| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ม่านบังใจ
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1และในบางครั้งพี่เณรเองก็ต้องไปแบบชนิดน้ำท่วมปาก เพราะมากไปด้วยบุคคลหลายชนิด - หลายเหตุ - ซึ่งวุ่นวายใจพอควรเชียวครับ
แต่พี่เณรอาศัยความอดทน เพื่อสิ่งที่จะดีขึ้นในการข้างหน้า แต่โอ้ว่าอนิจจาจนวันนี้พี่เณรยังไม่เห็นแววแห่งภูแสงตะวันนั้นเลยครับ ด้วยเพราะความน้อยเนื้อต่ำใจที่แต่ละคนขวักออกมาโชว์พี่เณรทางสีหน้าบาง ทางน้ำเสียงบ้าง แม้แต่การกระทำ จึงทำให้พี่เณร..รู้สึกถึงคำว่า..ม่านบังใจ..ขึ้นมาครับ..
ก็เพราะความยึดติดในบุคคล - ตัวตน - เราเขา - มีมากจนเป็นม่านมาบังใจให้ไกลจากสิ่งที่ตนเองต้องการคืออิสระภาพนั่นเองครับ แล้วงี้พระนิพพาน อันเป็นธรรมที่ต้องไปคนเดียว ทำคนเดียว ถึงคนเดียว จะบังเกิดขึ้นได้ฤา ถ้ายังยึดถือกันเหนียวแน่นอยู่ครับ ?โดย พี่เณร [10 ต.ค. 2556 , 08:20:36 น.] ( IP = 58.9.201.214 : : )
สลักธรรม 2เราเองต่างหากคนเดียวที่จะเป็นผู้ก่อนสร้างบ้านใจหลังใหม่ให้หายรกรุงรังด้วยสิ่งไร้สาระ..ก็ด้วยเราเองคนเดียวจริงๆนะครับ.
ถ้าเราไม่หยุดติด - ชีวิตก็ต้องมีเกิดต่อไป โดยเฉพาะติดขังตนเองอยู่ในอดีตอารมณ์นะครับ
อย่าปล่อยให้แค่เป็นผู้เรียนธรรมแต่ใจไม่เปิดให้ธรรมมารักษากันเลยนะครับ..เพราะจะไม่ต่างกับตะวันชิงพลบครับ.
และท้ายสุดเพื่อเลือกทางเดินของใจ.....พี่เณรขอนำกลอนของพี่ดอกแก้วมาลงฝากไว้เตือนใจอีกครั้งนะครับผม
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร [10 ต.ค. 2556 , 08:24:03 น.] ( IP = 58.9.201.214 : : )
สลักธรรม 3คราวผิดหวังครั้งใดใจมืดมิด
โทสะปิดดวงตาพาหม่นหมอง
แม้นโลกกว้างสว่างไปด้วยแสงทอง
กลับเพ่งมองแต่รอยดำความช้ำใจ
แล้วอำพรางสร้างฉากฝากเรื่องเศร้า
เพราะใจเขลาย้ำคิดติดนิสัย
เหมือนสีดำซ้ำทาหนาทึบไป
ดังราวไพรรกร้างห่างสมบูรณ์
เปิดม่านไพรเปิดใจให้ไร้ม่าน
เปิดห้วงกาลสู้ใหม่ไม่สิ้นสูญ
เปิดรอยก้าวประสบการณ์เพื่อเพิ่มพูน
เปิดตำนานทวีคูณจากสงคราม
เป็นบทเรียนเพียรฝึกให้นึกรู้
เลือดนักสู้ฆ่าได้ไม่ควรหยาม
หากล้มลงถูกปลงชีพคุกคาม
ดีกว่าความอ่อนแอแพ้ใจตน
ใบไม้ผลัดผลิใหม่ไม่ยอมท้อ
ยังแตกช่อล้อไกวไปทุกหน
ตราบถึงวันสิ้นแรงจะบันดล
คือวันที่สิ้นตนเพราะความตาย
อย่าทำร้ายตัวเองด้วยเพลงเศร้า
อย่าโทษเขาว่ามิใช่มิตรสหาย
อุปสรรคอยู่ที่เราไม่ฟื้นกาย
ทำใจวายด้วยมือตนคนอ่อนแอ
จาก..พี่ดอกแก้ว
![]()
โดย พี่เณร [10 ต.ค. 2556 , 08:26:33 น.] ( IP = 58.9.201.214 : : )
สลักธรรม 4สวัสดีค่ะพี่เณร
พี่เณรเป็นคนดี มีน้ำใจมากในสายตาน้องๆ อะไรที่หยิบยื่นให้ได้ ก็จะให้ทันที อะไรที่สอนได้ ก็จะสอนทันทีไม่เคยปฏิเสธน้องๆ ก็เลยทำให้น้องๆ รักและอยากอยู่ใกล้ๆ และลืมคิดไปว่า
...คนเราก็อยากมีเวลาส่วนตัว..
...อยากอยู่คนเดียว.เหมือนกัน
และลืมนึกถึงตัวเองว่า..จะต้องเดินทางคนเดียว
...จะถึงจุดหมายได้ก็ต้องด้วยตัวของเราเอง
...ลืมนึกถึงคำที่พ่อสอนไว้ว่า...
เมื่อสิ้นลม ล้มตาย กลายเป็นศพ
ถึงจุดจบ เกมส์ชีวิต ปิดฉากฉาย
นอนในโลง ใบแคบๆ โอบแนบกาย
ไม่มีสหาย ญาติหรือทรัพย์ ไปกับเรา
น่าเห็นใจพี่เณรค่ะ
และก็สงสารน้องๆ อีกหลายคน ที่ยึดติดกับตัวบุคคลมากเกินคำสอนโดย พี่ดา [10 ต.ค. 2556 , 08:29:48 น.] ( IP = 58.9.201.214 : : )
สลักธรรม 5วันนี้พี่เณร คิดคำนึงแปลก ๆ นะคะ เพื่อเป้าหมายที่สูงกว่า อาจต้องจำยอมหมดอิสระภาพบางอย่างไป
เคยคิดว่า อิสระ ขึ้นกับว่าเรายอมรับเงื่อนไขในการเลือกทำสิ่งเหล่านั้นแล้ว ไม่แน่ใจว่า สรุปแล้วเงื่อนไขของเป้าหมาย ทำให้เรามีอิสระภาพ(ในสิ่งที่เลือก) หรือหมดอิสระภาพอ่ะคะ
เฮ่อ....ไม่ว่าอย่างไหนก็เหนื่อยเมื่อยตุ้มเหมือนกันนิคะโดย น้องถ้วย [10 ต.ค. 2556 , 08:31:11 น.] ( IP = 58.9.201.214 : : )
สลักธรรม 6สวัสดีค่ะพี่เณร พี่ดา และน้องถ้วย
น้องแก้วอ่านดูแล้ว ไม่ได้สรุปแบบน้องถ้วยหรอกนะคะ เพราะบทสรุปของแต่ละคนนั้น เป็นไปตามความรู้สึกของตนเองที่มีอิทธิพลอยู่อย่างมากมายค่ะ เพียงแต่ทำตามที่พี่เณรบอกไว้ว่า....จะรู้สึกอย่างไร? ถ้าน้องแก้วประสบแบบพี่เณรก็คงต้องบอกว่า...อึดอัดใจค่ะ...และคงเลือกอดทนนะค่ะ ถ้าการอดทนนั้นเพื่อประโยชน์ส่วนรวมละก็พอไหวค่ะ แต่ถ้าต้องมาอดทนเอาใจเพื่อป้องกันไม่ให้คนนั้นๆเสียใจเพราะเรื่องไร้สาระ ไม่ไหวนะค่ะสำหรับน้องแก้วๆคงไม่ทน หรือทนคงแค่พอเหมาะพอควรค่ะ ถ้าต้องประคับประครองเพียงเพื่อให้ผู้นั้นสมหวังในกิเลสแล้วน้องแก้วไม่นิยมค่ะพี่เณร เพราะนั่นไม่ใช่รักที่บริสุทธิ์และปรารถนาดีค่ะ เพราะถ้าดีแล้วต้องสงเสริมกันให้อย่า - อยู่ - อย่าง - อยาก - ใช่ไหมค่ะพี่เณร และสำหรับข้อสรุปของน้องถ้วยนั้น น้องแก้วว่าเงื่อนไขของเป้าหมาย ทำให้เรามีอิสระภาพนั้นคือ ต้องเพียรละ เพียรระวัง เพียรสร้าง และเพียรรักษาเท่านั้นที่จะบังคับให้คนเรา ออกจากตารางชีวิตได้ไงค่ะน้องถ้วย.โดย น้องแก้ว [10 ต.ค. 2556 , 08:33:36 น.] ( IP = 58.9.201.214 : : )
สลักธรรม 7อ้อ...น้องแก้วลืมไม่นิดค่ะ จะบอกว่าสำหรับน้องแก้วแล้ว...
รักคือ...
ความอดทนปนกรุณา
ไม่นินทาไม่พะวงไม่สงสัย
ไม่เคลือบแฝงด้วยเล่ห์ลิ้นหลบภายใน
มีจิตใจตรงต่อจริงทุกสิ่งเลย
ไม่ใช่รักคือความอดทนปนเอาใจ ไม่ใช่นะคะไม่ใช่น้องแก้วแน่ค่ะโดย น้องแก้ว [10 ต.ค. 2556 , 08:35:28 น.] ( IP = 58.9.201.214 : : )
สลักธรรม 8คำถามของพี่เณรที่ถามว่า จะรู้สึกอย่างไร? กับเหตุการณ์ที่พี่เณรได้พบ
ขอตอบจากใจนะคะว่า คงเอือมระอาและกดดันจิตใจมาก ถ้าอาการไม่รุนแรงนัก คือไม่มีอะไรบีบคั้นมาพร้อมกันทุกทิศทุกทาง ก็คงจะอดทนรักษาสถานการณ์ไปก่อน
แต่ถ้ามันมาพร้อมๆกันและมาถี่มาก ก็คงต้องหนีไปให้ไปให้ไกลจากคนพวกนี้ก่อน...ไปตั้งหลักเพื่อความสบายใจ รักษาใจของตนเอง ...ไปหาข้อดีของการที่จะอดทนอยู่ต่อไปให้ได้ แล้วค่อยกลับมาคิดแก้ไข ค่อยกลับมาประสานรอยรั่วอุดรอยร้าวที่มากไปด้วยความต้องการต่างชนิดกันของบุคคลเหล่านี้
อย่างกรณีของการเชิญเฉพาะตัวนี้ น้องกิ๊ฟคิดว่าผู้เชิญคงต้องการพบกับบุคคลดังกล่าวเป็นการเฉพาะจริงๆ เพราะหากต้องการพบกับคนอื่นๆด้วยแล้ว ...เขาก็คงเชิญมาทั้งหมู่คณะหรือเปิดทางว่าจะชวนใครมาด้วยก็ได้ ..แต่นี่เขาก็ไม่ได้บอกมาก็แสดงเจตนาว่า เขาต้องการพบกับบุคคลนี้เพียงเท่านั้น
....การจะนำใครติดตามไปด้วยก็คงจะเป็นเรื่องเสียมารยาทไม่รู้จักเกรงใจผู้เชิญที่อาจมีความไม่สะดวกอย่างใดอย่างหนึ่งก็เป็นได้
ขอพูดยาวๆในกรณีนี้นะคะว่า หากน้องกิ๊ฟเป็นผู้เชิญใครสักคนมาพบ แล้วเขาเกิดนำขบวนติดตามมาด้วยนี่ น้องกิ๊ฟก็คงเสียความรู้สึกนะคะ เพราะเราไม่ได้ต้องการที่จะพบคนอื่น แต่เมื่อจำเป็นต้องพบ..ความอิสระของใจก็หมดไปเพราะต้องคอยดูแลคนอื่นให้ทั่วถึงโดยที่ไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน และความหวังที่จะได้พบกันเป็นการส่วนตัวก็หมดลงในทันที่ที่มีบุคคลไม่ได้รับเชิญร่วมทางมาด้วย
เพราะเราไม่ทราบเลยว่า เราควรพูดในสิ่งใดเท่าไหน พูดอะไรได้หรือไม่ได้ ...อิสรภาพที่สูญเสียไปตรงนี้ เป็นสิ่งที่คนทั่วไปไม่ได้คิดกัน คิดแต่ว่าเขาคงไม่ว่าอะไรและยินดีต้อนรับ..ซึ่งเป็นการคิดแบบเข้าข้างตนเอง..เพราะมีอัตตาสูงถือความรู้สึกของตนเองเป็นใหญ่นั่นเองค่ะโดย น้องกิ้ฟ [10 ต.ค. 2556 , 08:41:15 น.] ( IP = 58.9.201.214 : : )
สลักธรรม 9กรณีนี้คิดว่า พี่เณรก็คงต้องการรักษาน้ำใจ รักษาความรู้สึกที่ดีของผู้เชิญ โดยเฉพาะทราบในมารยาทของการเชิญดี...จึงจำเป็นต้องไปโดยปราศจากกลุ่มหรือผู้ติดตาม
แต่อีกนั่นแหละบุคคลที่นิยมติดตามพี่เณรไปเรื่อยๆก็อาจไม่เข้าใจ และคาดหวังว่าน่าจะได้ติดตามไปเหมือนทุกครั้งคราวที่ไม่เคยมีปัญหา ...ผลกระทบจึงอาจเกิดกับพี่เณรได้เมื่อเขาเหล่านั้นผิดหวัง
ถ้าน้องกิ๊ฟเป็นหนึ่งในขบวนติดตามพี่เณร น้องกิ๊ฟก็ไม่กล้าร้องขอไปด้วยหรอกค่ะ ..เพราะนอกจากจะแสดงถึงการไม่รู้จักมารยาทแล้ว ยังทำความลำบากใจให้ทั้งผู้ที่เชิญและผู้ที่ถูกเชิญอีกด้วย ...แต่มีคนสบายใจเพียงคนเดียวคือตนเองที่ได้ติดตามไป เพราะได้สมปรารถนาในสิ่งที่ตนต้องการบนความเห็นแก่ตัวและความติดข้องในบุคคล
และกรณีที่ผู้เชิญพยายามเชื้อเชิญให้ไปโดยไม่จำกัดผู้ร่วมทีมโดยที่ไม่คำนึงถึงความสะดวก หรือความสบายใจของพี่เณรนั้น...ก็เหมือนกันค่ะคือเป็นคนที่สบายใจเพียงคนเดียวที่สมปรารถนาของตนเอง ที่เชิญพี่เณรไปได้ในที่ที่เขาต้องการ...อิอิ
ก็อย่างที่ตอบเบื้องต้นน่ะค่ะว่า ถ้าหากพบเหตุการณ์อย่างที่พี่เณรได้พบแล้วจะรู้สึกว่า ... คงเอือมระอาและกดดันจิตใจมาก ... และก็คงต้องกลับมาเริ่มต้นที่เป้าหมายของตัวเองอีกครั้ง...สร้างกำลังใจให้อดทนอยู่ได้ต่อไป ...แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องมีการแก้ไขสถานการณ์ของการเป็นผู้รองรับทุกสรรพสิ่งทุกอย่างด้วยการสร้างเขื่อนขึ้นบ้างตามพื้นที่ที่จำเป็น มิให้ไหลหลากเป็นอุทกภัยอยู่ชั่วนาตาปีด้วยแม่น้ำตัณหาของผู้อื่น...
น้องกิ๊ฟคิดว่า...น่าสลดใจยิ่งนักหากผู้ที่มีความประพฤติดังกล่าวเป็นผู้ที่ศึกษาธรรม เพราะนั่นคือสิ่งที่วัดผลว่า ท่านเป็นเสมือนแก้วเปล่าหรืออาจบางทีเป็นแก้วพลาสติกที่ไร้ค่า ไร้คุณสมบัติของผู้ที่จะเดินทางสู่เสรี ...
เพราะยังมีความติดข้องอย่างเหนียวแน่นในเรื่องของตน ของๆตน ยึดติดกับบุคคล..กลายเป็นเรา-เขาอย่างไม่สิ้นสุดโดย น้องกิ้ฟ [10 ต.ค. 2556 , 08:43:18 น.] ( IP = 58.9.201.214 : : )
สลักธรรม 10แหะ..แหะ..เขียนมายืดยาว ..ยาวกว่าเรื่องของพี่เณรซะอีก....ขออภัยนะคะ..อิอิ
ขอเล่าต่ออีกนิดว่า น้องกิ๊ฟเป็นบุคคลธรรมดาที่ต้องการเป็นส่วนตัว เป็นอิสระอย่างมากมาย ...เมื่อออกจากที่ทำงานกลับถึงบ้านแล้วก็ไม่นิยมที่จะรับแขกที่บ้านอีก ...ขอมีเวลาเป็นส่วนตัวบ้าง เพราะเวลาสำหรับส่วนรวมนั้นมีมากแล้วในภาคกลางวัน..เพราะอย่างน้อยก็เป็นโอกาสที่เราได้ผ่อนคลาย ..ได้ถอนหายใจดังๆโดยที่ไม่มีใครกลุ้มใจไปด้วย ..ได้ประดิดประดอยในสิ่งสวยงามเพื่อมอบให้คนนั้นคนนี้ ...ได้ใช้เวลากับเป้าหมายส่วนตัวบ้าง...
ซึ่งน้องกิ๊ฟคงจะมีโอกาสเช่นนี้มากกว่าพี่เณรเป็นแน่ ... น้องกิ๊ฟจึงอยากจะมอบเหรียญกล้าหาญ พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณของผู้ที่มีความอดทนและจริงใจอย่างยอดเยี่ยมแก่พี่เณร...
ที่อดทนเพื่อรักษาเป้าหมายของตน คือความหวังที่จะขัดเกลาบุคคลรอบข้างให้ดี ให้ไปสู่ที่ๆดี ซึ่งยอมแลกกับหลายสิ่งที่เป็นสิทธิส่วนตัว ...แม้ว่าจะผิดหวังอยู่บ่อยๆ พี่เณรก็ไม่เคยล้มเลิกเป้าหมายนี้ของตนเลยนะคะ
สุดท้ายนี้ น้องกิ๊ฟเห็นว่า ความรู้สึกของน้องแก้วนั้นถูกใจน้องกิ๊ฟมากเลยค่ะ ...ที่ความรักคือ... ความอดทนปนกรุณา ไม่ใช่ปนเอาใจ
ปล. น้องกิ๊ฟก็ยังนับว่าเป็นบุคคลที่ยึดติดกับพี่เณรอยู่ไม่น้อยเลยนะคะ เพราะเห็นชื่อพี่เณรมาขึ้นกระทู้ทีไร ก็อดที่จะตามเข้ามาอ่านไม่ได้ เพราะทราบว่าพี่เณรมักจะมีสิ่งดีๆมาฝากน้องๆเสมอ....
ขอส่งกำลังใจมายังพี่เณรด้วยความเคารพนะคะ
สุดท้ายของสุดท้าย ..ขอบอกว่าประทับใจกับคำสอนของพี่เณรที่แสดงให้เห็นโทษของความยึดติดเป็นอย่างยิ่งเลยค่ะ ที่ถามว่า
"....ก็เพราะความยึดติดในบุคคล - ตัวตน - เราเขา - มีมากจนเป็นม่านมาบังใจให้ไกลจากสิ่งที่ตนเองต้องการคืออิสระภาพนั่นเองครับ แล้วงี้พระนิพพาน อันเป็นธรรมที่ต้องไปคนเดียว ทำคนเดียว ถึงคนเดียว จะบังเกิดขึ้นได้ฤา ถ้ายังยึดถือกันเหนียวแน่นอยู่ครับ ?"
รูปภาพก็เข้ากันดีเหลือเกินกับข้อเขียนในทุกสลักธรรมที่พี่เณรนำเสนอ ..ยิ่งเน้นให้เห็นโทษของม่านบังใจนี้ยิ่งนักโดย น้องกิ้ฟ [10 ต.ค. 2556 , 08:46:35 น.] ( IP = 58.9.201.214 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |