มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พรหมเทพ












พรหมเทพ
คัดมาจากพระนิพนธ์ของสมเด็จญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก


พระพุทธศาสนาแสดงไว้ชัดแจ้งตามคำทรงสอนในองค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ว่า "เงินเป็นงูพิษ" นึกถึงพระพุทธวจนะนี้แล้วทำให้เห็นบ้านเมืองในทุกวันนี้เต็มไปด้วยงูพิษ เลื้อยอยู่ยั้วเยี้ยเต็มไปหมด

เมื่อนึกถึงภาพงูพิษเลื้อยอยู่ทุกคนทุกแห่ง ทุกบ้านช่องห้องหอ ก็ทำให้ขนลุกขนพองสยองเกล้าได้เหมือนกัน ความรู้สึกนี้เป็นอย่างไร แม้ประสงค์จะรู้ให้แจ้ง ก็ให้คิดวาดภาพงูร้อยแปดชนิด ที่ล้วนมีพิษแรงร้าย มีรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัวและได้มารวมกันอยู่เพียงในบ้านเรือนของเรา ไม่ต้องนึกถึงขนาดมีงูพิษทั่วบ้านทั่วเมือง เราจะรู้สึกอย่างไร แม้เพียงรู้สึกจากมโนภาพก็ยังยากจะรับได้แล้ว

แต่ทุกวันนี้งูเลื้อยอยู่วุ่นวายแน่นขนัดไปทั่วบ้านทั่วเมืองที่รักของเราแล้ว ลองคิดดู คิดถึงพระพุทธวจนะที่ทรงกล่าวไว้ว่า "เงินเป็นงูพิษ" แล้วพอจะเห็นจริงหรือไม่ ว่าทุกวันนี้งูพิษท่วมบ้านท่วมเมืองเราแล้ว บ้านช่องของเราแต่ละคนอัดแออยู่ด้วยงูพิษ เพราะในใจของพวกเราเต็มไปด้วยเงิน เงิน เงิน ขอให้ได้เงินเป็นยอมทำได้ทุกอย่าง เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของตนเองก็ทำได้ น่าอับอายเพียงไรก็ทำได้ นี่แหละคืองูพิษที่เลื้อยเพ่นพ่านอยู่แน่นบ้านแน่นเมืองไทยที่รักของเรา ที่เป็นเมืองพระพุทธศาสนาแท้ๆ

เรามีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ มีพระพุทธศาสนาเป็นชีวิตจิตใจ แต่เราอ่อนแอเกินไปเมื่อเผชิญกับงูพิษ ยอมให้งูพิษออกลูกออกหลาน หลายเพศหลายพันธุ์ พิษมากพิษน้อย ท่วมบ้านท่วมเรือน ท่วมประเทศท่วมชาติ นั่นก็คือเงินกำลังเป็นพระเจ้า บัญชาให้ทำทุกอย่างได้เพื่อเงิน เงิน เงิน เงิน อยู่ในสมองทุกเวลานาที คิดพูดทำได้ที่ไม่ดีไม่งามไม่ถูกต้องทุกอย่างแม้จะนำเงินให้เพิ่มพูน มากขึ้น มากขึ้น มากขึ้น ได้กินดีอยู่ดีขึ้น ได้เป็นเศรษฐีมหาเศรษฐีขึ้น ได้มีหน้ามีตาขึ้น ได้เป็นใหญ่เป็นโตขึ้น ฯลฯ

เมื่อได้เหล่านี้เท่านั้นก็ลืมกลัวงูพิษอย่างสนิท ลืมรังเกียจความน่าขนลุกขนพองสยองเกล้าของงูพิษอย่างสนิท ลืมความทุกข์ทรมานถึงเป็นถึงตายที่จะเกิดจากพิษงูอย่างสนิท สิ่งที่เกิดแก่ชีวิตจิตใจผู้คนในทุกวันนี้จึงน่ากลัวนัก น่ากลัวที่สุด

งูพิษให้ความตายได้ทุกรูปแบบ ตายเร็ว ตายช้า ตายสงบตายทรมาน ทำให้นึกถึงคนสมัยนี้ตายได้ทุกรูปแบบด้วยอำนาจของเงิน เงินที่สมเด็จพระบรมศาสดาทรงชี้ไว้ถูกต้องเมื่อจะสองพันหกร้อยปีมาแล้วทรงชี้ไว้ชัดเจน ว่าเงินคืองูพิษ เงินเป็นงูพิษ แล้วมีหรือที่เราจะไม่ตายเพราะเงิน เงินที่คืองูพิษนั่นเอง

โดย ศาลาธรรม [28 พ.ย. 2556 , 13:08:12 น.] ( IP = 125.27.173.95 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


ถ้ามีสติปัญญามีความรู้อยู่แล้วว่าสมเด็จพระบรมครูของเราเคยรับสั่งเตือนสติไว้ ว่า "เงินเป็นงูพิษ" ก็ย่อมจะสะดุ้งใจไม่มากก็น้อยเมื่อเห็นเงิน จิตสำนึกน่าจะบอกว่า งู งูนะ ระวังงู จิตสำนึกที่ถูกต้องงดงามจะทำให้คิดได้เช่นนี้ เงินจะไม่ขึ้นสมอง จะไม่ทุ่มเทชีวิตจิตใจให้ได้เงินให้มากที่สุด ให้ทุกวิถีทาง โดยไม่คำนึงถึงความผิดชอบชั่วดี ไม่คำนึงว่ากำลังเหยียบย่ำทำลายชื่อเสียงเกียรติยศชาติสกุล ที่ท่านผู้เป็นบุพการีได้สร้างไว้อย่างสมความเป็นไทย น่าสลดใจ และน่าตกใจที่ไม่รู้ว่ากำลังจะตายเมื่อไร ทรมานเพียงไหน ด้วยพิษของงูพิษที่เข้าไปโอบอุ้มไว้ด้วยมั่นใจว่าจะให้ความมั่งมีศรีสุขมีหน้ามีตาแก่ตนได้ วางใจในงูพิษ ไม่ระมัดระวังการปฏิบัติต่องูพิษอย่างรอบคอบ จะรับทุกข์โทษภัยหนักหนาที่สุดเพียงใดก็ได้

เช่นเดียวกับวางใจในเงิน ไม่ระมัดระวังการปฏิบัติต่อเงินอย่างรอบคอบ ก็จะรับทุกข์โทษภัยหนักหนาที่สุดเพียงใดก็ได้เช่นเดียวกัน ขออย่าไม่ให้ความสนใจความจริงนี้ "เงินเป็นงูพิษ เงินคืองูพิษ" ลงว่าสมเด็จพระบรมศาสดาทรงเตือน ก็แสดงว่าทรงเห็นภัยยิ่งใหญ่ของเงินที่กำลังจะเกิดแก่มนุษย์ในโลกแล้ว

ที่จริง สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพระมหากรุณาล้นพ้นต่อสัตว์โลกทั้งปวง คำทรงสอนทั้งนั้นล่วนเป็นเครื่องนำผู้นอบน้อมยอมรับให้ได้ไปสู่ความสวัสดี พ้นทุกข์พ้นร้อน เป็นไปตามน้ำพระพุทธหฤทัยมุ่งมั่นแม้ตั้งแต่ยังมิได้ทรงตรัสรู้ได้ทรงช่วยสัตว์โลกสมดังพระมหากรุณาที่เปี่ยมล้นพระพุทธหฤทัย ทรงสอน ทรงสั่ง ทรงปลอบโยนอย่างอลุ้มอล่วย ไม่ทรงหักหาญให้คนผิดตื่นตระหนกตกใจจนไม่เห็นทางพาตนให้พ้นภัยได้

ดังพระพุทธภาษิตบทหนึ่งที่แสดงถึงพระมหากรุณาอย่างยิ่งแม้ต่อผู้มีบาปทำแล้ว ดังนี้ "ถ้าคนพึงทำบาป ก็ไม่ควรทำบาปนั้นบ่อยๆ ไม่ควรทำความพอใจในบาปนั้น เพราะการสั่งสมบาปนำทุกข์มาให้"

คิดให้ดี คิดให้ลึกซึ้ง คิดให้เห็นชัดถึงพระมหากรุณา เคยพบง่ายๆหรือที่เมื่อทำบาปแล้วจะได้ฟังคำปลอบโยนเตือนสติเช่นนี้ พึงฟัง พึงเชื่อ และพึงสำนึกในพระมหากรุณาให้ทุกลมหายใจเข้าออก เรามีบุญนักที่ไม่เพียงเกิดเป็นมนุษย์ แต่ยังพบพระพุทธศาสนาอีกด้วย ยอดของบุญทีเดียว อย่าไม่แยแสบุญนี้เป็นอันขาด ที่สำคัญที่สุดอย่าไม่สำนึกด้วยกตัญญูต่อเบื้องพระพุทธบาท ที่ทรงพระคุณล้นหัวล้นเกล้าทั้งเราทุกคน ทั้งประเทศชาติพระศาสนาและแม้ทั้งพรหมเทพเทวามากหลาย

มนุษย์ที่ดีมีปัญญาจะมีความกตัญญูกตเวทีต่อพระพุทธบาท พรหมเทพท่านก็มีความดีมีปัญญา ดังนั้นท่านก็ย่อมมีกตัญญูกตเวทีต่อเบื้องพระพุทธบาทแน่นอน เคยมีคำถามบ่อยๆว่าเทวดามีจริงหรือ เมื่อไม่เคยเห็นก็ตอบได้ว่าไม่เคยเห็น แต่นั่นมิได้ปฏิเสธว่าเทวดาไม่มีและก็มิได้หมายความว่าไม่เชื่อว่าเทวดามี

โดย ศาลาธรรม [28 พ.ย. 2556 , 13:08:38 น.] ( IP = 125.27.173.95 : : )


  สลักธรรม 2


ผู้ที่เรียนรู้พระพุทธประวัติแม้เพียงพอสมควร ย่อมจะได้รู้พระพุทธกิจส่วนสำคัญส่วนหนึ่งที่ทรงแสดงไว้ คือทุกค่ำคืนทรงมีพระพุทธกิจที่ทรงปฏิบัติประจำดังนี้

ยามต้นทรงเทศน์โปรดมนุษย์

ยามสองทรงตอบปัญหาพรหมเทพ

ยามสามทรงพัก

ยามสี่ทรงเล็งพระพุทธญาณตรวจดูว่ามีผู้ใดที่สมควรเสด็จไปทรงโปรด ตัวอย่างที่รู้กันทั่วไปก็คือที่เสด็จไปทรงโปรดท่านพระองคุลีมาล เป็นเหตุให้ท่านพ้นจากการทำอนันตริยกรรม คือฆ่ามารดา ซึ่งจะมีผลกรรมร้ายแรง คือตกนรกอเวจี ไม่อาจพ้นได้เลย

นี้เป็นเหตุที่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพรหมเทพหรือเทวดามี ทั้งยังเป็นเทวดาที่เคารพศรัทธาในสมเด็จพระบรมศาสดาจริง ไม่เช่นนั้นคงไม่พากันไปเฝ้าสมเด็จพระบรมศาสดาทั้งเพื่อกราบทูลถามปัญหาธรรม และเพื่อได้ชื่นชมพระพุทธบารมี

ทั้งหมดนี้ปรากฏอยู่ในพระสูตรต่างๆหลายพระสูตร ที่ไม่มีอะไรน่าเคลือบแคลงสงสัยว่าจะเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นผู้นับถือพระพุทธศาสนา มีพระพุทธศาสนาเป็นที่รัก ก็แสดงว่ามีศรัทธาเทิดทูนพระพุทธองค์ น่าจะปีติโสมนัสที่ทรงเป็นที่เทิดทูนศรัทธาของพรหมเทพ

ไม่ใช่จะปฏิเสธให้เห็นว่าที่มีการกล่าวถึงพรหมเทพในพระสูตรสำคัญๆทุกพระสูตรนั้นไม่มีมูลความจริง เพราะเทวดาไม่มี มันขัดกันอย่างดำเป็นขาว ขาวเป็นดำ กับที่เทิดทูนพระพุทธองค์

อันพรหมเทพเทวานั้นทั่วไปถือว่ามีบุญบารมีได้เกิดอยู่ในที่สูง มานอบน้อมยอมสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าสมเด็จพระบรมครูของเรา เราผู้เป็นกัลยาณปุถุชน ยังมีความโลภความโกรธความหลง ต้องภูมิใจ ต้องปีติโสมนัสอย่างยิ่งเป็นธรรมดา นี่อย่าคิดว่าเป็นพระเป็นสงฆ์มาชักชวนให้งมงาย จะเป็นบุญกว่าเป็นบาป




ที่มา http://www.fungdham.com/book/prasungkarad.html

โดย ศาลาธรรม [28 พ.ย. 2556 , 13:08:55 น.] ( IP = 125.27.173.95 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org