| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ทางสู่ความพ้นทุกข์ (๑)
สลักธรรม 1
ฉะนั้น ขึ้นชื่อว่าชีวิตแล้ว มันเป็นอสาระ หาสาระไม่ได้เลย ไม่มีอะไรเลยที่จะมีสาระแก่นสาร เป็นของไม่น่านิยม ไม่น่าชื่นชมไม่น่าข้องเกี่ยว นี่ก็คือชีวิต
ถ้าลองเราไม่มีชีวิตเสียอย่างเดียว ความทุกข์ที่เราบอกว่ามีกันนี้ สารพัดชนิด สารพัดชื่อ มันก็จะไม่มีเกิดขึ้นเลย ที่มันมีมาได้เพราะมีชีวิตเกิดขึ้นเริ่มต้นมาก่อน พอเริ่มต้นขึ้นมาก็เริ่มต้นความทุกข์
พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า ชีวิตคือทุกข์ ทุกข์คือชีวิต เมื่อไม่อยากทุกข์ต้องเพียรพยายามไม่มีชีวิต แล้วทุกวันนี้เราทำไมมีชีวิตกันอยู่เล่า?
เพราะเราไม่รู้ว่าทำอย่างไรจึงจะไม่เกิด เหมือนเราพูดเยอรมันไม่ได้ ฟังก็ไม่ออกด้วย ไม่รู้ด้วยและก็ไม่รู้จักด้วย เมื่อมีคนเยอรมันเดินเข้ามา แล้วพูดเยอรมันด้วย เราก็ไม่รู้ โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 ม.ค. 2557 , 09:50:08 น.] ( IP = 58.11.52.215 : : )
สลักธรรม 2
ฉะนั้น เมื่อความไม่รู้เกิดขึ้นแล้ว ก็เลยไม่ได้คิดเรื่องนั้น มันก็ทำให้มืดต่อสิ่งนั้น ที่นี้พระพุทธเจ้าบอกว่า สิ่งที่เราไม่รู้นี้ เราต้องเรียนให้รู้ แต่นี่เรามีชีวิตที่ไม่รู้และไม่ยอมรับรู้ ก็คือ เราไม่รู้ว่าชีวิตเราคืออะไร แล้วเราจะหาอะไรให้กับชีวิต
เช่นรู้หรือไม่ว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร เคยหาคำตอบให้ตัวเองไหม ตราบใดที่อวิชชาคือความไม่รู้ ตัณหาคือความทะยานอยากยังไม่ขาดไปจากชีวิต ยังไม่หมดไปจากชีวิต จะบังคับฝืนไม่ให้มีการเกิด ไม่ให้มีการดับไม่ได้ ต้องเป็นไปตามเหตุปัจจัย
ธรรมชาติจำต้องมีการเกิดดับตามเหตุปัจจัย สัตว์ทั้งหลายจึงต้องมีการเกิดขึ้นแล้วดับไป หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เกิดแล้วก็ต้องตายไป ต้องเผชิญหน้าอยู่กับความทุกข์ มีความปรารถนาทั้งตัวเองและผู้อื่น ที่ต่างก็ปรารถนาจะไปให้พ้นทุกข์แต่ไปไม่พ้น เพราะการเกิดขึ้นของสัตว์หรือเรานี้อาศัย อวิชชา คือ ความไม่รู้ความเป็นไปในความเป็นจริง เป็นสาระสำคัญ เป็นตัวการถักทอวัฏฏะภัยให้กับชีวิต โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 ม.ค. 2557 , 09:51:23 น.] ( IP = 58.11.52.215 : : )
สลักธรรม 3
ฉะนั้น การเกิดขึ้นมาของคนเรานี้หรือสัตว์นี้ เกิดมาเพื่ออะไร ไม่ได้เกิดมาเพื่อกิน ไม่ใช่เพื่อนอน ไม่ใช่เพื่อสนุกสนาน ไม่ใช่เพื่อประกอบการงานหาทรัพย์สิน หรือหาชื่อเสียงอย่างเดียว
แต่หากว่าเกิดมาแล้ว ชีวิตของสัตว์ต้องการมีความรู้จริง เพื่อแก้ไขทุกข์ ทุกวันนี้ที่มีการเอาเมล็ดพันธุ์ต่างๆ หรือสารต่างๆ ไปพิสูจน์ว่า อันนี้กินได้ไหม? อันนี้มีพิษไหม? ก็เพื่ออะไร? เพื่อไปหาความรู้จริง
กว่าจะมีข้าวปลาธัญญาหารสารพัดมานี้ บรรพบุรุษของเราแต่โบราณ สมัยไหนต่อสมัยไหนมานี้ ท่านไขว่คว้าหามาแล้ว และก็ลงเป็นลายลักษณ์อักษร อักษรขอมบ้าง จดหมายเหตุเล่าว่าอันนี้ทานได้อันนั้นทานได้สืบต่อกันมา ก็คือต้องมีผู้ค้นคว้ามาก่อน อย่างเราเกิดขึ้นมาจะรู้หรือว่าข้าวกินได้ ถ้าเผื่อเกิดมา เขาป้อนดินเรามาก็เป็นเด็กกินดินตั้งแต่เล็ก โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 ม.ค. 2557 , 09:52:48 น.] ( IP = 58.11.52.215 : : )
สลักธรรม 4
ฉะนั้น ต้องการมีความรู้จริง ความรู้เพื่ออะไร? เพื่อแก้ทุกข์ว่า ข้าวดิบกินไม่ได้ พอเรามีความรู้ว่าทำอย่างไร? ต้องเอาไปซาว เพื่อไล่ฝุ่นไล่มอด ไล่ของโสโครก แล้วก็เอาไปตั้งไฟมันถึงจะเดือด ความร้อนทำให้ข้าวนั้นสุก ..มีความรู้ว่า สุกแล้วถึงกินได้ กินเพื่ออะไร! แก้หิว ไม่กินก็หิว อย่างนี้เป็นการหาความรู้เพื่อแก้ไขทุกข์
ถ้าการเกิดของสัตว์เป็นไปเพื่ออย่างเดียว คือการกิน หรือการนอนก็ดี เกิดกามคุณอารมณ์ที่เรากล่าวๆกันมานี้ จะมีประโยชน์อะไร อะไรจะมีค่าแก่ชีวิตบ้าง แม้ว่ากามคุณนั้นเราจะเห็นว่าเป็นสุข แต่ก็เป็นขณะน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับความทุกข์ ชีวิตเราทุกคน สัตว์ทุกตนนั้น มีเวลาอยู่เพียงคนละเล็กละน้อยเท่านั้นเอง แล้วก็จะต้องแตกดับ ต้องตายไป ซึ่งเราทุกคนไม่สามารถเอาสิ่งไหนไปได้เลย ตายแล้วก็ไปเปล่าๆ มาก็มาเปล่าๆ นอกเสียจากกรรมที่ตนเองทำเอาไว้
ที่บอกว่ามีเวลาน้อย ก็เอาเศษส่วนของความเป็นอยู่ในปัจจุบัน เฉลี่ยโดยคนอายุประมาณ ๗๕ ปี ปัจจุบันเราใช้มาแล้วเช่น ๓๘ ปี เหลือ ๓๗ ปี ก็แค่ ๓๗ x ๓๖๕ วันเท่านั้นเอง แล้ววันหนึ่งมันสั้นนัก พอวันมันสั้น อุ๊ยตาย! แล้ว ผ่านไปแล้ว เรากำลังจะไปจากสมบัติที่เราหามาแทบตาย กว่าจะได้บ้าน ได้สมบัติต่างๆมา เราประมาทกับชีวิตจริงๆ เพราะชีวิตของเราสั้นจริงๆ ทุกคนมีงานการสารพัด อีรุงตุงนังเลย มีแต่เรื่องภารก ภาระคือชีวิตที่จะต้องแบกขันธ์ ๕ นี้ ไปตายแล้วก็เดินทางต่อ
ถ้าหากเราไม่พยายามปลีกชีวิตของเราแล้วให้เวลาเพื่อคุณภาพชีวิต ไม่มีใครเอาอะไรไปได้สักอย่างเดียว ไม่ว่าเราจะเก่งกาจ ปราดเปรื่อง จนหรือมี สมบัติมากมาย ต่างก็ไปมือเปล่ากันทั้งสิ้น เหลือแต่กรรมที่ได้กระทำไว้ ซึ่งจะเป็นผลคือ วิบากในคติต่อๆ ไป เช่น คตินี้ที่เราได้รับทุกวันนี้ มิใช่กรรม เป็นวิบาก แต่เรากำลังทำกรรมใหม่ ซึ่งจะต้องไปรับในชาติหน้าและชาติต่อๆ ไป
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 ม.ค. 2557 , 09:54:19 น.] ( IP = 58.11.52.215 : : )
สลักธรรม 5ได้มาอ่านเรื่องทางสู่ความพ้นทุกข์แล้ว ยิ่งเห็นว่า..ชีวิตเป็นเรื่องน่ากลัวที่สุดเลยครับ เพราะมีแต่การที่ต้องใช้ชีวิตเป็นไปเพื่อแก้ไขชีวิตทั้งนั้น มองไม่เห็นอิสระภาพเลยจริงๆครับ
กราบขอบพระคุณหลวงพ่อ ที่พยายามกล่อมเกลาจิตใจ ให้พ้นจากม่านแห่ง โมหะอวิชชา จริงๆเลยครับ และผมก็จะพยายามกระทำทางนี้ด้วยครับผมโดย พี่เณร [21 ม.ค. 2557 , 09:55:23 น.] ( IP = 58.11.52.215 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |