มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ปรับใจให้สงบเพื่อพบกับความรู้จริง








ปรับใจให้สงบเพื่อพบกับความรู้จริง
ธรรมะบรรยายโดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร
วันอาทิตย์ที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๖



ความสงบของจิตคือการที่จิตนั้นไม่ฟุ้งซ่าน ไม่นึกไปในเรื่องอื่น แต่นึกอยู่ในเรื่องเดียว หรือรู้สึกอยู่ในเรื่องเดียว นี่คือสมาธิ แต่หลายๆ คนอาจเข้าใจผิดว่า สมาธิคือความนิ่งเลยไม่รู้อะไรเลย ฉะนั้น การที่เรามาเริ่มต้นฝึกสมาธิเพื่อให้มีพลังจิต ด้วยการพูดออกเสียงคำว่า “โอมหัง วันโท นะโม พุทธายะ” ก็เท่ากับเรามีคำบริกรรม เหมือนเป็นกสิณเหมือนกัน ให้ทุกคนท่องคำว่า “โอมหัง วันโท นะโม พุทธายะ” สัก ๒๐ ครั้งหรือทำจนกระทั่งเหมือนกับว่าเราไม่ได้นึกเรื่องอื่นแล้ว มันก็จะอยู่กับความรู้สึกว่า “โอมหัง วันโท นะโม พุทธายะ”

จากนั้นแล้วเราก็ภาวนาในใจ แล้วดูลมหายใจ คือการควบคุมใจของเราไว้ แต่ใจของเรานี้ห้ามยาก ถ้าหากมันเริ่มแว่บออกไปแล้ว ก็ให้พูดออกเสียงอีกว่า “โอมหัง วันโท นะโม พุทธายะ “ สัก ๓ ครั้ง แล้วให้พยายามตัดเรื่องที่คิดออกไป หยุดออกเสียงแล้วดูลมหายใจ เมื่อไหร่ที่มันแว่บออกไป เราก็ออกเสียงท่องใหม่ นี่คือการกล่อมใจของตัวเองให้กลับมาอยู่ในสมาธิ ซึ่งต่างกับวิปัสสนาเมื่อแว่บออกไปเรากำหนด”นามฟุ้ง”

เมื่อเราทำสมาธิได้สักพักหนึ่งแล้ว อาการที่เรานั่งตัวตรงอย่างสำรวมนี้ก็จะมีความตึงขึ้นมา ซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่งความรู้ชัดได้ สมมุติว่าใครที่ปวดหลังง่าย พอทำสมาธิไปได้สักพักหนึ่ง มันก็จะตึงที่หลังเพราะ ในขณะนั้นเราต้องใช้ขันติคือความอดกลั้นอดทนต่อความลำบากของเรา ใจของเราก็จะเริ่มมีพลังขึ้นมาแล้วคือเริ่มสงบนั่นเอง

คำว่า “สงบ” คือ สงบจากเรื่องอื่น แต่อยู่กับเรื่องเดียว พออยู่กับเรื่องเดียวได้ หรือมาดูลมหายใจได้แล้ว สักพักหนึ่งก็จะมีความเมื่อย เราก็หยุดคำภาวนา หยุดการดูลมหายใจ แต่มารู้ในอาการ ก็คืออาการของทุกข์ อาการของเวทนา แล้วก็เจริญวิปัสสนาต่อไป

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [10 ก.ย. 2556 , 11:08:37 น.] ( IP = 125.27.160.236 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1




บางคนท่อง โอมหัง วันโท นะโม พุทธายะ แค่ ๓ ครั้ง แล้วก็กำหนด “นามเมื่อย” ซึ่งจริงๆ ตอนนั้นยังไม่ได้เมื่อยหรอก จึงบอกว่าท่องสัก ๒๐ ครั้งแล้วเราก็ดูลมหายใจต่อ แล้วก็ค่อยเจริญวิปัสสนา อย่าลืมว่าอย่าทิ้งสมาธิ เพราะสมาธิก็มีพลังช่วยเราได้ เมื่อเราทำสมาธิไปก็เท่ากับสร้างสมกุศลไปเรื่อยๆ เช่นกัน ฉะนั้น เราต้องเก็บสะสมความดีทุกอย่าง ทำให้ได้ทุกวันและก็ต่อด้วยวิปัสสนาทุกๆ วัน นี่ก็คือการเริ่มต้นที่ดี

มีคำถามว่า ทำไมจึงปฏิบัติวิปัสสนาได้ดีในเวลาตื่นนอนใหม่ๆ เพราะในการปฏิบัติวิปัสสนานั้นเป็นการไปเพ่งมองธรรมชาติ แต่ในระยะแรกก็จะเหมือนเราเอาปริยัติเข้าไปในห้องปฏิบัติด้วย ฉะนั้น ห้องปฏิบัติซึ่งเป็นเรือนเปล่านี้ก็จะเป็นที่พึ่งของเราได้ด้วยการเป็นสถานที่ที่ให้เรานำความรู้เข้าไปใช้เป็นอาวุธ ฉะนั้นความรู้ปริยัติคืออาวุธที่ทุกคนมี ประกอบกับพลังศรัทธาที่เราตั้งใจไปปฏิบัติก็จะทำให้เรามีกำลังใจที่จะอยู่ในห้องว่างเปล่านั้นได้ แต่อย่าลืมว่าในพลังศรัทธานี้ก็ยังอนุสัยกิเลสซ่อนอยู่ ความปรารถนาในอารมณ์ที่ดีก็ยังมีอยู่ จึงผลักดันให้เกิดการกระทำเพื่อสนองตอบอารมณ์อยู่

เพราะโดยสภาวธรรมแล้วเรายังมีทิฏฐานุสัย เราจึงตั้งใจไปเพ่งดูสิ่งต่างๆ ใส่ใจที่จะรู้สภาพธรรมชาติรอบข้าง การที่เรากำหนด รูปนั่ง รู้สึกในอาการ บางครั้งความรู้สึกตัวในอาการมันก็รู้สึกโดยอัตโนมัติ แต่บางครั้งมันก็รู้สึกด้วยความมีของเก่าเข้าไปรู้สึก แต่เมื่อเราทำต่อเนื่อง ๗ วัน ๘ วัน ๙ วัน แล้วเราอยู่ในที่แคบๆ ไม่ได้ทำงานอื่นเลย ความปลิโพธอื่นๆ ไม่มี พอได้นอนหลับ ก็เหมือนกับชีวิตของเรากลับไปในที่มืด แต่อาวุธของเราที่เราลับเอาไว้ มันตื่นพร้อมกับความสว่าง

ฉะนั้น เปรียบว่าการนอนหลับ เหมือนผู้มืดอยู่ แต่พอตื่นขึ้นมาก็เหมือนปัญญามันเกิดความสว่างขึ้นมาในขณะนั้น โดยที่เราไม่ได้ไปตั้งใจดู แต่ก็เห็นชัด จึงรู้สึกตัวในอาการนั้นชัดๆ คือรูปนิ่งๆ เช่น เอียงอยู่ก็รู้ว่ารูปนี้มี นี่เป็นปรากฏการณ์ของสติที่เกิดขึ้นมาทำงานทันที ในรูปนั้นในอาการนั้น ซึ่งผิดกับตอนกลางวันคือสติมันถูกใช้ให้ทำงาน แต่ตอนตื่นนี้สติที่ดีแล้ว ฝึกดีแล้ว จึงมาทำงานได้ดีนั่นอง

ฉะนั้น ทุกวันนี้เรามีอาวุธทุกคน ห้องปฏิบัติเป็นห้องเปล่าๆ ไม่มีอะไรเลย แต่ความรู้ของเราในวิปัสสนาว่ากำหนดอย่างไร การวางใจอย่างไรถึงจะถูกต้อง จึงเป็นอาวุธสำคัญ ตรงนี้จึงเป็นข้อสำคัญว่าตอนเรียนต้องได้อาวุธ ไม่ใช่ได้ตัวหนังสือไปมาก แต่ต้องรู้ถูกให้มาก เพราะความรู้ถูกนั้นเป็นอาวุธสำคัญ ซึ่งหลวงพ่อท่านปรารถนาดีและเตือนพวกเรามาเสมอว่า

โดย น้องกิ๊ฟ [10 ก.ย. 2556 , 11:09:05 น.] ( IP = 125.27.160.236 : : )


  สลักธรรม 2




“คิดให้ดีนะลูก วันหนึ่งๆ เราทำตนเองให้พ้นทุกข์จริงๆ คือพ้นจากความวิปลาสมากไหม

คิดให้ดีนะลูก วันหนึ่งๆ เราสร้างภพก่อภพนับถ้วนไหม

หยุดเพลิดเพลินลงบ้างได้แล้ว ทำไปทำไม มีคำนี้ถามตนเองบ่อยๆ นะ

และตอบตนเองแบบคนดีเสียที อย่าตอบแบบชาวโลกที่ไร้ปัญญาตอบเข้าข้างตนเองนักเลย

หยุดผูกรัดตนเองกับเรื่องนอกตนที่ไม่สามารถนำไปชาติหน้าลงกันบ้าง

เพราะนั่นคือของหนักที่ถ่วงชีวิตให้ก้าวได้ช้า หรือไม่ก็คือเครื่องตรึงชีวิตไว้กับความทุกข์แท้จริง

ทุกข์ คือ สิ่งที่หนีไปได้ยากนะลูก

อย่าลืม...บ้านก็ดี สมบัติก็ดี คนรักคนถูกใจก็ดี (รวมถึงสายโลหิตด้วย)

เป็นโซ่ตรวนที่ถูกล็อกด้วยกุญแจดอกใหญ่ ที่ลูกกุญแจหล่นหาย..

รวมความว่าเราและของๆ เราเป็นทุกข์แท้นั่นเองหนทางเดียว

และกุญแจดอกเดียวเท่านั้นที่จะไขและนำให้ลูกเดินทางออกจากทุกข์ได้ คือ ญาณปัญญา”



โดย น้องกิ๊ฟ [10 ก.ย. 2556 , 11:09:34 น.] ( IP = 125.27.160.236 : : )


  สลักธรรม 3




ฉะนั้น อย่าทิ้งสิ่งที่ได้ เพราะมันจะเปล่าประโยชน์ อะไรไม่ได้ใช้มันก็เสื่อม ให้นึกถึงคำเตือนที่ว่า ให้เราคิดให้ดี ว่าวันๆ หนึ่ง เราทำตนเองให้พ้นทุกข์จริงๆ กันหรือยัง ความพ้นทุกข์ในที่นี้ก็คือ ความพ้นจากความวิปลาส

วิปลาสก็คือ อารมณ์ต่างๆที่มากระทบแล้วเราก็จำจองอารมณ์นั้นด้วยความคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เช่น สวย งาม ดี ไม่ดี สิ่งเหล่านี้เรามีบัญญัติไปตัดสิน ก็เป็นความวิปลาสทั้งนั้น

คำที่ท่านถามว่า “คิดให้ดีๆ นะ วันๆ หนึ่ง เราสร้างภพก่อภพกันนับถ้วนไหม? ต้องตอบในใจว่า “ไม่ถ้วน” เพราะตั้งแต่เช้าลืมตาจนหลับตาไป เราก่อภพก่อชาติให้กับตนเองนับไม่ถ้วน ท่านจึงให้หมั่นระลึกอยู่เสมอว่า ขืนเป็นไปอย่างนี้ต่อไป เราก็เป็นเหมือนลูกข่าง เอาเชือกมาพันๆๆ แล้วไม่เป็นตัวของตัวเอง ถูกปาด้วยตัณหา ถูกปาด้วยอวิชชา แล้วก็หมุนติ้วอยู่อย่างนั้น จนหมดแรง และตัณหามันไม่ได้หยุดแค่นั้น มันก็ปาอีก เหวี่ยงอีก เราก็เป็นลูกข่าง ซึ่งมีตะปูตัวเดียว แต่แบกของไว้หนัก หัวโต ทำอะไรก็ไม่รู้

ฉะนั้น หยุดผูกรัดตัวเองกับ เรื่องนอกตนที่ไม่สามารถนำไปชาติหน้าลงบ้าง เพราะนั่นก็คือของหนักที่ถ่วงให้เกิดการก้าวช้า หรือไม่ก็คือเครื่องตรึงชีวิตไว้กับความทุกข์อย่างแท้จริง และทุกข์นี้ก็ไม่ใช่แค่ปวดเมื่อย แค่ไม่สบายกาย ไม่สบายใจ แต่ทุกข์คือสิ่งที่หนีไปได้ยาก

บ้านก็ดี สมบัติก็ดี คนรัก คนถูกใจ ก็ดีรวมถึงสายโลหิตด้วย เป็นโซ่ตรวนที่ล็อกด้วยกุญแจดอกใหญ่ ที่ลูกกุญแจหล่นหาย ก็นึกถึงว่าเราเอาโซ่มาพันตัวเอง โซ่รถไฟ แล้วก็ล็อกด้วยกุญแจ ไม่มีทางไขได้ เพราะลูกกุญแจได้หล่นหายไปแล้ว รวมความว่าเราและของๆ เราเป็นทุกข์แท้จริงนั่นเอง

โดย น้องกิ๊ฟ [10 ก.ย. 2556 , 11:10:00 น.] ( IP = 125.27.160.236 : : )


  สลักธรรม 4




หนทางเดียวและกุญแจดอกเดียวเท่านั้น ที่จะไขและนำลูกเดินออกจากทุกข์ได้ ก็คือ ญาณปัญญา นับตั้งแต่นามรูปปริจเฉทญาณขึ้นไป ตรงนี้แหละคือสิ่งที่เราจะต้องเพียรพยายาม ให้มีกุญแจดอกนั้นในชิวิตให้ได้ ไม่ใช่ญาณปัญญาธรรมดา แต่เป็นญาณปัญญา ก็คือตั้งแต่นามรูปปริจเฉทญาณขึ้นไป

แล้วเราก็รู้แล้วว่านามรูปปริจเฉทญาณ จะเกิดขึ้นได้อย่างไร ก็เกิดขึ้นจากการปฎิบัติวิปัสสนากรรมฐาน และการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน มีอะไรไปกำหนด มีรูปนามไปกำหนด เมื่อมีรูปมีนามไปกำหนด แน่นอน เมื่อเหตุปัจจัยพร้อม รูปนามนี้แหละ ก็จะโชว์ตัวเองออกมา ให้เราเห็น เรียกว่าญาณปัญญา

เมื่อก้าวขึ้นญาณปัญญาได้ กุญแจดอกสำคัญ ที่เคยหล่นหาย เหมือนหยิบเข้ามาไว้ในมือเรา พอเกิดอุทยัพพยญาณขึ้นมาคือญาณที่ ๔ แทนที่จะถือไว้เฉยๆ เรียกว่าเราเอาดอกมันจี้ไปในรูแม่กุญแจแล้ว แล้วก็ไขแกร๊ก จนถึงนิพพิทาญาณคือกำลังไข ส่วนที่เลยนิพพิทาญาณขึ้นไป ก็เท่ากับกำลังปลดโซ่ตรวนเพื่อจะก้าวสู่มรรคญาณ ผลญาณ

ขออำนาจพลวปัจจัยในกุศลที่ทุกคนได้ทำเป็นอาจิณ จงเป็นตบะเดชะ พลวะปัจจัยให้สามารถทำตนเอง สนองชีวิตตนเอง ซึ่งเกิดมาได้ยาก อยู่ได้ยาก และเป็นคนดีได้ยาก และเดินไปในทางดีได้ยากยิ่ง ก็ขอให้อำนาจกุศลผลักดัน อุ้มชูอุปการะ ให้ทุกท่านสามารถพยุงตนเองให้เบาจากกิเลสตัณหา และพาตนเองไปค้นเจอกุญแจดอกนั้น และเป็นมาสเตอร์คีย์ที่ไขชีวิตออกจากการเวียนว่ายตายเกิดได้ถ้วนหน้ากัน ทุกท่านทุกคน อนุโมทนาค่ะ




ขออนุโมทนากับน้องนวล ผู้ถอดเทป

โดย น้องกิ๊ฟ [10 ก.ย. 2556 , 11:10:19 น.] ( IP = 125.27.160.236 : : )


  สลักธรรม 5

ขอบคุณน้องกิ้ฟมากเลยครับ กับเรียงถ้อยร้อยธรรม ที่นำมาฝากเสมอ ได้ประโยชน์มากจริงๆครับ สำหรับการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมชีวิตครับผม


โดย พี่เณร [11 ก.ย. 2556 , 08:19:48 น.] ( IP = 110.168.166.29 : : )


  สลักธรรม 6


อนุโมทนา สาธุค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [11 ก.ย. 2556 , 13:09:52 น.] ( IP = 27.145.254.7 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org