะนั้น ไม่ได้อยากได้ดี เพราะการได้ดี มันไม่เที่ยง ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์ มันเป็นโลกธรรม มีดี มีชั่ว แต่บุญเป็นอริยทรัพย์ ฉะนั้น การที่เราวางใจถูก คิดถูก มันช่วยให้อะไรเกิดขึ้นหลายๆ อย่าง
การสวดมนต์ได้อะไร การสวดมนต์ได้บุญ กายเราสุจริตเป็นบุญ วจีเราสุจริตเป็นบุญ มโนของเราไม่ฟุ้งซ่านก็เป็นกุศล บุญเท่านั้นที่เกิดขึ้น สวดมนต์ ๑๐ นาทีบุญก็เกิดขึ้น ๑๐ นาที สวดครึ่งชั่วโมง บุญก็เกิดขึ้น ครึ่งชั่วโมง นี่คือกำไรชีวิต ถ้าเราคิดเป็น มองเป็น และเห็นเป็น เราก็จะได้เป็นผู้ได้กำไร แต่ถ้าเราคิดไม่เป็น เราก็จะเป็นผู้ที่ขาดทุนย่อยยับ และจะเกิดมิจฉาทิฏฐิว่าสวดไปทำไม
ต้องเริ่มต้นที่เรา อยากให้เขารักเรา เราต้องรักเขาก่อน เหมือนอยากให้เด็กทั้งหมด ที่อยู่ในภายใต้การปกครองของเรา เป็นอย่างไร เราต้องเป็นผู้นำก่อน เราจะให้ผู้อื่นทำเป็นให้หมด แต่เรายังไม่ทำไม่ได้ก็ไม่ควร ฉะนั้น เป็นที่เรา พบที่เรา และได้ที่เราจะดีที่สุดเลย
โดย น้องกิ๊ฟ [30 ส.ค. 2556 , 15:12:29 น.] ( IP = 1.10.236.105 : : 10.0.1.238 )
สลักธรรม 5
ธรรมสังเวชของสัปบุรุษคือ เป็นปัญญา เป็นความรู้จริงว่า คือท่านปลงได้อย่างนั้นจริงๆ แต่ธรรมสังเวชของปุถุชน คือ โทสะ น้อยเนื้อต่ำใจ และอบายภูมิก็ไปด้วยโทสะ ประกอบไปด้วยมิจฉาทิฏฐิ กุศลเป็นเหตุให้เกิดอกุศลก็ได้ อกุศลเป็นเหตุให้เกิดอกุศลก็ได้ บทสวดมนต์นี้เราอ่านแล้ว แม้เราไม่ได้อยู่เฉพาะหน้าพระพักตร์ ไม่ได้ถูกโปรดเฉพาะพระพักตร์ แต่ยังโชคดีที่มีคำของพระพุทธองค์ เราก็คิดต่อว่า ธรรมของพระพุทธองค์ยังมีให้เราได้ศึกษา เมื่อสักครู่นี้อกุศลเกิดขึ้นกับเรา ตอนนี้เราต้องกระตือรือร้นได้แล้ว รู้แล้วก็เป็นธรรมสังเวชของเรา และเราก็คิดให้เป็นกุศลได้
อกุศลเป็นเหตุให้เกิดกุศลได้ ทุกอย่างเราต้องทำเอง ต้องเพิ่มความเพียรเข้าไป ยิ่งเรารู้แล้วว่า ทำไมเราจึงมีชีวิตค้างอยู่มาจนทุกวันนี้ เพราะเราไม่รักดี ความไม่รักดีของเรา เราจึงมีวันนี้อยู่ พระพุทธเจ้าผ่านมากี่พระองค์แล้ว ? เราต้องทำตัวเองให้พร้อมเพื่อพบพระศรีอาริยเมตไตรย เราทำวันนี้เพื่อจะมีวันนั้น เราต้องบรรลุให้ได้ แม้จะไกลอย่างไร เราต้องบรรลุให้ได้ คือเปลี่ยนมุมคิด
และความเข้าใจในการศึกษาก็จะทำให้เราบันเทิงในธรรม พอหยิบอะไรขึ้นมาเราก็สามารถมองเห็นว่าเป็นที่เราตรงไหน มันเกิดขึ้นอย่างไร เช่น ทุกข์กายอยู่ที่ไหน ไม่ใช่อยู่ที่กระดานหรือพื้นแข็ง แต่อยู่ที่ขันธ์ของเราที่เป็นที่รองรับวิบากอกุศล และวิบากอกุศลเกิดขึ้นกับเราเสมอ แรงบ้าง ค่อยบ้าง ความเข้าใจจะทำให้รู้ว่าเมื่อยเป็นทุกข์กายเป็น วิบาก
ขณะนี้เราได้เห็นพระบรมฉายาทิศลักษณ์ คือได้เห็นสิ่งดีเป็นกุศลวิบาก เห็นแล้วก็มีบุญเกิดขึ้น ขณะที่สวดมนต์หรือได้แสดงธรรมหรือได้ฟังธรรมก็เป็นบุญชนิดหนึ่ง พระพุทธเจ้าสอนเรื่องตัวเองเมื่อเราเข้าใจก็จะ บันเทิงในธรรม มีความสุขความปีติเกิดขึ้นแต่ถ้าคิดว่าต้องรู้หนังสือทั้งหมด มันจะไม่บันเทิงในธรรมแล้ว เพราะต้องเรียนเรื่องที่เรายังไม่สามารถเข้าไปพิสูจน์ได้ ก็จะยิ่งทุกข์ในธรรม
ฉะนั้น อยู่ที่เราคิด อยู่ที่มุมของเรา มองอะไรแล้วแต่ก็ให้สะท้อนตัวเองว่านี่ก็คือละครบทต่างๆ เป็นละครองผู้ที่เป็นติเหตุกบุคคล ทวิเหตุกบุคคล อเหตุกบุคคล เป็นละครของคนบาป ละครของคนดีที่ได้จำแนกออกมาเป็นผังจิต เจตสิก และรูปที่อยู่บนกระดานนี้
โดย น้องกิ๊ฟ [30 ส.ค. 2556 , 15:12:49 น.] ( IP = 1.10.236.105 : : 10.0.1.238 )
สลักธรรม 6
คำว่า ปีติ มีทั้งนอกฌานและในฌาน อย่างถวายพระพรเมื่อสักครู่นี้ก็น้ำตาไหลเพราะปีติ คำว่าปีติ แปลว่า อิ่มเอิบใจ แต่อิ่มเอิบใจเกิดขึ้นเพราะพูดได้เต็มปากเลยว่าเป็นคนรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีความความจงรักภักดีที่ไม่มีสีสัน แต่มีสีแห่งดวงใจที่สุจริตและมั่นคง ดวงใจนี้ก็จะผลักให้เกิดน้ำตารื้นขึ้นมา ปีติที่เราได้มีโอกาสเอาความรักของเราแสดงออก หรือปีติที่ได้กล่าวคำออกไป สิ่งที่เราได้กล่าวไปแล้ว ก็ให้เราได้เกิดปีติขึ้นมา นี่คือปีติอย่างหนึ่ง
แต่ถ้าเป็นปีติในฌาน ก็จะใช่ปีติเพราะอารมณ์ภายนอก แต่ปีติเพราะองค์ฌานที่สามารถวางวิตก วิจารได้ จึงต่างกัน และผู้ที่มีจิตที่แนบแน่นเป็นสมาธิละทุกอย่างไปแล้ว ก็จะไม่มานั่งที่นี่เด็ดขาดเพราะอุปสรรคของฌานมีมาก ท่านจะไม่เสี่ยงที่จะเข้ามาอยู่ในโลกียวิสัยที่ทำให้ฌานนั้นเสื่อมได้ง่าย
การกำหนดรูปนามจึงง่ายกว่าเพราะเป็นของที่ไม่ต้องหลับตา อาศัยความรู้สึกตัว แต่การทำฌานต้องทำลายความรู้สึกตัวให้หมด เอาบัญญัติมารู้สึกอย่างเดียว รู้สึกเมื่อยก็ไม่ได้ ต้องข่มไว้เลย ข่มด้วยอำนาจฌาน ต้องรู้ในกสิณหรืออารมณ์ที่เลือกจึงทำยากกว่า
ขอความดีที่ทุกคนทำมา รวมกันเป็นตบะเดชะ พลวปัจจัย ความดีทั้งหลาย กายที่ดีของเรา วจีที่ดี และใจที่ดี มโนที่ดี กราบบูชาพระคุณแม่ของเรา เราจะเป็นคนดี เราจะทำความดี รักษาชื่อเสียงของท่าน กราบด้วยหัวใจ อนุโมทนาทุกท่าน ขอให้มีความสุข ความเจริญ ขอร่มธรรมร่มเงาของแม่จงคุ้มครองเราทุกคน อนุโมทนา
![]()
ขออนุโมทนากับน้องนวล ผู้ถอดเทปโดย น้องกิ๊ฟ [30 ส.ค. 2556 , 15:13:06 น.] ( IP = 1.10.236.105 : : 10.0.1.238 )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |