มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ธรรมนคร (๑๔)








ธรรมนคร (๑๔)

ธรรมบรรยายจากศาลาเสือพิทักษ์ โดย หลวงพ่อเสือ


ธรรมนคร (๑๓)


สิ่งที่ปิดบังอนัตตา

อนัตตา คือความไม่มีตน ไม่มีคน ในโลกนี้ไม่มีคนนั่งอยู่นี่ ไม่มีคน ไม่มีสัตว์ นั่งอยู่นี่คือรูปต่างๆ ที่ประกอบกัน มีมหาภูตรูป ๔ ปสาทรูป ๕ วิสยรูป ๔ วิการรูป ๓ หทยรูป ๑ ชีวิตรูป ๑ อาหารรูป ๑ ภาวรูป ๒ วิญญัติรูป ๒ ลักขณรูป ๔ และปริจเฉทรูป ๑ แต่ละคนมี ๒๗ รูป เว้นบัณเฑาะว์ สิ่งเหล่านี้มีสมุฏฐานให้เกิด จึงบังคับบัญชาไม่ได้ แล้วรูปมีลักษณะคือ รุกคืบหน้าไปสู่ความเสื่อม แม้กระทั่ง เมื่อเป็นศพแล้วก็เน่าเปื่อยไป รูปเป็นรังของโรค แล้วมีขี้สารพัดขี้ในร่างกายเราสกปรก ทั้ง ๙ ทวาร

เราไม่ได้พิจารณากันว่า ทำไมต้องทาแป้ง หวีผม เพราะไม่อย่างนั้นจะดูไม่ได้ ให้ดีอย่างไรก็เน่า แต่คนร้อยทั้งร้อยหลงรูป เพราะในรูปเป็นมหา(ยิ่งใหญ่) ภูต (หลอกหลอนดุจปีศาจ) แท้จริงตัว เราโสโครกที่สุด ตายแล้วไม่มีค่าอะไรเลย ฉะนั้น ค่าของคนอยู่ที่ความดี

สิ่งที่ปิดบังอนัตตา คือ ฆนสัญญา ความสำคัญว่าเป็นก้อนเป็นแท่ง ในที่นี้หมายความว่า การอยู่รวมกันของสภาวธรรมนั่นเองทำให้เรามีความสำคัญว่ารูปนี้นามนี้เป็นปึกเป็นแผ่น แท้จริงมันคนละรูป คนละนาม นามก็นาม รูปก็รูป แล้วก็สำคัญว่ามีสาระ จึงสำคัญว่า เที่ยง สุข มีตัวตน มันก็เลยเกิดขึ้นมา

ฉะนั้น ในการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน จึงมีอุบายให้กำหนด นาม – รูป จนเห็นนามรูปปริจเฉทญาณเรียกว่า นาม – รูป แยกออกจากกันได้ ด้วยการกำหนดรู้ลักษณะของงาน และเหตุปัจจัยของรูปนั้น เช่น ต้องมีนามสั่ง รูปถึงเดินได้ เป็นต้น ให้เป็นคนละสัดคนละส่วนกัน แล้วก็อย่าให้ไขว้เขว รูปสั่งนาม...ไม่มีหรอก

โดย ศาลาธรรม [18 มิ.ย. 2557 , 07:08:15 น.] ( IP = 58.11.31.94 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ด้วยเหตุนี้เอง การจำแนกสภาวธรรมออกเป็นสัดส่วน ตามนัยของวิปัสสนาภูมิ ๖ มี ขันธ์ ธาตุ อายตนะ เป็นต้น เพื่อสะดวกแก่การพิจารณาแยกออกจากฆนสัญญา เมื่อปัญญาพิจารณารู้ความจริงของสภาวธรรม ตามภูมิธรรมของตนแล้ว ก็นับได้ว่าฆนสัญญาได้กระจายออก เมื่อผู้ปฏิบัติได้ทำการพิจารณารูปนามจนทำลายฆนสัญญาได้แล้ว ชื่อว่ามีปัญญาได้เข้าถึงนามรูปปริจเฉทญาณ

นั่นแหละ ตอนนั้นทำลายฆนสัญญา ความเป็นแท่งเป็นก้อน ระหว่างกองของรูป กับกองของนามธรรมเป็นก้อนเดียวกัน แท้จริงคนละก้อน คนละกอง คนละส่วน (ฆนสัญญาเป็นการประชุมรวมกันระหว่างรูปกับนาม แล้วคิดว่าเป็นตัวตน ไม่ใช่ฆนสัญญา เป็นการประชุมรวมกันของรูปต่างๆ อย่างนี้เข้าใจผิด

การปฏิบัติเพื่อทำลายฆนสัญญานั้นไม่มีวิธีอื่นเลย นอกจากต้องกำหนดรูป-นาม เพราะการที่จะทำลายฆนสัญญาได้ ก็ได้มาจากการกำหนดรูป – นาม ที่ถูกต้องนั่นเอง ถึงแม้การทำลายสันตติที่ปิดบังอนิจจัง และอิริยาบถที่ปิดบังทุกขัง ก็เป็นไปในทำนองเดียวกัน

กิจการเหล่านี้เป็นหน้าที่ของนามรูปปริจเฉทญาณทั้งสิ้น คือ ปัญญาที่เห็นนามรูป แยกเป็นส่วน เป็นสัด ไม่ปนกัน เพราะฆนสัญญาคือความเป็นกลุ่มเป็นก้อนได้กระจัดกระจายออกไป อำนาจปัญญาที่มีการกำหนดรูป กำหนดนามนั้น และสันตติก็ขาดลง เพราะอาศัยการกำหนดที่เห็นการแยกรูป แยกนาม อิริยาบถที่ปิดบังทุกข์ก็ถูกทำลายลงก็เป็นเหตุให้กำหนดแยกรูป แยกนามเป็นสัดส่วนได้ รูปก็ปริจเฉท นามก็ปริจเฉท ต่างก็แยกกันหมด

โดย ศาลาธรรม [18 มิ.ย. 2557 , 07:09:35 น.] ( IP = 58.11.31.94 : : )


  สลักธรรม 2



ฉะนั้น การกำหนดรูป-นามนี้ จึงจัดนามรูปปริจเฉทญาณไว้เป็นญาณปัญญาข้อต้น ญาณปัญญาข้อต้นไม่ใช่เรื่องจิ๊บจ๊อย ทิฏฐิวิสุทธิ เห็นไหมว่าเป็นทิฏฐิที่ถูกเลย เพราะเหตุที่ว่า วิปัสสนาทั้งหลาย จะมีได้ต้องอาศัยนามรูปปริจเฉทญาณเป็นบ่อเกิดทั้งสิ้น ฉะนั้น อย่าดูถูกนามรูปปริจเฉทญาณ อย่าหวังไกล ตรงนี้แหละดี ถ้านามรูปปริจเฉทญาณยังไม่เกิดขึ้นแล้ว โสฬสญาณอย่ามีหวังว่าจะเกิดขึ้นเลย

และนามรูปปริจเฉทญาณนี้ได้มาจากไหน พระสมณเจ้าชินสีห์ศากยมุนีสัมมาสัมพุทธเจ้า กล่าวไว้ว่า อันนามรูปปริจเฉทญาณนี้ ทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นแก่โยคาวจรได้มาจากอภิธรรมปิฏกที่ประกาศบนสวรรค์ พระอภิธรรมปิฏกนั้นเป็นอารมณ์ของปัญญา เรียนแล้วเกิดปัญญา ถ้าเผื่อไม่มีพระอภิธรรมปิฏก เราจะมีปัญญาไปดูรูปนามไหม

ฉะนั้น จึงจัดนามรูปปริจเฉทญาณ เป็นภูมิปริยัติที่สูงสุด เมื่อผู้ใดได้นามรูปปริจเฉทญาณ ผู้นั้นสอบปริยัติได้สูงสุด (อภิมหาบัณฑิตอภิธรรม) เป็นปัจจัยให้เกิดมหาสติปัฏฐาน ๔ ครบ แล้ววิปัสสนาญาณที่สูงขึ้นไปก็อาศัยภูมิปริยัติอันนี้ ขึ้นไปสู่ปฏิเวธธรรม คือ ผลจิต

อารมณ์ของญาณที่ ๕ เป็นต้นไป จะเป็นอารมณ์เดียวกับอุทยัพพยญาณ อุทยัพพยญาณได้อารมณ์อะไร ญาณที่ ๕-๑๖ ก็จะได้อารมณ์เหมือนอุทยัพพยญาณหมด ฉะนั้น เมื่อพระไตรลักษณ์ปรากฏขึ้นแก่พระโยคาวจรที่ได้ปฏิบัติถึงอารมณ์แห่งปัญญาญาณนี้แล้ว เป็นอันว่าเครื่องปิดบังไตรลักษณ์ทั้ง ๓ ได้ถูกทำลายหมดแล้ว

โดย ศาลาธรรม [18 มิ.ย. 2557 , 07:10:57 น.] ( IP = 58.11.31.94 : : )


  สลักธรรม 3



ฉะนั้น การเห็นไตรลักษณ์ในอุทยัพพยญาณนี้เอง จะเห็นในลักษณะใดก็ตามชื่อว่าได้เห็นทั้ง ๓ ลักษณะ เพราะลักษณะทั้ง ๓ นั้น รวมอยู่ที่อุทยัพพยญาณแล้ว ด้วยเหตุผลเช่นนี้ อุทยัพพยญาณคือญาณที่เห็นนามรูปทั้งเกิดทั้งดับ จึงเป็นญาณสำคัญของปฏิปทาญาณทัสสนะวิสุทธิ คือ หนทางที่แน่วแน่ตรงต่อความเป็นพระอรหันต์ตรงต่อพระนิพพาน

และเป็นจุดเริ่มต้นทำให้ถึงวิสุทธิธรรม ธรรมอันบริสุทธิ์ซึ่งมีอยู่ทางเดียวเท่านั้นเอง ซึ่งตรงกับพระบาลีที่กล่าวไว้ ในติลักขณาคาถา

สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา ยทา ปญฺญาย ปสฺสติ อตฺถ นิพพินนฺติ
ทุกเข เอส มคฺโค วิสุทธิยา
สพฺเพ สงฺขารา ทุกฺขาติ ยทา ปญฺญาย ปสฺสติ อตฺถ นิพพินนฺติ
ทุกเข เอส มคฺโค วิสุทธิยา


แปลว่า ผู้ใด มาเห็นสังขารคือความเกิดขึ้นของรูปนามนั้น ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ บังคับบัญชาไม่ได้ด้วยปัญญา นี้เป็นหนทางอันบริสุทธิ์ อันนี้ได้แก่ อุทยัพพยญาณ

โดย ศาลาธรรม [18 มิ.ย. 2557 , 07:13:24 น.] ( IP = 58.11.31.94 : : )


  สลักธรรม 4



พระพุทธเจ้าตรัสแล้วได้สงเคราะห์วิปัสสนาญาณนี้ให้เป็นเรื่องต่อกับสติปัฏฐาน เป็นบาลีในมหาสติปัฏฐานสูตรก็ได้กล่าวไว้เพื่อปรับปรุงธรรมทั้งหมดให้มารวมกัน พระบาลีต่างๆ ในสติปัฏฐานท่านกล่าวว่า

สมุทย ธมฺมานุปัสสีวา คือ เห็นความดับไปของนามรูป อันนี้ได้แก่ สัมมสนญาณ

สมุทย วยธมฺมานุปัสสีวา คือ เห็นทั้งความเกิด เห็นทั้งความดับไปของนามรูป ได้แก่ อุทยัพพยญาณ

เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว จะละความยึดมั่นถือมั่น ที่เรายึดมั่นนี่ เรายึดมั่นถือมั่นด้วย อนิสิโต จ วิหารติ นจฺจ กิญจิ โลเก อุปายติ แปลว่า ตัณหา ทิฏฐิ ไม่อาศัยแล้ว อันนี้ได้แก่ ปหานปริญญา ซึ่งได้แก่ อุทยัพพยญาณ เป็นต้นไป


โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย ศาลาธรรม [18 มิ.ย. 2557 , 07:14:43 น.] ( IP = 58.11.31.94 : : )


  สลักธรรม 5

กราบนมัสการหลวงพ่อเสือด้วยความเคารพอย่างสูงเจ้าค่ะ

ขอบพระคุณและอนุโมทนากับคุณศาลาธรรมด้วยค่ะ

โดย abctoy (abctoy) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ - [18 มิ.ย. 2557 , 21:55:27 น.] ( IP = 124.122.231.3 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org