มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ชีวิตใหม่ ….ข้อคิดที่ได้จาก “วันแม่” ณ มูลนิธิฯ




...............ชีวิตใหม่ ...….ข้อคิดที่ได้จาก “วันแม่” ณ มูลนิธิฯ........ ........


.......
“วันแม่” ปีนี้ นับเป็นปีที่ ๑๗ ที่ได้เข้ามาอาศัยอยู่ที่บ้านเสือพิทักษ์อันแสนอบอุ่น
เพราะมีพ่อที่การุณย์ คือ ….หลวงพ่อเสือ
มีพี่ชายที่ให้ความอบอุ่น คือ….อาจารย์วิชิต
และมีพี่สาวที่คอยเคี่ยวเข็ญให้เราเป็นคนดี คือ….อาจารย์บุษกร เมธางกูร
.....


......
แต่มาปีนี้ ความรู้สึกที่มีต่ออาจารย์บุษกรนั้นเปลี่ยนไป มีความคิดว่า ท่านเป็นแม่ของเรามากกว่าที่จะเป็นพี่สาว เพราะ
….พี่ย่อมทอดทิ้งน้องได้ หากน้องดื้อ และไม่เชื่อฟัง
…แต่แม่ ลูกจะดี จะแย่เพียงใด แม่ไม่เคยทอดทิ้ง
......


.......
ใช้เวลานั่งทบทวนชีวิตตนเองตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย

นับได้ว่าเป็น “ชีวิต(ที่เกิด)ใหม่” จริงๆ

ความนึกคิดว่าตนเองได้มีชีวิตใหม่นี้ เคยเกิดขึ้นมาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๙
…ซึ่งเป็นปีที่ได้มาศึกษาที่มูลนิธิครบ ๑๐ ปี และเกิดความรู้สึกว่า ชีวิตของเราได้รับแต่สิ่งดีๆ จากบ้านเสือพิทักษ์แห่งนี้
….จึงได้เขียนบรรยายถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นในขณะที่ชีวิตยังไม่ได้เรียนธรรมะ และยังต้องทำธุระอยู่กับงานทางโลกย์ ซึ่งเป็นงานที่มีแต่การกระทบกระทั่ง และการแก่งแย่งชิงดี ฯลฯ

…..แต่เมื่อได้มามีชีวิตอยู่ในครอบครัว”เสือพิทักษ์”อันอบอุ่น ที่มีทั้งพ่อ และพี่คอยเลี้ยงดูพวกเราด้วยธรรมะ…. “ชีวิตใหม่” จึงบังเกิดขึ้น

ก็ขอนำเรื่องที่เคยเขียนไว้เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๙ กลับมาเป็นข้อคิดให้ท่านได้พิจารณาตามว่า…

ท่านมีความรู้สึกเช่นเดียวกับผู้เขียนหรือไม่
......


โดย วยุรี [15 ส.ค. 2545 , 06:25:47 น.] ( IP = 203.113.34.239 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

....................
ชีวิตใหม่
.......
.......
.........


......
ท่ามกลางความมืดที่ปกคลุมไปทั่วพิภพ ตลบอบอวลไปด้วยหมอกควัน
..จนทำให้ฉันไม่อาจรู้เลยได้ว่า อาณาจักรแห่งนั้นมีผู้คนมากมายเพียงใด ความร้อนที่ระอุคุกรุ่นอยู่ทั้งภายใน และภายนอก …ตอกใจของฉันให้ร้อนรนกระวนกระวาย จนลืมอายที่จะกระทำการใดๆออกไป เพียงให้ได้มาซึ่งอารมณ์ที่ตนต้องการ ในความอยู่รอดของวันหนึ่งๆ

เสียงกระหึ่มที่ดังก้อง เป็นเสียงร้องจากบุคคลรอบๆ ตัว ดูระรัวคล้ายเสียงเพลงที่ถูกบรรเลงด้วยโทสะ ธุระที่ทุกชีวิตพึงคิดอยู่ทุกวินาทีคือ พาตัวเองหนีไปให้พ้นจากสถานที่แห่งนั้นโดยเร็วที่สุด

แต่เพราะความมืดที่ปิดบัง เราจึงยังมองไม่เห็นเส้นทาง ความสว่างแม้เพียงน้อยนิด ก็ไม่เคยจุดติดขึ้น ณ ที่แห่งนั้น

ฉันรู้สึกถึงความเจ็บปวดอันเกิดจากการกระแทกกระทั้นของบุคคลรอบข้างที่ดิ้นรนขวนขวายเอาตัวรอด…

ตลอดเวลา ๓๕ ปี ที่ฉันต้องทนระกำตรากตรำอยู่กับบุคคลที่ฉันไม่เคยรู้จัก ไม่เคยได้เห็นตัวจริงของพวกเขา คงได้ยินแต่เสียงเพรียกที่เรียกหาแต่ความสุข แต่ทุกคนก็ไม่เคยได้รับความสุขที่แท้จริงเลย

จวบจนย่างเข้าปีที่ ๓๖ ดวงตาของฉันเริ่มมองเห็นรางๆ….แสงสว่างเริ่มปรากฏขึ้นแล้ว …เสียงนกที่เจื้อยแจ้วเริ่มดังเข้ามาในหู …ฉันเพ่งมองดูแสงทองที่เริ่มจับขอบฟ้า ในสายตาของฉัน มันช่างเป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก

แล้วฉันต้องชะงักนิ่งกับภาพๆหนึ่งที่ปรากฏ ดูสูงสง่า ตระหง่านอยู่ตรงเบื้องหน้า แสงแดดที่เริ่มแรงเปลี่ยนสีแสงสาดส่องมายังภาพนั้น สะท้อนให้ได้เห็นอย่างชัดเจน สัญญาในความรู้สึกผุดขึ้นมาทันควันว่า

“พระตถาคต.. สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า”

ภาพพระองค์ท่านที่ประทับยืน พระวรกายตั้งตรง พระหัตถ์ซ้ายที่ยกขึ้นนั้น ดุจจะมีพลังและอำนาจ พระบาทขวาที่ก้าวออกดุจจะบอกให้รู้ว่า…พระองค์ทรงมาช่วยพวกเราแล้ว

แม้ฉันจะเพ่งมองนานเพียงใด ภาพนั้นก็ยังคงประทับนิ่งไม่ไหวติงให้เห็น…พระองค์สงบนิ่งแล้วท่ามกลางความทุกข์ทั้งปวง

และแล้วฉันก็ได้เห็นพลานุภาพของพระพุทธองค์ ที่ทรงแสดงออกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์พึงมีแก่ทุกชีวิต..ฉันได้เห็นนิมิตสิ่งหนึ่งซึ่งเริ่มเคลื่อนไหวอยู่ที่ใจกลางของพระหัตถ์ซ้ายที่ยกขึ้นมาประทานพร เป็นภาพสีทองที่ค่อยๆ หมุนวนจนปรากฏชัดขึ้นๆ แล้วภาพนั้นก็เคลื่อนออกจากพระหัตถ์ของพระพุทธองค์ตรงมายังพวกเรา

สายลมเริ่มเกิดขึ้น ณ บริเวณนั้น ฉับพลันฉันก็ได้เห็นว่า ภาพสีทองที่เคลื่อนมาสู่พวกเรานั้น คือ การเยื้องย่างของพระภิกษุรูปหนึ่ง ผู้ซึ่งครองกายด้วยจีวรสีทอง อาภรณ์ที่สะบัดในแต่ละก้าวย่างสร้างความเย็นให้เกิดขึ้น
น้ำเสียงที่ท่านตรัสขจัดความร้อนที่อยู่ภายในใจของฉันให้เบาบางลง ฉันรู้สึกสบายอย่างไม่เคยเป็นไปมาก่อน

ฉันหันไปมองบุคคลรอบข้าง บ้างก็เริ่มสงบนิ่งเหมือนฉัน แต่บางคนยังหลับหูหลับตาครวญคร่ำพร่ำพูดอยู่แต่ความทุกข์เช่นเดิม

ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไม เขาจึงไม่ลืมตาขึ้นมาดู เพราะแสงที่ปรากฏอยู่ในขณะนี้ ช่วยให้เรามองเห็นอะไรๆ ได้ชัดเจนกว่าเดิม และที่สำคัญน้ำคำและน้ำใจที่ได้รับจาก “ท่าน” ทำให้เราสบายขึ้น

และแล้วท่านก็หยุดความคิดของฉันด้วยคำพูดที่ว่า

“ให้เขาสิลูก… น้ำคำและน้ำใจ ย่อมสร้างความเป็นไปให้เกิดความสุข ถึงแม้พวกเขาจะหลับตาไม่รับรู้ แต่แรงของการให้ที่เรามี ถ้าเขาวิบากดีก็ย่อมต้องได้รับ..

แล้วลูกจะรู้ว่า ความสุขที่เกิดจากการเห็นว่า ผู้อื่นมีความสุข มันช่างเป็นสุขที่ล้ำลึกยิ่งนัก”

สิบปีกว่าที่ผ่านมา คำสอนที่ฉันได้รับ และนำกลับมาปฏิบัติที่ตนเอง ทำให้ฉันมีความสุขมากขึ้น

บัดนี้…ฉันรู้คุณค่าในคำสอนนั้น พร้อมทั้งตั้งมั่นอยู่กับเจตนาในการที่จะปวารณาตัวเองเดินตามทาง “ท่าน” พระภิกษุรูปนั้นตลอดไป..

…จนกว่าชีวิตของฉันจะหลุดรอดออกจากที่แห่งนั้น..อาณาจักรแห่งความทุกข์
.......


......
ผู้เขียนเชื่อว่าทุกท่านคงจะมี “พระในดวงใจ” ของตน…จงปวารณาตนเดินตามทางท่านเถิด
.......

โดย วยุรี [15 ส.ค. 2545 , 06:35:40 น.] ( IP = 203.113.34.239 : : )


  สลักธรรม 2

...
ชีวิตมืดมนค้นหา
ไขว้คว้ามาซึ่งสิ่งหวัง
กลับได้แต่สิ่งไม่จีรัง
พลังลดน้อยอ่อนแรง
...
อดีตส่งผลได้พบพระ(ในดวงใจ)
วิริยะจักนำลูกให้พ้นภัย
มาเถิดลูกน้อยกลอยใจ
ก้าวเดินไปตามรอยบาทพระศาสดา
...

โดย มด [15 ส.ค. 2545 , 08:14:40 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )


  สลักธรรม 3

ชีวิตใหม่..ชื่นใจจริงๆค่ะพี่แอ๊ะ...อนุโมทนาค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [15 ส.ค. 2545 , 09:51:04 น.] ( IP = 203.113.34.239 : : )


  สลักธรรม 4





อนุโมทนากับพี่แอ๊ะค่ะ

ดาก็เป็นอีกคนหนึ่ง
ที่มีความสุขกับชีวิตใหม่
ที่เพิ่งเกิดใหม่เกือบสามปี
เราจะเดินไปด้วยกัน
ตามรอยเท้าพ่อ
พ่อคนเดียวกันค่ะ


โดย ดาค่ะ [15 ส.ค. 2545 , 10:07:17 น.] ( IP = 158.108.12.81 : : )


  สลักธรรม 5

. แสงเทียนส่องธรรม
แสงพระธรรมส่องใจ
แสงสว่างส่องไกล
แสงของใจส่องรัก

แสงธรรมแสงใจ
พ่อใครจะมาเหมือน
พ่อเสือเฝ้าคอยเตือน
พ่อเสมือนแสงชีวี .
.
.

โดย พี่เณรชิต [15 ส.ค. 2545 , 11:15:16 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.154.136 )


  สลักธรรม 6

อนุโมทนากับพี่แอ๊ะค่ะ
พ่อเป็นเสมือนแสงที่ส่องชีวิตของลูก ๆ ไม่ให้มืดมน ให้มีชีวิตที่เดินตามรอยบาทพระศาสดาค่ะ

โดย เซิ่น [16 ส.ค. 2545 , 00:36:35 น.] ( IP = 202.183.238.172 : : )


  สลักธรรม 7

เสมือนแม่......

โดย Daughter...... [16 ส.ค. 2545 , 02:31:33 น.] ( IP = 203.113.34.239 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org