มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ปัญหามาจากไหน?(๒)









ปัญหามาจากไหน?(๒)
ธรรมะบรรยายโดย หลวงพ่อเสือ



ถ้าเผื่อเราไม่รู้จักโลก โรคที่เป็นก็เป็นโลก

ถ้ารู้จักโลกดี โรคที่เป็นก็บรรเทาได้ ไม่เป็นโลก


จะเห็นได้ว่า โรคต่างๆ ในโลกนี้ก็ไม่ร้ายแรงเท่ากับ โรคหลงตาย หลงเห็นผิดเป็นชอบ ก็หลงอยู่ในสังสารวัฏนั่นแหละ มีทิฏฐิวิปลาสนั่นเอง

โลก แปลว่า ฉิบหาย พินาศ ถ้าเรามาศึกษาพระอภิธรรม ศึกษาชีวิต ศึกษาคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ให้รู้จักว่าทุกอย่างนั้นเราอยู่ในโลก ประเทศไทยตั้งอยู่บนผิวโลก ชีวิตของเราก็คือโลกส่วนตัว คือรูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ มีแต่ความพินาศทั้งร่างกายและจิตใจ เพราะร่างกายก็ย่อยยับอยู่ตลอดเวลา ส่วนจิตใจก็มีการเกิดดับอยู่ตลอดเวลา

ฉะนั้นเมื่อเรารู้จักโลก แม้กระทั้งมีโรค ความรู้จักโลกก็ไม่ทำให้โรคนั้นเป็นโลก บางคนไม่รู้จักชีวิตจริงๆ เวลามีโรคภัยไข้เจ็บขึ้นมาก็ทุรนทุรายเร่าร้อนมากมาย ตีโพยตีพาย จนกระทั่งคิดมาก โลหิตในสมองแตกตายเพราะไม่รู้

บางคนก็ตั้งคำถามว่า โรคที่ผมเป็นอยู่คือโรคเบาหวานจะหายไหม

ตอบว่า ไม่มีหรอก เบาหวานเป็นสมมติฐานมาจากตับอ่อนทำงานเสีย การไปแก้ตับอ่อนไม่ได้ ก็ต้องยอมรับความจริง ลดอาหาร ทำตามแพทย์สั่ง แล้วสิ่งต่างๆ ที่ทำให้เป็นตับอ่อนก็มาจากรูปทั้งสิ้น รูป ๒๘ (ต้องศึกษาพระอภิธรรมมัตถสังคหะปริจเฉทที่ ๖) แล้วรูปต่างๆ ก็เกิดมาจากสมุฏฐานกรรม จิต อุตุ อาหาร นี่คือการศึกษาพระพุทธศาสนา

การที่เก่งพระพุทธศาสนา จะไปเรียนอะไรก็เก่งหมด แต่ไปเรียนอย่างอื่นเก่งหมดแต่ไม่รู้จักตนเอง เท่ากับเก่งไม่จริง เพราะเมื่อมีโรคหรือมีปัญหาขึ้นมา ก็ไม่สามารถระงับดับอารมณ์ได้ ก็พลุ่งพล่านเดือดดาล หัวใจวายตายได้ ดังนั้น เราต้องใช้ความเพียรในการหันมารักชีวิตอย่างถูกต้อง

โดย ศาลาธรรม [28 ม.ค. 2557 , 11:19:11 น.] ( IP = 1.10.235.57 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


ถามไปช่วยค้ำประกันรถยนต์ไว้ แต่คนที่ผ่อนรถไม่ส่ง ตอนนี้ศาลตัดสินแล้วให้ร่วมกันรับผิดชอบ แต่คนที่เป็นเจ้าของรถพยายามไม่รับผิดชอบ ไฟแนนซ์จึงเบนความสนใจมาที่ผู้ค้ำ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ความผิดของเราเลย จึงขอคำแนะนำว่าควรทำอย่างไร หรือควรวางใจอย่างไร

ตอบ คำพูดนี้มีอยู่คู่กับโลกนี้เสมอคือ เราไม่ได้เป็นผู้ผิด นี่คือความเห็นผิด ไม่มีหรอก ถ้าเราไม่ทำ เราจะไม่ได้รับผล ไม่มีผลอะไรในโลกนี้ เกิดขึ้นมาโดยปราศจากเหตุ เราต้องมีเหตุด้วยคือเหตุอดีตเหตุมี ๒ อย่างคือ เหตุใกล้และเหตุไกล ในที่นี้หมายถึงเราเคยทำกรรมไว้ จึงต้องเสื่อมในทรัพย์และคุณงามความดี แม้ว่าปัจจุบันมีความดี หวังดี ไปช่วยค้ำประกันผู้อื่นไว้ คุณความดีมีอยู่ แต่เขาไม่เห็นคุณค่าเรา แล้วเราเสียทรัพย์นั้น ก็เพราะเสื่อมในทรัพย์และคุณงามความดี เป็นผลมาจากอภิชฌาคือ การเพ่งเล็งอยากได้ของๆ ผู้อื่นมาเป็นของตน เป็นกรรมทางใจ เราไม่ได้ทำในชาตินี้หรอก แต่มีใจคิดปรารถนาอยู่เนืองๆ อยากได้ของๆ เขามาเป็นของเรา ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในจิตใจของเราเรียกว่ามโนกรรม

ผลของอภิชฌาคือ ๑. เสื่อมในทรัพย์และคุณงามความดี ๒. เกิดในตระกูลต่ำ ๓. ได้รับคำติเตียนอยู่เสมอๆ ๔. ขัดสนในลาภสักการะ

สิ่งที่เราได้ในปัจจุบัน ๒ ประการคือ เสื่อมในทรัพย์และคุณงามความดี และขัดสนในลาภสักการะ แทนที่เราไปช่วยค้ำประกันให้เขา เขาไม่มีคำขอบคุณเราแล้ว ยังทรยศเราอีก นี่คือความรู้สึกอย่างนี้

คนที่เราไปค้ำให้นั้น เรามีความปรารถนาดี เราได้บุญ เราทำบุญอยู่ ขณะนั้นมีจิตเมตตา ลงเซ็นชื่อค้ำประกันให้ ก็จิตกรุณาแล้ว จิตของเราทำให้ชาติหน้าจะได้มีมิตรสหายดี มีโภคทรัพย์ มีชื่อเสียงเกียรติคุณดี แต่จะบังเกิดในชาติหน้า

แต่ปัจจุบันชาติเราโดนตามหนี้อยู่นี้ แต่เราบอกเราไม่ได้ผิด ต้องตอบว่า ผิด แต่เป็นเหตุไกล เราเคยมีบาปทุจริตทางใจไว้ในอดีตชาติ เมื่อทำแล้วย่อมมีผล ไม่มีเหตุอะไรทำแล้วไม่มีผล ทำน้อย ได้น้อย ทำมาก ได้มาก ธรรมทั้งหลายย่อมไหลมาแต่เหตุ แต่ที่เรามาที่นี่ได้ก็เพราะธรรมทั้งหลายไหลมาแต่เหตุ

โดย ศาลาธรรม [28 ม.ค. 2557 , 11:19:52 น.] ( IP = 1.10.235.57 : : )


  สลักธรรม 2


ฉะนั้นคำว่า เราไม่ได้ผิดนั้น เราไม่ได้ทำเลยในปัจจุบันชาติ แต่เราทำแล้วในอดีตชาติ ต้องระลึกนึกถึง เมื่อเรายอมรับว่าเราทำ ก็เบาบางที่จะไปเพ่งเล็งผู้ร้ายคนนั้นคนเดียว เท่ากับเป็นการยอมรับแล้ว

และในขณะนี้เขาจะมาจี้ให้เราชำระคนเดียว ก็คือผลของอทินนาทานตามมาด้วย คือผลของอกุศลกรรมบถ ๑๐ คือทางที่ไม่ควรดำเนิน บาปส่งก็เปิดโอกาสพร้อมเสมอที่จะให้ผลเรียกว่า กรรมตามล่า อย่าเปิดโอกาสเชียวนะ บาปเก่าๆ จะมาเลย

ฉะนั้นจิตต้องตั้งมั่นอยู่ในบุญ อย่าเปิดโอกาสให้บาปเกิดนะ แล้วบาปจะไหลเข้ามาเลย ที่เรามักพูดว่า แหมเรื่องนิดเดียวเอง ไม่น่าเป็นเรื่องใหญ่ ก็เพราะว่าเราเปิดโอกาสให้เรื่องนิดเดียวเกิดขึ้น อดีตก็ส่งผลมา ทำให้เรื่องโตมากๆ ขึ้น จากคำพูดที่นิดๆ มาเก็บเป็นเรื่องใหญ่ เอง เราจึงต้องยอมรับว่าเราทำมา เราจึงต้องรับเอง นี่คือหลักการเหตุผลที่ไม่มีใครเถียงได้

ในหลักพระพุทธศาสนา แม้ว่าจะเรียนหรือไม่เรียน จะเชื่อหรือไม่เชื่อ ก็เป็นอย่างนี้ทั้งสิ้น ธรรมทั้งหลายย่อมไหลมาแต่เหตุ เราสร้างเหตุไว้

โดย ศาลาธรรม [28 ม.ค. 2557 , 11:20:47 น.] ( IP = 1.10.235.57 : : )


  สลักธรรม 3


ฉะนั้น เราจะแก้ไขอย่างไร ก็เริ่มต้นใหม่ บัดนี้เรารู้แล้วว่าเราทำมาด้วย เราก็หยุดในการนึกถึงเรื่องไม่ดี แต่เขาทำกรรมใหม่ กรรมไม่มีอโหสิ บัดนี้กรรมเก่าๆ ที่ไม่ดีของเขาก็ยังไม่ให้ผล อีกหน่อยเขาก็ได้รับผลของเขา ไม่ต้องให้เราไปแช่ง ให้เราโกรธหรอก กรรมมันให้ผลเอง

เราหยุดเลิกจองเวรเสีย ให้อภัยเขา ให้โอกาสตัวเองได้มีการฟื้นฟูจิตใจจากบาปที่คิดไม่ดี มาคิดดี ก็มีความเพียรพูดดี บางครั้งเราเข้าไปในที่คับขันแล้วเข้าไปโวยวาย ฉันไม่ได้ทำ แต่กฎหมายมันมีอยู่ หลักฐานเราเซ็นชื่ออยู่ เราไมได้ทำได้อย่างไร แล้วเราไปเจอคนขี้โกรธ คนเราก็มีอารมณ์เกิดขึ้นได้ เพราะวันหนึ่งมีการรับแต่เรื่องร้าย เหตุร้ายทั้งสิ้น (เช่นที่โรงพัก) คนมาแจ้งความแต่เรื่องร้ายทั้งนั้นเลย เราลองนึกถึงอกเขาอกเรา

ฉะนั้นเราต้องพูดจาให้ดี และใจเย็นเข้าไว้ เข้าไปขอคำแนะนำ ให้โอกาสตัวเองทำกุศล วาจาสุภาพ ยุติอกุศลแล้ว มาแก้ที่เรา ถ้าเขามีความรู้ เขาก็พร้อมจะให้ความรู้ ยิ่งอวดยิ่งอดยิ่งลดยิ่งเพิ่ม ไม่มีอะไรในโลกนี้จะดื้อด้านแข็งไปได้ ความอ่อนโยนทำให้หินนั้นแตกไปได้เลย

เช่น ความอ่อนโยนของน้ำ ค่อยๆ หยดทีละหยด แตะไปเรื่อยๆ พ่อหินก็สบายใจไม่เจ็บหรอก แต่ถ้าสาดโครมไปก็เกิดระเบิดได้ ปฏิกิริยาตอบสนองก็จะแรง แต่ค่อยๆ หยดลงไป น้ำใจน้ำคำ แล้วจะได้รับกลับมา ทุกอย่างจะได้รับกลับมา น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน

น้ำคำก็เหมือนกันที่เจือจานทุกหยาดหยดรดลงไปด้วยความรู้สึกที่ดี โลกนี้ก็จะโสภา ฉะนั้นเราต้องเป็นผู้มีน้ำใจและหาทางแก้ไข

โดย ศาลาธรรม [28 ม.ค. 2557 , 11:21:33 น.] ( IP = 1.10.235.57 : : )


  สลักธรรม 4


ทุกคนในโลกนี้ ต้องแก้ไขชีวิตจนกว่าจะไม่มีชีวิตจะให้แก้ไข เพราะว่าชีวิตนั้นเป็นปัญหา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้มาเพื่ออะไร เพื่อมาดับทุกข์ ทุกข์คืออะไร ทุกข์คือชีวิต ฉะนั้น พระพุทธเจ้าก็ปูทางชีวิตให้เวไนยสัตว์ทั้งหลายเดิน

เราจึงต้องอยู่ด้วยบุญ เพราะว่าจิตของเราเหมือนเก้าอี้ดนตรี ซึ่งมีเก้าอี้เดียว แต่คนจะแย่งเก้าอี้มี ๒ คน ถ้านายบุญมานั่งได้ นายบาปก็นั่งไม่ได้ ถ้านายบาปนั่งได้ นายบุญก็หมดสิทธิ์ ฉะนั้น จิตของเราก็เหมือนเก้าอี้เป็นที่รองรับของการตั้งอยู่ของบาปหรือบุญ ก็คือเจตสิกต่างๆ

บทบาทของชีวิตขณะเกิดขณะตายไม่สำคัญ เพราะขณะคนที่กำลังเกิดและกำลังจะตาย เราทำอะไรไม่ได้แล้ว เพราะอวัยวะร่างกายและจิตใจอ่อนแล้ว เช่น ขณะใกล้ตาย มือก็ยกไม่ขึ้น หัวใจต้องให้เขาปั๊ม แล้วจะทำอะไรไม่ได้ เพราะร่างกายและจิตใจอ่อนล้าแล้ว มีการจะย้ายภพย้ายชาติไปเกิดใหม่แล้ว

แต่ที่สำคัญคือ ตอนที่กำลังเป็นอยู่ ในขณะที่เรากำลังมีอายุอยู่ เช่น ๒๐, ๓๐ หรือ ๔๐ ปี เป็นต้น เพราะอุปมาว่าอายุ ๕๐ ปีนั้นฝาโลงแง้มแล้ว ๖๐ ปีนี่ฝาโลงก็เริ่มจะปิดแล้ว พอ ๗๐ ปีฝาโลงก็จะเข้าหากันแล้ว มันเป็นอย่างนี้แล้ว

ฉะนั้น ความสำคัญอยู่ตรงนี้ ในขณะที่เรามีชีวิตอยู่ เราคิดกันบ้างหรือเปล่าว่า เรากำลังกระทำความดีเพื่อเป็นที่พึ่งแก่ตนเองและคนอื่นบ้างหรือเปล่า

โดย ศาลาธรรม [28 ม.ค. 2557 , 11:22:01 น.] ( IP = 1.10.235.57 : : )


  สลักธรรม 5


ก่อนนอนคิด หมั่นถามตนเองอยู่บ่อยๆ ว่า เราเป็นสรณะที่พึ่งแก่ตนเองและผู้อื่นหรือเปล่า ถ้าทำแล้ว ทำไว้มากหรือน้อย หรือไม่ได้ทำอะไรไว้เลย วันนี้ชีวิตเปลืองเปล่า เพราะได้แต่หลับ ตื่นขึ้นมาจับไมค์ร้องคาราโอเกะ ดูหนังฟังเพลง แล้วก็หลับไป ก็ไม่ได้เป็นประโยชน์อะไร

ต้องคอยคิด บางคนเกิดมาไม่ได้ทำอะไรที่เป็นประโยชน์ตนและประโยชน์ท่านเลย มีแต่ตั้งโปรแกรมเที่ยว ซื้อของ กิน ตั้งเป้าสนุกสนานมีการกิน การเล่น หนักไม่เอา เบาไม่สู้ เสาะแสวงหาแต่ความสุข บางคนตื่นขึ้นมาก็คิดแต่สนุกสนาน

ฉะนั้น คนเราตั้งแต่เกิดจนตายมีความพลิกผันตลอดชีวิต ดังนักประพันธ์กล่าวไว้ว่า " ถ้ามีโลกต้องมีธรรมคอยกำกับ หากโลกดับธรรมไม่มีที่อาศัย โลกธรรมจำต้องอยู่คู่กันไป เหมือนหนึ่งไฟกับเชื้อเกื้อกูลกัน" เป็นคำโบราณที่สอนว่า การมีชีวิตของเราต้องมีธรรมะประจำจิต ห่างธรรมะไม่ได้ และธรรมะอยู่ตามลำพังไม่ได้ ต้องอยู่กับชีวิต ต้องอาศัยซึ่งกันและกัน เกื้อกูลกัน

ชีวิตที่แสวงหากามคุณ ทำให้สิ้นเปลืองเงินทอง และชีวิตก็ทำตนเองไม่สมกับที่ตนเองเกิดมา พระพุทธเจ้าทรงมีความหลังสร้างบารมีมากมาย ทรงต่อสู้เพื่อช่วยเหลือให้ปัญหาชีวิตของเธอหมดไป

พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ตั้งใจมาช่วยนะ ตั้งแต่มโนปณิธานเลยว่า “เราตั้งเจตนาโพธิญาณเพื่อจะช่วยสัตวโลกทั้งหลาย” แต่พระตถาคตแต่ละพระองค์ก็ไม่สามารถรื้อเรา ช่วยเราได้ เพราะพวกเธอดื้อ ฝึกยากนั่นเอง

โดย ศาลาธรรม [28 ม.ค. 2557 , 11:32:41 น.] ( IP = 1.10.235.57 : : )


  สลักธรรม 6


พระพุทธองค์อยากจะช่วยทุกคน แต่เราไม่พร้อม ฉะนั้นเราต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพราะว่าพระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สิ่งที่เรารู้แล้ว แต่ที่ไม่บอกมีมากมาย ที่ไม่บอกเพราะว่าไม่คลายจากความกำหนัด ไม่ปราศจากทุกข์ ไม่เป็นไปเพื่อมรรคผลนิพพาน ฉะนั้น เราจึงไม่บอก แต่ที่เราจะบอกก็เพียงใบไม้ในกำมือคือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ที่เราให้แก้ไข”

ก็คือพระองค์ทรงให้เราแก้ไขร่างกายและจิตใจภายใต้คนสัตว์นี้ เพื่อให้เห็นว่าภายใต้คนสัตว์นี้มีของปฏิกูลทั้งนั้นเลย เป็นอสุภะทั้งสิ้น แต่เราเห็นผิดคิดว่าเป็นสุภะเป็นของดีของงาม เห็นอย่างนั้นเป็นสุภวิปลาส เห็นว่ามีความสุข ชีวิตนั้นสุขสบาย ถ้าได้เกิดเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ในภพชาตินั้นภพชาตินี้เป็นสุข ได้เห็นดี ได้ยินดี ได้กลิ่นดี เป็นความสุข

สุขมีที่ไหน? มีแต่ทุกข์ ถ้าเห็นว่าสุข ก็เป็นสุขวิปลาส เห็นว่าชีวิตนั้นเที่ยง เห็นว่าอารมณ์เที่ยง เห็นว่าเป็นของเที่ยง เป็นนิจจวิปลาส หรือนึกว่าเรานั่งอยู่ ความจริงจิตสั่งไม่รู้เท่าไหร่ ขณะเห็นก็คิดว่าเห็นตลอดเวลา

ทุกคนต้องตาย และตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้ เป็นของธรรมดา ไม่มีใครห้ามได้หรือฝืนได้ เพราะฉะนั้นการศึกษาพระธรรมจึงนำปัญญามาให้ และก็สร้างบารมีใหม่ๆ ให้กับชีวิต

“อดีตคือความปด อนาคตคือความฝัน ปัจจุบันคือความจริง”



ขออนุโมทนากับน้องนวลผู้พิมพ์

โดย ศาลาธรรม [28 ม.ค. 2557 , 11:33:45 น.] ( IP = 1.10.235.57 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org