มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สวัสดี...คำนี้สำคัญไฉน






"สวัสดี...” คำนี้สำคัญไฉน
โดย...หลวงพ่อเสือ


๓๑ ธันวาคม ของพุทธศักราช ๒๕๕๖ กำลังผ่านไปอีก ๑ ปีแล้ว ที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เพียรถักสานจิตใจ ตั้งแต่ทานไปจนถึงภาวนา พระองค์เพียรถักชีวิตจิตใจของพระองค์เองเป็นเวลายาวนาน เป็นอสงขัย พระองค์มิได้ทำอะไรนอกจากเพียรละความชั่ว ประพฤติความดี และสร้างบารมีให้พร้อมเป็นเวลายาวนานนับวันไม่ได้ นับเป็นปีไม่ได้ นับเป็นเดือนไม่ได้

ซึ่งต่างกับเรา ฉีกปฏิทินออก ฉีกเดือนออก หมดปฏิทินเปลี่ยนใหม่ก็เท่ากับฉีกปีออก แต่พระองค์ท่านมิได้อยู่กับวันเดือนปี พระองค์อยู่กับเจตนาที่ปรารถนาดีต่อมวลประชา โดยเพียงหวังว่าเอาชีวิตทั้งชีวิตเข้าแลกเปลี่ยนกับชีวิตของเวไนยสัตว์ เพื่อให้ทุกคนหัดเดินทางไปสู่ความห่างจากทุกข์และหมดสิ้นจากทุกข์นั่นเอง

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าสมเด็จพ่อ พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าใช้ชีวิต ดำรงชีวิต และกระทำชีวิตอย่างผู้นำ เราพุทธศาสนิกชนทั้งหลายได้ผ่านวัน เดือน ปี ตามสมัย หลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะเป็นสากลสมัย เราต้องติดต่อกับนานาชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนสินค้า ซื้อน้ำมัน วัตถุดิบเพื่อวิวัฒนาการวัตถุธาตุต่างๆให้มีความเจริญ จึงจะต้องอาศัยสากลนิยมเป็นไปตามกัน จึงมีวันและเวลาเกิดขึ้นมาเพื่อใช้บ่งบอกถึงความเข้าออกของชีวิต ความเข้าออกของสินค้า ความเข้าออกของเทศกาลต่างๆ แต่ปฏิทินเหล่านั้นไม่สามารถบ่งบอกถึงการเข้าออกของกิเลส จะมีปฏิทินอย่างเดียวเท่านั้น คือปฏิทินศาสนาได้แก่พระไตรปิฏก เป็นการบ่งบอกถึงการเข้าออกของกิเลสตัณหาได้อย่างฉมัง และเป็นปฏิทินที่ไม่ล้าหลัง ทันสมัยทุกยุคทุกกาล

เราจะเห็นได้ว่าวันวิสาขบูชาก็ดี วันมาฆบูชาก็ดี วันอาสาฬหบูชาก็ดี แม้กระทั่งวันเด็ก วันสงกรานต์ ยังไม่ตรงทุกปีเลย เลื่อนไปเลื่อนมา แต่ปฏิทินศาสนาไม่มีวันเลื่อนเคลื่อนย้ายไห้ จิตย่อมเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป พร้อมด้วยเจตสิก ตัวละครที่เข้ามามีบทบาทต่อจิตมีมาตั้งแต่อดีตกาล และจะมีไปจนอนาคตกาล จะจบลงได้ก็ต่อเมื่อเป็นพระอรหันต์ และก็ต้องเป็นพระอรหันต์ประเภทที่สิ้นขันธ์ ๕ ดับขันธ์ ๕ ได้แล้ว จึงจะหยุดการเข้าออกของจิตกับเจตสิกได้อย่างไม่เหลือเชื้อ

เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่า วันนี้เป็นวันที่ ๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ ขอให้ทุกคนนึกระลึกว่า ๒๕๕๗ ปีนี้ เราจะอยู่กับความแปดเปื้อนด้วยกิเลสอนุสัยอยู่อีกหรือ เราพ้นจากข่ายพระญาณมานานถึง ๒๕๕๖ ปีแล้ว ถ้าเผื่อเรามองดูให้ลึกซึ้ง ใช่ จะเป็นปีที่ต้อนรับความสดชื่น เราส่งท้ายปีเก่า แล้วก้าวเข้าสู่ปีใหม่เพื่อจะตั้งชีวิตใหม่ การตั้งชีวิตใหม่จะต้องตั้งใจ และความตั้งใจนั้นจะต้องเป็นไปด้วยปัญญา ระลึก นึกเสมอว่า ปีนี้นะ

วันนี้นะเริ่มต้นพุทธศักราช ๒๕๕๗ แล้ว เราผู้เดียวเท่านั้นที่เดินเดี่ยวอยูในโลกอันอับโชคและวาสนา ซึ่งต่างกับพระอรหันต์เจ้าทั้งหลายผู้อำลาโศกนาฏกรรมชีวิตไปนานแล้ว แต่เรา ลาทีปีเก่า พอถึงปีหน้า เราก็ลาทีปีเก่าอีกแล้ว และต้อนรับปีใหม่ ลาอยู่นั่นแหละแล้วก็ลาจากชาตินี้ไปสวัสดีชาติหน้า ความสวัสดีของเรานั้นไม่ใช่เป็นความสวัสดีที่พระอริยเจ้าสรรเสริญ ความสวัสดีที่พระอริยเจ้าสรรเสริญนั้น

พระพุทธองค์ทรงกล่าวว่า เราตถาคตไม่เห็นความสวัสดีใดจะยิ่งใหญ่เท่ากับการเป็นผู้มี ศีล มีจาคะ มีศรัทธา และมีปัญญา ศีล จาคะ ศรัทธา ปัญญา เมื่อบรรจุลงบนจิตใจของใครได้อย่างแนบแน่น ผู้นั้นจะได้ความสวัสดี แล้วก็จะเป็นความสวัสดีจากทุกข์อย่างจบสิ้นอวสาน แต่ที่เราสวัสดีมองดูตามทีวี เราจะเห็นว่าอินเดียก็สวัสดี ญี่ปุ่นก็สวัสดี เกาหลีก็สวัสดี แล้วก็เอาเด็กไทยมาสวัสดี แล้วก็บอกว่าใครจะซึ้งคุณค่าเท่ากับความเป็นไทย ฉะนั้น จึงมีการสวัสดี ซาบซึ้งในมือที่กราบลงไป แต่หารู้ไม่ว่าความสวัสดีนั้นอยู่ที่ใจ

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [24 ธ.ค. 2556 , 17:42:16 น.] ( IP = 110.168.147.152 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ฉะนั้น ลูกพ่อทั้งหญิงทั้งชาย ธิดาและบุตรสุดรัก จงมีความสวัสดีที่ใจ ด้วยสร้างเหตุแห่งศรัทธา ศรัทธาคือความเชื่อ เราเชื่อมามากแล้ว เชื่อครูว่าสอน ก.เอ๋ย ก.ไก่ ข.ไข่ในเล้า ฃ.ฃวดของเรา ค.ควายเข้านา ค.คนขึงขัง ฆ.ระฆังข้างฝา ง.งูใจกล้า จ.จานใช้ดี ฉ.ฉิ่งตีดัง ช.ช้างวิ่งหนี ซ.โซ่ล่ามที บัดนี้ก็พวกนี้สวัสดีไม่รู้จบ ปีนี้ก็สวัสดีปีเก่า แล้วก็สวัสดีปีใหม่ ลูกดูนะ สวัสดีปีเก่า สวัสดีปีใหม่ ที่จริงน่าจะบอกว่า ลาทีปีเก่า สวัสดีปีใหม่

สวัสดีปีเก่าแล้วก็สวัสดีปีใหม่ แล้วมันจะได้อะไรขึ้นมาระหว่างใหม่ระหว่างเก่า เพราะเอาคำว่าสวัสดีไปเชื่อมเสียแล้ว ใช่ไหมลูก เพราะฉะนั้น พระพุทธองค์จึงทรงสั่งสอน แล้วก็เป็นอุทาหรณ์ให้คิดว่า พระอรหันต์เจ้าโดยมีพระโมคคัลลา พระสารีบุตร พระอานนท์ ยกมาสามพระอรหันต์ผู้วิเศษ ท่านสวัสดีจนไม่มีโอกาสสวัสดี จ๊ะเอ๋ ตัดเค๊ก เขกกิเลสอีกต่อไป ท่านสวัสดีตัวท่านเอง ตัวท่านเองได้ความสวัสดี ความสวัสดีของพระอริยะคือ สันติภาพแห่งสันติสุขอันสถาพร คือ นิพพาน

วันนี้เราก็มาสวัสดีกัน มาอยู่อย่างจริงใจแล้วก็พูดกันอย่างสนุก แล้วก็ไม่ใช่สนุกกับกิเลส สนุกที่เหตุแห่งความจริง ประดับประดาสารพัด เราเห็นไหมลูก ถามซิว่า ดอกไม้ที่เราเห็นประดับที่เสา สวยไหม สายรุ้ง สวยไหม บายศรี งามไหม พระพุทธรูปขัดแล้วงามไหม งาม ทุกอย่างตกแต่ง ไหม ใช่ ทุกอย่างต้องตกแต่ง แต่นี่เขาเรียกว่างามนอก แต่งามในอาศัยศีล จาคะ ศรัทธา ปัญญา ทำให้งามใน ถ้างามในเกิดขึ้นเมื่อใด งามนั้นจะทำให้สวัสดีมีชัยไปจากวัฏสงสาร เพราะวัฏสงสารนี้น่าจะสวัสดี ลาเสียที แต่เราลาไม่ได้ ปีใหม่ทีหนึ่งก็เปิดเพลงสวัสดีปีใหม่แล้ว ปีหน้าลูกก็เอาเทปนี้มาเปิดอีก พระอรหันต์ท่านไม่ต้องมาเปิดเพลงกล่อม ๔ องค์คุณทำให้ท่านอบอุ่น สวัสดีอยู่เสมอ สวัสดีกับอะไร สวัสดี ลาแล้ว เป็นการเลิกราจากกิเลส ตัณหา ราคะ อุปาทาน อนุสัยกิเลสทั้งหลายนั่นเอง ความสวัสดีที่สถาพร

ฉะนั้น จึงเห็นได้ว่า พ่อถึงบอกว่า เปรียบเหมือนอิสานนะลูกนะ ชีวิตเรานี่เหมือนภาคอิสาน ตอนยังไม่มีโครงการหลวงยังไม่มีพระราชดำริให้จัดโครงการอิสานเขียว ดินแห้งแตกระแหงเดินไปนี่เจ็บเท้า เพราะดินมันแตกเป็นปุ่มเป็นป่ำ เรานึกถึงดินที่แห้งผาก มีแต่แสงแดดสาดส่องมาให้ไอน้ำแห้งระเหิดไปจากใต้พื้นผิว ชั้นนอกหมดแล้ว ถึงชั้นใน ถึงหินอัคนี อะไรต่างๆ มันระเหยขึ้นไปหมดเพราะความร้อนของแสงพระอาทิตย์ อิสานจึงแห้ง พอแห้งขึ้นมานี่ หลับตานึกดูว่าดินแห้งผากไปเหมือนกลางทะเลทราย มีต้นหญ้าเขียวชอุ่มโผล่ขึ้นมาต้นเดียวบนความแห้ง ต้นนี้แหละถึงจะเป็นต้นหญ้าก็ดูงาม ซึ่งไม่ต่างอะไรกับจิตใจของเราทุกคน ก็เหมือนอิสานที่ยังไม่ได้มีโครงการพระราชดำริ ทุกคนตื่นมาต้องยืน ต้องเดิน ต้องนอน ต้องขับถ่าย แข่งขันกับเวลา มีโอที โอเวอร์ไทม์ แล้วยังต้องย้ายธนาคารเพื่อให้ได้ดอกเบี้ยมากขึ้น ธนาคารนี้น้อย ธนาคารนี้มาก ธนาคารไม่พอ ออกดอกเบี้ยอีกต่างหาก ให้เงินกู้ ขูดเลือดขูดเนื้อชาวบ้านเขา บาปอย่างอ้อม

ฉะนั้นเราก็จะเห็นได้ว่า มันก็คือความแห้งของจิตใจ แต่วันสิ้นปีหรือวันที่เรายิ้มด้วยหัวใจก็เหมือนต้นหญ้าขึ้นมาบนดินแห้ง พ่อจึงมีมุทิตาจิตด้วย ยินดีด้วย หันมองมาก็เห็นว่ามีความสุขกัน ยินดีด้วย เพราะว่าโอกาสที่ต้นหญ้าที่เขียวชอุ่มจะงอกบนดินแห้งนี่ปีหนึ่งมันเกิดได้ยาก วันต่อวันต่อวันต่อวัน แม้กระทั่งประกาศเป็นทางการแล้วว่า วันเสาร์อาทิตย์เป็นวันหยุด แรงงานก็ต้องหยุด วันหยุดราชการเสาร์อาทิตย์นี่เป็นประเพณีสืบต่อกันมา บางคนยังต้องทำ เห็นไหมลูก มีเงินแล้ว ทำบุญได้เป็นล้าน เสาร์ต้องไปทำครึ่งวัน ไม่รู้ว่าจะทำไปทำไม คำตอบก็คือช่วยพ่อแม่ แต่สตางค์เก็บไว้ต่างหาก เอาเงินเดือนอยู่ มันต้องดิ้นรน ต้องขวนขวาย เพื่ออะไร เพื่ออยู่รอด เพราะชีวิตของเรานี่อยู่ยาก เราจึงต้องอยู่อย่างรอด อยู่ให้รอด เพราะอะไร ข้าวก็ยาก หมากก็แพง

ดูนะลูก พอเทศกาลทีหนึ่งนี่ วิสาขบูชา ดอกบัวเคยสลึงเดียว ขึ้นเป็นสิบบาท นี่เห็นไหม พอปีใหม่ขึ้นมา ดอกไม้เขาจะต้องใช้ประดับประดา ทุกอย่างมันก็แพงขึ้น แต่มันก็สู้แรงกิเลสไม่ได้ กิเลสมันว่าถึงแพงก็ซื้อ แรงกิเลสมันมากกว่า

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [24 ธ.ค. 2556 , 17:47:07 น.] ( IP = 110.168.147.152 : : )


  สลักธรรม 2

เราจะเห็นได้ว่า ชีวิตของเรานี่ ภาษีกิเลสมันเยอะ ไม่ใช่ภาษีสังคม ที่ลูกพูดกันนั่นผิด ภาษีกิเลส จะไม่ให้เขา กลัวเขาว่า เขาไม่รักเรา เราก็โทสะ เพราะฉะนั้นนั่นคือภาษีกิเลสที่ต้องมี เหตุเอาไปให้กัน สวัสดีคะ สวัสดีค่ะ สวัสดี ให้พรปีใหม่ แล้วก็ขอพร ให้แล้วก็ขอ เอาคอฟฟี่เมตมาให้ ขอพรยาวๆ โธ่เอ๊ย ไปชงกินได้มากกว่าอีก นี่แหละ ยกตัวอย่างให้

วันสงกรานต์ก็เช่นเดียวกัน ไปขอพรผู้ใหญ่ ถ้าเรามองให้ลึกซึ้งเราจะเห็นว่า ชีวิตอยู่ยาก ต้องอยู่ให้รอด ต้องตามสมัย ตามสังคม สังคมเขาวางกฏเกณฑ์อย่างนี้ เราไม่ทำไม่ได้ ฉะนั้น ชีวิตจึงอยู่ยากแล้วต้องดิ้นรนเพื่อให้อยู่รอด คำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า สอนให้เห็นว่าชีวิตมันเป็นอยู่อย่างนี้ อยู่อย่างไร อยู่ยาก
แล้วก็รอดยาก

เราจะรอดไปวันหนึ่งๆ นี่ยาก แค่ลมหายใจเข้า ไม่หายใจออก ตายแล้ว เห็นไหม จึงต้องมีการหายใจอยู่เสมอ แม้กระทั่งในโรงพยาบาล ถ้าหมอเขาไม่ให้อ็อกซิเจ็นขึ้นมา ตายไหม ตาย

การที่เราจะอยู่รอด เราจะต้องทำตนเองให้ปลอดภัย ความปลอดภัยก็คือการที่ใจไม่เป็นภัยต่อผู้อื่น หยุดริษยา หยุดเบียดเบียน หยุดพยาบาท แล้วหยุดการจำเนื้อเรื่อง ความเจ็บแค้นเคืองใจ

เรานึกได้ มันเจ็บเพราะอะไร มันผ่านไปแล้ว เรานึกเนื้อเรื่อง ฉะนั้นพ่อจึงขอร้องว่า พึงทิ้งเนื้อเรื่อง และหยุดความขุ่นเคือง มาเอาจิตใจคลุกเคล้า ชโลมไปด้วย ศีล จาคะ ศรัทธา และปัญญา ชีวิตจะได้สวัสดีจริงๆ ความสวัสดีอื่นล้วนไม่จีรังยั่งยืน แต่ความสวัสดีอันมีศีล คือรักษาศีล หยุดฆ่าสัตว์ ชีวิตของใครๆก็รัก เราอย่านึกว่าแมลงไม่มีหัวใจ ยุงเจ็บน้อย มันเจ็บน้อยกว่าเรา เพราะเราตัวใหญ่ตีเจ็บมาก ยุงเจ็บมากเหมือนกัน คนที่เราไม่ชอบกันนี่มาตีเรา หรือมากระแทกเรา เจ็บตรงนี้นี่มันแปล๊บเข้าไปถึงใจ ใช่ไหมลูก มันเจ็บเข้าถึงหัวใจแล้วมันก็จดจำไปนาน ทีนี้เราคิดว่าตัวใหญ่ใช่ไหมลูก เจ็บนานทีนี้ยุงนี่ลูก ตัวน้อยนิดเดียวแล้วมาเกาะเรานี่ เราตี ตัวเราถูกตียังเจ็บใจ นี่มือ ฝ่ามือเพชฆาตตีลงไป มันยังไม่ทันเจ็บใจตายไปเลย ตีไปปุ๊บ นามธรรม รูปธรรมแบนแต๊ดแต๋ นึกเสียว่าเราถูกตีแค่หน่อยหนึ่ง แต่ยุงนี่เราตีมันทั้งชีวิต เหมือนกับเราถูกแทร็กเตอร์ทับ ฉันใดฉันนั้น อย่าไปตี อย่าไปตบ ตบใจให้ไกลจากกิเลสดีกว่า นี่ คิดจะตบยุง

ปีนี้เป็นปีตบใจให้ไกลจากกิเลส คิดจะใช้ไบก้อน เลิกเสีย มาใช้ชีวิตให้เป็นผู้แบ่งปันเสียสละ รู้จักว่าการกระทำชั่วนี่ มันไม่ดี แล้วก็สวัสดีไม่รู้จบ รักษากาย วาจาของเรา ตั้งตนเองไว้ ไม่ประพฤติผิดทางกาย วาจาอาศัยศีลเสีย เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ แล้วก็มีจาคะ คือการบริจาคความเสียสละ

ความเสียสละนี่แหละลูกมีคุณอนันต์ ดูอย่างสมเด็จพ่อเรา ท่านเสียสละตั้งแต่ของเล็กจนถึงของใหญ่ เสียสละที่รักน้อยจนรักมาก เสียสละอะไรที่ว่ารักมาก เสียสละชีวิตท่านเอง เสียสละตั้งแต่น้อยจนมากให้กับลูกๆ นั่นแหละ

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [24 ธ.ค. 2556 , 17:52:53 น.] ( IP = 110.168.147.152 : : )


  สลักธรรม 3

ขอน้อมกราบบูชาหลวงพ่อด้วยความเคารพสััการะค่ะ คำสอนของหลวงพ่อทำให้จิตใจร่มเย็นจริงๆค่ะ ยามใดที่เผลอใจกับกิเลส ขอให้มีสติให้มั่นคงยิ่งขึ้นค่ะ

โดย ลูกอุ๊ (anchalee) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 ธ.ค. 2556 , 21:47:37 น.] ( IP = 101.108.132.172 : : )


  สลักธรรม 4

ขอบคุณมากครับ ที่นำมาเรื่องที่อ่านแล้วเป็นประโยชน์มาฝากเสมอ ได้ประโยชน์มากจริงๆครับ สำหรับการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมชีวิตครับผม

และขอก้มกราบหลวงพ่อด้วยความรักเทิดทูนในความเมตตากรุณาครับ ผลจะขอนำมาเป็นแนวทางชีวิตให้ได้ครับ



โดย พี่เณร [26 ธ.ค. 2556 , 08:20:21 น.] ( IP = 58.9.195.99 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org