| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ร้อยดวงใจ ร้อยมาลัยบูชาครู (๓)
![]()
![]()
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [13 พ.ย. 2556 , 10:02:13 น.] ( IP = 1.10.235.54 : : )
สลักธรรม 1
![]()
เราเกิดขึ้นมาดีหรือไม่ดี
โดย ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร
ถ้าเราไม่ได้เกิด ไม่ได้มีชีวิตขึ้นมาแล้วจะเป็นอย่างไร เราก็ไม่ต้องแก้ปัญหา ไม่ต้องกิน ไม่ต้องนอน ไม่ต้องคิดให้เสียสมอง ไม่ต้องเกิด ไม่ต้องตาย ไม่ต้องกลัวอะไรสักอย่าง ไม่ต้องเราร้อนใจอะไรสักนิด ท่านนักศึกษามีความเห็นเป็นอย่างไร เราเกิดขึ้นมาดี หรือไม่ต้องเกิดขึ้นมาดีกว่า
แม้เราจะอยู่ภายในตึกอันโอ่อ่าน่าสบาย แต่ภายในใจนั้นรุ่มร้อนราวกับไฟ แม้เราจะสร้างห้องมีเครื่องปรับอากาศที่จะบังคับได้ตามชอบใจ แต่เราก็เร่าร้อนอยู่ภายในจนแทบทนไม่ไหว ด้วยอำนาจของความปรารถนาที่หาขอบเขตมิได้
แม้เราจะสร้างปราการขึ้นให้แข็งแกร่งสักเพียงใด ปราการที่ว่าแข็งแกร่งนั้นก็มักจะถูกความปรารถนาเข้ามาทำลายจนย่อยยับไป แล้วเราก็ตกอยู่ในฐานะต้องพยายามดับความปรารถนา หรือพยายามให้สมความปรารถนานั้นจนได้ ทั้งนี้ก็เพราะดวงจิตของเรานั้นหาใช่นักโทษที่อยู่ภายในที่กักกันไม่
เราไม่ทราบว่า เหตุใดเราจึงได้ยากจนขัดสนนัก สู้อุตส่าห์พากเพียรพยายามเท่าไร ๆ ฐานะความเป็นอยู่ก็ไม่เห็นดีขึ้นสักที เมื่อเราไม่ทราบต้นเหตุอันแท้จริง เราจึงได้แต่โทษนั่นโทษนี่ โทษคนนั้นโทษคนนี้ให้วุ่นวายไป
เราไม่ทราบว่า เหตุใดจึงได้ร่ำรวย เงินทองไหลมาเทมาไม่ขาดสาย เต็มไปด้วยความสมบูรณ์พูนสุขทุกประการ เมื่อเราไม่ทราบถึงต้นเหตุอันแท้จริง ไม่ทราบถึงจังหวะของชะตากรรมตามความเป็นจริง จึงได้คิดว่า เป็นเพราะเราเป็นนักธุรกิจตัวยง ความคิดความอ่านของเราฉลาดเฉลียวกว่าคนอื่นซึ่งได้ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด จึงได้กำเริบเสิบสานทะเยอทะยาน
เราไม่ทราบว่า เหตุใดเราจึงมีรูปร่างไม่น่ารัก ใครเห็นใครทักแล้วยังเมินหน้าหนี ดูอยู่ตลอดวันจะหาส่วนที่เป็นเสน่ห์เร้ารึงใจชวนให้มองไม่มีเลย เมื่อเราไม่มีหนทางทราบได้เช่นนี้ เราจึงได้ลงโทษตัวเองว่าเป็นคนโชคร้าย ผีสางนางไม้หรือซาตานที่ประสงค์ไม่ดีมาปั้นแต่งขึ้นด้วยความเกลียดชัง จึงได้เศร้าเสียใจตลอดมา
เราไม่ทราบว่า เหตุใดเราจึงมีรูปร่างหน้าตาสวยสดงดงามนัก มีส่วนสัดอันเหมาะสม ใคร ๆ ก็มองกันด้วยความชื่นชม เพราะทั้งร่างเกือบจะหาที่ติไม่ได้เลย เมื่อเราหาหนทางทราบต้นเหตุอันลึกซึ้งนี้ไม่ได้ ก็เข้าใจไปว่า เทวดา อินทร์ พรหม ยม นาค ผู้มีจิตเมตตาตนแต่งขึ้นมา หรือไม่ก็เป็นเพราะความบังเอิญ คิดแล้วจึงได้ภาคภูมิใจ ใจก็จะเตลิดไปไกล หนีความเร่าร้อนไปไม่ได้อีก
เราไม่ทราบว่า การที่เรากระทำการคดโกงคอรัปชั่น หาทางให้ได้มาซึ่งประโยชน์อันมิชอบธรรมอยู่บนความทุกข์ยากของคนอื่นอยู่เสมอจะบังเกิดผลสนองตอบแก่เรา เพราะเคยได้กำไรอันเกิดแต่การกระทำนั้นเห็นทันตาอยู่เสมอมา ซึ่งทำให้การกินอยู่หลับนอนเที่ยวเตร่ดีขึ้นเป็นลำดับ เราจึงกล้าหาญกระทำลงไปเรื่อย ๆ และจะกระทำให้ดียิ่งขึ้นถ้ามีโอกาส ทั้งนี้ก็เพราะเรื่องของกรรมนั้นเร้นลับยากที่ผู้ศึกษา (ที่มีความสนใจน้อย) จะเข้าถึงความจริงได้ จึงก่อความเร่าร้อนต่อ ๆ ไป
เราไม่ทราบว่า การกระทำดีต่าง ๆ อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน จะมีผลอันเป็นความดีแก่เราได้ เพราะได้รับแต่ผลร้อยสนองตอบการกระทำดีเหล่านั้นอยู่ร่ำไป ผลที่ได้กระทำดีตามเหตุที่ได้กระทำดี ไม่ค่อยจะโผล่หน้าขึ้นมาให้เห็น เหตุนี้จึงได้เศร้าเสียใจ เบื่อหน่ายท้อถอยที่จะกระทำดีอีกต่อไป
ความร้อนของไฟนั้นย่อมจะร้อนไม่เลือกหน้า ไม่เลือกสถานที่ ไม่เลือกเวลา ทั้งไม่ฟังเสียงใครห้ามปราบทั้งนั้น ในเรื่องของชีวิตก็เหมือนกัน ไม่ว่าใครจะศึกษามีความเข้าใจมาอย่างไร หรือไม่ได้ศึกษามาเลย จะมีความทุกข์หรือความสุข (ทางโลก) สักเท่าใด จะมียศฐาบรรดาศักดิ์หรือไม่มี จะยากจนหรือร่ำรวย ทั้งไม่เลือกที่เลือกเวลา ความทะยานอยากย่อมจะก่อความเร่าร้อนขึ้นทั้งนั้น ทั้งจะกำเริบเสิบสานขึ้นไปเรื่อย ๆ ไม่หยุดยั้ง
และนอกจากจะก่อความเร่าร้อนให้ในชาตินี้แล้ว ในพระพุทธศาสนายังแสดงว่า อำนาจของควาททะยานอยากอันเป็นตัณหา ยังก่อกำลังอำนาจผลักส่งให้ไปเกิดในภพภูมิต่าง ๆ เป็นการสร้างความทุกข์ความเร่าร้อนต่อ ๆ ไป ชาติแล้วชาติอีก
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [13 พ.ย. 2556 , 10:02:44 น.] ( IP = 1.10.235.54 : : )
สลักธรรม 2
![]()
![]()
วิธีเลิกจากอกุศลจิต (ด้วยการค่อยๆ หลีก ละ ลด และเลิก)
ธรรมะบรรยายโดย หลวงพ่อเสือ
การศึกษาพระอภิธรรมทำให้ได้เห็นว่าคนนั้นเท่ากัน ไม่มีการชั้นวรรณะเป็นกษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร เมื่อเรียนแล้ว ก็เสมอภาคกัน จะได้ไม่รังเกียจเดียดฉันท์แบ่งพรรคแบ่งพวกกัน จะสวยหรือไม่สวยก็เน่าเหมือนกัน ตายเหมือนกันหมด นี่คือเรื่องชีวิตของเราคนเดียวแท้ๆ แต่เราไม่รู้
อกุศลจิต ๑๒ คือ โลภมูลจิต ๘ ดวง โทสมูลจิต ๒ ดวง โมหมูลจิต ๒ ดวง เป็นจิตที่ไม่ควรเอาไว้ ต้องเลิก และต้องทำมหากุศลจิต ๘ โดยเฉพาะชนิดที่เป็นไตรเหตุ คืออโลภเหตุ อโทสเหตุ อโมหเหตุ ก็จะมีโอกาสมรรคผลนิพพานได้ง่าย เพราะเป็นปุพเพกตปุญญตา อันมีปัญญาประกอบ
๑.มีวิธีลดโลภะ เช่น กินเพื่อแก้ทุกข์ ไม่ใช่กินเพื่อแก้อยาก หาเพื่อแก้ทุกข์ ไม่ใช่หาเพื่อแก้อยาก อยู่เพื่อแก้ทุกข์ ไม่ใช่อยู่เพื่อแก้อยาก ทำเพื่อแก้ทุกข์ ไม่ใช่ทำเพื่อแก้อยาก
๒. วิธีลดโทสะ คือ ให้หมั่นคิดว่า ไม่มีใครในโลกนี้อยากพูดให้เราโกรธ เราโกรธเอง โกรธทำให้ไปนรก เป็นวิธีการชะลอ
๓. วิธีลดโมหะ ที่กระทบคือวิบาก ที่กำลังกระทำคือกรรม ให้มีสติเข้าไว้ ก็ลดอุณหภูมิความร้อน แล้วพยายามเจริญชีวิต เรียนให้เกิดปัญญา เรียนให้เกิดทิฏฐิอันถูกต้อง โมหะก็จะเบาบางลง ให้หลีก ละ ลดได้ แต่ถ้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานโดยรู้ว่ารูป รู้ว่านาม ปัญญาที่เข้าไปรู้แทนในขณะนั้น ทำให้โมหะเกิดไม่ได้ ขณะรู้อารมณ์ปัจจุบันอยู่ เป็นการสักแต่ว่ารู้เฉยๆ จะไปโกรธไม่ได้แล้ว จะไปโลภไม่ได้แล้ว ตทังคปหานเกิดขึ้นอยู่เนืองๆ จนปัญญานับตั้งแต่นามรูปปริจเฉทญาณ ปัจจยปริจคหญาณ สัมมสนญาณ เห็นองค์ไตรลักษณ์ไปแล้ว จนกระทั่งได้ญาณปัญญาสูงขึ้นตามลำดับ จนอาสวกิเลสถูกรื้อ
ในขณะที่เดินก็ให้รู้รูปเดิน ขณะที่รู้สึกก็กำหนดนามรู้สึก ขณะนั้นโกรธไม่ได้รู้อยู่ที่อารมณ์ปัจจุบัน ถ้าทำอยู่ที่อารมณ์ปัจจุบัน ก็ไม่มีโอกาสมีโลภะ โทสะ โมหะ วิปัสสนากรรมฐานทำให้เบาบางจากกิเลส (อกุศลจิต ๑๒)
การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเป็นธรรมฉันทะ แต่การกระทำวิปัสสนากรรมฐานเป็นมหากุศล ดวงที่ ๑ มี ๓ เหตุ เช่น รูปนั่งมีอโลภเหตุ อโทสเหตุ อโมหเหตุ เป็นไตรเหตุ เป็นชนิดอุกกัฏฐุกัฏฐะแบบเยี่ยมๆ ชื่อโสมนัสก็จริง แต่เรามีธรรมฉันทะ นี่คือการเรียนคันถธุระ เรียนเพื่อความเข้าใจถูก
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [13 พ.ย. 2556 , 10:03:07 น.] ( IP = 1.10.235.54 : : )
สลักธรรม 3
ส่วนวิปัสสนาธุระนั้น เราก็ปฏิบัติที่มหากุศลญาณสัมปยุตดวงที่ ๑ ก็จะทำให้อกุศลจิต ๑๒ ดวง เกิดไม่ได้เอง เปรียบเหมือนเก้าอี้ดนตรีนั่นเองที่จะมีผู้นั่งได้เพียง ๑ คนเท่านั้น
สรุปว่าจะทำให้อกุศลจิต ๑๒ ดวง หมดไปด้วยการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเป็นทางสายเดียวและสายเอกเท่านั้นที่จะพาชีวิตไปสู่ความนิรทุกข์
สิ่งที่เรายังไม่รู้ยังมีอีกมาก แต่การลงทุนเรียน ที่กล่าวมาจบแล้วเรื่องจิตแบบคันถธุระและวิปัสสนาธุระทำอย่างไร
ส่วนเจตสิกก็เรียนแล้วรู้ว่าฝ่ายดีหรือไม่ดี แล้วคอยระวังจิตเท่านั้นเอง เมื่อระวังจิตด้วยอินทริยสังวรศีลคือวิปัสสนาเท่านั้น เจตสิกฝ่ายชั่วเข้าไม่ได้ ฝ่ายบุญจะเข้ามาคือโยนิโสมนสิการ สติมา สัมปชาโน อาตาปี สติเป็นเจตสิก วิริยะเป็นเจตสิก ปัญญาเป็นเจตสิก เจตสิกจึงมี ๕๒ ดวง แต่ใช้ ๓ ดวง
ส่วนรูปมี ๒๘ แต่ละคนมี ๒๗ รูป เป็นอิตถีหรือปุริสะอย่างใดอย่างหนึ่ง การเรียนก็เพื่อให้เข้าใจว่าไม่ใช่เป็นตัวเรา เป็นรูป คือรูปนั่ง รูปยืน รูปเดิน รูปนอน ประกอบไปด้วยธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม เรียนเพื่อลดคลายจากทิฏฐิว่าเป็นตัวตน ไม่ใช่ผู้หญิงผู้ชาย คนนั่งไม่มี มีรูปนั่ง รูปยืน รูปเดิน รูปนอน รู้เรื่องรูป ๒๘ โดยละเอียด เวลาเอาไปใช้ เมื่อมีรูปใดปรากฏขึ้นก็ดูรูปนั้นโดยเฉพาะอิริยาบถ ๔ แตกฉานเกิดปัญญาในรูปนั่งก็ได้ จัดเป็นกายานุปัสสนาสติปัฏฐาน ทุกรูปก็เหมือนกันหมด
เมื่อปฏิบัติอยู่ที่จิต ควบคุมจิต อินทริยสังวรศีลควบคุมอยู่กับจิตแล้ว สติมา สัมปชาโน อาตาปี รู้ในรูปถึงพระนิพพานได้
สรุปว่า จิต เจตสิก รูป นิพพาน ก็ไม่ยาก ใบประกาศที่ศักดิ์สิทธิ์นั้นให้หมั่นประกาศในใจอยู่เสมอๆ ว่า อันนี้ชั่วไม่ทำ อันนี้ดีรีบทำ ใบประกาศนี้จึงศักดิ์สิทธิ์ว่าอะไรควรทำ อะไรควรละ และข้ามภพข้ามชาติด้วย เมื่อได้ก็ถาวรและหมดจากนิวรณ์และพ้นวัฏฏะ เพราะประกาศในใจอยู่เสมอๆ ว่าอะไรควรทำ อะไรควรละ
![]()
ขออนุโมทนากับน้องนวลผู้พิมพ์
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [13 พ.ย. 2556 , 10:03:24 น.] ( IP = 1.10.235.54 : : )
สลักธรรม 4แม้นมิได้อุ้มครรภ์อันก่อร่าง
แม้นมีเลือดเข้มจางคนละสาย
แม้นมิได้ป้อนข้าวน้ำแก่ร่างกาย
แม้นดูคล้ายไกลร้างห่างผูกพัน
แต่ท่านนั้นอุ้มชูความรู้ให้
มอบวิชาปลอดภัยเฝ้ากวดขัน
ให้ปัญญาเป็นอาหารสานชีวัน
เพื่อได้รู้เท่าทันและควรตรอง
กว่าจะโตเติบใหญ่ได้รู้คิด
กว่าจะรู้ผลักจิตให้พ้นหมอง
กว่าจะรู้ซึ้งกรรมนำครรลอง
กว่าจะงามน่ามองก็เพราะครู
ผู้จับมือลากเส้นให้เด่นชัด
ผู้ฝึกหัดท่าทางให้สวยหรู
ผู้ฟอกย้อมพื้นใจให้น่าดู
ผู้ทำงานคือครูผู้เจียระไน
นับแต่รู้กอขอและกอกา
ทุกวิชามีค่าเหนือคำไข
ที่สูงส่งคงค่าเหนืออื่นใด
คือวิชาทำใจให้สุขจริง
จึงยอกรย้อนกล่าวเรื่องราวคุณ
ของผู้หนุนความรู้ในทุกสิ่ง
ขอน้อมกราบคำสอนและคำติง
ด้วยซาบซึ้งอย่างยิ่งในเมตตา
ขอบูชาพระคุณครูผู้กูลเกื้อ
เสียสละจุนเจือเพื่อศึกษา
ขอกราบครูผู้ให้ปวงวิชา
จากศิษยาด้วยเคารพนบพระคุณ
![]()
โดย พี่ดอกแก้ว [14 พ.ย. 2556 , 08:17:44 น.] ( IP = 110.168.167.179 : : )
สลักธรรม 5
ขอก้มกราบวันทาครูผู้การุณ ค่ะโดย พี่ดา [14 พ.ย. 2556 , 08:22:02 น.] ( IP = 110.168.167.179 : : )
สลักธรรม 6ขอนอบน้อมกราบบูชาในพระคุณของครูบาอาจารย์
ด้วยความเคารพสักการะโดย อัญชลี [20 พ.ย. 2556 , 16:45:39 น.] ( IP = 58.9.192.240 : : )
สลักธรรม 7กราบระลึกถึงพระคุณอันหาที่สุดมิได้ค่ะ
โดย abctoy (abctoy) -
[22 พ.ย. 2556 , 11:26:53 น.] ( IP = 124.121.129.209 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |