มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


การพิทักษ์พระพุทธศาสนา (๕)







การพิทักษ์พระพุทธศาสนา (๕)


สติปัฏฐาน ๔ มี กาย เวทนา จิต ธรรม
กาย คือ รูปขันธ์ องค์ธรรม คือ ตัณหา
เวทนา คือ นามขันธ์ องค์ธรรม คือ ตัณหา
จิต คือ นามขันธ์ องค์ธรรม คือ มานะ
ธรรม มีทั้งรูปและนาม องค์ธรรม คือ ทิฏฐิ


ต้องรู้ทั้งหมด และทำไมต้องเจริญ กาย เวทนา จิต และธรรม เพราะเรามีวิปลาส ๔ จึงต้องเจริญสติปัฏฐาน ๔ เพื่อทำลายวิปลาส ๔

เพราะเรามีความเห็นผิด (โง่) หลงว่ากายนั้นเป็นสุภะ เป็นของดี แท้ที่จริงร่างกายของเรานั้นเป็นอสุภะ เรียกว่าทำลายสุภสัญญา เป็นนิมิตเกิดขึ้นจากพิจารณาอสุภสัญญา ปหานสุภสัญญา องค์ธรรมของสุภสัญญา คือ ตัณหา

เวทนา คือ เวทนาขันธ์ เป็นนามขันธ์ เป็นทุกขสัญญา อารมณ์นี้เป็นทุกข์ แต่เรานึกว่าเป็นสุข เพราะตัณหาลวงล่อให้ก่อเกิด ฉะนั้น นึกว่าเป็นสุข แต่แท้ที่จริง เป็นทุกขัง

จิต คือ วิญญาณขันธ์ เรานึกว่าจิตนั้นเที่ยง เป็นนิจจสัญญา เป็นวิปสลาสธรรม เหมือนไฟนี้ เรานึกว่าติดอยู่ แท้จริงไม่ได้ติดอยู่ นี่คือ ความหลงผิด แท้ที่จริงเป็นอนิจจสัญญา แท้ที่จริงความเห็นอันนี้ คือ มานะ ฉะนั้น เราเจริญเพื่อทำลายนิจจสัญญา ให้เป็นอนิจจสัญญาขึ้นมาแทน

ธรรมชาติ มีทั้งรูปธรรม และนามธรรม ฉะนั้น เราหลงผิดว่าเป็นอัตตสัญญา แท้ที่จริงเป็น อนัตตาสัญญา ธรรม ๔ ประการ นี้ ยังแยกความวิปลาสออกได้เป็น ๓ สาขา คือ ทิฏฐิวิปลาส จิตตวิปลาส สัญญาวิปลาส

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [5 ก.ย. 2556 , 07:50:20 น.] ( IP = 110.168.187.52 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

กาย องค์ธรรม คือ ตัณหา
เวทนา องค์ธรรม คือ ตัณหา
จิต องค์ธรรม คือ มานะ
ธรรม องค์ธรรม คือ ทิฏฐิ


ทิฏฐิวิปลาสรวมเป็นวิปลาสธรรม ๑๒ ประการ ฉะนั้น การปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานนี้เป็นการรื้อสัญญาหมดเลย คือ อวิชชา สังขาร วิญญาณ นาม-รูป อายตนะ ผัสสะ เวทนา ตัณหา อุปาทาน ภพ ชาติ ชรา มรณะ เป็นปฏิจจสมุปบาท คือ เงื่อนเก่าและเงื่อนใหม่

ทั้งเงื่อนเก่าและเงื่อนใหม่ ทำให้ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายเวียนว่ายตายเกิด “ลูกคนขี้คุก” นี่คือการเปรียบให้ฟัง ขอโทษนะ แม่เราที่ท้องเราอยู่นี้ แม่เราไม่ได้นิพพาน แม่เราจึงเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสังสารทุกข์ในตารางชีวิต เมื่อมีปฏิสนธิวิญญาณเกิดขึ้น ปฏิสนธิวิญญาณนั้นเกิดขึ้นในครรภ์มารดา มารดาอยู่ในวัฏฏะก็เหมือนมารดาติดคุก เราก็เป็นลูกคนขี้คุก แม่เราก็มีแม่ ยายเราก็คุก ทวดเราก็คุก

ฉะนั้น ลูกหลาน เหลน โหลน เดนมนุษย์ที่พระพุทธเจ้าเอาไปไม่ได้ เพราะพระพุทธเจ้านั้นเป็นสัตถาเทวมนุสสนัง ผู้ฝึกมนุษย์ เทวดา มาร พรหม ทำไมฝึกมนุษย์ เทวดาแล้ว พวกเรายังเหลืออยู่อีกล่ะ “เดนมนุษย์” “เดนเทวดา” “เดนพรหม” จึงเอาไปไม่ได้

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [5 ก.ย. 2556 , 07:52:30 น.] ( IP = 110.168.187.52 : : )


  สลักธรรม 2

วัฏฏะนี้จึงเป็นภัยอันน่ากลัวเหลือเกิน คือ การเกิด เกิดมาจากอวิชชาและตัณหา เป็นมูลใหญ่ เหตุเก่าและเหตุใหม่เมื่อเกิดแล้ว ทำให้เกิดกิเลสวัฏฏ์ กัมมวัฏฏ์ วิบากวัฏฏ์ เป็นวงกลม ๓ เปลาะ ฉะนั้น ถามว่า เราจะต้องตัดอะไร ต้องตัดกิเลสอย่างเดียวไม่หมดกิเลส ไม่หมดเกิด เพราะฉะนั้นเมื่อมีพิธีการตัดกรรมจึงเกิด เพราะอะไร ..เพราะเมื่อไม่เรียนแล้วจึงพูดผิดๆ พอเรียนแล้วจึงรู้ว่า เราไม่โง่เลย ถ้ามีการตัดกรรมฉันก็ยังเกิด ถ้ามีพิธีตัดกิเลสได้ ฉันก็จะไม่ต้องเกิด แต่จะมีใครตัดกิเลสฉันได้ เพราะกิเลสเกิดขึ้นที่จิต เกิดขึ้นตามอารมณ์ตอนแรก กิเลสเกิดขึ้นตามอารมณ์

ตอนหลังเมื่อปฏิบัติ กิเลสเกิดขึ้นที่จิต เรียนใหม่ๆ กิเลสเกิดขึ้นตามอารมณ์ อารมณ์นั้นเกิดขึ้นเพราะจิตเป็นตัวรู้ ฉะนั้น เมื่อเกิดขึ้นที่จิตแล้วใครเป็นผู้ตัดกิเลส? “จิต” ต้องมีปัญญามา คม หอก คมดาบ นี้จะต้องมาปหาน

จิตยังมีทิฏฐิวิปลาส ก็คือ เห็นผิด ท่านอาจารย์ผู้…ได้กล่าวว่า ไม่มีทำให้ท่านทุกข์ได้นอกจากความเห็นผิดของท่าน เมื่อท่านเห็นถูกท่านก็ไม่มีทุกข์ เมื่อท่านเห็นผิดท่านก็มีทุกข์ ท่านไม่ได้กล่าวตู่พระพุทธพจน์ เพราะพระพุทธเจ้าตรัสว่า “ทุกข์เสมอด้วยขันธ์นั้นไม่มี”

ขันธ์มีได้เพราะความเห็นผิด “ทิฏฐิวิปลาส” คิดว่าชีวิตนั้นเป็นของดี เป็นของสุข เป็นสิ่งที่เที่ยง มีสาระแก่นสาร ฉะนั้น ประเดิมด้วยความเห็นผิดก่อน จำต้องแก้ทิฏฐิก่อน

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [5 ก.ย. 2556 , 07:53:49 น.] ( IP = 110.168.187.52 : : )


  สลักธรรม 3

เพราะถ้าเผื่อมีทิฏฐิอยู่ จิตที่มีอยู่ก็วิปลาสไปด้วย ที่จิตวิปลาสเพราะเห็นผิด จึงเข้าใจผิด เช่น มีใครมาบอกว่า เดี๋ยวนี้มีศัลยกรรมตกแต่งให้เปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อย ต่อขาให้สูงได้ ก็เชื่อ แท้ที่จริง “ไม่จริง”

แต่ที่นี้พอฟังผิด ก็คิดผิด พอไปดูรูป เห็นผิด ไม่ฟังเขา แล้วก็ไปตีเทียบกับของเดิม ว่าใช่ซิ ไม่ใช่ ไม่จริง เพราะเราเห็นผิด พอเข้าไปดูก็เลยเข้าใจผิด พอเข้าใจผิดเพราะสัญญา เวลาที่เห็นกี่ครั้งๆ สัญญาก็เลยจำผิดไป มันผิดเพราะผิดแรก จำให้จิตผิด และก็ทำให้สัญญาผิดไปเลย ก็เรียกว่า ทิฏฐิวิปลาส จิตตวิปลาส สัญญาวิปลาส

คราวนี้ พอเป็นวิปสาสอย่างนี้แล้ว อะไรมาก่อน มันมาก่อนเพราะทิฏฐิจริง แต่คราวนี้มันวนเวียนแล้ว หาเงื่อนต้นเงื่อนปลายไปเจอแล้ว ฉะนั้น พอเจอใหม่ปุ๊บ สัญญาที่ผิดก็เพราะมาจากทิฏฐิ และจิตก็มาปั๊บ เพราะจิตที่คิดผิดและสัญญาและทิฏฐิผิด มันเป็นอัญญมัญญปัจจัยกัน

ฉะนั้น ไม่จริง อย่าเชื่อโดยฟังตามกันมา อย่าเชื่อโดยคาดคะเนเอา

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [5 ก.ย. 2556 , 07:55:13 น.] ( IP = 110.168.187.52 : : )


  สลักธรรม 4

ปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานเพื่ออะไร เรียนมามาก ปฏิบัติน้อย แต่ยาก เพราะการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานเป็นการเปลี่ยนทิฏฐิเพราะ ทิฏฐิวิปลาสเป็นหัวหน้า แต่สัญญาวิปลาสจะต้องมาตีเทียบ คิดผิด จำผิด อวิชชามาตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ และจิตตวิปลาสอยู่ตรงกลาง จิตเลยผิด จิตก็ตก ตกต่ำ

“ไม่มีใครทำให้เธอตกต่ำได้ถ้าเธอไม่ยินยอม ฉะนั้น ก็เพราะเธอยินยอม เธอยอมให้ทิฏฐิครอบงำ เธอให้สัญญามาตีเทียบ เธอจึงจิตตก ตกจากปรมัตถอารมณ์ (รูป – นาม) เพราะอะไร? เพราะมีตามีไว้เห็น... ธาตุรับ ธาตุกระทบ ธาตุรู้ มีอยู่ ๓ ธาตุ

เช่น ตามีไว้ให้เห็นรูป หรือคลื่นแสง รูปารมณ์ แต่เราไม่เคยเป็นแค่รูปารมณ์ (นามเห็น) เราเห็นเลยปรมัตถอารมณ์ไปเป็นบัญญัติอารมณ์ จิตจึงตกจากปรมัตถ์ ไปเป็นบัญญัติ

หู มีไว้ได้ยิน คลื่นเสียง สูง กลาง ต่ำ แต่เราไม่เคยได้ยินเพียงแค่ สัททารมณ์ เราได้ยินเลยปรมัตถอารมณ์ไปเป็นบัญญัติอารมณ์ จิตจึงตกจากปรมัตถอารมณ์ (นาม – รูป) เป็นบัญญัติอารมณ์

จิตตกจากปรมัตถ์อารมณ์ (ตกจากกระดาน) ตกจากกระดานหมากฮอสหมด เล่นนอกเวทีทั้งสิ้นเลย โรงละครขนาดโรงใหญ่อย่างนี้แล้ว เขาให้ดูในโรงเนี้ว่า ใช่ภาพธาตุรู้ หรือธาตุกระทบ ให้ดูว่าอะไรทำอะไร อะไรทำกับอะไร เหตุอยู่ที่ไหน มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [5 ก.ย. 2556 , 07:56:34 น.] ( IP = 110.168.187.52 : : )


  สลักธรรม 5

อะไรทำอะไร ก็คือ การประชุมระหว่างเหตุ ๔ ใหญ่ ๆ ปัจจัยต่างหาก ก็คือ เหตุกับปัจจัยทำงานกัน เกิดอะไรขึ้นบ้าง เกิดรูปารมณ์ สัททารมณ์ คันธารมณ์ รสารมณ์ โผฏฐัพพารมณ์ พอเลยไปจากนี้ก็เป็นจริงสมมุติ จึงตกจากกระดานหมด เพราะทิฏฐิวิปลาส จิตวิปลาส สัญญาวิปลาส

ทิฏฐิเป็นหัวหน้า สัญญามาก่อน เป็นศรให้กลับมาแทงจิตใจ ไม่ไปจากตารางเพราะจิตนั้นตกจากความจริง (ตกขอบแล้ว)

ฉะนั้น ทิฏฐิวิปลาส จิตวิปลาส สัญญาวิปลาส รวม ๓ อย่าง ๓ x ๔ = ๑๒ ประการใหญ่ๆ ซึ่งมาจาก

๑. สุภวิปลาส ที่เห็นว่าสวยงาม โดยทิฏฐิวิปลาส จิตวิปลาส สัญญาวิปลาส = ๑ x ๓
๒. สุขวิปลาส ที่เห็นว่าสุข โดยทิฏฐิวิปลาส จิตวิปลาส สัญญาวิปลาส = ๑ x ๓
๓. นิจจวิปลาส ที่เห็นว่าเที่ยง โดยทิฏฐิวิปลาส จิตวิปลาส สัญญาวิปลาส = ๑ x ๓
๔. อัตตวิปลาส ที่เห็นว่าเป็นตัวเป็นตน โดยทิฏฐิวิปลาส จิตวิปลาส สัญญาวิปลาส = ๑ x ๓

เมื่อเข้าใจแล้วว่ามาจากไหน ก็มาดูวิธีแก้ แล้วก็มาดูว่าวิปลาสคืออะไร

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [5 ก.ย. 2556 , 07:58:53 น.] ( IP = 110.168.187.52 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org