มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ธรรมะครอบครัว









ธรรมะครอบครัว
ธรรมะบรรยายโดย หลวงพ่อเสือ



วันนี้เรายังไม่รู้ว่าเราต้องการอะไร เรายังไม่มีจุดหมายปลายทางยังไม่มีหลักเลย แล้วจะรู้ไหมว่าชาติหน้าเราจะเป็นอะไร ก็ไม่มีทางทราบได้ แต่ถ้าวันนี้เรารู้ว่าเราต้องการอะไร เราก็จะพยายามทำหรือหาสิ่งที่ดีที่ควรที่เป็นประโยชน์แก่ตนเองได้

พระพุทธเจ้าทรงสอนเรื่องประโยชน์ ๓ อย่างคือ

๑.ประโยชน์ในปัจจุบันชาติ ให้ขยันหมั่นเพียร ตั้งตนไว้ชอบ คบมิตรดี ไม่เกียจคร้าน

๒.ประโยชน์ในอนาคตชาติ มีการรักษาศีล แล้วหมั่นทำทาน

๓.ประโยชน์สูงสุด คือ มรรคผลนิพพาน

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [1 พ.ค. 2557 , 15:22:31 น.] ( IP = 125.27.174.40 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


หากถามว่า เราจะดำเนินชีวิตอย่างไรให้มีความสุขในปัจจุบันชาติ ต้องอาศัยฆราวาสธรรม ๔ประการคือ

๑.สัจจะ เราต้องเป็นคนมีสัจจะ เราจะอยู่ร่วมกันต้องอาศัยฆราวาสธรรมเข้าหากัน ทำไมแตกออกไปกระจายออกไป เพราะแต่ละคนไม่อาศัยฆราวาสธรรม ฉะนั้น สามีภรรยาที่แตกกัน อยู่ร่วมกันไม่ได้ เพราะอะไร? เพราะขาดฆราวาสธรรม พระพุทธเจ้าเคยถูกนิมนต์ไปงานวิวาห์ของท่านเศรษฐี ท่านก็ให้ฆราวาสธรรมนี่แหละ ซึ่งแสดงอยู่ในธรรมบท ฆราวาสธรรม คือ ธรรมของผู้ครองเรือนที่อยู่บ้านเดียวกัน ถ้าต่างคนต่างมีฆราวาสธรรมก็จะเป็นสุข ฉะนั้น ใครจะออกเรือนก็ต้องมีฆราวาสธรรม สัจจะคือมีความจริงใจต่อกัน ซื่อสัตย์ต่อกัน พูดจริงกัน ไม่โกหกกัน ปรับทุกข์กัน เราเห็นเพื่อนเราได้รับภัยต่างๆ เราเตือนกันด้วยความจริงใจ

๒. ทมะ คือ ความข่มใจ

๓. ขันติ คือ ความอดทน

๔. จาคะ คือ ความเสียสละ

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [1 พ.ค. 2557 , 15:22:59 น.] ( IP = 125.27.174.40 : : )


  สลักธรรม 2


มีการเปรียบฆราวาสธรรมเหมือนรถคันหนึ่ง

สัจจะในที่นี้ต้องมีตัวถังดี

ทมะเปรียบเหมือนเบรกต้องดี คือหยุด

ขันติเปรียบเหมือนล้อ ต้องเป็นคนมียางอาย ขันติในที่นี้คือ อดทนต่อความลำบาก เพราะคนไม่อดทนจะไม่มียางอาย อดทนต่อสิ่งที่มาเร่งเร้า ยั่วอารมณ์ต่างๆ ต้องมียางอาย อายต่อวัย อายต่อเพศ จึงเปรียบเหมือนยาง และต้องมีขันติต่อสู้กับลาภ ยศ สรรเสริญ สุข

ส่วนจาคะเปรียบเหมือนท่อไอเสีย ระบายออกมาบ้าง ควันดำๆ นั้นถ้ามีอยู่มาก นมหนูก็ดันหม้อกรองก็ฝุ่นขึ้น ต้องพ่นท่อไอเสียออกไปบ้างคือต้องบริจาคออกไปบ้าง ไม่อย่างนั้นตัวเองจะดำเก็บของดำไว้ในใจ

ดังนั้นทุกอย่างมีธรรมะอุปการะทั้งนั้น และการที่จะอยู่ร่วมกันนั้น พระพุทธเจ้าตรัสว่า สุขา สังฆัสสะ สามัคคี แปลว่า ความเพียบพร้อมของหมู่คณะก่อให้เกิดสุข

การที่จะอยู่ร่วมกับใคร เราต้องมีสัจจะ ทมะ ขันติ จาคะ ใครไม่มีก็ช่าง แต่เราต้องมี เราต้องมีความข่มใจ โครงสร้างของเราต้องดี อ่อนน้อมถ่อมตน ชีวิตของเราจึงจะไม่เก็บความดำทมึนไว้ในชีวิต ฉะนั้นการตัดสินอะไรก็แล้วแต่ต้องมีปัญญา ต้องหาทางก้าวหน้า ชีวิตจะล้าหลังต่อไป เราอยู่มานานแล้วนะ

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [1 พ.ค. 2557 , 15:24:07 น.] ( IP = 125.27.174.40 : : )


  สลักธรรม 3


การทำทาน

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า อย่าทำทานโดยเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น (ห้ามทำทานแบบนั้น) เราก็คิดไปว่า หากมีเงินอยู่ ๔,๐๐๐ บาท แล้วมีคนมาขอเรี่ยไรไปสร้างวัด ๔๐๐ บาท ก็คิดว่าไม่ไห้ โดยเราคิดว่าเบียดเบียนตนเองไปคิดถึงรูปธรรม แต่จริงๆ แล้วพระพุทธเจ้าสอนว่า ชีวิตอยู่ได้ด้วยคำข้าวคำน้ำ อาศัยปัจจัย ๔ เรามองด้านวัตถุธรรมกันหมดเลย

แต่คำว่า เบียดเบียน ในที่นี้ คือเบียดเบียนทางใจ อย่าเบียดเบียนใจตัวเอง เช่น ทำไปแล้ว การกระทำนั้นก่อให้เกิดอกุศลจิตคือมีความเสียดาย ผิดหวังว่า รู้อย่างนี้ทำกับคนอื่นดีกว่า รู้อย่างนี้ทำกับคนนั้นดีกว่า ก็อย่าทำเสีย เช่น มีคนมาขอยืมเงิน ๕ ล้าน โดยเป็นคนที่ไม่รู้จัก ถ้าไม่มีก็ไม่ให้ เป็นต้น และเราก็ไม่รู้จริงหรือเปล่าที่เขาเดือดร้อน ถ้าทำไปแล้ว ต้องมีจิตสงสัย ก็มีบาปอยู่ จะทำให้บาปนี้อาจจะเป็นมรณาสันนกาลได้ การทำบุญ ๕ ล้านก็จริงอยู่ แต่มีจิตที่เสียดายก็ทำให้ไปเกิดเป็นเปรตได้

สรุปว่าให้เลือกทำกุศลกับสิ่งที่เราปีติใจ เช่น ปิดทองพระปฏิมา เป็นต้น ความคิดถูกต้องที่จะเลือกทำกับผู้ทรงศีล จิตขณะนั้นเกิดมหากุศลญาณสัมปยุต มีโยนิโสมนสิการประกอบมีการคิดหน้าคิดหลัง กุศลอันนี้มั่งคั่งกว่าเงิน ๕ ล้านบาทเสียอีก เพราะเงินคือสมมุติ แต่จิตคิดถูกคือปรมัตถ์

ฉะนั้น อย่าทำโดยเบียดเบียนตนเองทั้งรูปทรัพย์ภายนกและทางใจ อย่าทำโดยเบียดเบียนผู้อื่น อย่าบีบคั้นจิตใจใคร การสอนธรรมะคือเหมือนการสอนเฉพาะตน ฉะนั้นการสอนธรรมเป็นการให้ที่ประเสริฐที่สุด เพราะไม่เบียดเบียนใครเลย พูดเป็นกลาง เอาของจริงมาพูด ถูกใครล่ะ ถูกแต่ละคนที่นั่งอยู่นั่นแหละ ไม่ต้องบีบคั้นเขา เขายอมรับได้เขาก็ได้ดี เขายอมรับไม่ได้เขาก็ได้รับเอง

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [1 พ.ค. 2557 , 15:25:28 น.] ( IP = 125.27.174.40 : : )


  สลักธรรม 4


การให้ธรรมะเป็นทานจึงเป็นการให้ที่ประเสริฐที่สุด เป็นการไม่เบียดเบียนตนเอง ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ง่ายที่สุดด้วย นอกจากเราจะดูทรัพย์ว่าพอประมาณแล้วต้องดูว่าเราช่วยใครนั้นมีความปลอดโปร่งหรือไม่ โล่งใจไหม จะเป็นความเรื้อรังติดมาไหม ถ้าเป็นการให้แบบตัดอาลัยไม่ขาด อย่าพึ่งให้ หยุดก่อน ให้เวลากับความคิดตรึกตรอง ไม่จำเป็นไม่ต้องทำ แต่ฝึกไปเถอะ แต่อย่าเข้าข้างตนเอง จิตก็จะมั่นคงขึ้น

การปฏิบัติธรรมหรือการศึกษาธรรมเพื่ออะไร? ก็เพื่อเปลี่ยนความรู้สึกเก่าๆ เรารู้สึกว่าเป็นเราใช่ไหม เป็นของๆ เรา ก็ให้เปลี่ยนความรู้สึกว่าไม่มีเรา และไม่มีของเรา เป็นเรื่องของนามของรูป ในโลกนี้ไม่มีอะไรเลย

เรียนเพื่ออะไร? เรียนเพื่อทำความให้เห็นให้ถูก ทำความเห็นให้ตรงต่อความเป็นจริงว่า

ทุกข์และสมุทัยเป็นคู่ทุกข์คู่ยาก

นิโรธและมรรคเป็นคู่พรากจากสังสารวัฏ

เรียนให้รู้แล้วเชื่อและเชื่อง เป็นผู้ฝึกง่าย ไม่ว่าดื้อ ให้เกิดมรรคแล้วถึงนิพพานได้




ขออนุโมทนากับน้องนวลผู้พิมพ์

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [1 พ.ค. 2557 , 15:26:00 น.] ( IP = 125.27.174.40 : : )


  สลักธรรม 5

กราบแทบเท้าขอบพระคุณหลวงพ่อเจ้าค่ะ
อนุโมทนากับน้องนวลด้วยค่ะ

โดย abctoy (abctoy) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ - [16 พ.ค. 2557 , 11:56:29 น.] ( IP = 124.121.122.69 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org