มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


วินัยธรรมนำสันติสุข




วินัยธรรมนำสันติสุข
จากหนังสือธรรมสารทัศน์...
โดยพระธรรมกิตติวงศ์


ขอความสุขความเจริญและเมตตาธรรมจงเกิดมีแก่ท่านผู้ฟังทั้งหลาย

ทุกท่านย่อมมีความรู้สึกคล้ายกันว่า ปัจจุบันนี้บ้านเมืองเราสังคมเรามีความวุ่นวายสับสนและหาความสงบสุขได้ยากขึ้นเรื่อยๆ ความปลอดภัยในทรัพย์สินในชีวิตร่างกายลดน้อยลง ต่างอยู่กันอย่างหวาดผวา แม้จะหาวิธีแก้ไขกันจากทุกฝ่ายก็ยังไม่เกิดผลเป็นที่น่าพอใจ ปัญหาส่วนใหญ่นั้นว่ากันว่ามาจากคน คนเป็นผู้นำพิษภัยมาให้แก่คนด้วยกันเองและลามไปถึงธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมถูกคนทำอันตรายก็เลยส่งผลกระทบมาให้แก่คนผู้ทำอันตรายนั่นเองอย่างหนีไม่พ้น จึงทำให้คนเดือดร้อนเป็นทวีตรีคูณ ไหนจะจากคนด้วยกัน ไหนจะจากสิ่งแวดล้อม นี่คือความรู้สึกที่เกิดขึ้นทั่วไปทุกหนทุกแห่ง

ความจริงความเดือดร้อน ความสับสนวุ่นวาย และความไม่สงบสุขอย่างนี้ได้เกิดขึ้นเป็นประจำในโลกมานานแล้ว ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาของโลก การที่จะคิดทำให้ตัวเราและสังคมมีความสงบสุข ไม่อยู่ร้อนนอนทุกข์ก็ต้องขึ้นอยู่กับตัวเราและสังคมเอง มิใช่คอยให้ใครหรือผู้ใดมาช่วยเหลือตลอดไป เพราะผู้อื่นแม้จะช่วยได้บ้างก็เป็นบางเรื่องและเป็นบางครั้งเท่านั้น

โดย เซิ่น [11 ก.ย. 2556 , 08:08:26 น.] ( IP = 110.168.166.29 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ด้วยเหตุที่คนเราพบกับความเดือดร้อนกันมานานหลายยุคหลายสมัย จึงมีผู้เป็นปราชญ์ฉลาดในการแก้ปัญหามาขบคิดหาวิธีป้องกันแก้ไข แล้วก็ได้วิธีการที่คิดกันว่าเหมาะสมเพื่อการนี้ คือกำหนดรอบคอบเขตการอยู่ร่วมกันของมนุษย์เข้าไว้

อันว่ากรอบขอบเขตที่กล่าวถึงนั้นเรียกโดยโวหารว่าวินัยบ้าง กฎหมายบ้าง ระเบียบบ้าง และถือปฏิบัติกันมาในหมู่คณะของตน ทำให้ความเดือดร้อนเพราะการเบียดเบียนกันค่อยๆ หมดไป ก่อให้เกิดความสงบสุขขึ้นในหมู่คณะของตนๆ

นี่คือความเป็นมาและวิวัฒนาการของวินัย ซึ่งจะได้แสดงโดยละเอียดต่อไป แม้ในสังคมของพระสงฆ์และอุบาสกอุบาสิกาก็มีข้อกำหนดหรือวินัยเช่นนั้นเหมือนกัน

โดย เซิ่น [11 ก.ย. 2556 , 08:09:37 น.] ( IP = 110.168.166.29 : : )


  สลักธรรม 2

ความหมายของวินัย

คำว่า วินัย นั้นเป็นคำที่คุ้นหูกันอยู่ทั่วไป แต่มักจะเข้าใจแต่เพียงว่าเป็นเรื่องของพระสงฆ์ เป็นเรื่องของศาสนา เพราะเป็นคำคู่กับคำว่าพระธรรมวินัย แท้ที่จริงคำว่าวินัยนี้เป็นคำกล่าวรวมถึงเรื่องระเบียบปฏิบัติไว้ทั้งหมด ระเบียบปฏิบัติอันใดที่เป็นกรอบขอบเขตแห่งการปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติเพื่อความอยู่สงบสุข เพื่อกำจัดการเบียดเบียนกัน ได้ชื่อว่าวินัยทั้งสิ้น เมื่อกล่าวโดยรวมแล้ววินัยมีที่มาที่ไป ๓ แบบคือ

- วินัยที่เป็นบทบัญญัติ
- วินัยที่เป็นธรรมเนียมประเพณี
- วินัยที่เป็นคุณธรรม

วินัยที่เป็นบทบัญญัติ ได้แก่กฎเกณฑ์ต่างๆ ที่บัญญัติหรือกำหนดกันเข้าไว้แล้วยอมรับว่าเป็นกติกาสังคมสำหรับปฏิบัติเป็นแบบเดียวกันของสังคมหรือหมู่คณะนั้นๆ ซึ่งมีชื่อเรียกหลายอย่าง เช่นเรียกว่าศีล กฎหมาย ระเบียบกฎข้อบังคับ กติกา เป็นต้น แต่ละสังคมก็จะมีวินัยที่เป็นบทบัญญัติเช่นนี้ด้วยกัน อาจเหมือนกันบ้าง แตกต่างกันบ้างแล้วแต่จะตกลงกันในสังคมนั้นๆ

วินัยที่เป็นธรรมเนียมประเพณี ได้แก่สิ่งที่ประพฤติปฏิบัติสืบต่อกันมาและทำให้สังคมอยู่เย็นเป็นสุขได้ แม้จะไม่ได้กำหนดเป็นกฎหรือเป็นบทบัญญัติเข้าไว้ แต่ผู้คนในสังคมนั้นก็ยินดียอมรับปฏิบัติต่อๆ กันมาจนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติหรือเป็นวัฒนธรรมไป

ส่วน วินัยที่เป็นคุณธรรม ก็คือหลักคุณธรรมความดีต่างๆ ที่เป็นหลักปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ซึ่งเมื่อปฏิบัติตามแล้วก็จะเป็นเหตุให้ไม่เบียดเบียนกัน ไม่เอารัดเอาเปรียบกัน ทำให้มีน้ำใจช่วยเหลือเกื้อกูลกันเป็นต้น

โดย เซิ่น [11 ก.ย. 2556 , 08:10:53 น.] ( IP = 110.168.166.29 : : )


  สลักธรรม 3

วินัยทั้ง ๓ แบบนี้เฉพาะในพระพุทธศาสนามีอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์บริบูรณ์ คือ...

วินัยที่เป็นบทบัญญัติ ก็ได้แก่ศีลของอุบาสกอุบาสิกา ศีลของสามเณรสามเณรี ศีลของภิกษุภิกษุณี

วินัยที่เป็นธรรมเนียมประเพณี ก็ได้แก่อภิสมาจาริกวัตรหรือธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆ ของพระสงฆ์ที่ถือปฏิบัติกันมาแต่ครั้งพุทธกาลบ้าง ธรรมเนียมที่เกิดขึ้นและถือปฏิบัติกันต่อๆ มาในภายหลังบ้าง

วินัยที่เป็นคุณธรรม นั้นก็ได้แก่การงดเว้นจากอกุศลกรรมบถ คือละเว้นการประพฤติชั่วประพฤติผิดด้วยกาย วาจา ใจ ซึ่งเรียกว่าทุจริต เช่น งดเว้นจากการฆ่ากัน จากการลักขโมยกัน จากการล่วงละเมิดคู่ครองของกัน เป็นต้น อันเป็นแนวทางแห่งการประพฤติดีประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ ที่เรียกว่าสุจริต นี่คือลักษณะวินัยตามนัยแห่งพระพุทธศาสนา

แต่เมื่อกล่าวโดยภาพรวมกว้างๆ วินัยก็คือระเบียบของสังคมนั่นเอง การกำหนดให้มีวินัยในสังคมจึงเป็นการจัดระเบียบสังคม เพื่อให้สังคมอยู่กันอย่างสงบสุขและเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่สับสนวุ่นวาย ไม่เดือดร้อนกันทั่วหน้า เพราะวินัยเป็นกรอบแห่งความประพฤติปฏิบัติของผู้คนซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับการอยู่ร่วมกันในสังคม

โดย เซิ่น [11 ก.ย. 2556 , 08:12:11 น.] ( IP = 110.168.166.29 : : )


  สลักธรรม 4

มีพระพุทธภาษิตบทหนึ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า

“ถ้าจิตใต้สำนึกหรือระเบียบวินัยที่ศึกษาดีแล้วจะไม่มีกันไซร้ ผู้คนมากมายก็จะมีพฤติกรรมเหมือนกับควายป่าตาบอดที่ท่องเที่ยวอยู่ในป่าดง” ดังนี้

ลองนึกภาพดูเถิด ความป่าที่อยู่ตามป่าดง ไม่มีเจ้าของ ไม่ได้รับการฝึก ไม่มีการควบคุมบังคับ มีอิสระเสรีเต็มที่ มันจะท่องเที่ยวไปตามใจชอบ ขวิดต้นไม้ไปบ้างเหยียบต้นไม้ใบหญ้าไปบ้าง ใช้กำลังไล่ขวิดกันเองบ้างไปตามเรื่อง ยิ่งถ้าเป็นควายป่าที่ตาบอดด้วยแล้วก็ยิ่งก่อเรื่องมากขึ้นเพราะมองไม่เห็น เดินชนโน่นชนนี่ ฟืดฟาดๆ ไปเรื่อย พฤติกรรมควายป่าตาบอดเป็นเช่นนี้

คนเราก็เช่นกัน แม้จะมีความรู้ความสามารถดี มียศฐานบรรดาศักดิ์ มีฐานะมีพรรคพวกมาก แต่หากไม่มีจิตสำนึกไร้ระเบียบวินัย ไร้การควบคุม ย่อมจะทำอะไรตามใจชอบ ย่อมเที่ยวเกะกะระรานผู้อื่น หรือใช้ความรู้ ใช้อำนาจ หรือพวกพ้องที่มีมากกว่าก่อความเดือดร้อนแก่ผู้อื่นร่ำไป มีพฤติกรรมที่ไม่ต่างอะไรกับควายป่าตาบอดที่มีกำลังเรี่ยวแรง ท่านให้ข้อสังเกตไว้อย่างนั้น เพียงเท่านี้ก็พอมองเห็นประโยชน์ของวินัยกันบ้างแล้ว

โดย เซิ่น [11 ก.ย. 2556 , 08:13:40 น.] ( IP = 110.168.166.29 : : )


  สลักธรรม 5

ประโยชน์ของวินัย
ความจริง วินัยหรือบทบัญญัติต่างๆ เช่น กฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ตลอดถึงธรรมเนียมประเพณีและคุณธรรมที่มีอยู่ในสังคมนั้นล้วนเป็นเครื่องควบคุมความรู้ความสามารถของคนเราอีกชั้นหนึ่งเพื่อมิให้เป็นดังควายป่าตาบอดแต่มีพลัง เป็นหลักเป็นเครื่องมือในการปกครองที่สำคัญ ในทางพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าทรงแสดงเหตุผลในการที่ทรงบัญญัติพระวินัยไว้สำหรับปกครองพระสงฆ์ว่าเพื่อประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ

เพื่อความยอมรับว่าดีแห่งสงฆ์
เพื่อความผาสุกแห่งสงฆ์
เพื่อข่มผู้แก้อยาก
เพื่อความอยู่สำราญแห่งสงฆ์ผู้มีศีล
เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นข้างหน้า
เพื่อสร้างความเลื่อมใสแก่คนที่ยังไม่เลื่อมใส
เพื่อเพิ่มพูนความเลื่อมใสแก่คนที่เลื่อมใสอยู่แล้ว
เพื่อความมั่นคงแห่งพระสัทธรรม
และเพื่อเอื้อต่อพระวินัย

ซึ่งแสดงว่าวินัยนั้นมีประโยชน์ต่อบุคคลและสังคมอย่างมหาศาล เป็นทั้งเกราะป้องกันความหายนะ เป็นทั้งเครื่องประดับให้สวยงาม นำให้เกิดความเลื่อมใส เป็นทั้งภูมิคุ้มกันมิให้สังคมเดือดร้อนและวุ่นวายเพราะประหัตประหารเข่นฆ่ากันหรือเบียดเบียนเอารัดเอาเปรียบกันด้วยวิธีการต่างๆ อย่างที่พบเห็นกันอยู่

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย เซิ่น [11 ก.ย. 2556 , 08:15:43 น.] ( IP = 110.168.166.29 : : )


  สลักธรรม 6

ขออนุโมทนาสาธุกับคณเซิ่นอยากยิ่งครับ ที่นำเรื่องเกี่ยวกับวินัยมาให้อ่านเพื่อเกิดความรู้ความเข้าใจกันนะครับ

เป็นเรื่องที่ดีมากเลยครับ ที่เราจะสามารถสร้างนิสัยให้มีวินัยแก่ตนเองได้ เพื่อความเพรียกพร้อม และย้อมใจให้อยู่ในคุณงามความดีได้

จะรอติดตามอ่านต่อไปครับผม ขอบพระคุณมากครับ

โดย พี่เณร [11 ก.ย. 2556 , 08:16:38 น.] ( IP = 110.168.166.29 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org