| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
สิ่งที่ไม่ทำไม่ได้ กับสิ่งที่ต้องทำให้ได้
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 11
เขาจึงบอกว่าเวลารถชนกัน อย่าวิ่งไปดู เราจะเห็นสิ่งที่ไม่ดี ส่วนคนแก่จะมีคติกรรมนำเกิด เพราะอยู่มานาน มักชอบเล่าความหลัง ถ้าความหลังดีก็ดีไป และโดยเฉลี่ย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ คือ กรรม มีเจตนา ๒๙ (อกุศล ๑๒ มหากุศล ๘ มหัคคตกุศล ๙)
๑. ถ้าจิตจับกรรมในอกุศล ๑๒ คือ โลภมูลจิต ๘ โทสมูลจิต ๒ โมหมูลจิต ๒ ก็นำสู่ทุคติภูมิ
๒. ถ้าจับจิตมหากุศลจิต ๘ ก็นำเกิดสุคติภูมิ
ปัจจุบันธรรม คือ ธรรมที่มีอยู่ แต่เกิดโดยไม่ขาดสาย แม้จะไม่เกิดที่เรา แต่ปฏิเสธไม่ได้
ปัจจุบันอารมณ์ คือ ปัจจุบันที่มีอยู่จริง เกิดขึ้นกับเราจริงๆ
ขณะปัจจุบันอารมณ์นั้นเกิดขึ้นขณะใดก็ตัดสินว่าเป็นนามหรือรูป ขณะนั้นวิวัฏฏคามินีเป็นมหากุศลญาณสัมปยุตดวงที่ ๑ ประกอบด้วยไตรเหตุ คือ อโลภเหตุ อโทสเหตุ อโมหเหตุ เป็นกุศลชนิดอุกฤษฏ์ หรือ อุกัฏฐุกัฏฐะ เป็นเหตุทำให้ออกจากวัฏฏะนั่นเอง ถ้าจับอารมณ์อันนั้นเกิดดีแน่นอน เกิดด้วยไตรเหตุ ว่านอนสอนง่าย พระนิพพานสะดวก
๓.ถ้าจิตจับมหัคคตกุศล ๙ ถ้าเผื่อผู้ทำฌานอยู่มีวิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา และมีวสีแคล่วคล่อง เมื่อไปอยู่ที่ปีติ แล้วกลับมาที่วิจาร อธิษฐานแล้วจะไม่เกิดเป็นพรหม ก็จะได้เป็นเทวดาชั้นสูง ต่ำสุดคือดุสิต หรือถ้ามีองค์ฌานก็ปฏิสนธิในพรหมโลก และตรงกับหลักฐานว่า กมฺม ปจฺจโย กัมมปัจจัย มีกรรมเป็นปัจจัย เพราะมีกรรมจึงมีอารมณ์ทำให้เกิดคติ
ฉะนั้น เวลาเจ็บอย่าครวญอย่างครางนัก เจ็บนิดเจ็บหน่อยอดทนไว้ แก้ไขเจ็บอย่างไรก็แล้วแต่ อย่าออกมาเป็นวจีให้เลย ยอมทน จะครวญก็ต่อเมื่อสุดทน ฉะนั้นเราหัดไม่ครวญคราง ฝึกอดทน อารมณ์ของเราก็จะถูกตบะเดชะพลวปัจจัยแห่งขันติ อารมณ์นั้นจะเป็นอารมณืสุคติได้
ฉะนั้นสติก็จัดเป็นกุศลกรรม มหากุศลดวงที่ ๑ เมื่อใกล้ตายจับอารมณ์สติมีกำลังแรง ก็ไปสู่สุคติแน่นอน สติจัดเป็นกุศลไตรเหตุ และเกิดด้วยโสมนัส โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [9 ก.ค. 2557 , 13:48:22 น.] ( IP = 125.27.170.190 : : )
สลักธรรม 12
ถาม เมื่อแต่ละคนไปถึงพระนิพพานแล้วไปอยู่ตรงไหน
ตอบ นิพพานไม่มีเมืองแก้วเมืองสวรรค์ ไม่มีที่อยู่ ที่ใดมีภพมีภูมิ มีที่ๆ สัตว์เกิดอยู่ ที่นั่นมีทุกข์เกิดขึ้น พระนิพพานไม่ใช่ที่ พระนิพพานเป็นอารมณ์ เราอยากถึงพระนิพพาน แต่ไม่รู้จักพระนิพพานก็เดาไง ฉะนั้นพระนิพพานเป็นอารมณ์ชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นธรรมชาติที่มีอยู่ พระพุทธเจ้าสอนอยู่ ๔ อย่าง คือ จิต เจตสิก รูป นิพพาน
จิต คือ ธรรมชาติที่รู้อารมณ์ ทุกคนมี สัตว์ทุกตัวมี เรานั่งอยู่นี่แต่ละคนมีจิต ๘๙ หรือ ๑๒๑ โดยพิสดาร แต่ในจิต ๘๙ ร่วมกัน เรามีสิทธิแค่ ๔๕ ดวง เมื่อเราไม่รู้จักจิตก็เท่ากับว่าเราไม่รู้จักตัวเราเอง จึงต้องเรียนรู้เรื่องตัวเราก่อน เมื่อเราเรียนเรื่องจิตแล้ว เราก็สามารถรู้ว่าจิตชั่วเป็นอย่างไร จิตดีเป็นอย่างไร จิตที่ควรส่งเสริมเป็นอย่างไร จิตที่ควรทำลายเป็นอย่างไร เช่น จิตทำไมมีมาก จิตมากเพราะกิจ เช่น จิตเห็น จิตได้ยิน จิตได้กลิ่น จิตรู้รส จิตนึกคิด จิตบุญ ๘ จิตบาป ๑๒ เป็นต้น
จิตนั้นถูกตบแต่ง เหมือนเราออกจากบ้านต้องแต่งตัวใช้เสื้อผ้าหลายชิ้น เปรียบเหมือนจิตเกิดขึ้น ต้องมีตัวปรุงแต่งจิตประกอบด้วย เช่น จิตเห็น มีเจตสิกประกอบ ๗ ตัว คือ สัพพจิตตสาธารณเจตสิก ๗ เราเห็นแล้ว ก็ไม่ได้เห็นเฉยๆ ด้วย มีเกิน ๗ เพราะเห็นแล้วชอบก็มีโมจตุกกะ ๔ และโลติกกะ ๓ เข้าร่วมด้วย
แต่ละครั้งที่จิตทำงานนั้น พระพุทธเจ้าเป็นผู้รู้ว่ามันเกิดขึ้นมีอะไรบ้าง นี่แหละที่ต้องอาศัยสัพพัญญุตญาณ ธรรมดาอย่างเราหรือไม่มีทางรู้ ได้แต่พูดเอา พูดตามพระพุทธเจ้า นี่พระองค์เข้าไปรู้การทำงานอันเร้นลับอันยิ่งใหญ่เหลือเกิน เรื่องจิตแล้วต้องมีเจตสิกประกอบ แล้วสอนเรื่องรูปว่าที่เรานั่งประกอบด้วยอะไรบ้าง อวินิพโภครูป ๘ ได้แก่ มหาภูตรูป ๔ สี กลิ่น รส โอชา รวมเป็น ๘ จึงมีอาการนั่งเกิดขึ้นได้
ธรรมชาติทั้งจิต เจตสิก รูป เป็นธรรมชาติที่เรามีอยู่ แต่เราไม่มีตัวนิพพาน ฉะนั้น พระพุทธเจ้าสอนเรื่อง จิต เจตสิก รูป นิพพาน
นิพพานนั้นเป็นธรรมที่มีอยู่ แล้วใครเข้าถึง ผู้ที่พบคือผู้ที่พ้น ผู้ที่พบพระนิพพานคือ การพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด พ้นจากแหล่งกำเนิดทั้ง ๔ และทาง ๖ สาย ไปทางเดียวคือไม่เกิด โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [9 ก.ค. 2557 , 13:49:01 น.] ( IP = 125.27.170.190 : : )
สลักธรรม 13
น้ำในแก้วนี้สีแดง เรียกว่า น้ำแดง
น้ำแดง คือ อารมณ์ คือ สิ่งที่จิตเห็น (จักขุวิญญาณ) อารมณ์ของจิต จิตนั้นกินอารมณ์ธูปเทียนคืออารมณ์ คน สัตว์ โต๊ะต่างๆ เป็นอารมณ์ของจิต พูดถึงน้ำแดงอย่างเดียว เมื่อกินแล้วก็หวานดี คำว่า หวานดีเป็นการเสวยอารมณ์ที่ชอบไปแล้วใช่ไหม จิตเกิดขึ้นพร้อมเจตสิก ๗ แล้วมีโมจตุกกะ ๔ ความไม่รู้ในอารมณ์จริง มีโลติกะ ๓ ฉะนั้นสรุปว่าอารมณ์ที่จิตรู้เป็นอารมณ์ที่เจือปนด้วยกิเลสแล้วกิเลสร่วมในอารมณ์นั้นแล้ว จิตก็รับอารมณ์ที่มีกิเลสแล้ว และเสวยอารมณ์กิเลสเข้าไป เกิดเป็นโลภชวนะแล้ว ถ้ากินแล้วบอกว่าหวานเจี๊ยบเลยไม่ชอบ ก็เสวยอารมณ์แล้ว เป็นโทสชวนะไปแล้ว กิเลสก็เข้าแล้วมีโลภะ โทสะ มีโมหะเป็นประธาน ฉะนั้นอารมณ์นั้นจึงไม่บริสุทธิ์ ซึ่งต่างจากอารมณ์พระนิพพานที่ใช้คำจำกัดความว่า สักแต่ว่ารู้เฉยๆ ไม่ยินดีไม่ยินร้าย และไม่ใช่เสแสร้งแกล้งทำนะ ไม่ใช่กินแล้วบอกว่าธรรมดา เป็นการเสแสร้างแกล้งทำ ไม่ใช่อย่างนั้น มันต้องตัดโลภะ โทสะ โมหะไปได้ ไม่มีพืชเชื้อแห่งกิเลสตัณหานั้นแล้ว
ถ้าถามว่า เคยเห็นเท้าพระทศพลไหม? ไม่เคย
พยายามนึกให้ออกซิ? นึกไม่ออก
นี่ก็เช่นเดียวกัน เพราะไม่มีเท้าทศพลอยู่ในใจคือไม่มีของเก่า แล้วจะระลึกให้มีก็ไม่ได้ พระอริยเจ้าทั้งหลาย กิเลสนั้นหมดแล้ว เหมือนกันการไม่รู้จักเท้าของพระทศพลญาณ ให้นึกอย่างไรก็นึกไม่ออก พอได้ยินก็เฉยๆ ไม่มีจิตไปยินดียินร้าย เพราะไม่มีของเก่ามาเทียบ ฉันใดฉันนั้น อารมณ์พระนิพพานเป็นอารมณ์ที่หมดจดจากกิเลส การเห็นก็ยังเห็นอยู่ แต่ไม่มีกิเลส การได้ยินก็ได้ยินอยู่ แต่ไม่มีกิเลส ยังทักโยมพ่อโยมแม่ได้ แต่ความเป็นของฉันไม่มีเพราะถูกตัดไปแล้ว
พระนิพพานไม่มีเมืองแก้วที่ไหน พระนิพพานเกิดที่ไหน? เกิดตรงขณะที่ได้มรรคผล ไม่มีที่ ใครบอกว่ามีที่ ตอบได้เลยว่าผิด ผิดจากสภาวธรรม ผิดจากแนวทางของพระพุทธศาสนา ประกาศได้เลยว่าถ้าผู้ใดสอนว่าพระนิพพานมีที่ ผู้นั้นสอนผิด
พระนิพพานเป็นอารมณ์ที่ปราศจากมลทินทั้งปวง ไม่มีกิเลส แล้วจะอยู่ที่ไหน เพราะมีกิเลสจึงเกิดไง เกิดในถนนชีวิต ๖ สาย เมื่อจะทำกุศลก็มีกิเลสล้อมหน้าล้อมหลัง อยากอยู่ อยากเป็นมนุษย์ เทวดา พรหม ก็เกิดอยู่ แต่หมดกิเลส ไม่เกิดคือพระนิพพาน นิพพานํ ปรมํ สุขํ ตราบใดยังมีขันธ์ ๕ ตราบนั้นชีวิตเป็นทุกข์ เมื่อเข้าใจพระนิพพาน จึงไม่ต้องไปแสวงหาที่ไหน มีอยู่ แต่เรามีอย่างอื่นมากกว่าจนทำให้พระนิพพานเกิดไม่ได้
ฉะนั้น เมื่อตายแล้ว ทรัพย์สมบัติไม่ได้ไปกับเรา แต่อริยทรัพย์ไปกับคนทำ ธรรมทรัพย์เป็นทรัพย์ที่ล้ำค่าคือ พระธรรมคำสั่งสอนของพระศาสดา เป็นสิ่งที่นำทางส่องสว่างไป แล้วสว่างไปสู่มรรคผลนิพพาน ก็ขอเดชะบุญอันนี้แหละ จงคุ้มครองลูกรักของพ่อทุกคนให้มีความสว่างรู้ว่าทำได้ สว่างไปสู่ทางมรรคผลนิพพานได้โดยไวชาติ
![]()
ขออนุโมทนากับน้องนวลผู้พิมพ์โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [9 ก.ค. 2557 , 13:49:16 น.] ( IP = 125.27.170.190 : : )
สลักธรรม 14กราบนมัสการหลวงพ่อเสือด้วยความเคารพอย่างสูงเจ้าค่ะ
ขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะโดย abctoy (abctoy) -
[9 ก.ค. 2557 , 20:55:17 น.] ( IP = 124.122.213.25 : : )
[ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |