มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ร้อยดวงใจ ร้อยมาลัยบูชาครู (๑)





โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [7 พ.ย. 2556 , 17:31:02 น.] ( IP = 125.27.174.226 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1






ลักษณะของพระไตรลักษณ์
ธรรมะบรรยายโดย หลวงพ่อเสือ


คนที่จะพึ่งกันได้ ต้องมีพื้นฐานของเมตตา เมตตาเป็นคำสั้นๆ แต่กินความหมายหาประมาณมิได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสว่า “เมตตาค้ำจุนโลก”

คำว่า โลก แปลโดยตรงคือ พินาศ ฉิบหาย หรือวิบัติ แต่ความเมตตาสามารถค้ำจุนความฉิบหายวิบัติเหล่านั้นได้ โดยเฉพาะพระเมตตาธิคุณของพระศาสดาจารย์เจ้าซึ่งพระองค์ปูทางชี้ทาง และก็แนะแนวให้ชีวิตนั้นอยู่ด้วยเมตตา เพราะพระองค์มีพระเมตตาและอาศัยเมตตาตนเอง

เมตตาตนเองอย่างไร? หยุดความชั่วซิ เพราะความชั่วทำให้ผู้ทำตกต่ำและหายนะ ทรงพระเมตตาชี้ให้ว่า ทำดีซิ ความดีทั้งหมดทั้งมวลล้วนเป็นเครื่องเชิดชูให้ชีวิตนั้นไม่ตกต่ำ พ้นจากความหายนะ พระเมตตาธิคุณทรงสั่งสอนอบรมให้รู้จักทางเดินที่ควรเดิน เดินไปสูดทางพ้นทุกข์ เดินไปสู่สันติสุขอันสถาพร ก็เกิดขึ้นจากพระเมตตาที่เกิดขึ้นจากการสั่งสมอบรมบารมีธรรม จนปัญญาบารมีแก่กล้าตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ

ฉะนั้น เช่นเดียวกันน้ำบ่อน้ำคลองก็เป็นรองน้ำใจ น้ำอะไรหมดไปได้ แต่น้ำใจนี่ซิสำคัญ พ่อเคยตั้งใจตอนเป็นพระหนุ่มเณรน้อย เห็นครูบาอาจารย์พระเถระผู้ใหญ่มีสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) อ่านประวัติท่าน ศึกษาชีวิตท่าน ท่านประกอบไปด้วยจริยาวัตรแห่งความเมตตาสม่ำเสมอ

ก็เลยมีดำริในใจและพูดว่า"เราจะเมตตาจนไม่มีลมหายใจ” นั่นคือคำพูด แต่เป็นเณรน้อยพระหนุ่มก็มีเรื่องวุ่นวายเยอะแยะ แต่สิ่งที่ฝังอยู่ในใจจากพฤติกรรมที่ดี และทำให้เราคิดอยากจะได้ดีแบบนั้นก็คือ เมตตา ก็มีผิดพลาดบ้าง แต่สิ่งที่เป็นเมตตาก็มาสกัดกั้นให้เราให้อภัย โกรธบ่อยมาก เป็นสมภารนี่นะ ใครเป็นสมภารไม่โกรธไม่มี นอกจากพระประธาน ไม่มีพระประธานองค์ใดโกรธ แต่สมภารโกรธบ่อย โดยเฉพาะโกรธลูกวัดเป็นประจำ เพราะจะต้องปกครอง เป็นผู้ปกครองคนนี่ เรามีความโกรธเป็นพื้นฐาน

ฉะนั้นธรรมดา แต่ต้องฝึกชีวิตของเราให้มีเมตตามากขึ้น ให้มีอำนาจมากขึ้นนั่นเอง เพราะยามใดโกรธแล้ว จะได้มีเมตตาเข้ามาสกัด ทำให้ความโกรธนั้นไม่พลุ่งพล่านเป็นความพยาบาทอาฆาตจองเวร เพราะความพยาบาทอาฆาตจองเวรมีแต่เสียและเสียอย่างเดียว

ความเมตตาจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมี โดยเฉพาะเมตตาตนเองเถอะ สงสารตนเองที่จะต้องเวียนว่ายตายเกิดไปในภพภูมิน้อยใหญ่อย่างไม่มีที่สิ้นสุดได้ ศึกษาธรรมแล้ว ปฏิบัติธรรม ก็ยังต้องเกิด พระพุทธเจ้าทรงวางทางที่ไม่เกิดให้แล้ว ประกอบไปด้วยเหตุอย่างไร จึงจะได้รับผลคือไม่เกิด เราก็ต้องศึกษา และค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ทุกคนจะเป็นพระอรหันต์ก็ต้องผ่านพระโสดาบันทั้งสิ้น

เราต้องค่อยๆ ไปจากคนพาล แล้วเราก็ต้องรู้จักคนพาลว่า คนพาลคือคนที่มีจิตใจขุ่นมัวเป็นปกติวิสัย ไปดูคนอื่นไม่ได้ ให้ดูที่ตน พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้ดูใครว่าเป็นคนพาล แต่สอนให้ดูตนเองว่า “เธอนั่นแหละคนพาล”

ธรรมะของพระพุทธเจ้าเหมือนกระจกเงา ใครเรียนก็สะท้อนภาพคนนั้นออกมา พระพุทธเจ้าสอนเรื่องชีวิต ฉะนั้น จึงต้องพึ่งพาอาศัยกัน หลายชีวิตทำให้นานาจิตตัง จิดดีบ้าง จิตชั่วบ้าง สับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา



ขออนุโมทนากับน้องนวลผู้พิมพ์


โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [7 พ.ย. 2556 , 17:31:27 น.] ( IP = 125.27.174.226 : : )


  สลักธรรม 2




แสงสว่างของชีวิต
โดย ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร


ท่านนักศึกษาที่ได้มาร่วมประชุมกันในวันนี้ ผมเชื่อแน่ว่าได้ผ่านการศึกษาวิชาการในด้านต่าง ๆ มามาก และได้มีประสบการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตมามิใช่น้อย ดังนั้นท่านก็ย่อมจะเป็นผู้ที่ประกอบไปด้วยเหตุผลอันเป็นของท่านเอง พร้อมทั้งมีหลักการหรืออุดมการณ์ที่แน่วแน่

เหตุนี้ท่านจึงไม่อยู่ในฐานะที่ใคร ๆ จะพาไปยังสารทิศต่าง ๆ ได้ตามชอบใจ ท่านจึงไม่อยู่ในฐานะที่จะรับเอาความรู้ที่ปราศจากเหตุผลข้อเท็จจริงได้ง่าย ๆ และแน่นอน ท่านย่อมอยู่ห่างไกลกับอาณาจักรแห่งความเพ้อฝัน การศึกษาพระอภิธรรมปิฎกนั้น เป็นการศึกษาเรื่องของชีวิต แต่มิใช่เป็นเรื่องของชีวิตที่ตื้น ๆ เผิน ๆ และปราศจากเหตุผลข้อเท็จจริงที่จะพิสูจน์ได้

ดังนั้นจึงเป็นการเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับท่านผู้ซึ่งมีความรู้ในวิชาการต่าง ๆ มาเป็นอย่างดี ทั้งมีความปรารถนาใคร่จะพิจารณาหรือชอบค้นคว้าหาความจริงในเรื่องของชีวิตซึ่งเป็นปัญหาที่ออกจะสลับซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง วิชาการต่าง ๆ ที่ท่านได้ศึกษามาแล้วทั้งหมด แม้ว่าจะก่อให้เกิดความรู้ความสามารถเป็นอันมาก แม้จะเข้าใจแน่วแน่ว่าได้ศึกษาเรื่องของชีวิตมาแล้วก็จริงแต่หากว่ายังมิได้ศึกษาพระอภิธรรมแล้ว ก็นับว่ายังไม่ได้ศึกษาในเรื่องของชีวิตอย่างจริงจังเลย

การที่เราได้ศึกษาในวิชาการต่าง ๆ มาเป็นอันมากนั้น เราเพียงศึกษาพฤติกรรมของชีวิต ทั้งนี้ก็เพราะว่าในวิชาการทางโลกนั้น เรื่องของชีวิตจริง ๆ ไม่มีการศึกษากันเลย ไม่ว่าจะเป็นนักปราชญ์ราชบัณฑิตหรือนักวิทยาศาสตร์ในวิชาการสาขาใด ๆ ย่อมจะไม่ทราบว่าชีวิตนั้นมีความเป็นมาอย่างไร และจิตใจนั้นคืออะไร

วิชาการในทางโลกนั้นไม่มีหนทางเข้าถึงเรื่องความจริงของชีวิต หรือเรื่องจิตโดยพิสดารเลยทั้งนี้เพราะว่า ในวิสัยของปุถุชน ใช่วิสัยของนักปราชญ์ราชบัณฑิตทั้งหลายจะเข้าถึงได้ แม้ในปัจจุบันนี้เป็นสมัยที่วิทยาการทางโลกเจริญขึ้น ได้สร้างสรรสิ่งใหม่ ๆ แปลก ๆ อันน่าพิศวงขึ้นมามากมายก่ายกอง แต่ในเรื่องความจริงของชีวิตและเรื่องของจิตอันปรากฏเฉพาะหน้าโดยแท้จริงแล้ว เราเพิ่งจะถึง ก. ไก ข. ไข่ เท่านั้นเอง

ขอท่านได้ทดลองศึกษาพระอภิธรรมดูสักพัก ก็จะเห็นว่าผมมิได้เจตนาที่จะกล่าวเท็จ และมิได้นำพาท่านไปสู่เรื่องที่ปราศจากเหตุผลหรือข้อเท็จจริงอย่างใดเลย มีนักศึกษาทางโลกจำนวนมากได้กล่าวว่า เขาได้ศึกษาวิชาชีววิทยา และจิตวิทยามาแล้วมากมายได้เหตุผลข้อเท็จจริงจากการทดสอบและจากตำราเล่มใหญ่ ๆ มิใช่น้อย เขามีความเข้าใจผิดคิดว่าได้ศึกษาวิชาที่ว่าด้วยเรื่องของชีวิตจริง ๆ ได้ศึกษาวิชาที่ว่าด้วยเรื่องของจิตใจจริง ๆ

แต่ครั้นเขาได้มาศึกษาพระอภิธรรมจนมีความรู้บ้าง จึงได้พบว่า การศึกษาดังกล่าวมาเป็นการศึกษาเพียงพฤติกรรมอันเป็นการแสดงออกเท่านั้น เช่นชีวิตก็ย่อมแสดงให้เราทราบถึงการกิน การนอน การสืบพันธุ์ ตลอดจนความเป็นไปต่าง ๆ ของชีวิต

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [7 พ.ย. 2556 , 17:31:49 น.] ( IP = 125.27.174.226 : : )


  สลักธรรม 3


และเมื่อพูดเรื่องจิตในทางโลก ย่อมมุ่งหมายถึงการแสดงออกมาทางความคิดอ่านหรือความสะเทือนใจต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาแล้ว แต่ย่อมจะไม่ทราบว่าอะไรคือชีวิตที่แท้จริง ชีวิตมีความเป็นมาและเป็นไปอย่างไร ? ทั้งย่อมไม่ทราบว่าในขณะที่เกิดความคิดหรือความสะเทือนใจต่าง ๆ นั้น ได้มีเหตุการณ์ที่สำคัญเกี่ยวกับร่างกายและจิตใจอะไรบ้าง? ในขณะที่จิตทำงานนั้น มันได้ถ่ายทอดอะไรออกมาจากจิตใจอย่างไร? และจิตใจให้กำลังพลังแก่ร่างกายอย่างไร?

ท่านนักศึกษาทั้งหลายท่านย่อมจะเข้าใจดีว่า ผู้ใดเมื่อไม่ความเข้าใจในสิ่งใด ก็จะแก้ปัญหาในสิ่งนั้นไม่ได้ เมื่อเราไม่ได้ศึกษาวิชาแพทย์ เราก็ไม่อาจรักษาคนไข้ได้ ถ้าเราไม่ได้ศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์ เราก็จะค้นคว้าในเรื่องแสงเรื่องเสียงได้อย่างไร ถ้าเราไม่เคยเขียนหนังสือมาก่อนเลยสักตัว แล้วเราจะเป็นนักประพันธ์ขึ้นมาได้หรือ

ด้วยเหตุนี้เองชีวิตของเราแท้ ๆ เราเองก็ไม่เข้าใจและไม่ได้ศึกษามาก่อน แล้วจะแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตได้อย่างไรเล่า ดังนั้นท่านก็จะเห็นได้ว่า การกระทำทั้งหลายไม่ว่าในเรื่องอะไร จำจะต้องรู้จะต้องเข้าใจในเรื่องเหล่านั้นให้ถ่องแท้เสียก่อน จึงจะสามารถแก้ปัญหานั้น ๆ ได้

ท่านนักศึกษา ท่านก็มีการศึกษาวิชาการทางโลกมาเป็นอันมาก และได้มีประสบการณ์มากมากก็มิใช่น้อย เดี๋ยวนี้ ท่านแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตของท่านแล้วหรือ ท่านได้เห็นลู่ทางในเรื่องชีวิตของท่านทะลุปรุโปร่งแล้วหรือ

แน่นอนทีเดียว ท่านยังกำลังค้นหาอยู่ และแม้เวลานี้จะมีอายุ ๖๐, ๗๐, ๘๐ ปีแล้ว การค้นหาก็ยังมิได้ยุติลง ยังเลิกแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตไม่ได้ ยังรู้หนทางที่เป็นไปของชีวิตไม่ได้

เมื่อผู้ใดได้ศึกษาธรรมะ เฉพาะอย่างยิ่งพระอภิธรรมปิฏกที่ว่าด้วยเรื่องของชีวิตโดยแท้จริงแล้ว จึงจะทราบว่าหนทางที่ดีที่สุดของชีวิตนั้นคือการศึกษาเรื่องชีวิตให้เข้าใจนั่นเอง

เพราะว่าเมื่อเข้าใจชีวิตดีแล้ว ก็จะได้ทราบที่มาและที่ไปของชีวิตอันน่าอัศจรรย์ก็จะทราบว่า มีอะไรบ้างที่นับว่ามีสาระแก่นสาร อันชีวิตจะได้เข้าไปพึ่งพาอาศัยอย่างถาวร เมื่อเช่นนี้ จิตใจก็จะแช่มชื่นแจ่มใส อันไม่เคยได้คาดหวังไม่เคยได้รู้รสเช่นนี้มาก่อน

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [7 พ.ย. 2556 , 17:32:04 น.] ( IP = 125.27.174.226 : : )


  สลักธรรม 4


เมื่อได้ที่พึ่งที่มั่นคงถาวรก็ก่อให้เกิดความสุข ความเยือกเย็นใจ แม้ในยามทุกข์ร้อนหรือเจ็บป่วยก็จะไม่ดิ้นรนกระวนกระวายจนเกินควร ก็จะเข้ายึดหลักตามที่ได้ศึกษามา ย่อมจะพยายามบุกเบิกหนทางที่จะไปสู่ความหลุดรอดจากความทุกข์ หลุดรอดไปจากการเวียนว่ายตายเกิดเป็นกำไรด้วย เป็นการบำเพ็ญปัญญาบารมีไปทั้งในชาตินี้และชาติหน้าด้วย

ทั้งนี้ไม่เลือกว่าจะเป็นบุคคลชั้นไหนหรือมีงานอาชีพอะไร เช่น ทำราชการ ทหาร ตำรวจ หรืออาชีพส่วนตัว ก็ดี ก็ไม่เป็นเหตุสามารถขัดขวางการศึกษาเรื่องของชีวิตแต่ประการใด

ท่านผู้ศึกษาอาจใช้เวลาว่างวันละเล็กละน้อย เพื่อศึกษาชีวิตให้เข้าใจได้อย่างแตกฉานภายในเวลาไม่นานนัก แล้วท่านจะพบความจริงว่าเรื่องของชีวิตนี้น่าศึกษาเพียงไร ถ้าศึกษาไปพอสมควรแล้ว จะรู้สึกว่ามีความรู้อันไม่เคยได้เรียนรู้มาแต่ก่อนเกิดขึ้นเป็นอันมาก แล้วดูเหมือนมีชีวิตขึ้นมาใหม่ที่น่าภาคภูมิใจ

ผมขอให้ท่านทั้งหลายที่ยังไม่เคยได้ศึกษามาแต่ก่อนเลย ลองถามท่านนักศึกษาเก่า ๆ ดูว่า เขามีความสุขความเยือกเย็นใจเพียงใดปีกลายกับปีนี้มีความแตกต่างกันมากไหม ท่านจะได้รับคำอธิบายจากท่านนักศึกษาเก่า ๆ เขาจะเปรียบเทียบให้ท่านฟัง ความเยือกเย็นใจอย่างแปลกประหลาด ซึ่งอธิบายเป็นถ้อยคำได้ไม่ง่ายนัก ไม่เหมือนกับความสุขที่ได้รับในทางโลก

ในเรื่องนี้ท่านนักศึกษาที่ยังไม่เคยศึกษา ผมเชื่อแน่ว่าท่านไม่เคยประสบ ไม่เคยรู้รสของความสุขอันนี้ทุกท่านถ้าไม่เคยศึกษาเรื่องของชีวิตแล้ว จะไม่รู้จักความสุขในเรื่องนี้ได้อย่างแท้จริง ท่านจะมีความสุขเพียงว่าไปเที่ยวสนุก ๆ ไปกินอาหารอร่อย ๆ ไปดูอะไรที่เพลิดเพลิน คิดเรื่องอะไรที่มีความพอใจ และทำอะไรต่ออะไรที่ท่านเคยคิดว่าท่านมีความสบาย ท่านก็จะได้เพียงเท่านั้น

แต่ท่านจะไม่มีความสุขอีกชนิดหนึ่งดังเช่นผู้ที่เคยศึกษามาแล้ว หรือกำลังศึกษาอยู่ได้รับ นั่นก็คือความรู้สึกเยือกเย็นใจอย่างประหลาด มีความรู้สึกว่าชีวิตนี้มีค่า ชีวิตนี้มีความหมาย ได้ที่พึ่งยึดเกาะอย่างมั่นคง จึงเบาสบายคลายจากความเร่าร้อน ซึ่งเป็นไปโดยอัตโนมัติ

ขอให้ท่านทั้งหลายลองพิจารณาดูชีวิตของตนเองที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้ แล้วตั้งคำถามขึ้นในใจว่า ชีวิตของเรานี้มีความเป็นมาอย่างไร ต่อไปข้างหน้าจะเป็นอย่างไรชีวิตนี้มาจากไหน ต่อไปข้างหน้าจะไปไหน ทำไมในบางคราวจึงมีความรู้สึกว่าว้าเหว่ใจขึ้นมา มีความรู้สึกคล้าย ๆ กับว่า ชีวิตนี้ตกอยู่ในความเปล่าเปลี่ยวเสียเหลือเกิน ไม่มีที่พึ่งพาทางใจอันจะทำให้เกิดความมั่นคงได้ หรือมีความรู้สึกว่าชีวิตนี้ยังขาดอะไรสักอย่างยังไม่สมบูรณ์ แล้วก็ครุ่นคิดในเรื่องเหล่านี้ไปต่าง ๆ นานา

แต่เมื่อได้ศึกษาพระอภิธรรมปิฎกแล้ว ความคิดต่าง ๆ เหล่านี้ก็หายไปทีละน้อย ๆ ชีวิตจะมีความหมายมากขึ้น จะมีความสุขความเยือกเย็นใจเป็นอันมาก ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อท่านผู้ใดได้ศึกษาแล้ว จึงมิอาจนิ่งเฉยอยู่ได้ ต้องหาทางขยายความดีของพระอภิธรรมนี้ไปยังญาติมิตรต่อไป



โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [7 พ.ย. 2556 , 17:32:19 น.] ( IP = 125.27.174.226 : : )


  สลักธรรม 5

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [7 พ.ย. 2556 , 17:32:45 น.] ( IP = 125.27.174.226 : : )


  สลักธรรม 6

ครูคือผู้ปลูกจิตผลิตผล
ให้เป็นต้นไม้ดีมีแก่นสาร
คอยปกป้องพิษภัยไม่แผ้วพาล
สอนให้คิดให้อ่านเพื่อความดี

แต่ละท่านมุ่งมั่นด้วยความรัก
เฝ้าฟูมฟักสร้างศิษย์ให้สุขศรี
มีเส้นทางสวยงามในชีวี
เลี้ยงชีพนี้อยู่รอดและปลอดภัย

ครูเป็นผู้งดงามน้ำใจยิ่ง
คอยท้วงติงตักเตือนและแก้ไข
มีชั้นเชิงขู่ครอบและปลอบใจ
ขัดเกลาให้ศิษย์คมบ่มปัญญา

เป็นแบบอย่างสร้างเบ้าเฝ้าหล่อหลอม
ทั้งฟอกย้อมสีสวยด้วยสิกขา
ประดับลายทานศีลภาวนา
จูงชีวาแต่งใจให้ใฝ่ดี

ท่านคือผู้อำนวยการชีวิต
จัดระบบความคิดเปลี่ยนวิถี
ให้รู้รอบกอปรกรรมบารมี
สร้างเข็มทิศชีวีที่ถูกทาง

ท่านสละเพื่อสะสางรกชัฎ
เครื่องร้อยรัดใจศิษย์ให้หม่นหมาง
ท่านยังรอด้วยรักไม่เลือนลาง
เพื่อเสกสร้างทางตรงผ่านพงไพร

ทุกคำสอนป้อนให้ใฝ่ถนอม
ทั้งยินยอมรอคอยการแก้ไข
เปี่ยมด้วยความเมตตาและอภัย
กราบบูชาครูผู้ให้..ทุกพระคุณ



โดย พี่ดอกแก้ว [11 พ.ย. 2556 , 14:56:10 น.] ( IP = 61.90.75.122 : : )


  สลักธรรม 7


ขอก้มกราบวันทาครูผู้การุณ ค่ะ

โดย พี่ดา [14 พ.ย. 2556 , 08:20:05 น.] ( IP = 110.168.167.179 : : )


  สลักธรรม 8

ขอนอบน้อมกราบบูชาในพระคุณของครูบาอาจารย์

ด้วยความเคารพสักการะ

โดย อัญชลี [20 พ.ย. 2556 , 16:44:19 น.] ( IP = 58.9.192.240 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org