มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ธรรมนคร (๒๐)








ธรรมนคร (๒๐)

ธรรมบรรยายจากศาลาเสือพิทักษ์ โดย หลวงพ่อเสือ


ธรรมนคร (๑๙)


ในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนั้นอย่าลืมว่า วิปัสสนาแท้เริ่มตั้งแต่อุทยัพพยญาณส่วนวิปัสสนาเทียมคือ ญาณที่ ๑ – ๓ องค์พระสัมมาสนญาณนั้นเปิดเผยให้เห็นพระไตรลักษณ์ อารมณ์จากญาณที่ ๑ - ๓ นั้นเป็นกำลังรวมอยู่ที่อุทยัพพยญาณ เมื่อองค์อุทยัพพยญาณไปจนถึงนิพพิทาญาณ เห็นทางอออกแล้ววางเฉยในสังขารุเปกขาญาณ ฉะนั้น พระอริยมรรคเรียกว่า วุฏฐานะ เป็นธรรมออกแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงชื่อว่า สังขารุเปกขาญาณ เป็นธรรมเครื่องออก แล้วอย่าลืมว่า อุเบกขาในที่นี้ไม่ใช่อุเบกขาเวทนา หมายถึงปัญญาที่ละเสียซึ่งความยึดมั่นเป็นอุเบกขาในโพชฌงค์

ญาณที่ ๑๒ อนุโลมญาณ หรือ สัจจานุโลมิกญาณ ญาณปัญญานี้เป็นญาณที่เกิดต่อจากสังขารุเปกขาญาณ เป็นญาณที่จะอนุโลมให้เห็นอริยสัจจ์ธรรมทั้ง ๔ ประการ

ผู้ปฏิบัตินั้นได้เสพอารมณ์ของสังขารุเปกขาญาณมาอย่างมากมาย ศรัทธา..ความเชื่อในธรรมอันจะพ้นทุกข์นั้นย่อมมีกำลัง มีความเพียร ด้วยสติสัมปชัญญะอย่างมั่นคงแก่กล้า เพราะเหตุที่ปัญญาที่หยั่งลงในพระสัทธรรมคือปักลงในอารมณ์พระนิพพานแต่ยังเป็นลกีย์คือทุกขสัจจะ สมุทยสัจจะ ด้วยสัจจญาณ และกิจจญาณ

ในอริยสัจจธรรมทั้ง ๔ ประการ มีญาณกำกับไว้คือสัจจญาณ กิจญาณ และ กตญาณ ในสัจจะหนึ่งมี ๓ ดังนั้น ๔ สัจจะจึงมี 12 (ไข่ 12 ใบ ฟักครั้งที่ ๒)

ดูตัวแรกก่อน สัจจญาณ ได้แก่ ญาณปัญญาที่รู้ทุกข์ เป็นสิ่งที่กำหนดรู้ โยคาวจรรู้มาตลอดว่าที่กำหนดพิจารณามาตลอด คือ ทุกข์อย่างเดียว สมุทัยคือตัณหา ..โยคาวจรรู้เลยว่าเป็นธรรมที่ละมาอย่างเดียว นิโรธ..เป็นธรรมที่ต้องทำให้แจ้ง องค์มรรค ๘ ... เป็นสิ่งที่ต้องทำให้เกิดขึ้น ญาณปัญญาที่รู้ในสภาวะแห่งธรรมทั้ง ๔ ประการนี้ว่า สัจจะไหนมีกิจอะไรต้องทำ ความรู้อันนี้เรียกว่า สัจจญาณ ส่วนที่เรารู้นั้นคือการท่อง แต่อันนี้เป็นปัญญารู้คือรู้กิจอย่างแจ่มแจ้ง แล้วก็ทำกิจอย่างแจ่มแจ้ง

โดย ศาลาธรรม [26 มิ.ย. 2557 , 06:21:01 น.] ( IP = 171.97.39.233 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ต่อไป กิจญาณ เมื่อรู้แล้วด้วยสัจจญาณว่า ทุกข์ก็กำหนดรู้ สมุทัยก็ละ นิโรธควรทำให้แจ้ง มรรคควรเจริญ เมื่อมีความเข้าใจเช่นนี้ปรากฏขึ้น ก็ลงมือกำหนดทุกข์ สมุทัย กระทำนิโรธให้แจ้ง ทำมรรคให้เจริญทันที ในการลงมือกระทำเช่นนี้ เรียกว่า กิจญาณ

นี่คือคำอธิบาย แต่จริงๆ แล้ว ในการปฏิบัติสัจจญาณกับกิจญาณไปด้วยกัน (เมื่ออธิบายแยกกัน) คือตรงที่มีโยนิโสมนสิการ คือ กำลังทำสัจจญาณ และมีสติมา สัมปชาโณ อาตาปีนี้กำลังทำกิจญาณ คือละ

ส่วนกตญาณ คือญาณที่รู้ในการกระทำกิจ ๔ เสร็จแล้ว คือ ปัญญาที่รู้ว่า ทุกขสัจจ์ ที่กำหนดรู้ อยู่ก็รู้แล้ว สมุทัยที่ควรละก็ได้ละแล้ว นิโรธสัจจ์ธรรมที่ควรทำให้แจ้ง บัดนี้แจ้งแล้ว มรรคสัจจ์ที่ควรทำให้เกิด ก็ทำให้เกิดขึ้นแล้ว ความรู้ทั้งหมดอย่างนี้ เรียกว่า กตญาณ

แต่ขอให้เข้าใจว่าในการเจริญกิจญาณขององค์อริยสัจจธรรมทั้ง ๔ นี้ ไม่ใช่เจริญกันทีละอย่างหรือทีละองค์ แต่ในกิจทั้ง ๔ จะต้องเจริญไปในคราวเดียวกัน ๔ กิจ จึงจะชื่อว่าเป็นการปฏิบัติถูกต้อง (เมื่อถึงสังขารุเปกขาญาณ จะไม่ผิดทางแล้ว ที่อธิบายญาณปัญญามานี่ก็เพื่อจะไม่ให้คิดเอาเอง จะได้เอาไปเป็นไม้บรรทัดว่า ใครพูดถูกพูดผิด)

การถือข้อปฏิบัติในกิจทั้ง ๔ นี้ ถ้าไม่เข้าพร้อมกันก็ไม่เรียกว่ามัชฌิมาปฏิปทา ฉะนั้น คำว่า มัชฌิมาปฏิปทา ก็คือ ทางสายกลางที่นำทั้งทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรคเดินทางร่วมกันมาถึงอนุโลมญาณ

โดย ศาลาธรรม [26 มิ.ย. 2557 , 06:22:28 น.] ( IP = 171.97.39.233 : : )


  สลักธรรม 2




ทุกข์ – สมุทัย เป็น คู่ทุกข์ คู่ยาก ส่วนนิโรธ – มรรคเป็น คู่พรากสังสารวัฏฏ์ เราทำหรือดูคู่ทุกข์ – สมุทัย เพื่อประสงค์คู่นิโรธ – มรรค ร่วมกันมาจนสุดปลายทาง ฉะนั้น ถ้าเผื่อได้ยินเทศนาโดยนัยว่าไปทำสัจจญาณให้ชัดก่อน ไปทำกิจญาณให้ชัดก่อน ...นั่นผิด เพราะเป็นไปไม่ได้ เป็นการกล่าวตู่พุทธพจน์

เมื่อลงมือกำหนดนามรูปก็ชื่อว่า กำหนดทุกข์ ซึ่งได้แก่ กิจญาณ ฉะนั้น กิจญาณนี้นี่แหละจะสำเร็จตั้งแต่นามรูปปริจเฉทญาณ ซึ่งเป็นญาณที่กำหนดรู้ทุกข์ในขณะนามรูปนั้น หรือรู้ทุกข์นั่นเอง ขณะรู้ทุกข์ ก็ได้ชื่อว่า ละตัณหา เหมือนเราเห็นไฟ ไม่จับไฟ การปฏิเสธไม่จับไฟ ผลก็คือไม่ร้อนเอง

เหมือนกันเลย ถ้าเผื่อเห็นไฟไหม้บ้าน ก็รู้ถึงความวินาศที่มีอยู่ ด้วยตัณหานั้นละลงได้ด้วยการเห็นทุกข์ ฉะนั้น ยิ่งเห็นรูปนามเป็นทุกข์มากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งละตัณหาหมดไปได้มากเท่านั้น เมื่อละตัณหาได้มากเท่าไหร่ ก็เป็นกิจที่ทำให้แจ้งในนิโรธมากเท่านั้น เพราะนิโรธเป็นธรรมที่ดับตัณหา

เมื่อดับตัณหาเมื่อใด ก็แจ้งนิโรธ และเมื่อขณะที่ทำกิจ เพื่อแจ้งนิโรธ ก็เป็นการเจริญอยู่ในมรรคสัจจะโดยตรง เพราะว่ามรรคสัจจะเป็นโลกุตตรธรรมเป็นหัวข้อปฏิบัติที่ทำให้ถึงนิโรธเป็นธรรมที่ต้องดับทุกข์ ฉะนั้น เหตุผลที่ได้อธิบายตรงนี้ จึงเป็นอันว่า การเจริญกิจของอริยสัจจธรรมทั้ง ๔ ต้องทำกิจ ๔ เข้าไปพร้อมกันทีเดียว จึงจะเรียกว่า กิจญาณ เริ่มตั้งแต่นามรูปปริจเฉทญาณแล้ว

โดย ศาลาธรรม [26 มิ.ย. 2557 , 06:23:43 น.] ( IP = 171.97.39.233 : : )


  สลักธรรม 3




เพื่อสรุปเนื้อความของญาณทั้ง ๓ ลงในศาสนา คือ

ปริยัติศาสนา ได้แก่ สัจจญาณ

ปฏิบัติศาสนา ได้แก่ กิจญาณ

ปฏิเวธศาสนา ได้แก่ กตญาณ

ในญาณทั้ง ๓ นี้ ถ้าแยกออกไปตามอริยสัจจธรรมทั้ง ๔ ก็ได้จำนวน ๑๒ คือ ๓ X ๔ = 12

ฉะนั้น ผู้ที่จะปฏิบัติเข้าไปเห็นแจ้งพระอริยสัจจธรรมทั้ง ๔ ประการ ก็จะต้องเข้าไปดูความนัยของพุทธศาสนา จะเห็นว่า ญาณครบ ๓ รอบ ของสัจจะอันหนึ่ง ทั้ง ๔ สัจจะ จะต้องมี ๑๒ ถึงจะเข้าถึงพระพุทธศาสนาโดยแท้จริง การที่จะเข้าถึงญาณ ๑๒ นี้ได้ผู้นั้นจะต้องสมบูรณ์ด้วยความเข้าใจถูกทั้งปริยัติและปฏิบัติ

ทุกวันนี้เราเรียนปริยัติเพื่ออะไร เพื่อเป็นมัคคุเทศนำทาง คันถะธุระเป็นมัคคุเทศก์ของวิปัสสนาธุระ เรียนปริยัติเพื่อทำความเห็น(ทิฏฐิ) ให้ตรงสภาวะตามความเป็นจริง ปฏิบัติเพื่อให้ทิฏฐิวิสุทธิ (บริสุทธิ์)

ทุกวันนี้เราเห็นไม่ตรง เราเห็นเป็นคน เป็นสัตว์ เราเห็นโดยวิปลาสเห็น มีที่ไหนคนสัตว์ นั่งอยู่นี่ อวินิโภครูป ๘ และรูปอื่นๆ ประกอบ มีจิต มีเจตสิก เรียนเพื่อให้เห็นตรงว่าภายใต้ คน สัตว์ นั้น มีสภาวะรองรับ คือ มีจิต มีเจตสิก มีรูป


โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย ศาลาธรรม [26 มิ.ย. 2557 , 06:25:51 น.] ( IP = 171.97.39.233 : : )


  สลักธรรม 4

กราบนมัสการหลวงพ่อเสือด้วยความเคารพอย่างสูงเจ้าค่ะ

ขอบพระคุณและอนุโมทนากับคุณศาลาธรรมด้วยค่ะ

โดย abctoy (abctoy) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ - [27 มิ.ย. 2557 , 17:55:02 น.] ( IP = 110.169.155.73 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org