มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ลับสมอง..ประลองความรู้




สวัสดีทุกๆท่านครับ


วันนี้พี่เณรว่างเลยเปิดไปอ่านกระทู้เก่า ได้ทั้งประโยชน์และกระตุ้นใจให้เกิดอปรเจตนามากมาย จากการมองรูปต่างๆในอดีตที่เราได้เคยร่วมทำกุศลกันนะคะ เลยขอยกมาลงใหม่ตรงนี้นะครับ

ขอเชิญอ่านและชมภาพต่างๆนี้ เพื่อประโยชน์เพื่อความสุข อันเกิดขึ้นจากกุศลครับ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [30 ต.ค. 2556 , 10:34:42 น.] ( IP = 58.9.108.111 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ]


  สลักธรรม 11

เมื่อมองไปรอบๆแล้ว ก็อดรู้สึกปิติใจในบรรกาศแห่งการให้เหล่านั้นมิได้

แม้แสงแดดจะแผดกล้า แต่ความต้องการที่จะให้อาหารแก่ผู้อื่น
ทำให้หลายคนไม่กลัวแดดนั้น
และยังเดินไปให้ไกลจากที่รวมกันอยู่
เพื่อนำอาหารไปให้ปลาอย่างทั่วถึงเท่าที่จะสามารถ

หลายต่อหลายแห่งที่คณะของเราแวะเวียนไปให้อาหารปลา
จนกระทั่งในแห่งสุดท้าย...
คือ บริเวณท่าน้ำที่เรามาปล่อยปลาจำนวนสองลังเมื่อวานนี้

พี่ดอกแก้วก็ได้นำคณะศิษย์มายังตรงนี้อีกครั้งเพื่อให้อาหารปลาที่เหลืออยู่ทั้งหมด

โดย น้องกิ้ฟ [30 ต.ค. 2556 , 10:52:38 น.] ( IP = 58.9.108.111 : : )


  สลักธรรม 12

แต่แล้ว ด้วยความที่ปลามีจำนวนมากมาย
พี่ดอกแก้วจึงมอบเงินให้ลูกศิษย์ไปซื้อมาเพิ่มเติมอีกสองกระสอบ

เพื่อความทั่วถึงในการรับประทานแก่ปลาในบริเวณนั้น

จากบ่ายจนกระทั่งเย็นย่ำ...
แต่ละนาทีล้วนผ่านไปด้วยกุศล
พร้อมกับการบันทึกเหตุการณ์ประทับลงสู่ใจของแต่ละคนไว้อย่างชัดเจน

อนุโมทนาในกุศลของทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง

โดย น้องกิ้ฟ [30 ต.ค. 2556 , 10:54:22 น.] ( IP = 58.9.108.111 : : )


  สลักธรรม 13

และในเย็นวันนั้น หลังงจากทราบข่าว ธรณีวิบัติภัยแล้ว ในวันรุ่งขึ้นพี่ดอกแก้วได้ไปทำกุศล บริจาคทรัพย์เพื่อจัดซื้อข้าวสาร อาหารแห้ง พร้อมทั้งอุปกรณ์การศึกษา
ให้แก่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาตามที่นัดหมายกันไว้ และได้นำกุศลนั้นมาส่งกระแสจิตให้แก่พี่น้องชาวไทยและชาวต่างประเทศที่ประสบภัย

รวมทั้งได้สั่งอนุมัติเงินเพื่อบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้อีกจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท

โดย น้องกิ้ฟ [30 ต.ค. 2556 , 10:56:17 น.] ( IP = 58.9.108.111 : : )


  สลักธรรม 14

มาถึงคิวลับสมองแล้วค่ะ
สืบเนื่องจากการอ่านกระทู้ที่ 6528
ก็เลยย้อนกลับไปอ่านหลายๆกระทู้ที่ผ่านมาในแต่ละปี

ก็พบว่ามูลนิธิของเราได้ทำหน้าที่เพื่อผดุงพระพุทธศาสนาไว้อย่างดีที่สุดแล้ว
ด้วยการมอบความรู้ที่ถูกต้องตามความจริงเป็นธรรมทาน

ก็เลยคิดจะรวบรวมคำถาม-คำตอบสั้นๆไว้ในกระทู้นี้เพื่อให้ง่ายแก่การทำความเข้าใจในเรื่องพื้นฐานทั่วไปทางพระอภิธรรมอีกครั้ง

โดย น้องกิ้ฟ [30 ต.ค. 2556 , 10:57:50 น.] ( IP = 58.9.108.111 : : )


  สลักธรรม 15

ธรรมะมีความหมายอย่างไรบ้าง ?
<
ธรรมะมีความหมายใช้กัน ๔ นัย

๑. ปริยัตินัย หมายถึงคำสอนของพระพุทธองค์ที่ทรงรวบรวมเป็นบทเรียน ได้แก่พระไตรปิฎก (พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก) รวมอรรถกถาฎีกาด้วย

๒. เหตุธรรม หมายถึงธรรมที่เป็นเหตุที่ให้ผลทั้งปวง เรียกว่าผู้มีความรู้แตกฉานในธรรม เรียกว่า ธรรมปฏิสัมภิทา หรือเหตุธรรม แตกฉานในเหตุ เช่นพระสารีบุตร

๓. คุณธรรม หมายถึงธรรมที่ให้ผลเสมอกัน กุศลให้ผลเป็นความสุขเสมอกันไม่ว่าใครทำ อกุศลให้ผลเป็นความทุกข์เสมอกันไม่เลือกชั้นวรรณะ คุณธรรม หมายถึงตัวกุศลธรรมโดยตรงให้ผลเป็นความสุข

๔. นิสสิตตนิชชีวธรรม ใช้ในความหมายที่ปฏิเสธความเป็นสัตว์ ความเป็นบุคคล มีแต่ธรรมชาติที่เรียกว่านามกับรูปเท่านั้นเอง หรือบางท่านเรียกเป็นอนัตตธรรม

โดย น้องกิ้ฟ [30 ต.ค. 2556 , 10:59:30 น.] ( IP = 58.9.108.111 : : )


  สลักธรรม 16

พระพุทธศาสนา คืออะไร?

๑. เป็นศาสนาที่ว่าด้วยความจริงของธรรมชาติที่มีอยู่ ไม่ได้สร้างหรือเสกขึ้น เป็นของจริงตามธรรมชาติ

๒. เป็นศาสนาที่มีเหตุผล พิสุทธิ์และไพบูลย์ด้วยการปฏิบัติ ไม่ใช่เรื่องงมงาย เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้สำหรับทุกคน เพียงแต่ยังไปไม่ถึงจุด คือเข้าไปรู้ด้วยตนเองเท่านั้น

๓. เป็นศาสนาแห่งความหลุดพ้น ไม่ใช่ให้ยึดติดหรือยึดถืออะไรเลย

๔. เป็นศาสนาแห่งการช่วยเหลือตนเอง ไม่ใช่อ้อนวอนร้องขอให้เทพเจ้ามาช่วย

๕. เป็นศาสนาธรรมดาๆ ไม่ใช่ศาสนาแห่งความลี้ลับและซ่อนเร้น ธรรมะมีอยู่ทั่วไปตามปกติ ไม่ใช่ต้องทำพิธีกรรมก่อนจึงมี หรือต้องไปที่ไหนๆ อยู่ที่ไหนก็มีธรรมะ

๖. เป็นศาสนาที่เมื่อปฏิบัติแล้วได้ผลตามควรแก่การปฏิบัติเอง ทำเอง ทราบเอง ทำมาก ได้มาก เป็นเอง รู้เอง

๗. เป็นศาสนาที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงออกมาด้วยความกล้าหาญอย่างยิ่ง กล้าแสดงว่าสอนโดยรู้เอง เห็นเอง รู้เห็นจริงด้วยตัวเอง ไม่ใช่เป็นผู้แทนใคร

๘. เป็นศาสนาที่ไม่ให้นึกหรือคำนึงเอา คาดคะเน หรือเก็งเอาด้วยตรรกศาสตร์ ดาราศาสตร์

โดย น้องกิ้ฟ [30 ต.ค. 2556 , 11:01:28 น.] ( IP = 58.9.108.111 : : )


  สลักธรรม 17

พรหมลิขิตมีหรือไม่?

มีพุทธดำรัสตอบไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “.....ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมณพราหมณ์..... พวกที่มีวาทะอย่างนี้ มีทิฐิอย่างนี้ ว่า สุข ทุกข์ หรือไม่ใช่สุข ไม่ใช่ทุกข์ อย่างใดอย่างหนึ่งที่บุคคลเสวยนั้น ล้วนแต่มีการสร้างสรรค์ของเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่เป็นเหตุจริงหรือ

ถ้าสมณพราหมณ์พวกนั้น.... ปฏิญญาว่าจริง เราก็กล่าวกะเขาว่า ถ้าเช่นนั้น เพราะการสร้างสรรค์ของเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่เป็นเหตุ ท่านทั้งหลายจักต้องฆ่าสัตว์.... จักต้องลักทรัพย์...... จักต้องประพฤติกรรม เป็นข้าศึกต่อพรหมจรรย์..... จักต้องพูดเท็จ..... จักต้องพูดคำส่อเสียด.... จักต้องพูดคำหยาบ..... จักต้องพูดคำเพ้อเจ้อ..... จะต้องมากไปด้วยอภิชฌา...... จักต้องมีจิตพยาบาท..... มิจฉาทิฏฐิ.....

“.ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็เมื่อบุคคลยึดถือการสร้างสรรค์ ของเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่เป็นสำคัญ ความพอใจหรือความพยายามว่า กิจนี้ควรทำหรือไม่ว่ากิจนี้ไม่ควรทำ ย่อมจะมีไม่ได้.....ฯ”

โดย น้องกิ้ฟ [30 ต.ค. 2556 , 11:02:51 น.] ( IP = 58.9.108.111 : : )


  สลักธรรม 18

คำว่า “ ชีวิต “ แปลว่าอะไร และเกิดมาได้อย่างไร?

คำว่า “ชีวิต “ แปลกันว่า ความเป็นอยู่ ชีวิตนี้เกิดมาได้เพราะธรรม ๔ อย่าง คือ อวิชชา ตัณหา อุปาทาน และกรรม

โดย น้องกิ้ฟ [30 ต.ค. 2556 , 11:04:05 น.] ( IP = 58.9.108.111 : : )


  สลักธรรม 19

การที่ชีวิตเกิดมาได้เพราะอาศัยธรรมะ ๔ อย่าง คือ อวิชชา ตัณหา อุปาทาน กรรมนั้น ยังไม่เข้าใจว่าเป็นเหตุให้เกิดชีวิตได้อย่างไร?

เมื่อตัวอวิชชา ไม่รู้ความจริงว่า “ ชีวิต “ เป็นทุกข์ ก็ทำให้เกิดตัณหาอยากได้ชีวิต เมื่อได้มาก็มีความยึดมั่นอุปาทาน ถือมั่นในชีวิตว่าเป็นของเรา เห็นผิดว่าชีวิตนี้มีความสุข เป็นเหตุให้ทำความดี ความชั่ว อันเป็นตัวกรรมต่อไป

เมื่อมีกรรมคือ การทำดีทำชั่วขึ้นแล้ว แรงกรรมนั่นแหละจะบันดาลให้เกิดชีวิตต่อไป แรงของกรรมชั่ว ทำให้เกิดชีวิตที่ไม่ดีมีความลำบาก เช่น ชีวิตของสัตว์ในอบาย มีเปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน เป็นต้นส่วนแรงของกรรมดีทำให้เกิดชีวิตที่ดี มีความสุขสบาย เช่น ชีวิตของ มนุษย์ เทวดา พรหม เป็นต้น

โดย น้องกิ้ฟ [30 ต.ค. 2556 , 11:05:05 น.] ( IP = 58.9.108.111 : : )


  สลักธรรม 20

มีคนส่วนมากเห็นว่าการเกิดเป็นมนุษย์นั้นดี มีความสุข จึงพยายามทำกรรมดีเพื่อจะให้เกิดในที่ดี ความคิดเห็นที่ว่านี้ จะตรงกับความเห็นของพระอริยะเจ้าหรือไม่?

ไม่ตรง เป็นความเห็นที่ตรงกันข้ามทีเดียว เพราะพระอริยะเจ้าท่านเห็นว่า การเกิด ไม่ว่าจะเกิดเป็นอะไร ก็ต้องประสบทุกข์ ด้วยกันทั้งนั้น ดังที่พระว่า “ ชาติปิ ทุกขา “ ชาติคือความเกิดเป็นปฐมของความทุกข์ทั้งปวง เมื่อไม่มีความเกิดเสียอย่างเดียวแล้ว จะไปเอาความทุกข์อันเกิดจากความแก่ ความเจ็บ ความตาย และความเศร้าโศก ความคับแค้นใจมาจากไหน

โดย น้องกิ้ฟ [30 ต.ค. 2556 , 11:06:08 น.] ( IP = 58.9.108.111 : : )
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org