มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ประโยชน์ของการสนทนาธรรม




ก่อนที่จะกล่าวถึงประโยชน์ของการสนทนาธรรม พี่ดอกแก้วก็มีความปรารถนาให้ท่านสาธุชนได้ตระหนักในธรรม ที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ด้วยนะคะ

ว่าคำสอนของพระพุทธองค์นั้น เกิดขึ้นมาในโลกนี้ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ที่ต้องการให้สัตวโลกนั้น พ้นไปจากความทุกข์นั่นเอง ดังนั้นเราท่านทั้งหลายจะต้องทราบ และเคารพศรัทธาในธรรมนั้นๆอย่างยิ่ง เพื่อความเป็นมงคลแก่ตนต่อไป ด้วยการสนทนาธรรมก็ดี ปฏิบัติธรรมก็ดี ต้องทราบถึงเหตุและผลอย่างชัดเจน
จะได้ไม่ตกอยู่ในความประมาทค่ะ

การสนทนาธรรม ย่อมเกิดประโยชน์ดังนี้ คือ

1. เป็นมหากุศล

2. เป็นคนมีไหวพริบปฏิภาณดี

3. เป็นคมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด

4. ได้ยินได้ฟังธรรมที่ตนยังไม่ได้ฟัง

5. ธรรมะที่ฟังแล้วยังไม่เข้าใจชัดย่อมเข้าใจชัดขึ้น

6. บรรเทาความสงสัยเสียได้

7. ทำความเห็นผิดให้ถูกได้

8. จิตของผู้ฟังย่อมผ่องใส

9. เป็นพลวปัจจัยให้เกิดประโยชน์ 3

10. รักษาปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ ไว้

11. เป็นการให้ธรรมเป็นทาน

12. ทำให้พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองต่อๆ ไป

13. รักษาประเพณีอันดีงามของพระอริยเจ้าไว้

14. ชื่อว่า ได้ดำเนินตามปฏิปทาของนักปราชญ์

ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับ กถาวัตถุ ๑๐ (เรื่องที่ควรพูด) ด้วยนะคะ

โดย พี่ดอกแก้ว [3 ก.ย. 2556 , 08:49:02 น.] ( IP = 58.11.55.251 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ส่วนเรื่องที่ควรพูดหรือนำมาสนทนากัน ท่านก็ทรงวางหลักไว้เป็นอย่างดียิ่ง เรียกว่า กถาวัตถุ ๑๐ คือ

๑. เรื่องที่ชักนำ ให้มักน้อย ปรารถนาน้อย (อัปปิจฉกถา)

๒. เรื่องที่ชักนำ ให้สันโดษ ยินดีในปัจจัยตามมีตามได้ (สันตุฏฐิกถา)

๓. เรื่องที่ชักนำ ให้สงัดจากกิเลส สงัดกาย สงัดใจ (ปริเวกกถา)

๔. เรื่องที่ชักนำ ไม่ให้คลุมคลีกับกิเลส ไม่ให้คลุกคลีเป็นหมู่ (อสังสัคคกถา)

๕. เรื่องที่ชักนำ ให้ปรารภความเพียร (วิริยารัมภกถา)

๖. เรื่องที่ชักนำ ให้บริสุทธิ์ในศีล (สีลกถา)

๗. เรื่องที่ชักนำ ให้จิตตั้งมั่นในสมาธิ ให้ทำใจให้สงบ (สมาธิกถา)

๘. เรื่องที่ชักนำ ให้เกิดปัญญา (ปัญญากถา)

๙. เรื่องที่ชักนำ ให้ทำใจให้พ้นจากกิเลสเครื่องเศร้าหมอง (วิมุติกถา)

๑๐. เรื่องที่ชักนำ ให้เกิดความรู้ความเห็นในความที่ใจพ้นจากกิเลส (วิมุตติญาณทัสสนกถา)

ธรรมทั้ง ๑๐ นี้ละคะที่เราท่านจะต้องเดินตามแบบเพื่อจะได้ไม่ประมาทดังกล่าวไว้คะ

โดย พี่ดอกแก้ว [3 ก.ย. 2556 , 08:51:31 น.] ( IP = 58.11.55.251 : : )


  สลักธรรม 2

ขอถามเพื่อทำความเข้าใจให้ถูกต้องยิ่งขึ้นค่ะว่า การทำบุญเพื่อละกิเลส หรือเพื่อจะละบาปละบุญเพื่อออกจากภวจักรนั้นต้องทำอย่างไร?

โดย ป้าบุญรอด [3 ก.ย. 2556 , 08:53:03 น.] ( IP = 58.11.55.251 : : )


  สลักธรรม 3

สวัสดีครับป้าบุญรอด
แหม..มาเมฆเลยนะครับผม
ถามแบบผู้อาวุโสถามในพระสูตรเลยครับ



ป้าครับ.. การทำบุญเพื่อละกิเลส ..หรือเพื่อจะละบาปละบุญเพื่อออกจากภวจักรนั้น..ก็ต้องปฏิบัติตามมรรค ๘ เท่านั้นครับ หรือจะเรียกว่าเจริญวิปัสสนากรรมฐานก็ย่อมได้ครับไม่ผิดเลยครับผม....แต่ที่สำคัญต้องเข้าใจว่าทำไปเพื่อให้ ศีล สมาธิ ปัญญา มีความสมบรูณ์ จะได้บรรลุมรรคผลนิพพาน และเมื่อมรรคจิตเกิดขึ้นประหานกิเลสแล้ว 4 ครั้งก็เป็นอันจบกันที่ภวจักร สิ้นสุดการเวียนว่ายตายเกิดแล้วครับผมป้าครับ

โดย พี่เณร [3 ก.ย. 2556 , 08:54:15 น.] ( IP = 58.11.55.251 : : )


  สลักธรรม 4

เข้ามาอ่านเรื่องการสนทนาธรรมตามกาลที่พี่ดอกแก้วบอกไว้ และอ่านคำถามแบบถามกันสั้นๆและก็ตอบแบบสั้นๆกระชับดีนะคะ

แต่ว่า "ยังหวังอยู่" ว่าจะมีคำอธิบายที่มากกว่านี้ค่ะ ด้วยประสิทธิภาพของปัญญายังไม่มาก อย่างเรื่องภวจักรนี่ก็ยังหมุนๆไม่ค่อยแจ่มแจ้งนักนะคะ

โดย น้องกิ้ฟ [3 ก.ย. 2556 , 08:55:45 น.] ( IP = 58.11.55.251 : : )


  สลักธรรม 5

สวัสดีค่ะน้องกิ้ฟ สวัสดีค่ะพี่เณร ดีจังเลยค่ะที่เข้ามาร่วมถามตอบกัน อย่างนี้ก็จัดอยู่ในการสนทนาธรรมนะค่ะ

ภวจักรหรือสังสารจักรนั้น ตามรูปศัพท์ แปลว่า ล้อแห่งชีวิต เพราะชีวิตนั้นมีความหมุนเวียนแบบ..กงจักร..ซึ่งหาเบื้องต้นไม่ได้เลยว่ามีมาตั้งแต่ไหนกัน.

ดังนั้นสังสารจักร หรือ สังสารวัฏฏ์นี้ ท่านอุปมาไว้ว่า..เหมือนล้อรถ..ซึ่งมีอวิชชา ( และภวตัณหา ) เป็นดุม เพราะเป็นมูลราก หรือเป็นแกนที่สำคัญ. มีความชรา เป็นกง เพราะเป็นส่วนประกอบรอบนอก และมีธรรม ๑๐ อย่าง คือสังขาร วิญญาณ..เป็นต้นเป็นกำ เพราะเป็นส่วนประกอบภายใน.ติดไว้กับรถ คือภพทั้ง ๓ คือกามภพ รูปภพ อรูปภพค่ะ

ภวจักรนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน

ส่วนที่ ๑. เป็นส่วนเหตุคือกิเลสและกรรม รวมเรียกว่า กรรม..กรรมวัฎฎะ..

ส่วนที่ ๒. เป็นส่วนผล เรียกว่าวิบากกรรม แปลว่าผลของกรรม วิปากวัฎฎะ

นี่แหละคะความหมุนของชีวิต ที่ไม่มีทางหยุดได้เลยถ้าขาดปัญญา

และต้องเป็น ภาวนามยปัญญา นะคะ ขอเสริมเพียงแค่นี้นะค่ะ

โดย พี่ดอกแก้ว [3 ก.ย. 2556 , 08:57:12 น.] ( IP = 58.11.55.251 : : )


  สลักธรรม 6




กราบขอบพระคุณค่ะ

โดย พี่ดา [3 ก.ย. 2556 , 08:58:35 น.] ( IP = 58.11.55.251 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org