| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ร้อยดวงใจ ร้อยมาลัยบูชาครู (๔)
![]()
![]()
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [15 พ.ย. 2556 , 11:54:01 น.] ( IP = 125.27.160.180 : : )
สลักธรรม 1
![]()
ประโยชน์ของพระธรรม
โดย ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร
ด้วยเหตุที่ไม่มีใครรับประกันเราว่า ชาติหน้าไม่มี ดังนั้น เราจะต้องหาทาง หาความรู้ให้เกิดขึ้นให้ได้ ถ้าปีนี้ไม่ได้ก็ปีหน้า ปีหน้าไม่ได้ก็ปีต่อไป เพราะเป็นผลประโยชน์ได้เสียอันสำคัญยิ่งยวดของชีวิต
เพราะความแก่เฒ่าก็กำลังคืบคลานเข้ามาอยู่ทุกวี่ทุกวัน ความตายก็มาเรียกร้องถามหาอยู่เสมอ ขณะนี้อายุเราก็ไม่ใช่เล็กน้อยแล้ว แต่เราก็ยังแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตอย่างเต็มที่อยู่ทั้งวัน ไม่มีเว้นตลอดเวลาอันยาวนานมาจนถึงปัจจุบันนี้
และถ้าหากว่าชาติหน้ามีอีกเราก็จะต้องแก้ปัญหาอย่างนี้อีก หรือแก้ไขในชาติโน้นๆ ต่อ ๆ ไปอีกร้อยชาติ กี่พันชาติ โดยไม่รู้จักจบจักสิ้นเลย แล้วถ้าหากไปเกิดในที่ ๆ ไม่ดีเช่นสัตว์เดรัจฉานก็ยิ่งน่ากลัวขึ้นอีกตั้งพันเท่า
ด้วยเหตุดังกล่าวนี้เอง ความไม่เข้าใจชีวิตจึงนับว่าเป็นภัยอันใหญ่หลวงน่าเกรงขามยิ่งกว่าใดๆ ทั้งสิ้น เพราะความทุกข์ที่จะต้องแก้ มิใช่ติดตามเราไปเพียงครั้งหนึ่งคราวเดียว หรือชาติหนึ่งชาติเดียวเท่านั้น
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้แสดงธรรมเพื่อแก้ทุกข์ หรือแก้ปัญหาชีวิตโดยแบ่งออกเป็น ๓ ประการด้วยกัน คือ
๑. สอนเพื่อให้ได้รับประโยชน์สำหรับในชาตินี้ คือให้คนเราอยู่เย็นเป็นสุข มีการสอนให้ขยันหมั่นเพียรทำมาหากินตั้งตัวให้ได้ สอนให้รู้จักรักษาทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ สอนให้คบกัลยาณมิตร สอนให้ดำรงชีวิตชอบโดยสม่ำเสมอ ที่รู้กันทั่วไปคือ คาถาเศรษฐี
อุอากะสะ ซึ่งย่อมาจาก อุฎฐานสัมปทา อารักขสัมปทา กัลยาณมิตตา สมชีวิตตา รวมความแล้วสอนประโยชน์ในชาตินี้ให้บุคคลอยู่ได้ด้วยความสุข
๒. ให้รู้จัดทำบุญทำกุศล มีการให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา เพื่อประโยชน์สำหรับจะได้ปลูกเพาะอุปนิสัยใจคอให้ดีขึ้น จะได้มีความสุขความเจริญทั้งชาตินี้และชาติหน้า จะได้สมบูรณ์พูนสุข มีความเป็นอยู่ดีขึ้นกว่าเดิม
๓. สอนปรมัตถประโยชน์ คือประโยชน์อย่างยิ่ง ซึ่งได้แก่พระอภิธรรม ที่เรากำลังศึกษาอยู่นี้ ท่านทั้งหลายคงจะได้ศึกษาธรรมะที่เกี่ยวกับประโยชน์ชาตินี้ชาติหน้ามาบ้างแล้ว ต่อจากนี้ไปก็จะได้ศึกษาปรมัตถประโยชน์อันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกันดูบ้าง
การศึกษาพระอภิธรรมปิฎก ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ก็เพื่อว่า เมื่อศึกษาแล้วจะได้เข้าใจเรื่องชีวิตได้เป็นอย่างดี และผู้ศึกษาจะรู้หนทางที่จะไปสู่ความสุขอย่างถาวร รู้วิธีจะทำให้ชีวิตนี้พ้นจากความวุ่นวายทุกข์ร้อน พ้นไปจากความเวียนว่ายตายเกิด
![]()
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [15 พ.ย. 2556 , 11:54:34 น.] ( IP = 125.27.160.180 : : )
สลักธรรม 2
![]()
![]()
อาสวะ
ธรรมะบรรยายโดย หลวงพ่อเสือ
อาสวะ คือ สภาพที่เป็นเครื่องหมักดองสัตว์เอาไว้ในโลกให้จมอยู่ในสังสารวัฏ ไม่พ้นไปจากการเวียนว่ายตายเกิดได้ ทำให้สัตว์ทั้งหลายไหลเวียนไปสู่ภพน้อยภพใหญ่หาเวลาสิ้นสุดไม่ได้ ไม่มีกำหนดว่าเมื่อไหร่จะเลิกเวียนว่ายตายเกิด
เพราะเบญจขันธ์อันประกอบด้วยรูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ หรือสงเคราะห์ลงในรูปนามที่มีปรากฏอยู่ในขณะนี้ทั่วทุกตัวสัตว์ ย่อมมีสภาพเหมือนโอ่งที่ใส่สุรา
กิเลสตัณหาทั้งหลายอันได้แก่ โลภะ โทสะ โมหะ ที่ไหลเข้าสู่เบญจขันธ์อยู่ทุกขณะจิตโดยผ่านทางทวารทั้ง ๖ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ กิเลสตัณหาเปรียบเหมือนเชื้อสุราที่ไหลเข้าไปในโอ่งคือเบญจขันธ์ ซึ่งมีอยู่ทุกขณะจิตในการเห็น การได้ยิน การได้กลิ่น การได้ลิ้มรส การได้สัมผัส การได้นึกคิด ก็จะแช่ดองไว้ในเบญจขันธ์หรือในโอ่งเป็นเวลานาน
ไม่รู้กี่ชาติที่เราเกิดมาแล้วที่ไม่สามารถจะหาการเริ่มต้นได้ว่า ชีวิตเริ่มต้นที่ไหน เริ่มต้นอย่างไร เพราะว่าผู้เป็นเจ้าของเบญจขันธ์ คือตัวเราหรือชีวิตเรานี้มีแต่เครื่องดองของเมา โอ่งที่เต็มไปด้วยสุราจะมีอาการมึนเมาโดยไม่สร่าง ขาดสติสัมปชัญญะอยู่ตลอดเวลา เพราะกิเลสตัณหาทั้งหลายเป็นเครื่องทำให้สัตว์มีอาการมึนเมา และติดอยู่ในสังสารวัฏโดยไม่มีวันที่จะพ้นไปได้
อาสวะแบ่งออกเป็น ๔ ประการ ได้แก่
๑. กามาสวะ คือเครื่องดองอันได้แก่กามคุณทั้ง ๕ มีรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส องค์ธรรมได้แก่ โลภเจตสิก
๒. ภวาสวะ คือความยินดีในภพภูมิต่างๆ องค์ธรรมได้แก่ โลภเจตสิก
๓. ทิฏฐาสวะ คือความยินดีตามความเห็นผิด องค์ธรรมได้แก่ ทิฏฐิเจตสิก
๔. อวิชชาสวะ คือความยินดีที่ไม่รู้ตามความเป็นจริง องค์ธรรมได้แก่ โมหเจตสิก
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [15 พ.ย. 2556 , 11:55:25 น.] ( IP = 125.27.160.180 : : )
สลักธรรม 3
อาสวะ ๔ ประการนี้เปรียบเสมือน สุรา เพราะว่ามีพิษเรื้อรังและร้ายแรง จะซึมซาบอยู่ในสันดานของสัตว์โลก
บุคคลที่มีอาสวะทั้ง ๔ อยู่ ก็จะแสดงอำนาจทำให้หลงติดในสังสารวัฏ ทำให้ตะเกียกตะกายอยากได้กามคุณทั้ง ๕ (กามตัณหา) เมื่อได้มาแล้วก็อยากให้อยู่ (ภวตัณหา) พอไม่ต้องการแล้วก็อยากให้ไป (วิภวตัณหา) ส่งผลให้ไปเกิดใน ๓๑ ภูมิ
อาสวะมีพิษร้ายแรงมาก จะหมดไปจากสันดานของเราได้ เราต้องเริ่มสร่างเมาก่อนจึงจะออกจากสังสารวัฏได้ เพราะสังสารวัฏเป็นภัยที่น่ากลัว การเมาคือไม่รู้ ไม่ชัด เช่น เห็นได้อย่างไร ได้ยินเพราะอะไร เป็นต้น
วิธีการกำจัดอาสวะนั้นก่อนอื่นเราต้องทราบว่าการกำจัดอาสวะเป็นสภาวะที่ยากมาก แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงหาวิธีการกำจัดอาสวะทั้ง ๔ โดยทรงประทานการปฏิบัติอันจะเกิดขึ้นของโลกุตตรภูมิ คือภูมิที่พ้นจากโลกพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดไว้ ๔ ภูมิได้แก่ โสดาบันโลกุตตรภูมิ สกิทาคามีโลกุตตรภูมิ อนาคามีโลกุตตรภูมิ และอรหัตตโลกุตตรภูมิ
นอกจากนี้พระองค์ยังทรงประทานวิธีการกำจัดอาสวะให้ ด้วยการแสดงพระธรรมเทศนา คือ คันถธุระ และเอาความรู้จากคันถธุระมาปฏิบัติด้วยปัญญาเรียกว่า วิปัสสนาธุระ ก็สามารถกำจัดอาสวะออกไปจากสันดานของตนเองได้
เมื่อกำจัดอาสวะออกแล้ว เหล่าสัตว์ก็เป็นผู้สร่างมา หมดจากความโง่เขลา ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีก บรรลุถึงแดนเกษมคือ อมตมหานฤพาน
การศึกษาพระธรรมจะทำให้เราสร่างเมา เมื่อศึกษาแล้วทำให้วิปลาสทั้ง ๔ เบาบางลง เพราะมีการระลึกรู้ การกำจัดความเมาต้องมีเครื่องมือกำจัด โดยทั่วไปสัตว์ที่อยู่ในภูมิต่างๆ เป็นผู้ที่มีปัญญาสั้น คือมีปัญญาน้อย ไม่สามารถที่จะคิดหาวิธีออกจากความมึนเมาได้ แม้แต่จะรู้ว่าตัวเองนั้นมึนเมาอยู่ ก็ไม่สามารถรู้ได้
คำสอนของพระพุทธเจ้าเมื่อเรียนแล้วและเอาไปทำแล้วจะทำให้เราท่านทั้งหลายคลายจากความกำหนัด ปราศจากทุกข์ ไม่สะสมกองกิเลส สันโดษ มักน้อย เลิกคลุกคลีกับหมู่คณะ เลี้ยงชีวิตง่าย และมีความเพียรชอบ แต่หากเรียนไปแล้ว ทำให้เกิดมานะว่าข้านี้แน่ก็เป็น ดีกู ไม่ใช่ ฎีกา
![]()
ขออนุโมทนากับน้องนวลผู้พิมพ์โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [15 พ.ย. 2556 , 11:55:56 น.] ( IP = 125.27.160.180 : : )
สลักธรรม 4เพียรบ่มเพาะเกาะเกี่ยวไม้เรียวรัก
กระหวัดสัก..รอย..อดทนบนศักดิ์ศรี
ให้กลับตัวกลับใจใฝ่รักดี
สมกับที่เกิดมามีค่าคน
ท่านโอบเอื้อเกื้อศิษย์ด้วยเมตตา
ดุจนาวาบรรทุกผู้อยู่กลางหน
โต้กระแสชลากล้าผจญ
ขึ้นฝั่งชลพ้นห้วงจากบ่วงพาล ....
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย พี่ดอกแก้ว [19 พ.ย. 2556 , 17:37:53 น.] ( IP = 58.9.127.159 : : )
สลักธรรม 5ขอนอบน้อมกราบบูชาในพระคุณของครูบาอาจารย์
ด้วยความเคารพสักการะ
โดย อัญชลี [19 พ.ย. 2556 , 17:43:38 น.] ( IP = 58.9.127.159 : : )
สลักธรรม 6
ขอก้มกราบวันทาครูผู้การุณ ค่ะโดย พี่ดา [20 พ.ย. 2556 , 16:39:40 น.] ( IP = 58.9.192.240 : : )
สลักธรรม 7กราบระลึกถึงพระคุณอันหาที่สุดมิได้ค่ะ
โดย abctoy (abctoy) -
[22 พ.ย. 2556 , 11:30:22 น.] ( IP = 124.121.129.209 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |