มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ทางสู่ความพ้นทุกข์ (๕)







ทางสู่ความพ้นทุกข์ (๕)


ในการเจริญวิปัสสนากัมมัฏฐาน เพื่อปัญญาเกิดความรู้เห็นตามสภาพความเป็นจริง ก็คือ รู้ในรูป รู้ในเวทนา รู้ในสัญญา รู้ในสังขาร รู้ในวิญญาณ ดังที่กล่าวไว้แต่แรกนั้น ต้องอาศัยอารมณ์สติปัฏฐานเป็นหลัก แล้วปฏิบัติเจริญภาวนาไป โดยอาศัยองค์มรรค ๘

ขณะที่ยังต้องเจริญภาวนาอยู่ต้องมีสัมมาสติเป็นข้อปฏิบัติขั้นต้นที่สำคัญ เพราะต้องเอาสตินั้นระวังกำหนดให้จิตนั้นเกาะอยู่ และมีอารมณ์เป็นไปกับมหาสติปัฏฐาน คือ อารมณ์ของนามรูป และเมื่อก้าวล่วงเข้าสู่โลกุตตรมรรคแล้ว ตัวปัญญา คือ สัมมาทิฏฐิ ที่ได้กล่าวตอนแรกว่า ยังมีอาสวะอยู่

สัมมาทิฏฐิ คือ ปัญญา ไม่มีอาสวะแล้วต้องมาเป็นประธาน และขอให้เข้าใจด้วยว่า การเจริญมรรค ๘ นี้ไม่ใช่เจริญแยกห่างจากกัน คราวละองค์ สององค์ วันนี้หนึ่งองค์ พรุ่งนี้สององค์ ไม่ใช่ ต้องเพียรที่จะเจริญพร้อมกัน ๘ องค์เลย เพราะสภาวธรรมเกี่ยวเนื่องอาศัยกันอยู่

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [25 ม.ค. 2557 , 06:44:56 น.] ( IP = 58.9.8.93 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

หรือเช่นสัมมาอาชีวะยกขึ้นมา ๑ ก็คือ ผู้ประกอบสัมมาอาชีวต้องเว้นจากทุจริตกรรม ๗ ก็คือ วจี ๔ และทางกาย ๓ ต้องอาศัยกันและกัน จะเจริญแยกออกจากกันไม่ได้เลย จึงจะสำเร็จประโยชน์

ประโยชน์ในที่นี้คือเกิดวิปัสสนาขึ้น วิปัสสนาที่เกิดขึ้นคือวิปัสสนาปัญญา เห็นประจักษ์ในความจริงถูกต้อง เหมือนกับเห็นถูกแล้ว เรียนถูกแล้วก็ไม่อยากจะไปเรียนอะไรอีกแล้ว เห็นหมดแล้วก็ไม่อยากจะไปรู้อะไรอีกแล้ว หมดอยากแล้ว เห็นอย่างเดียวไม่ใช่คิดเอาหรือนึกเอา หรือจำเอา

วิปัสสนาต้องการให้เกิดปัญญารู้เห็นเอง ไม่ใช่ให้เราให้ตัวตนเราเข้าไปรู้ไปเห็น แต่ให้สติกำหนดดูอยู่ เมื่อปัญญาเกิดก็ประจักษ์แจ้งตามสภาพความเป็นจริง สตินี้ก็จะต้องมีกำลังขึ้นเป็นฐานให้กับปัญญาวิปัสสนาเกิดขึ้นมา ให้ประจักษ์แจ้งกับความเป็นจริง เมื่อปัญญาแสงสว่างเกิดขึ้นมากขนาดใด ความมืดก็น้อยลงฉันนั้น

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [25 ม.ค. 2557 , 06:47:05 น.] ( IP = 58.9.8.93 : : )


  สลักธรรม 2

ฉะนั้น เมื่อสภาพของความมีปัญญาเกิดขึ้นมากขนาดใด กิเลสก็ลดถอยลงไป ถอยไป ถอยไปหมด ถอยไปตามความรู้เห็นแห่งปัญญา

ทำไมต้องเอาสติมา? เหตุที่ทำให้เอาสติมากำหนดที่ปัจจุบัน ก็เพื่อไม่ให้มีอดีตสัญญาเข้าไปปน เพราะเรามีอดีตสัญญาทั้งสิ้น

ทำไมต้องอาศัยสติ? พระพุทธเจ้าทำไมแนะนำสติ? ทำไมต้องบอกว่าต้องเกาะอยู่กับสติปัฏฐาน ?

เพราะสตินี้ตัวป้องกันทำลายอดีตสัญญา เพราะสัญญาของเราวิปลาส ไม่ให้อดีตสัญญามาปะปนอารมณ์ในปัจจุบัน จะได้เป็นอิสระ หรืออารมณ์ในปัจจุบันจะได้เป็นเอกเทศ

ทุกวันนี้ที่บ่นๆกันหรือรู้สึกว่ากำหนดรูปแล้วนะก็ยังมีเราอยู่ อดีตสัญญามันยังไม่ขาดจากกัน อดีตสัญญายังมีโอกาสเข้าอยู่ สติยังไม่มีกำลังพอ กำหนดเป็นรูปนะ แต่ก็ยังมีเราอยู่นะ อดีตสัญญา ฉะนั้น ทำแล้วย่อมได้แน่นอน แต่มันยังไม่ถึง

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [25 ม.ค. 2557 , 06:48:19 น.] ( IP = 58.9.8.93 : : )


  สลักธรรม 3

ในปัจจุบัน เราจึงไม่อิสระ มีเราเข้าไปเรื่อยเลย จะไปบงการ จะกลัวแช่อารมณ์ ฯลฯ ความกลัวยังมีอยู่ ความหวั่นไหว ความไหวยังเกิดอยู่ เพราะอดีตสัญญา แม้กระทั่งอดีตสัญญาที่เรียนไป ที่ฟังไป ก็เข้าไปแล้ว

ฉะนั้น จะต้องมีสติ สตินทรีย์ เพื่อจะให้จิตนั้นเป็นเอกเทศ อารมณ์นั้นเป็นเอกเทศ อารมณ์นั้นเป็นอิสระ ไม่สืบเนื่อง คือ ขาดตอนกับอดีตเหลือแต่ปัจจุบันล้วนๆ และไม่เกิดความจำได้หมายรู้ ตามสัญญาอันเนื่องจากอดีต คราวนี้แหละปัญญาก็จะเห็นความจริง ถูกต้องอย่างแจ่มชัด

คนก้มจ้องอ่านหนังสืออยู่ กับคนที่กำลังจะดูปุ๊บถูกลากเอาของเก่ามาดูด้วย มันก็ไม่เห็นชัด เห็นลางๆ มันจะได้แหละ แต่ก็ไม่ได้ เพราะอะไร?

เพราะเก่าก็ดึง ใหม่ก็ดู เก่าก็คือมีแต่ดัน แต่นี่มันดึง ดึงไปว่าใช่ไหม? ใช่ไหม? และเอาไปคิด แต่ก็ไม่ต้องห่วงวางใจให้ถูกต้อง ไม่ข้องกับกิเลส มีเหตุให้ถึงแน่

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [25 ม.ค. 2557 , 06:49:37 น.] ( IP = 58.9.8.93 : : )


  สลักธรรม 4

การเจริญมหาสติปัฏฐาน ๔ ไม่ใช่แยกการกระทำ เพราะมรรค ๘ ไม่ได้แยกกัน ต่างกรรม ต่างวาระ คือหมายความว่า ให้สติกำหนดตามไปทุกอารมณ์ที่มี สติสำคัญ ให้กำหนดไปตามอารมณ์ไปทุกอารมณ์ที่มีเกิดขึ้น

และกำลังมีนี่ มีตอนไหน? ตอนกำลังกระทบ เพราะธาตุรู้ ธาตุกระทบ ฉะนั้น กว่าจะรู้ได้ มันต้องมาดูตอนกระทบ ฉะนั้นอวิชชา สังขาร วิญญาณ นามรูป อายตนะหรือผัสสะนั้นธาตุกระทบ กระทบแล้วเกิดเวทนา กระทบด้วยสติ รู้เวทนาด้วยปัญญา ว่าเป็นรูป-เป็นนาม ที่กำลังมากระทบ

ที่บอกว่าตรงกำลังมากระทบเพื่ออะไร?

เพื่อให้เห็นความจริงของแท้ตามสภาวธรรม ไม่ใช่อย่างอื่น คือ ขณะที่กำลังเอาสติกำหนดอยู่กับรูป ทำวิปัสสนากรรมฐานอยู่ พอมีความเจ็บปวดมากระทบ ก็เอาสติจาก นาม-รูป เปลี่ยนไปกำหนดที่เวทนาที่เจ็บปวดนั้น

หรือ ถ้าจิตใจในขณะนั้น เกิดชอบหรือไม่ชอบขึ้นมา ก็เอาสติจากนาม-รูป เปลี่ยนไปกำหนดดูจิต รวมความว่า อารมณ์ใดเกิดขึ้นเด่นชัด ก็ให้เอาสติไปกำหนดดูอยู่ในอารมณ์นั้น เพื่อจะได้เห็นสัจจธรรม

สัจจธรรมคือความจริงของสภาวะ ที่เกิดปัญญารู้เท่าทันต่อความเป็นจริง ทำให้ไม่หลงเพ้อไปตามสมมติบัญญัติ


โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [25 ม.ค. 2557 , 06:52:17 น.] ( IP = 58.9.8.93 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org