มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ร้อยดวงใจ ร้อยมาลัยบูชาครู (๗)








โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 พ.ย. 2556 , 17:13:18 น.] ( IP = 125.27.183.103 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ][ 4 ]


  สลักธรรม 1






การศึกษาทำให้ดวงตาสว่าง
ธรรมะบรรยายโดย หลวงพ่อเสือ


ชีวิตคืออะไร? ชีวิตก็คือสิ่งที่อุบัติขึ้นมาด้วยเหตุปัจจัย

ชีวิตดำรงอยู่ได้ด้วยอะไร? ดำรงอยู่ได้ด้วยเหตุปัจจัย

ชีวิตเห็นได้อย่างไร? ชีวิตเห็นได้ด้วยเหตุปัจจัย

ชีวิตนั้นได้ยินได้อย่างไร? ได้ยินด้วยเหตุปัจจัย

ทุกๆ อย่างต้องมีเหตุปัจจัย จึงมีผลปรากฏขึ้น แต่เหตุและปัจจัยนี้มีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป เมื่อหมดเหตุ ผลก็หมดด้วย ฉะนั้น ชีวิตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย และต้องตายไปเพราะหมดเหตุหมดปัจจัย

ชีวิตนั้นประกอบด้วยกองทั้ง ๕ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ

รูปตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าต่างๆ ที่รวมกันเรียกว่า รูป มองเห็นได้ เช่น รูปนั่ง รูปเดิน รูปยืน รูปนอน เป็นต้น

เวทนาคือ การเสวยอารมณ์เข้าไปเป็นสุข ทุกข์ เฉยๆ

สัญญาคือ ความจำได้หมายรู้ จำเรื่องราวต่างๆ จำบ้านเรือนได้ จำหน้าพ่อหน้าแม่ เป็นต้น

สังขารคือ ธรรมชาติที่ปรุงแต่งจิตให้เป็นไปต่างๆ เช่น มีความพอใจ ไม่พอใจ เป็นต้น

วิญญาณคือ ธรรมชาติที่รู้อารมณ์ได้ เช่น จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ เป็นต้น

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 พ.ย. 2556 , 17:13:47 น.] ( IP = 125.27.183.103 : : )


  สลักธรรม 2


และภายใต้ขันธ์ ๕ นี้ก็ตกอยู่ภายใต้อำนาจของอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เช่น รูป ตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าเป็นอนิจจังคือความไม่เที่ยง เช่น นั่งอยู่ไม่ขยับได้ไหม ไม่ได้มีปวด ชา เมื่อย อาการนั้นเป็นทุกข์ ทุกข์เพราะว่าในรูปนั้นมีความไม่เที่ยงเป็นอนิจจัง ในรูปนั้นมีความทุกข์เป็นทุกขัง คือทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ เมื่อทุกข์ทวีคูณขึ้นจนทนไม่ได้ ก็บีบคั้นให้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นอนัตตา เพราะเราไม่สามารถบังคับบัญชาได้ว่าอย่าเมื่อยนะ อย่าโทรมนะ ฉะนั้นสภาพของรูปธรรมก็ตกอยู่ภายใต้อนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา

หรืออย่างเวทนา คือ สุข ทุกข์ เฉยๆ เช่น ความสุขกายเกิดขึ้นได้จากการอาบน้ำดับความร้อน แล้วถ้าสุขทำไมไม่อาบต่อไปล่ะ ก็เพราะว่าจิตของเรารับอารมณ์ไม่ได้ ทำอย่างนั้นอย่างเดียวไม่ได้ มีความไม่เที่ยงทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ บังคับบัญชาไม่ได้เหมือนกัน

ฉะนั้นภายใต้รูปนามขันธ์ ๕ นี้ตกอยู่ภายใต้อำนาจอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เป็นอย่างนี้มาตั้งนานแสนนานแล้ว แต่เพราะว่าอนิจจัง ทุกขัง อนัตตานั้นถูกปิดบังและซ่อนเร้นยิ่งกว่าภูเขาดอยอินทนนท์ทับหญ้า เพราะมีอิริยาบถ สันตติ ฆนสัญญานั้นปิดบังเอาไว้ ไม่มีใครไปทำลายได้ นอกจากปัญญาบารมี

๑.สันตติปิดบังอนิจจัง เช่น การเกิดขึ้นแทนความดับเร็วมาก เราจึงนึกว่าไฟติดอยู่ เช่นเดียวกับการเห็นของเรา ในขณะที่เราเห็นพระพุทธรูปนั้น ไม่ได้เห็นตลอดเวลา ลักษณะของจิตมีอุปาทะ ฐีติ ภังคะ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป แต่มีการเกิดขึ้นของจิตเห็นนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ แล้วก็มีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปติดต่อกันไม่ขาดสาย นั่นแหละสันตติจึงปิดบังอนิจจังความไม่เที่ยง ทำให้เราเห็นว่าเที่ยง

๒.อิริยาบถปิดบังทุกขัง เช่น นั่งอยู่ขยับท่าโน้นท่านี้ เพราะเราลุกลี้ลุกลนอยู่จึงไม่รู้ว่าทำไมจึงต้องเปลี่ยน เพราะทุกข์ เพราะความไม่เที่ยง เรามีรูปต่างๆ มีการเคลื่อนไหว มีของใหม่มาชดเชยของเก่า เช่น ขณะนี้เราหิวน้ำก็มีน้ำให้ดื่ม แก้ทุกข์แล้ว แต่เราไม่รู้เลย เราเปลี่ยนพฤติกรรมตอบสนองสิ่งเร้าตลอดเวลา อิริยาบถใหม่ปิดบังอิริยาบถเก่า เพราะได้เปลี่ยนแล้วก็รู้สึกสบาย ถ้าสบายจริงให้นั่งต่อไปซิก็ไม่ได้แล้ว ต้องเมื่อยไม่สบาย อิริยาบถใหม่ปิดบังทุกข์แล้ว พอเราได้เปลี่ยนแล้ว ความทุกข์เหมือนหายไปเลย แต่มันไม่หาย มันมาเริ่มต้นที่จะทุกข์ใหม่แล้ว

๓. ฆนสัญญาปิดบังอนัตตา ฆนสัญญาคือ การประชุมกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนของปฐวี อาโป เตโช วาโย วัณณะ คันธ รสะ โอชะ คืออวินิพโภครูป ๘ เป็นต้น ทำให้เราไม่เห็นความไม่ใช่ตัวตน (อนัตตา) เช่น คำว่า มือต้องประกอบด้วยนิ้ว และระหว่างนิ้วก็ต้องมีช่องว่าง ในนิ้วก็ต้องมีเล็บ และมีข้อต่างๆ ซึ่งเป็นการประชุมกันหลายๆ อย่าง หลายๆ ชื่อ จึงเรียกว่ามือ

ดังนั้น จึงทำให้เราหลงฟั่นเฟือนตามอาการที่ประชุมกัน รวบรวมกัน จึงไม่เห็นความเป็นไปตามธรรมชาติคืออนิจจัง ทุกขัง อนัตตา สิ่งที่จะทำให้เห็นพระไตรลักษณ์ได้คือวิปัสสนากรรมฐานเท่านั้น

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 พ.ย. 2556 , 17:14:04 น.] ( IP = 125.27.183.103 : : )


  สลักธรรม 3


เราจึงต้องศึกษาหาความรู้และความเข้าใจว่า ทำไมเราจึงพ้นกรรมไม่ได้? เพราะเราไม่รู้กรรมพิเศษที่พระพุทธเจ้าสอนนั้นมีอย่างไร

กุศลกรรมทำแล้วก็ต้องเกิด เกิดแล้วเป็นทุกข์

อกุศลกรรมทำแล้วก็ต้องเกิด เกิดแล้วก็ทุกข์

ไม่มีใครสักคนเดียวปฏิเสธไม่พ่วงเอาทุกข์ติดตามมาได้ เพราะทุกข์มีอยู่พร้อมกับการเกิดนั่นแหละ ทุกข์ประจำมี ๓ คือ เกิด แก่ ตาย ทุกข์จรมีอีก ๘ เมื่อเกิดมาแล้ว ก็มีแต่ความทุกข์ ในที่สุดก็คือไปสู่ความตาย

เมื่อเราไม่เห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา จึงทำให้หลงฟั่นเฟือนไปว่าชีวิตเป็นของดี (สุภวิปลาส) ชีวิตมีความสุข (สุขวิปลาส) ชีวิตนี้เที่ยง (นิจจวิปลาส) ชีวิตนี้เป็นของเรา (อัตตวิปลาส) เมื่อเราเห็นคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง จึงต้องอาศัยปัญญาที่เกิดขึ้นที่จากการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

ฉะนั้น การศึกษาจะทำให้เรามีตา พอศึกษามากทำให้ตาของเราสว่าง แล้วจะได้เดินถูก เพราะไม่อย่างนั้นเราก็วนเวียนในการมีชีวิตอยู่ เดี๋ยวตาย เดี๋ยวเกิด เดี๋ยวสุขบ้าง เดี๋ยวทุกข์

เราเคยถามไหมสุขทุกข์มาจากไหน สุขทุกข์ก็มาจากกรรมดีและกรรมไม่ดี เมื่อได้รับแล้ว เรารู้ไม่เท่าทัน เราก็หลงเพลิดเพลินกับดีนั้น กิเลสก็เกิดอีก เป็นกิเลสวัฏ กรรมวัฏ วิบากวัฏ

เมื่อเราได้รับสิ่งไม่ดี เราก็โกรธมีปฏิกิริยาตอบสนองมีความไม่พอใจ กิเลสก็เกิดคือโทสะ นี่แหละชีวิตเป็นอย่างนี้ตลอดเวลา จึงมีวิธีเดียวเท่านั้นเองคือวิวัฏฏคามินีปฏิปทา กรรมที่จะทำให้วัฏสงสารหลุดไป




ขออนุโมทนากับน้องนวลผู้พิมพ์

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 พ.ย. 2556 , 17:14:19 น.] ( IP = 125.27.183.103 : : )


  สลักธรรม 4




ความกรุณา
โดย ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร


มีคำถามว่า เมื่อยังไม่ได้เรียนธรรมะนั้น จะทำอะไรก็ทำได้ตามสบาย จะเดินไปทางไหนก็ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะเหยียบสัตว์ตาย บาปคงจะไม่เกิด เพราะไม่ได้ตั้งใจจะทำให้สัตว์ตาย แต่พอได้เรียนธรรมะแล้ว ก็ให้เกิดความยุ่งยากลำบากขึ้น เพราะเดินในที่บางแห่งกลัวว่าจะไปเหยียบเอาสัตว์ตัวเล็กๆ เข้า แม้เข้าห้องน้ำพบมดหลายตัว ก็ต้องลำบากไล่มันกว่าจะออกไปได้เพราะบางทีมันก็ดื้อ เมื่อความลำบากยุ่งยากใจเกิดขึ้นเช่นนี้ ไม่เป็นอกุศลดอกหรือ ถ้าเช่นนั้นไม่เรียนธรรมะเสียเลยจะไม่ดีหรือ?

ขอตอบว่า ผมก็เห็นจริงตามที่ได้บอกมาในเรื่องความลำบากที่จะต้องเกิดขึ้นบ้างเมื่อได้เรียนธรรมะไปแล้ว เพราะจะต้องมีความสังวรณ์ระวังผิดกว่าเมื่อตอนไม่ได้เรียน

ความจริงที่เห็นได้ง่ายๆ จากการที่ไม่เข้าใจสภาวธรรมก็คือ เดินไปไหนไม่ต้องมีความระวังว่าจะไปเหยียบสัตว์ตาย เข้าห้องน้ำบางทีก็ไม่ได้สังเกตว่ามีมดอยู่บ้างหรือเปล่า เสร็จธุระแล้วก็ออกมา ดังนั้น บาปที่เกิดจากการไปเหยียบสัตว์หรือจากการเดินการเข้าห้องน้ำก็ไม่มี เพราะไม่ทราบด้วยซ้ำว่าจะมีสัตว์อะไรบ้างหรือเปล่า เจตนาจะฆ่าสัตว์จึงมิได้เกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ดี ท่านนักศึกษาพิจารณาดูให้ดีก็จะเห็นว่า เราไม่ได้เกิดบาปก็จริง แต่เราก็ไม่เกิดบุญด้วยเหมือนกัน

ส่วนผู้ที่เรียนธรรมะต้องได้รับความลำบากใจขึ้นบ้าง แต่ก็ได้บุญอยู่เสมอ ส่วนอกุศลนั้น ถ้าจะนับก็เป็นอกุศลจิต แต่เป็นอกุศลเล็กน้อย และเล็กน้อยมาก เพราะว่าอกุศลนี้เป็นปัจจัยให้เกิดกุศล

กุศลผลบุญบางชนิด ถ้าบาปไม่เกิดเสียก่อนแล้ว บุญที่ว่านั้นก็จะเกิดขึ้นมาไม่ได้ เพราะบุญชนิดนี้ต้องอาศัยบาปเป็นปัจจัย คืออาศัยบาปมาเป็นตัวสนับสนุนให้บุญเกิด ด้วยเหตุนี้เอง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้สอนให้กระทำให้มากให้กระทำอยู่เสมอ ผู้หลักผู้ใหญ่ก็สอนกันอยู่ทั่วไป นั่นก็คือความกรุณา

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 พ.ย. 2556 , 17:14:35 น.] ( IP = 125.27.183.103 : : )


  สลักธรรม 5


ความกรุณาคืออะไร? ความกรุณาก็ได้แก่ความสงสารสัตว์ที่ตกทุกข์ได้ยากหรือลำบากต่างๆ แล้วมีจิตคิดช่วยเหลือให้พ้นไปจากความทุกข์ยากลำบากนั้น แต่ความกรุณาจะเกิดขึ้นมาได้ก็ด้วยอาศัยหลัก ๓ ประการ คือ ๑. ต้องมีสัตว์อยู่เฉพาะหน้า ๒. สัตว์นั้นต้องมีความทุกข์ ๓. บาปหรืออกุศลจะต้องเกิดขึ้นมาก่อน

ความกรุณาที่จะเกิดขึ้นมาได้นั้นจะต้องอาศัยหลักทั้ง ๓ ประการดังกล่าว จะขาดไปเสียประการใดประการหนึ่งไม่ได้เลยเป็นอันขาด เพราะถ้าขาดไปเสียแล้ว จิตที่เกิดขึ้นมานั้นจะเรียกว่าเป็นความกรุณาไม่ได้ และกุศลจิตจากความกรุณาก็ไม่เกิดด้วยเหมือนกัน แต่เหตุไฉนเล่า จึงได้กำหนดกฏเกณฑ์เอาไว้เช่นนี้ ขอให้ลองพิจารณาดูให้ดี

๑. ที่ว่าต้องมีสัตว์มาอยู่เฉพาะหน้า หมายความว่า กุศลทั้งหลายเกิดขึ้นมาได้โดยไม่ต้องมีสัตว์มาอยู่เฉพาะหน้าเลย เช่นการระลึกถึงกุศลที่ได้ทำไปแล้ว เช่นไปทอดกฐินหรือการไปฟังธรรมะ รักษาศีลหรือปฏิบัติวิปัสสนา เหล่านี้เป็นต้น มิได้มีสัตว์อะไรมาอยู่ต่อหน้าเลย กุศลก็เกิดได้

สำหรับความกรุณานั้นจะต้องมีสัตว์อยู่เฉพาะหน้า เช่น เป็นคนหรือเป็นสัตว์เดรัจฉานก็ตาม แต่ที่ว่าอยู่เฉพาะหน้านั้น มิได้หมายความว่า จะต้องมีสัตว์มาอยู่ต่อหน้าต่อตาจริงๆ ตามถ้อยคำ (เช่นตาเห็น) ก็ได้ อาจได้ยินเสียงสัตว์ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด หรือระลึกถึงสัตว์ที่กำลังตกทุกข์ได้ยากต่างๆ เกิดจากความคิด ก็เป็นต่อหน้าได้เหมือนกัน

๒. ต้องเป็นสัตว์ที่มีความทุกข์ ข้อนี้หมายความว่า ถ้าสัตว์นั้นไม่มีทุกข์แล้ว ความกรุณาจะเกิดขึ้นมาไม่ได้เลย เช่นเห็นคนนั่งรถยนต์เก๋งส่วนตัวราคาแพงมาหา หรือเห็นสัตว์เช่นสุนัขที่อ้วนท้วนสมบูรณ์ ขนปุกปุยน่ารักเดินมา เราก็จะเกิดความกรุณาไม่ได้แน่ ไม่เหมือนกับคนง่อยเปลี้ยเสียขา หรือสุนัขที่หิวโหยอดโซเดินเข้ามาหา เราก็จะเกิดความสงสารอยากจะช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้

ด้วยเหตุดังนี้เอง ท่านนักศึกษาสังเกตดูให้ดีก็จะเห็นว่า ขอทานที่ร้องขออยู่นั้นจะพยายามเอาส่วนที่พิกลพิการของตนออกมาอวด เขาจะพยายามแสดงถึงความทุกข์ยากลำบาก หรือร้องขอสตางค์ด้วยเสียงละห้อยให้น่าสงสาร ยิ่งทำให้น่าสงสารได้เท่าใดก็จะได้สตางค์มากเท่านั้น เพราะผู้ได้พบเห็นเกิดความกรุณาด้วยสัตว์ที่มีทุกข์มาอยู่ต่อหน้า แต่ถ้าขอทานคนใดแต่งตัวโก้ และไม่แสดงให้เห็นทุกข์แล้ว ขอทานคนนั้นก็จะหาอาชีพทางขอทานไม่ได้แล้วจะต้องอดตาย

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 พ.ย. 2556 , 17:14:53 น.] ( IP = 125.27.183.103 : : )


  สลักธรรม 6


๓. บาปหรืออกุศลต้องเกิดเสียก่อน ความกรุณาจึงจะเกิดได้ ในข้อนี้ผมขออธิบายโดยตั้งคำถามกับท่านนักศึกษาสักหน่อยว่า เมื่อท่านได้พบคนที่กำลังมีทุกข์แสนสาหัส หรือท่านได้พบสัตว์ที่อดอยากหิวโหยทรมาน ใจของท่านรู้สึกอย่างไร ท่านจะยิ้มแย้มแจ่มใสได้หรือ จิตใจของท่านไม่เศร้าหมองดอกหรือ และเมื่อใจเศร้าหมองแล้ว ไม่เป็นบาปอกุศลหรืออย่างไร แต่ยิ่งเศร้าหมองมาก ความกรุณาก็จะเกิดมากเสียอีก

ดังนั้น ก็จะเห็นว่า ความกรุณาจะเกิด จิตใจจะต้องเศร้าหมองทุกข์ครั้งไป เพราะอกุศลเป็นปัจจัยให้ความกรุณาเกิดขึ้นมาได้ แต่อย่างไรก็ดี อกุศลที่เป็นปัจจัยดังกล่าวมานี้ เป็นอกุศลเบ็ดเตล็ดเล็กๆ น้อยๆ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสรรเสริญผู้มีความกรุณา

ตามที่ผมได้บรรยายมานี้ ท่านทั้งหลายสงสัยจะลองดูก็ได้ หรือเดินไปตามที่ต่างๆ แล้วคอยสังเกตดูก็จะเห็นได้ไม่ยากอะไร แล้วก็จะทราบความจริงว่า อันความกรุณาจะมีขึ้นมาได้นั้น จะขาดหลักการที่ได้วางเอาไว้แม้แต่ข้อเดียวก็ไม่ได้

ดังนั้น ท่านที่ได้เรียนธรรมะแล้ว ได้เกิดความยุ่งยากลำบากใจบ้างนั้น ความยุ่งยากลำบากใจหรือความเศร้าหมองที่เกิดขึ้นมาก็เพราะความสงสารสัตว์ที่กำลังมีทุกข์จะตายเสียเปล่าๆ จึงได้ช่วยเอาไว้ หรือไม่กล้าเหยียบย่ำลงไป กุศลจิตจากความกรุณาจะเกิดขึ้น ยิ่งลำบากบ่อยๆ กุศลก็เกิดบ่อยๆ แต่ผู้ไม่ได้เล่าเรียนธรรมะจะเดินไปไหนหรือจะแวะเข้าห้องน้ำก็ไม่ได้สังเกตอะไร บาปอกุศลก็ไม่เกิดขึ้นเลย แต่บุญจากกรุณาก็มีขึ้นมาไม่ได้เหมือนกัน

ด้วยเหตุนี้ผมจึงขอให้ท่านทั้งหลายจงได้พิจารณาดูว่า ควรจะเรียนธรรมะหรือหาไม่ เพราะนอกจากจะได้กุศลจากความกรุณาเป็นประจำแล้ว ยังทำให้เบาสบายคลายจากความทุกข์ ได้ไปเกิดเป็นคนมีปัญญา สามารถพาชีวิตของตนให้พ้นจากขวากหนามได้ง่ายยิ่งขึ้น บัดนี้ ผมก็ได้แก้ปัญหาของท่านแล้ว การปฏิบัติอย่างไรก็เป็นหน้าที่ของท่านว่าจะเอาอย่างไหน แล้วก็เชิญปฏิบัติได้ตามอัธยาศัย



โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 พ.ย. 2556 , 17:15:08 น.] ( IP = 125.27.183.103 : : )


  สลักธรรม 7





แผ่นดินทองครองธรรมคำสัจจะ
ด้วยมือของพ่อพระครูทั้งสอง
สร้างหลักฐานสานหลักธรรมนำครรลอง
เพียรประคองผองศิษย์สร้างจิตดี

หลวงพ่อเสือ..ท่านเกื้อกูลพื้นฐาน
เพื่อประหารอกุศลพ้นวิถี
ให้ปริยัติสืบต่อคือ..หลวงพ่อบุญมี
เพื่อแตกฉานเรื่องชีวีและตัวตน

พระทั้งสองท่านปองหมายปวงศิษย์
เปลี่ยนวิถีชีวิตสู่มรรคผล
ครูทั้งสองท่านแนะนำทำกมล
ให้หลุดพ้นบ่วงมารการเกิดตาย

ชีวิตที่มีพระครูผู้สอนสั่ง
พลิกอดีตที่เคยพลั้งจนเกือบสาย
กลับเข้าสู่ทางดำเนินเหนืออบาย
มีประกายปัญญาปรากฏการณ์

ชีวิตที่เหมือนเศษดินสิ้นราศี
บังเกิดมีรูปลักษณ์ศักดิ์สัณฐาน
เพราะพระครูผู้เพียรปั้นทุกวันวาร
ให้เศษดินกลายเป็นงานศิลปกรรม

ในวันนี้ธุลีที่เคยไร้ค่า
น้อมกุศลนานาทุกฉนำ
มาพร้อมเพรียงเรียงร้อยมาลัยกรรม
กราบพระครูผู้หนุนนำด้วยบูชา


ปาเจราจริยา โหนฺติ คุณุตฺตรานุสาสกา

ปญฺญาวุฑฺฒิกเรเต เต ทินฺโนวาเท นมามิหํ



โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 พ.ย. 2556 , 17:16:07 น.] ( IP = 125.27.183.103 : : )


  สลักธรรม 8

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [22 พ.ย. 2556 , 16:25:03 น.] ( IP = 58.11.164.15 : : )


  สลักธรรม 9

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [22 พ.ย. 2556 , 16:25:43 น.] ( IP = 58.11.164.15 : : )


  สลักธรรม 10

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [22 พ.ย. 2556 , 16:26:22 น.] ( IP = 58.11.164.15 : : )
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ][ 4 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org