ตัวปราบกิเลส
โดย ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงค้นคว้าพบแล้ว และได้เผยแพร่ไปยังพุทธมามกะทั้งหลาย ถ้าผมกล่าวขึ้นมาเมื่อใด ท่านทั้งหลายก็คงจะจำได้ คือพระองค์ได้สอนให้ใช้ ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นตัวปราบกิเลสอันเป็นศัตรูร้าย
อำนาจของศีล ใช้ทำลายวีติกมกิเลส อันเป็นกิเลสอย่างหยาบที่แสดงออกทางกาย ทางวาจา ให้ย่อยยับไป
อำนาจของสมาธิ ใช้ทำลายปริยุฏฐานกิเลส อันเป็นกิเลสอย่างกลางที่มีจิตใจขุ่นมัวเร่าร้อน ไม่ให้เกิดขึ้นมาได้
อำนาจของปัญญา ใช้ทำลายอนุสัยกิเลส อันเป็นกิเลสอย่างละเอียดที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจให้หลุดถอนออกไปจากจิตได้
กิเลสอย่างหยาบที่แสดงออกทางกาย ทางวาจา เช่นตบตีหรือด่าทอกันนั้น เราจะใช้สมาธิก็ข่มมันไม่ไหว เพราะออกมาถึงกายหรือวาจาแล้ว ส่วนสมาธินั้นเล่า ก็ไม่อาจที่จะลบล้างกายหรือวาจาที่แสดงออกไปได้ มีอยู่ทางเดียวที่จะไม่ให้ทันเกิดขึ้นมาก็คือ การรักษาศีล เมื่อรักษาศีลแล้ว ก็ไม่อาจจะฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ หรือพูดเท็จได้
กิเลสอย่างกลางที่ทำให้จิตใจขุ่นมัวเศร้าหมอง หรือเร่าร้อน เมื่อใจมันขุ่นมัวทุกข์ร้อน ดิ้นรนกระวนกระวาย ศีลที่รักษาก็ช่วยป้องกันมิให้จิตใจต้องถูกกระทบกระเทือนไม่ไหว แม้กายและวาจาจะมีความสงบอย่างไรเท่าที่ตาเห็น แต่จิตใจนั้นแสนที่จะกลัดกลุ้มรุ่มร้อน ดังนั้น จึงจำจะต้องอาศัยสมาธิเป็นตัวปราบปราม ต้องเอาสมาธิเข้ามาข่มทำให้จิตใจสงบระงับมีอารมณ์เป็นอันเดียวเสีย
กิเลสอย่างละเอียดที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในใจนั้น เราจะใช้ศีลเข้าทำลายศีลท่รักษาไม่ให้ก้าวล่วงเข้ามาในอกุศล คือ ทำให้กายวาจาเรียบร้อยนั้น ก็ไม่มีความสามารถเข้าทำลายได้ ครั้นจะใช้สมาธิเข้าข่ม สมาธินั้นก็ได้แต่ทำให้จิตใจสงบระงับไม่ซัดส่ายไปมา หามีความสามารถที่จะทำลายอนุสัยกิเลสอรยในขันธสันดานได้ไม่ ด้วยเหตุที่ศีลและสมาธิทำลายกิเลสอย่างละเอียดไม่ได้นี่เอง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้สอนให้สร้างปัญญาให้เกิดขึ้นเพื่อทำลายอนุสัยกิเลส คือกิเลสอย่างละเอียดนั้นเสีย
การศึกษาเล่าเรียนเรื่องของชีวิตจากพระอภิธรรมปิฎกนั้น เป็นการสร้างปัญญาให้เกิดขึ้นมาเหมือนกัน แต่เป็นสุตมยปัญญา และจินตามยปัญญา อันเป็นปัญญาจากการฟัง การศึกษา และการพิจารณา ปัญญาชนิดนี้ก็มีความสามารถประหาณกิเลสที่มีอยู่ในจิตใจได้เป็นตทังคปหาน คือทำลายกิเลสลงได้เป็นคราวๆ ทำให้กิเลสอย่างหยาบเกิดขึ้นมาได้ยาก จึงไม่กล้าใช้กิริยาวาจาที่หยาบออกไป แม้จิตใจที่เคยเร่าร้อนก็สงบระงับลงไปมากกว่าเดิมอย่างเทียบกันไม่ได้เลย
และกิเลสอย่างละเอียดก็โดนกระทบกระเทือนหวั่นไหว ตัวการก่อให้เกิดความพลุ่งพล่านเร่าร้อนก็จะสงบระงับลงได้เป็นอันมาก ความคิดอ่านและการกระทำก็จะได้ถูกหันเหไปในทิศทางที่ไม่มีอันตราย จิตใจก็จะมีความเยือกเย็นแจ่มใส ได้รับความสุขความสบายยิ่งกว่าเดิมโดยมิได้รู้สึกตัวว่าเป็นผลอันเกิดขึ้นมาจากการศึกษาเรื่องราวของชีวิตเข้าใจ ไม่ได้เคี่ยวเข็ญหามาจากที่ไหนอย่างที่ใครๆ เขาท่องเที่ยวไปแสวงหา
ส่วนปัญญาอีกชนิดหนึ่ง เรียกว่า ภาวนามยปัญญา เป็นปัญญาอันเกิดขึ้นมาจากการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ผู้ปฏิบัติจะเกิดปัญญาขึ้นมาทำการประหาณกิเลสอย่างละเอียดให้เด็ดขาดลงได้ในทันที ทั้งกิเลสที่ประหาณลงไปแล้วจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นมาใหม่ได้อีกเลย ในขณะนี้จิตจับพระนิพพานเป็นอารมณ์ ผู้ใช้ปัญญาชนิดนี้ประหาณกิเลสลงได้ในพระพุทะศาสนาเรียกชื่อว่า เป็นอริยบุคคล เป็นบุคคลผู้ประเสริฐเพราะห่างไกลจากกิเลสเครื่องเศร้าหมองทั้งปวง
ท่านนักศึกษาทั้งหลาย บัดนี้เวลาแห่งการบรรยายก็ได้ล่วงเลยไปแล้ว ผมก็ได้รวบรัดให้การบรรยายจบเรื่องของอกุศลกรรมบถ ผมก้หวังว่าคงจะพาให้ท่านทั้งหลายให้บังเกิดความเข้าใจได้พอสมสวร สำหรับในวันนี้ผมของงดคำถามด้วยเวลาได้มดลงไปเสียแล้ว ขอเชิญท่านพบหันใหม่ในคราวหน้า ขอความเจริญ ความผาสุก และความมีปัญญา พึงบังเกิดมีแก่ท่านนักศึกษาทุกท่าน
|