| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
สวัสดี...คำนี้สำคัญไฉน ตอน ๓
สลักธรรม 1คนที่ประดิษฐ์ไฟฟ้าได้ทุกวันนี้เราเคยนึกถึงคุณของผู้ทำไหม นึกถึงคุณไหม มีแต่องค์การไฟฟ้า กับหลอดนี่ถ้าทุกคนประหยัดกันคนละนาที ประเทศชาติจะประหยัดเงินได้มาก เคยนึกถึงผู้ผลิตหลอดไฟฟ้าไหม ไม่เคย น้ำที่ไหลเป็นน้ำตานี่หรือเป็นน้ำคลองนี่ เขาก็คิดทำขึ้นมา เราใช้ถนนอยู่ทุกวันนี้ รถติดเราก็บ่นใช่ไหมลูก พอรถติดเราก็บ่น
ทีนี้ปีใหม่คิดใหม่ว่ารถมันติดบนถนน เอ ใครเป็นคนสร้างถนน ผู้ที่คิดสร้างถนนตัดหนทางนี่เก่ง ปัญญาแหลม มีปัญญาทางโลก มีความสามารถ ถ้าไม่มีถนนก็ไม่มีรถติด มีถนน มันเป็นทางเดิน เกิดการพัฒนาการจราจรขึ้นมา กิเลสมันมาก รถมันก็เลยมาก โกรธกิเลสซิลูก เราโกรธรถโกรธคนไม่ได้ โกรธกิเลส กิเลสนี่แหละเป็นเหตุให้รถติด
ฉะนั้น การแก้จราจร ต้องแก้ที่กิเลส ไม่ใช่แก้ที่ตัดถนนมากขึ้น กิเลสมันก็มากขึ้น นี่ แก้ไขปัญหาจราจรแล้วเช้านี้ ขอพูดคำหยาบคำหนึ่งได้ไหมลูก อนุญาตไหม ปีใหม่ไม่หยาบมากหรอกลูก ให้มันเข้ากันเท่านั้นเอง รณรงค์มลภาวะปีนี้นี่รถทุกคันต้องไร้สารตะกั่ว ถ้าเราไร้เสือกเสียอย่าง ตะกั่วก็ไม่มีความหมาย ขอโทษ ลูก เสือกใช้เอง ทำกันเอง ผลิตขึ้นมาเองเพราะกิเลสใช่ไหมลูก นี่แหละ เราจะเห็นได้ว่าทุกอย่างนี่ บางทีคนเดียว ชีวิตเดียวเท่านั้นทำให้โลกทั้งโลกได้เปลี่ยนแปลงไป เห็นไหมลูก ใครทำไฟฟ้า ใช้ของเขาแต่ไม่รู้ว่าเขาคือใคร เอดิสัน แล้วเราเคยแผ่เมตตาให้เอดิสันไหม พุทโธ่ เอาเงินให้การไฟฟ้า เห็นไหมลูก นี่แหละ คนๆ เดียวนี่ทำให้โลกเปลี่ยนแปลงไป และคนๆ เดียวทำให้โศกนาฏกรรมชีวิตหยุดไปเป็นแสนๆๆๆ ล้านๆๆๆชีวิต
สมเด็จพ่อ สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ชีวิตพระองค์เดียวเท่านั้นเองทำให้ชีวิตของความวิบัตินั้นเปลี่ยนแปลงไปเป็นสันติสุข ฉะนั้น การที่เราพยายามค้นพบ ทำให้เราเกิดจิตที่ก้าวหน้าทางสติปัญญา แทนที่เราจะคิดให้เกิดซึมเซา เซื่องซึม หงุดหงิด ทำให้จิตก้าวหน้า ว่องไว ตื่นตัว ปีนี้เป็นปีตื่นตัว ว่องไว ก้าวใจไปกับสติปัญญา และนอกจากนั้น ทำให้วัฒนธรรมอารยธรรมเจริญรุ่งเรืองได้ คนคนเดียวนี่แหละทำประโยชน์ให้แก่สังคมอย่างมหาศาลได้ และชีวิตพระพุทธเจ้าองค์เดียวนี่ให้แสงสว่างต่อชาวโลกชาวประชามานานนับชีวิตไม่ถ้วน แล้วจะมีต่อไปสำหรับผู้ที่ใช้ ผู้ใดถึงธรรมผู้นั้นถึงเราโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [25 ธ.ค. 2556 , 07:38:53 น.] ( IP = 58.9.32.61 : : )
สลักธรรม 2เราก็มาดูชีวิตน้อยนิดเท่านี้ ถ้ารู้จักใช้เป็น ชีวิตนั้นก็ก่อประโยชน์มากมายสุดที่จะประมาณได้ ใครล่ะ เรา เช่น เราหยุดเบียดเบียนผู้อื่น เราช่วยเหลือตัวเอง เราพยายามกู้อิสรภาพให้แก่ตัวเอง เพียงเราตั้งใจปฏิบัติธรรม รักษาศีล เจริญภาวนา ไม่เบียดเบียนใคร ทำตัวเราคนเดียวเท่านั้น ก็เท่ากับเรานี่เป็นประโยชน์แก่ชาวโลกทั้งหมด ใช่ไหมโดยทางอ้อมเป็นประโยชน์ต่อตน ต่อประเทศชาติ เป็นพลเมืองดี ต่อศาสนา ดีต่อพระมหากษัตริย์ เห็นไหมลูก เราคนเดียว
ฉะนั้น เราจะเห็นได้ว่า ทุกคนมีความเก่ง เก่งต่างกัน แต่ถ้าเก่งใช้ชีวิตไปในทางที่ถูก เรานี่แหละจะสามารถใช้ชีวิตที่น้อยนิดนี้ให้เกิดประโยชน์มากมายเกินกว่าที่จะประมาณได้ เช่น ทำตัวเองให้บรรลุเป็นพระอรหันต์ หนึ่งชีวิตละ ไม่มีชีวิตเราแล้วที่จะไปเบียดเบียนสัตว์โลก สัตว์จะไม่ต้องตายเพราะน้ำมือเรา ของใครหาย ไม่ใช่ฉัน แน่นอน พันเปอร์เซ็นต์ ล่วงเกินผู้อื่น ไม่ใช่ฉันแล้ว เสียงที่โกหกทำให้คนหลงใหลมอดไหม้ไป ไม่ใช่ฉันแล้ว เสียงที่ด่ากันทำให้คนร้องไห้ ไม่ใช่ฉันแล้ว อกุศลทั้งหลายไม่ได้เกิดขึ้นเพราะฉันแล้ว ความเป็นพระอรหันต์นี่ทำให้เราคนเดียวเป็นประโยชน์ต่อชาวโลกทั้งหมด
ลองคิดซิลูก พอเราเดินไปคุยกันนี่ ไปแล้ว อันแรกคือเพ้อเจ้อ ไปไหนมาคะ สบายดีหรือคะ แหม ไม่เจอตั้งนานสวยขึ้น โถ มีแต่แก่ขึ้น นี่แหละ เราพูดแบบวิปลาส ไม่เจอสามปีพี่ดูกระชุ่มกระชวยขึ้น สวยขึ้นนะ แล้วมันเป็นจริงไหมลูก คนเรานี่ยิ่งโต ยิ่งแก่ ยิ่งใกล้ตาย มีใครยิ่งโต ยิ่งปิ๊ง ฉะนั้น ยิ่งอายุมาก ยิ่งแย่ ถ้าเผื่อยิ่งโต ยิ่งปิ๊ง ในโลงนี่ปิ๊งปั๊งเลยซิลูก โตมากสุดแล้ว ยิ่งโต ยิ่งแก่ ยิ่งใกล้ตาย มีใครยิ่งโต ยิ่งปิ๊ง
ฉะนั้น ยิ่งอายุมาก ยิ่งแย่ ถ้าเผื่อยิ่งโต ยิ่งปิ๊ง ในโลงนี่ปิ๊งปั๊งเลยซิลูก โตมากสุดแล้ว
มหาบุรุษ คือ สมเด็จพ่อ ท่านตรัสสั่งสอนพระปรมัตถธรรมว่า ภายใต้ชีวิตเรานี่ มีแค่นี้ ได้มาแค่นี้ เขาให้ยืมมาแค่นี้ แล้วก็ต้องคืนเขา ทั้งดินน้ำไฟลมสุมทับถมกันเหมือนดอกไม้ แต่ถ้ารู้จักใช้ประโยชน์ ก็จะทำให้ชีวิตของเรานี่ถูกจารึกไว้ได้ ไหนใครเคยเห็นพระสารีบุตรบ้าง ใครเคยเห็นพระโมคคัลลานะบ้าง ไม่เคย บูชา ไหว้ไหม ไหว้ เห็นไหมลูก ประวัติศาสตร์ใจจารึกไว้
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประวัติศาสตร์ใจของพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี่เป็นผู้พลิกผันกระแสอารยธรรมของมนุษย์ได้อย่างสันติสุขที่สุด สันติภาพเพื่อสันติสุขที่แท้จริง ก็คือสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ทุกคนอยากมีคุณค่าของชีวิต แต่เพราะว่าคิดไม่ถูก ชีวิตจึงไม่มีคุณค่า ความตายจึงเป็นเครื่องเตือนใจให้เราไม่ประมาทอยู่เสมอ เราระลึกถึงความตายแล้วก็สามารถคิดอย่างนี้ได้ ลูกตายมาแล้ว ตายจากเมื่อวานแล้ว เกิดขึ้นมาอีกวันหนึ่งแล้ว เราก็นึกเป็นอุทาหรณ์ ความตายนี้ถ้านึกถึง ก็จะเป็นเรื่องที่มีคุณค่า ระลึกขึ้นมาเมื่อใดก็จะเตือนใจให้เราไม่หยุดนิ่งที่จะทำความดี เพราะว่าถ้าเรารอผัดวันประกันพรุ่ง ก็จะไม่อาจมุ่งอยู่กับความดีได้ ฉะนั้นเรารีบทำความดีวันนี้ เพราะพรุ่งนี้อาจจะตายได้โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [25 ธ.ค. 2556 , 07:43:02 น.] ( IP = 58.9.32.61 : : )
สลักธรรม 3มรณานุสติ จงระลึกนึกไว้ว่าเราอาจจะตายในวันนี้ พรุ่งนี้ วันนี้เรายังมีลมหายใจอยู่ ทำความดี หมั่นทำความดี ความดีจะอยู่คู่เรา หลุดพ้นจากความหมองเศร้า ที่ทำให้เราหมองหม่น
ก็ขอจบลงที่ว่า วันแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นวันที่แล้ว ตั้งแต่วันนี้ เลขหนึ่งแล้วนะ อีกไม่กี่ชั่วโงก็จะเลขสอง เลขสองมาจากเลขหนึ่ง เลขสามมาจากเลขสอง มาจากหนึ่ง สี่มาจากสามมาจากสองมาจากหนึ่ง ห้ามาจากสี่มาจากสามมาจากสอง มาจากหนึ่ง นี่แหละเอาไปทำสมาธิได้ หนึ่งไปเป็นสอง สองไปเป็นสาม สามไปเป็นสี่ สี่ไปเป็นห้า ห้าไปเป็นหก พอครบสามสิบวัน คือหนึ่งเดือน เราก็ว่า สามสิบมาจากยี่สิบเก้า ยี่สิบแปด ยี่สิบเจ็ด ยี่สิบหก ยี่สิบห้า ยี่สิบสี่ ยี่สิบสาม ยี่สิบสอง ยี่สิบเอ็ด ยี่สิบ สิบเก้า สมาธินี่ แทนที่เราจะมา พุทโธ พุทโธ พุทโธ ส่วนมากฮิตกัน ลูกภาวนาพุทโธ ทีแรกก็พุธโธ พอวันที่สองก็เริ่มเบื่อแล้ว ไม่น่ามาเลย พุทโธ พุทโธ พุทโธ่ หรือไม่ก็สัมมาอรหัง สัมมาอรหัง ตอนแรกก็นั่งหน้าดี พอวันต่อๆ ไป สัมมานั่งข้างหลัง หลับก็ไม่มีใครเห็น
ฉะนั้น เอาแค่สิบ พอสวดมนต์เสร็จ ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นที่เลขหนึ่ง เราทำได้ครั้งหนึ่ง แล้วก็จะทำให้ครั้งที่สอง ครั้งที่สองเป็นปัจจัยให้เกิดครั้งที่สาม ครั้งที่สามมาจากครั้งที่สอง ครั้งที่สอง ครั้งที่หนึ่งทำให้เกิดครั้งที่สอง ที่สาม ที่สี่ ที่ห้า ครั้งที่ห้ามาจากครั้งที่สี่ ครั้งที่สาม ครั้งที่สอง ครั้งที่หนึ่ง เราจะฟุ้งไม่ได้ ฟุ้งผิดเลย เห็นไหมลูกไหนลองพูดซิ ต่างคนต่างทำสมาธิ
คอยฟังนะ ทุกอย่างเริ่มต้นที่เลขหนึ่ง หนึ่งทำให้เกิดเลขสอง สองมาจากเลขหนึ่ง เลขหนึ่งทำให้เกิดเลขสอง เลขสาม เลขสามมาจากเลขสอง เลขหนึ่ง เลขหนึ่งทำให้เกิดเลขสอง เลขสาม เลขสี่ เลขสี่มาจากเลขสาม เลขสอง เลขหนึ่ง เลขหนึ่งทำให้เกิดเลขสองเลขสามเลขสี่เลขห้า เลขห้ามาจากเลขสี่ เลขสาม เลขสอง เลขหนึ่ง เมื่อครบ ๕ อินทรีย์แก่กล้า ขันธ์ ๕ หมดลง จบ เอาแค่นี้
ไม่ต้องไปดิ้นรนหา วิ่งไปบนเขา จะไปทำสมาธิ ขึ้นไปเป็นอะไร เหนื่อย นอน ฉะนั้น อยู่ที่บ้าน อย่าสัญจร เอาใจสัญจรไปกับบุญ มัวแต่หาที่ไหนดี จังหวัดอะไร ฉันอยากจะไปภาวนา พอไปถึงไม่ได้ภาวนาแล้วนะ มันหนาวนา นอนดีกว่า อย่าแสวงหา จงแสวงให้ อย่าไปแสวงหา จงมีชีวิตแสวงให้ ให้อภัยและให้โอกาส ให้น้ำคำและให้น้ำใจแก่ผู้อื่น แสวงให้
แต่ละวัน แต่ละวันที่ผ่านไป อย่าให้ผ่านไปเปล่า จะมากหรือน้อย ก็ต้องให้ได้อะไรมา พระพุทธภาษิตเช่นว่า อโฆฆํ ทิวสํ กยิรา อปฺเปน พหุเกนวา แปลว่า เวลาแต่ละวันอย่าให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ไม่มากก็น้อยต้องได้อะไรมาบ้าง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อชีวิต
สิ่งที่ควรได้ก็คือบุญที่เกิดขึ้นในจิต และจิตที่เพียรพยายามทำให้หมดจดจากกิเลส ถ้าใครพิจารณาตนเองอย่างนี้ทุกๆ วัน พิจารณาอย่างไร โดยการสืบสวนเรื่องราวของชีวิตว่า ชีวิตคืออะไร มีอะไรเกิดขึ้น เกิดขึ้นจากเหตุปัจจัยอะไร ทุกข์นี้ ทุกขเวทนานี้มาจากอะไร เช่น เจ็บมาจากการฆ่าสัตว์ ถูกกล่าวหาโดยไม่เป็นความจริง มาจากวจีทุจริต ของหาย มาจากที่เคยลักทรัพย์เอาไว้ นึกอยู่เสมอในเมื่อชีวิตเราเวียนอยู่กับวัฏสงสาร เราก็จะต้องเวียนกับเหตุกับผล แล้วเราจะพ้นจากการเวียนวนอยู่ในวัฏสงสาร
เมื่อพิจารณาอยู่อย่างนี้เสมอๆ อย่างพุทธภาษิตนี้ แล้วก็ถามตัวเองว่า วันนี้จบไปแล้ว ก่อนนอน ชีวิตเราผ่านไปเปล่าๆ หรือเปล่านี่ เราทำประโยชน์ให้ตัวเองหรือเปล่า ประโยชน์ตัวเองก็คือ ประโยชน์ทั้งชาตินี้ชาติหน้า และเพื่อประโยชน์สูงสุด ประโยชน์มีสามเท่านั้น ทำหรือยัง ถ้ายัง ไม่เป็นไร พรุ่งนี้จะทำให้ได้ แต่ไม่ใช่ผัดพรุ่งนี้เสมอนะ ไว้พรุ่งนี้ พรุ่งนี้ เมื่อเราพิจารณาอย่างนี้แล้ว ชีวิตด้านการงานของเราก็เจริญก้าวหน้า กลับมาจากทำงานได้แต่บน โอ๊ยเมื่อย ไม่เคยพิจารณาเลยว่าวันนี้เราทำอะไรไปบ้าง เราเป็นครู เคยนึกไหมว่าวันนี้เราสอนนักเรียนมาสิบห้อง นี่เราเน้นเรื่องอะไรมากที่สุดโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [25 ธ.ค. 2556 , 07:48:15 น.] ( IP = 58.9.32.61 : : )
สลักธรรม 4การที่เรามาร่วมเกี่ยวกันในประเพณีต่างๆ เช่น ส่งปีเก่าก้าวเข้าปีใหม่ เราจะต้องรู้ว่า ท้ายปีเก่า ชีวิตของเราที่มีโอกาสอยู่นี่ส่งไปแล้ว ส่งทิ้งไปแล้ว ก้าวเข้าไปใกล้ตายอีกปีหนึ่งแล้ว เราเอาความตายเป็นประโยชน์ให้ได้สักอย่างหนึ่ง ตามวิธีที่กล่าวมา คือนึกอยู่เสมอว่ามีอะไรที่เป็นประโยชน์เกิดขึ้นบ้าง เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์หรือเปล่า รีบทำประโยชน์ จะได้ไม่สาย ตอนอยู่ในโลงไม่มีโอกาสมาทำอะไรได้อีกแล้ว รูปนั้นนอนอยู่บนความเน่า รอเข้าเตาเพลิง ส่วนจิตนั้นเตลิดเปิดเปิงไปด้วยกุศลและอกุศล นี่ มันแยกกันไปอย่างนี้ ฉะนั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้
ขอให้ทุกคนทำใจ และยอมรับอารมณ์ของใจ เมื่อไม่เกิดทุกอย่างก็ยุติ จบลง เป็นสุข คนเราเป็นทุกข์ก็เพราะเนื้อเรื่องเราหยุดเนื้อเรื่อง แล้วอยู่กับความรู้สึก ชีวิตก็จะมีความสุขมากขึ้น
อย่าลืมว่า เราควรเริ่มต้นชีวิตในวันนี้ เริ่มต้นคุณค่าของความดี ศรัทธา จาคะ ศีละ ปัญญา เป็นองค์คุณที่จะพาให้เกิดความสวัสดี ขึ้นชื่อว่าชีวิตแล้ว ต้องเห็น ต้องได้ยิน ต้องได้กลิ่น ต้องรู้รส ต้องสัมผัส ต้องทำ ต้องรับรู้ ต้องดูแก้ และต้องแน่ๆ ก็คือต้องเป็นทุกข์
อย่าลืมนะลูกนะ ลูกพ่อต้องมีความสวัสดี เราจะสวัสดีใครก็แล้วแต่ สวัสดีด้วยมารยาท แต่ถ้าเราสามารถวาดใจให้อยู่ในองค์คุณทั้ง ๔ ใจนั้นก็สามารถจะสวัสดี แล้วเวลาใครเขามาไหว้เรา มากราบเรา เราจะได้รู้สึกว่าไม่ตะขิดตะขวงใจกับการไหว้กราบ เพราะเราเป็นผู้อุดมสมบูรณ์ด้วยความสวัสดี
แต่ถ้าผู้ใดยังไม่พร้อมด้วยศีล จาคะ ศรัทธา ปัญญา ก็จะต้องรู้สภาพตัวเองว่า บุคคลที่อยู่ข้างหน้าเขากำลังกระทำความดี ซึ่งเรานั้นยังดีไม่พร้อมที่เขาจะทำกับเรา อายใครยังมีเวลา แต่อายตัวเองนี้หนา อายตลอดชีวิตลูก เพราะฉะนั้น อย่าทำตัวเองให้เป็นที่น่าอาย เราจะหมดอายได้ก็ต่อเมื่อเรามีองค์คุณทั้ง ๔
เชื่อพ่อ รักพ่อ ศรัทธาพ่อ ต้องมีใจเยือกเย็นอย่างพ่อ รู้ผิด แก้ไข รู้ให้อภัย มีน้ำคำ มีน้ำใจ หลั่งไหลเหมือนน้ำตกหิมพานต์ที่ผ่านทุกภพทุกชั้น ลงแม้กระทั่งสวรรค์และจิตใจ จงมีน้ำคำและมีน้ำใจในปีใหม่ทั่วหน้ากัน
ลูกทุกคนชายหญิง มิ่งใจ ขวัญรักของพ่อทั้งหลาย จงมีแต่ความสบายคลายเศร้า ขอให้ทุกทิวาที่ผ่านไปจงบรรเจิดจรัสด้วยไฟแห่งพระธรรม อย่าลืมว่าบิดาที่ทรงคุณค่าด้วยบุญญาธิการ คือสมเด็จพ่อ พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
เช่นเดียวกัน พระอรหันต์ประจำบ้านคือบิดามารดา ยามท่านแก่เฒ่าเฝ้าบ้านเราอยู่ เฝ้าไข้ อมทุกข์ นอนอมโรค รอวันจบลมหายใจลงไป อย่าทิ้งท่าน นั่นก็คือกตัญญุตาที่จะเป็นมงคลอันประเสริฐยิ่งกว่าคำอวยพรใดๆ ทั้งสิ้น
ขอให้ทุกคนมีชีวิตในวันเริ่มต้นของพุทธศักราชใหม่ เป็นไปด้วยความสดใสซึมซับรับพระธรรม อันได้แก่คุณธรรมและศีลธรรมนำคุ้มครองชีวิต ขออัญเชิญบุญฤทธิ์ของพระรัตนตรัย ปวงเทพไท้บนสรวงสวรรค์ องค์อมรินทร์ที่ทรงฤทธานุภาพ อีกทั้งพระสยามเทวาธิราช ผู้ประกาศชัยด้วยใจเมตตา คุ้มครองประชาราษฏร์ให้ปราศจากทุกข์มาจวบเท่าทุกวันนี้ และเหล่าเทวาสัมมาทิฏฐิ ที่มีความดำริเดินตามทางมรรคา จงส่งเจตนาทิพยโสตจักษุทิพย์ มองเห็นลูกทุกคนทั้งหญิงทั้งชาย อยู่ในสายรักและทางเดิน ขอให้ประพรมน้ำมนต์กุศลให้ทั่วสกนธ์ทั้งภายในและภายนอก จนสามารถสำรอกกิเลสอันเป็นเหตุให้เวียนว่ายตายเกิด หลุดพ้นจากชีวิตและรูปนามที่งามด้วยน้ำใจ เป็นคนมีวินัย ซื่อสัตย์ประหยัดอินทรีย์ หนีวัฏภัย ก้าวสู่ใจพระอรหันต์ได้ทั่วหน้ากันทุกท่านทุกคน
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [25 ธ.ค. 2556 , 08:00:35 น.] ( IP = 58.9.32.61 : : )
สลักธรรม 5ขอบคุณมากครับ ที่นำมาเรื่องที่อ่านแล้วเป็นประโยชน์มาฝากเสมอ ได้ประโยชน์มากจริงๆครับ สำหรับการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมชีวิตครับผม
และขอก้มกราบหลวงพ่อด้วยความรักเทิดทูนในความเมตตากรุณาครับ ผลจะขอนำมาเป็นแนวทางชีวิตให้ได้ครับ
![]()
![]()
โดย พี่เณร [26 ธ.ค. 2556 , 08:21:41 น.] ( IP = 58.9.195.99 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |