มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


การพิทักษ์พระพุทธศาสนา (๔)







การพิทักษ์พระพุทธศาสนา (๔)


เมื่อเราทุกคนได้ทราบถึงธรรมชาติของลูกโคว่า ย่อมปรารถนาจะหนีเตลิดเปิดเปิงไปแล้วไซร้ ต้องพยายามจับลูกโคตัวนั้นมาผูกไว้กับเสา มิให้มันไปสร้างความเดือดร้อนหรือทำลายสิ่งทั้งหลายได้ฉันใด จิตของเราซึ่งสอดแทรกเตลิดเปิดออกไปเพลินในอารมณ์ต่างๆ นาๆ เราจำต้องพยายามดึงจิตนั้นมาผูกกับเสาเช่นกัน

เสาที่นำจิตไปผูกนั้นคืออะไรเล่า ฉะนั้น เราต้องมาค้นหาเสาสำหรับผูกจิตให้เกิดขึ้นในกายของเรา เมื่อเราค้นหาแล้ว ค้นหาเจอไหม ท่านบอกให้ค้นหาก่อน ประการแรก เราก็จะพบเสาที่ง่ายที่สุดคือ ปลายจมูก หรือริมฝีปากบน

เราจะพบที่ปลายจมูกหรือริมฝีปากบน ซึ่งที่แรกจะผูกได้นั้นก็เนื่องมาจากว่า เราสูดลมหายใจเข้าไป ลมหายใจที่เราสูดเข้าไปนั้นย่อมจะกระทบกับปลายจมูก หรือเมื่อเราระบายลมหายใจออกมาจะผ่านไปกระทบกับริมฝีปากบน นี่แหละเป็นเสาที่ผูกมัดจิตไว้

เมื่อเราได้รู้หลักสำหรับผูกจิตของเราแล้ว ขณะที่เรากำหนดจิตของเราอยู่นั้น ในเมื่อเราหายใจเข้าไป เราก็สูดเข้าไป เราย่อมจะกระทบกับปลายจมูกบน เวลาเรากำหนดเราก็รู้กระทบกับลมหายใจเข้านั้น เมื่อเราหายใจหรือระบายลมนั่นออก ลมก็กระทบกับริมฝีปากบนก็กำหนดรู้ โดยมิให้การกำหนดรู้ของเรานี้ขาดระยะ หรือจากกันต้องกำหนดไป ๗๐ - ๘๐ ครั้ง ให้ติดต่อสืบกันไปอย่างนี้

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [4 ก.ย. 2556 , 08:03:21 น.] ( IP = 58.9.4.154 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

กรรมวิธีแห่งการกำหนดลมหายใจเข้า ลมหายใจออกนี้ นอกจากพิสูจน์ให้เห็นความจริงทีละเล็กทีละน้อยแล้ว ก็มิสามารถผูกมัดจิตให้แน่นิ่งได้ เพราะจิตนั้นเตลิดเปิดเปิง ไปไวกว่าที่เราจะจับมันได้ นี่เป็นข้อที่คณาจารย์ทั้งหลายได้ไปประสบมาในการปฏิบัติธรรม

จากเหตุที่ได้พิสูจน์ความจริงนี้ ท่านบอกว่า ร้อยละ ๗๐ - ๘๐ คน ผู้ปฏิบัติสามารถกำหนดผูกจิตไว้ที่ปลายจมูกและริมฝีปากบนได้ สร้างความลำบากให้แก่ผู้ปฏิบัติอย่างมาก

เพราะฉะนั้น พระคุณเจ้ามหาสีสยาดอ โสภาเถระ ซึ่งเป็นอาจารย์ประจำอยู่ที่วัด ศาสนาหิสา นครร่างกุ้ง พระอาจารย์ได้เลือกเฟ้นเครื่องผูกมัดจิตให้ใหม่ โดยเลื่อนจากปลายจมูกและริมฝีปากบนมาที่ท้อง ที่กำหนดยุบหนอ พองหนอ ในขณะที่สูดลมหายใจเข้านั้นลมหายใจเบาเหลือเกิน จึงให้มารู้สึกที่ท้อง และก็กำหนดการเคลื่อนไหว “พอง” รู้สึกอาการพอง รู้สึกอาการยุบ

แต่ที่พ่อศึกษาอยู่แล้วไม่มีคำว่า “หนอ” ให้จิตนั้นรู้สึกในอาการ หายใจเข้า ท้องพอง เหมือนพวกทำโยคะ หายใจออก ท้องแฟบ เพราะตรงนี้จะกำหนดได้ง่ายกว่า

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [4 ก.ย. 2556 , 08:05:43 น.] ( IP = 58.9.4.154 : : )


  สลักธรรม 2

ฉะนั้น ขณะที่ระบายลมหายใจออก สร้างความสะดวกให้แก่สาธุชนผู้ปฏิบัติที่ปลายจมูกและริมฝีปากมากมาย เรียกว่า ได้อาศัยกรรมวิธีเช่นนี้มา จนกระทั่งวันนี้ก็ยังมีอยู่ เมื่อจิตมีความมั่นคงแล้ว เรียกว่ามีเสาแล้ว ผูกไว้ได้แล้ว ก็ให้ตีวงล้อมด้วย ๔ เสา กั้นคอก ก็คือ กาย เวทนา จิต ธรรม ทันที

หรือ ถ้าเผื่อเสาปักดีแล้ว แต่เป็นเสาที่ยังไม่ได้ถูกพระพุทธเจ้าตรวจ หรือเสาที่ยังไม่หมดจากกิเลส ก็ให้พยายามดึงเสาเหล่านั้นมาพิสูจน์ทันที ก็คือ วิตก วิจาร ปีติ สุข ตรงปฐมฌานอันเดียวที่สอนในเรื่องวสี ปัญจมฌานเท่านั้นเอง จากปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน ให้ถึงปัญจมฌาน แล้วมีวสี ดูได้อันเดียว ท่านอธิบายได้แคล่วคล่องมาก

การปฏิบัติตามวิธีการของท่านมหาสีสยาดอ โสภาเถระ ให้กำหนดที่ท้อง เมื่อกำหนดอย่างนี้แล้ว อาการอย่างนี้ก็ทำให้จิตมีที่ปักหลัก เริ่มมีหลักชัย หลักของชัยชนะที่จะดึงจิตกลับมาง่ายๆ เมื่อจิตนั้นคุ้นกับสภาพการเคยชิน คือ “อยู่คนเดียวคอยระวังความคิด อยู่กับหมู่มิตรระวังคำพูด” เป็นเนกขัมมะ หรือ เกิดสันโดษในจิต

ก็พิจารณาดูไปตามสภาพจิตที่รู้อารมณ์ทางกาย เรียกว่า กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน รู้อารมณ์ทางใจ และทางกาย ก็สุขเวทนา กับทุกขเวทนา หรือ เฉยๆ ก็ดูสภาพเวทนานั้น ดูสภาพจิตนั้นให้เห็นว่า ธรรมชาติเหล่านั้นถูกปกคลุมไปด้วย เหตุและปัจจัย เมื่อมีเหตุปัจจัยเกิดขึ้น ย่อมมีผลเกิดขึ้น เมื่อหมดเหตุปัจจัย ผลก็ย่อมดับไปๆ เป็นของธรรมดา

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [4 ก.ย. 2556 , 08:07:47 น.] ( IP = 58.9.4.154 : : )


  สลักธรรม 3

ฉะนั้น ในเรื่องนี้ ได้อธิบายวิปัสสนากัมมัฏฐาน และสมถะกัมมัฏฐานมาอย่างละเอียด คราวนี้มาต่อกันที่ ปริจเฉทที่ ๙

ท่านอาจารย์ของพ่อท่านสอน “จงทำดี อย่าดีแต่ทำ จงพูดแต่ดี อย่าดีแต่พูด จงคิดแต่ดี อย่าดีแต่คิด” ให้จำไว้เลยเป็น ๓ หลัก

เพราะว่าความสวัสดีย่อมมีแก่ผู้ทำดี ความสวัสดีย่อมมีแก่ผู้พูดดี และความสวัสดีย่อมมีแก่ผู้คิดดีตลอดกาล “ทำใดไม่พินิจได้ความคิดเป็นกำนัล ไม่ทำเฝ้าแต่ฝันไม่มีวันจะได้งาน”

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [4 ก.ย. 2556 , 08:09:11 น.] ( IP = 58.9.4.154 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org