มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


การพิทักษ์พระพุทธศาสนา (๓)









การพิทักษ์พระพุทธศาสนา (๓)


มหาสติปัฏฐานทั้ง ๔ นี้ คือ หลักใหญ่ที่ทรงประทานไว้ หลักใหญ่ๆ เลยที่พระองค์ทรงประทานไว้ให้เวไนยสัตว์นั้นลุล่วงจากกรรมได้

๑. กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน หมายถึง การคอยสังเกตการเคลื่อนไหวต่างๆ ของกาย นับตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าว่า มีการเคลื่อนไหวอย่างไร ทรงอยู่อย่างไร การกำหนดรู้ซึ่งความเคลื่อนไหวและความทรงอยู่เหล่านั้น เรียกว่า กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน

การเคลื่อนไหวทางกายนับตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าในที่นี้หมายว่า ตั้งแต่ศีรษะตรง เอน ให้เรามีสติคอยกำหนดตามมิให้ขาดสาย หากจะต้องกำหนดโดยตรง ก็คือ ต้องมีความกำหนดรู้ว่าอาการที่ปรากฏอยู่ทางกายนี้ เป็นรูป อะไร นั่งกายนี้นั่ง สติก็ต้องรู้ว่าเป็นรูปนั่ง นอนก็ต้องรู้เป็นรูปนอน คู้ก็ต้องรู้ว่ารูปคู้

ฉะนั้น จะต้องมีสติรู้ในกาย คือ เป็นรูปอะไรให้ชัดเจน และการจะชัดเจนได้ก็คือ คอยสังเกต เหมือนเศษสตางค์ การมีสติหนึ่งครั้ง ก็มีค่าเหมือนเศษสตางค์ มีเยอะแล้วผสมกันมันก็เป็นบาทเอง

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [3 ก.ย. 2556 , 08:35:43 น.] ( IP = 58.11.55.251 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

๒. เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน พระองค์ทรงจำแนกได้ ๒ ประการ คือ เวทนาอันเกิดขึ้นจากจิต ๑ เวทนาอันเกิดขึ้นทางกาย ๑

ในโลกนี้มีอะไรที่เราจะตัดสินได้บ้างว่า มันดีหมด หรือไม่ดี ไม่ได้เลย ไม่น่าเชื่อถือ “สัจจะ” เท่านั้นเอง คือ ความจริงที่น่าเชื่อถือ ก็คือ “พระปรมัตถธรรม”

เมื่อพบเข้า จิตใจก็ไม่สบายในสิ่งที่ไม่อยากพบ เช่น มูลสุนัข หรือสิ่งอะไรต่างๆ ก็เป็นเวทนาอีกอย่างหนึ่ง เรียกว่า ทุกขเวทนา หรือ เราไปพบกับบุคคลเดิมที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย เราก็ไม่มีความรู้สึกสุขสดชื่นยินดี ต้องวางตัว ต้องอ่อนน้อมถ่อมตน หรือ นั่งอยู่เกิดอึดอัด โสกปริเทวะ ความเศร้าโทมนัสกับคนที่เราได้พบ หรือ กับคนที่เราไม่รู้จักเลย ก็มีขึ้นได้ หรือไม่ก็เฉยๆ คือ การวางเฉย นี่ก็เป็นเวทนาอีกอย่างหนึ่ง เรียกว่า อุเบกขาเวทนา เพราะไม่รู้จักก็เลยไม่เลยไปรู้สึกยินดี ไม่รู้สึกไม่ยินดี ทั้งหมดนี้เรียกว่า เวทนาเกิดขึ้นทางจิต

เมื่อได้รับทราบเวทนาทางจิตแล้ว เรามาดูเวทนาทางกาย ขณะท่านทั้งหลายที่กำลังนั่งอยู่ในห้องนี้ ก็มีการปวดขา ปวดปัสสาวะ ปวดคอ ปวดเอว บางคนก็คัน สิ่งเหล่านี้แหละเมื่อเราพิจารณาให้ดี ก็จะรู้ว่ามันเป็นความรู้สึกที่เป็นทุกข์ชนิดหนึ่ง ความรู้สึกเช่นนี้เรียกว่า ทุกขเวทนาที่เกิดขึ้นทางกาย กิริยาทางใจก็ดี ทางกายก็ดี ซึ่งได้เกิดขึ้นมา ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว

หากเราได้พยายามใช้สติกำหนดในกิริยาอาการทางใจก็ดี ทางกายก็ดีทั้งหลายแล้วโดยไม่ให้ขาดสาย การกำหนดเช่นนี้เรียกว่า เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน

ฉะนั้น เวทนามีการเกิดขึ้นทางกาย ทางใจ แล้วทำความเข้าใจ เหมือนกับรูปนั่งไม่ใช่รูปนอน ทุกข์ทางใจ ทุกข์ทางกาย สุขทางใจ สุขทางกาย สุขอันเกิดขึ้นเพราะมีอะไรเป็นเหตุ ต้องหาเหตุ

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [3 ก.ย. 2556 , 08:37:05 น.] ( IP = 58.11.55.251 : : )


  สลักธรรม 2

๓. จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน ขณะที่เรากระทำสิ่งใดก็แล้วแต่ จิตใจของเราย่อมมีอารมณ์เข้ามาแทรกเราอยู่เสมอ หากเรามีความโกรธขึ้นมา หรือนึกปุ๊บโกรธขึ้นมา หรือมีอารมณ์วิบากเก่าๆ ผลของกรรม เราเกิดมาเพราะกรรม อาศัยผลกรรม และต้องจากไปเพราะกรรม

ฉะนั้น อาศัยผลของกรรมที่มากระทบเรา ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ มาให้ผล ถ้าเข้ามาปุ๊บ มีความโกรธขึ้นมา เช่น เห็นอะไรไม่ดี หรือฟังอะไรไม่ดี จิตใจก็รู้สึกโกรธขึ้นมา หรือว่า เราได้อารมณ์ที่ชอบใจขึ้นมา เกิดขึ้นในใจ ปลื้มใจ สุขใจ ปีติใจ ก็รู้สึกชอบขึ้นมา หรือจิตของเราแลบไหลไปในอารมณ์ต่างๆ ก็คือ ฟุ้งซ่าน เมื่อจิตนิ่งอยู่ไม่ได้ คือฟุ้งซ่านไป เราก็รู้อาการของจิตนั้น

อาการทั้งหลายที่จิตเกิดขึ้นต่างๆ โดยเป็นสภาพของเหตุปัจจัย คือ วิบากต่างๆ นั่นเอง เจ้าวิบากต่างๆ มาให้เรารู้สึก เราก็รู้สึกไปโดยไม่ขาดสาย เราอาจจะสามารถกำหนดติดต่อกันได้โดยไม่ให้ขาดระยะ การกำหนดลักษณะนี้เรียกว่า จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [3 ก.ย. 2556 , 08:38:35 น.] ( IP = 58.11.55.251 : : )


  สลักธรรม 3

๔. ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน เป็นเรื่องความกว้างใหญ่ไพศาล ท่านบอกว่า พุทธศาสนิกชนจะเข้าใจได้อย่างซาบซึ้งทั่วถึงได้ยากมาก เพราะฉะนั้น ในที่นี้ พระองค์จึงประมวลธรรมโดยย่อไว้ พอให้เกิดความเข้าใจกันต่อไป

วิธีง่ายๆ คือ ท่านพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย ปรารถนาพ้นทุกข์ไม่มีใครอยากได้ทุกข์ เมื่อเป็นเช่นนี้ ต้องพยายามเจริญวิปัสสนาไม่มีใครอยากจะมีทุกข์ เพราะฉะนั้นพุทธศาสนิกชนต้องเจริญวิปัสสนา

เมื่อไปเจริญวิปัสสนาแล้ว ก็ต้องอาศัยสติปัฏฐาน ๔ เป็นบาท เมื่อสติปัฏฐาน ๔ เป็นบาทแล้ว ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน ขณะที่กำหนดอยู่นี้จิตตามสันดานที่เกิดขึ้น (จิตเดิมไม่มี) มันย่อมจะแลบไปเสพอารมณ์ที่ไม่ใช่อารมณ์ที่กำหนดอยู่ เมื่อจิตแลบไปเสพอารมณ์ที่ไม่ใช่อารมณ์ที่ตนกำหนดอยู่แล้วนี้ ให้กำหนดรู้ว่า เมื่อทำเช่นนี้ได้บ่อยๆ ครั้งแล้วก็จะสงบ สงบอยู่กับอารมณ์ที่กำหนด

เช่น เรากำหนดอยู่ทางกาย เวทนา จิต ที่นี้ทางกายก็แว๊บไป คิดไปแล้ว พอกำหนดเวทนา ก็เป็นเรื่องเป็นราวไปแล้ว พอเรื่องจิตก็คิดเป็นเนื้อเรื่องไป เรารู้ทันทีจิตมีราคะ จิตมีโทสะต่างๆ เป็นธรรมะ ธรรมชาติต่างๆ

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [3 ก.ย. 2556 , 08:40:08 น.] ( IP = 58.11.55.251 : : )


  สลักธรรม 4

ปัญหาใหญ่ๆ ก็คือ เมื่อพุทธศาสนิกชนทั้งหลายทราบถึงความทุกข์ยากลำบากทั้งหลายว่า เช่น การควบคุมจิต หรือการประคองจิตนั้น ความยากที่ปรากฏ ธรรมทั้งหลายที่มันดูยาก กายที่ดูยาก เวทนาที่ดูยาก จิตดูที่ยาก เพราะเป็นธรรมที่เป็นอนัตตา

ฉะนั้น ก็เป็นธรรมตัวหนึ่งที่ปรากฏเด่นขึ้นมา ธรรมชาตินั้นปรากฏขึ้นมาเป็นธรรมานุปัสสนาสติปัฏฐาน ธรรมชาติที่บังคับบัญชาไม่ได้ นี่เป็นหัวข้อหนึ่งที่ใช้คำจำกัดความว่า “ธรรมานุปัสสนาสติปัฏฐาน”

เช่น รัก เกลียด ชอบ ชัง ฟุ้ง ห้ามไม่ได้ ไม่ให้นึก ไม่ให้ต่อ ไม่ให้ฟุ้ง ห้ามไม่ได้ ธรรมชาติที่ห้ามไม่ได้ทั้งหลายนี้ เป็นธรรมชาติที่เป็นสังขตธรรม เป็นธรรมที่ถูกปรุงแต่งจาก อวิชชา และตัณหา ฉะนั้น นี่คือ ธรรมานุปัสสนาสติปัฏฐาน

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [3 ก.ย. 2556 , 08:41:28 น.] ( IP = 58.11.55.251 : : )


  สลักธรรม 5

มีพุทธประวัติตอนหนึ่งว่า การที่พระพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย พึงจะรอดพ้นจากการเกิด แก่ เจ็บ ตาย จะต้องได้อาจารย์ที่เป็นปราการสำคัญ และการที่จะได้อาจารย์ดีนี่เป็นสิ่งที่มิได้หาได้ง่ายๆ

เพราะในสมัยที่สมเด็จพระบรมศาสดาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กำลังทรงพระชนมายุอยู่ ยังไม่ได้เสด็จดับขันธปรินิพพาน พระอานนท์ทูลถามพระบรมศาสดาว่า ถ้าหากว่ามีอาจารย์ดี ได้ปฏิบัติวิปัสสนาแล้ว มรรคผลนิพพานที่ปรารถนานั้นย่อมสำเร็จได้ครึ่งหนึ่งใช่ไหม พระพุทธเจ้าค่ะ

สมเด็จพระบรมศาสดาตรัสว่า ดูกร อานนท์ การที่เธอได้อาจารย์ดีนั้นไม่ใช่เธอจะสำเร็จเพียงครึ่งเดียว เธอย่อมสำเร็จหมดทุกอย่าง ขอยืนยันปัญหานี้ ขอยืนยันคำพูดนี้ เช่น สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงเมื่อพบตถาคตแล้ว การได้พบตถาคตนี้แหละจึงได้มรรคผลนิพพาน สำเร็จหมดทุกอย่าง ครบครัน

ดังนั้น อานนท์เอ๋ย แล้วการได้พบตถาคตนี้ จงอย่าถือว่าถ้ามีครูดีแล้วจะสำเร็จเพียงครึ่งเดียวนะ ที่แท้เป็นการมีครูดีย่อมสำเร็จทุกอย่าง ย่อมเป็นกำไรของชีวิตอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [3 ก.ย. 2556 , 08:43:27 น.] ( IP = 58.11.55.251 : : )


  สลักธรรม 6

และพระฏีกาจารย์ท่านได้อธิบายเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ว่า แต่อย่างไรก็ดี เมื่อได้อาจารย์ดีแล้วนี้ ท่านทั้งหลายก็อย่าได้หลงภูมิใจว่า ฉันได้อาจารย์ดีแล้วย่อมจะได้ มรรคผลนิพพานเองอย่าได้เข้าใจอย่างนั้น ถ้าเผื่อเข้าใจอย่างนั้น ถึงไม่ได้ทำกัน ขอพบพระศรีอาริยเมตตาไตรย พบแล้วพ้นไง แล้วจะไปพบได้ต้องเพียรไป ต้องทำทางไปถึง อย่าได้เข้าใจอย่างนั้นเด็ดขาด

เพราะเมื่อพบอาจารย์ดีแล้ว จงเข้าไปหาท่าน พร้อมกับสมาทานอุโบสถศีล พยายามรักษาอุโบสถศีลนั้นให้มั่นคงเสมือนตนได้นุ่งห่มอาภรณ์ ไม่เป็นคนอุดจาด และพยายามรักษาอุโบสถศีลนั้นให้เสมือนอาภรณ์ที่พันกายแล้ว นุ่งห่มแล้ว จงพยายามปราบปรามจิตที่เคยไหลไปฟุ้งซ่านไปทั่วสารทิศให้มาอยู่ในทิศอันเดียว ซึ่งเรียกว่าสมาธิต่อไป

ฉะนั้น การที่ชักชวนผู้ใคร่ในธรรมทั้งหลาย ในจิตมั่นคงเป็นสมาธินี้เนื่องว่าจิตนั้น อุปมาเหมือนลูกโค ธรรมคติของลูกโคนั้น ย่อมจะไม่มีการอยู่นิ่ง จะวิ่งไปจะวิ่งมา ทำลายสิ่งโน้นสิ่งนี้ไม่มีที่สิ้นสุด ฉันใด จิตของเรามันก็เตลิดเปิดเปิงไปในอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งแล้ว มันก็เพลิดเพลินอยู่ในอารมณ์นั้น จะกลับมายังแหล่งเดิมได้ยาก

เพราะฉะนั้น เราต้องพยายามรักษาจิตที่เปรียบเสมือนลูกโคนี้ ให้ตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์เดียวที่เรียกว่า สมาธิ

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [3 ก.ย. 2556 , 08:45:16 น.] ( IP = 58.11.55.251 : : )


  สลักธรรม 7

การที่จะได้อาจารย์ดีนี่เป็นสิ่งที่มิได้หาได้ง่ายๆ


ตรงนี้ละครับท่านที่ปัจจุบันนี้ขาดแคลนมากจริงๆ และก็เป็นเรื่องที่น่าวิตกมากด้วย กับความรู้ที่ไม่ชัดถึงขั้นไม่ถูก และก็นำมาอบรมต่อๆกันไป

เมื่อต่างได้รับการอบรม จึงติดทั่วไปในใจอย่างชนิดที่หารู้ไม่ว่า ทิศทางไหนคือที่หมายปลายทางแห่งความหลุดพ้นนะครับ

ผมจึงขอก้มกราบขอบพระคุณหลวงพ่อ ที่ประสิทธิประสาทวิชาอันเลิศนี้ให้แก่ชีวิตของผมครับ


โดย พี่เณร [4 ก.ย. 2556 , 07:59:59 น.] ( IP = 58.9.4.154 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org