| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ทางสู่ความพ้นทุกข์ (๓)
สลักธรรม 1
อริยสัจจธรรมทั้ง ๔ ประการคือ ทุกขสัจจะ สมุทยสัจจะ นิโรธะสัจจะ และมัคคสัจจะ มีสาระสำคัญสำหรับชีวิตทุกคน เพราะอะไร?
ทุกขสัจจะ คือทุกข์
ตราบใดที่ยังมีชาติ ความเกิดอยู่ สัตว์ยังมีการเกิดอยู่ หนีไม่พ้นไฟทุกข์ ๓ กอง ไฟกิเลส ๘ กอง ไม่ว่าจะเกิดในภพภูมิไหน กามภูมิ รูปภูมิ อรูปภูมิ หรือจะเป็นสัตว์เดรัจฉาน จะเป็นมนุษย์ก็ดี จะเป็นเทวดาก็ดี จะเป็นพรหมก็ดี ก็ไม่มีที่อื่นใด ที่เกิดขึ้นมาแล้วไม่มีทุกข์ ไม่มีเลย จะพ้นไปจากทุกข์ไม่มี หรือเรียกว่าหามีไม่ นามรูป หรือ เบญจขันธ์ หรือเรียกว่า นามรูป แท้จริงนั่นแหละคือ ตัวทุกข์
มีแต่รูปก็ทุกข์ มีแต่นามก็ทุกข์ มีทั้งรูปทั้งนามยิ่งทุกข์ใหญ่ ฉะนั้น ที่ใดมีนามรูปที่นั่นเป็นทุกข์ เพราะตัวทุกข์นั่นเอง และเป็นวิบากของกรรม ที่เรากล่าวว่า ชาติชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ อุปายาส เป็นทุกขสัจจะ ก็สงเคราะห์ลงในนามและรูป
เวทนา คือ ทุกข์-สุขที่เกิดขึ้น สุขเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป ทุกข์เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป ไม่เที่ยง ไม่คงทน ก็เป็นทุกขสัจจะ
ฉะนั้น ทุกขสัจจะเป็นสภาวะที่มีอยู่ เพราะเนื่องด้วยอนิจจัง คือ ความไม่เที่ยง การเกิดและการดับ ทั้งหมดนี้ เรียกว่า ความไม่ยืนยงถาวร ทำไมจึงเรียกว่าความไม่ยืนยงไม่ถาวร เพราะความไม่เที่ยง ความไม่คงทนถาวรตัวนี้เป็นทุกข์อยู่ ตามสภาวะ เป็นของแท้ ของจริง เรียกว่า ทุกขสัจจะ โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [23 ม.ค. 2557 , 07:40:40 น.] ( IP = 58.9.111.150 : : )
สลักธรรม 2
สมุทยะสัจจะ คือ สมุทัย เหตุที่ทำให้เกิดความทุกข์ คือ ตัณหา
ความปรารถนาพอใจ เป็นตัวปัจจัยอันแท้จริงที่ทำให้เกิดทุกข์ ไม่ใช่ที่อื่นเลย ไม่ใช่เขา ไม่ใช่เธอ ไม่ใช่ดอกไม้ ไม่ใช่ใบหญ้า ไม่ใช่หนาม ไม่ใช่ลวด ไม่ใช่กับข้าวไม่อร่อย ที่เป็นตัวทุกข์
ฉะนั้น สมุทัย ได้แก่ ตัณหา ความพอใจ ท่านจัดว่าเป็นปัจจัยอันแท้จริงแห่งความทุกข์นั้นก็ได้แก่ กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา
กามตัณหา คือ ความปรารถนายินดีเพลิดเพลินในกามอารมณ์ เช่น เราชอบดาราคนนี้ ชอบดาราคนนั้น ชอบฟังคนนี้ พอได้เห็นได้ประสบ มันก็เพลิดเพลินไป ใจก็เพลินไปในอารมณ์นั้น ในรูปนั้น เสียงนั้น กลิ่นนั้น รสนั้น โผฏฐัพพะนั้น และธรรมารมณ์นั้น
ภวตัณหา คือ ความปรารถนา ความพอใจ ในความมีที่ประกอบไปด้วยสัสสตทิฏฐิ หมายถึงความเห็นว่าเที่ยงที่เรามีอยู่ หรือสิ่งที่เรามีเกิดขึ้น หรืออารมณ์ที่เราเกิดขึ้น ประกอบไปด้วยสัสสตทิฏฐิด้วย คือ สิ่งเหล่านี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลง อยากมีก็มีอยู่อย่างนี้ ไม่มีความเปลี่ยนแปลง
วิภวตัณหา คือ ความปรารถนา ความพอใจ ที่ปราศจาก ความมี ความเป็นไปที่ประกอบไปด้วยอุจเฉททิฏฐิ คือ ในอารมณ์นั้นปราศจากความเป็นไป ในฐานะที่เห็นว่า ขาดสูญ พูดง่ายๆ ก็คือ เห็นว่าตายแล้วสูญ คือไม่มีผล ทำอะไรแล้วไม่มีผลลัพธ์ บาปก็ไม่มี บุญก็ไม่มี เรียกว่า ความพอใจที่ประกอบตรงกันข้ามกับสัสสตทิฏฐิ เป็นอุจเฉททิฏฐิ โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [23 ม.ค. 2557 , 07:42:12 น.] ( IP = 58.9.111.150 : : )
สลักธรรม 3
ความเห็นผิดว่า สัสสตทิฏฐิ คือ มีอะไรอยู่ก็ต้องมีอยู่อย่างนั้นแหละ จิตก็จิตเดิมนี่แหละ อาตมันนี่แหละ ถ้าเผื่อทำรูปฌาน รูปนี้ก็เที่ยงอย่างนี้ต่อไป ได้รูปแล้ว เพิกนามทิ้ง ทุกข์เพราะนามเวทนา ก็จะเป็นสุขเที่ยงเลย ส่วนพวกที่ได้รูปแล้ว รูปเป็นรังของโรค เพิกรูปทิ้ง เอานาม เหลือแต่นามแล้วเที่ยงแล้ว เที่ยงจากทุกข์แล้วเป็นต้น แต่ที่จริงล้วนเป็นแต่ทุกข์ทั้งสิ้น
ความเห็นผิดว่า อุจเฉททิฏฐิ ดับแล้วสูญ ทุกอย่างเกิดมาเป็นสูญหมด ทำบุญไม่ได้บุญ ทำดีไม่ได้ดี ทำอะไรแล้วแต่ไม่มีบุญ บาปบุญคุณโทษ คุณพ่อ คุณแม่ คุณบิดร มารดา ครู อาจารย์ไม่มี ผลทำเลวไม่มีผล ไม่มีเหตุปัจจัยอะไรเกิดขึ้นเลย
ตัณหาทั้ง ๓ ที่ได้กล่าวมาแล้วนี้ เมื่อสรุปแล้ว โลภะ จัดเป็นตัวสมุทัย
โปรดติดตามตอนต่อไป ![]()
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [23 ม.ค. 2557 , 07:44:06 น.] ( IP = 58.9.111.150 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |