มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ธัมมานุวัตบุคคล









ธัมมานุวัตบุคคล
ธรรมะบรรยายโดย หลวงพ่อเสือ



การที่คนเราจะพ้นทุกข์ได้คือ ถึงซึ่งมรรคผลนิพพานนั้นต้องรักษาพรหมจรรย์

คำว่า พรหม แปลว่า ประเสริฐ

คำว่า จรรย์ แปลว่า ความประพฤติ

พรหมจรรย์ แปลว่า ความประพฤติอันประเสริฐ

ประพฤติอะไรเรียกว่า ประพฤติประเสริฐ ในฎีกาอธิบายไว้ว่า ประพฤติพรหมจรรย์ที่นำมาซึ่งความประเสริฐนั้นก็คือ การประพฤติอยู่ในมรรค ๔ เท่านั้น โดยอาศัยศีล สมาธิ ปัญญาเป็นตัวนำพาให้เกิดพรหมจรรย์ และต้องรู้อีกว่าชาวพุทธทั้งหลายและผู้ที่ต้องการพ้นทุกข์ทั้งหลายนี้ต่างก็ประพฤติพรหมจรรย์อันบริสุทธิ์หมดจดจากกิเลสโดยสิ้นเชิง โดยอาศัย ๒ หลักควบคู่กันไป

อาจจะมีในพระสูตรว่า ผู้นี้ไม่เคยเรียนธรรมะเลย แต่เมื่อพระพุทธเจ้าได้เสด็จมาโปรด ก็สามารถรู้ธรรม นั่นคือพระสูตร แต่ความสำเร็จของสูตรนี้ต้องมีเหตุจากอดีตทั้งสิ้น ทุกคนที่มาประพฤติและปฏิบัตินั้นจะต้องมีรากแก้วแห่งธรรมซึ่งเรียกกันว่า ปุพเพ กต ปุญฺญตา แปลว่า ต้องมีบุญมาแต่ชาติปางก่อน จะมีมากน้อยต่างกันก็ต้องอาศัย ๒ อย่าง คือ คันถธุระและวิปัสสนาธุระ

ถามว่าคันถธุระคืออะไร? ตอบว่า คันถธุระ ได้แก่ ศาสนพรหมจรรย์

ส่วนวิปัสสนาธุระ ได้แก่ มรรคธุระ ทำมรรคจิตให้เกิดเท่านั้นเอง ในวิปัสสนาธุระหรือมรรคธุระนี้ยังจำแนกอีก ๒ ลักษณะ ได้แก่

๑.ปุพพภาคมรรค คือ สติปัฏฐาน ๔ ที่เรากำหนด เช่น เมื่อนั่งก็กำหนดรูปนั่ง เมื่อมีเวทนาปวดก็กำหนดนามปวด เป็นต้น

๒.โลกุตตรมรรค คือ ผลเกิดขึ้นจากปุพพภาคมรรค ฉะนั้นในการปฏิบัติจึงต้องมีการอาศัยรูปนามขันธ์ ๕ เป็นต้น

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [29 ก.ค. 2557 , 14:23:33 น.] ( IP = 125.27.161.190 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงชี้ทางบรรเทาทุกข์และชี้สุขเกษมศานต์ สมาธิที่เราทำกันทุกวันนี้ ว่าโดยลักษณะก็แตกต่างกันเพียง ๒ ชนิดคือ อุปจารสมาธิกับอัปปนาสมาธิ

อุปจารสมาธิเป็นการก้าวขั้นแรกของจิตธรรมขณะนั้นสู่โพชฌงค์ ส่วนอัปปนาสมาธิ เป็นการก้าวขั้นที่สอง คือฝึกใจให้มั่นคงและให้มีกำลังไม่ท้อถอยในการค้นคว้าให้สำเร็จ ในเมื่อจิตนั้นเป็นอัปปนาสมาธิแล้ว อันนี้เป็นสมาธิที่ทำให้เกิดการถึงซึ่งมรรคผลนิพพานได้

ขั้นต่อมาเป็นขั้นวิปัสสนา ในขั้นนี้มีการรู้เห็นเกิดขึ้นในจิต ซึ่งการรู้เห็นในจิตนี้เป็นคำจำกัดความโดยตรงว่า ญาณทัสสนะ ซึ่งญาณทัสสนะนี้เป็นเครื่องมือในการค้นคว้าหาเหตุผลตามความเป็นจริงได้

การจะเห็นความเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อมีญาณทัสสนะเกิดขึ้นแล้ว เหตุให้เกิดทุกข์ทุกชนิดได้ถูกตัดออกไป และเหตุให้เกิดสุขก็ถูกบำรุงให้มีขึ้นตามลำดับ ลำดับนั้นก็คือ โสฬสญาณ นับตั้งแต่นามรูปปริจเฉทญาณ เริ่มต้นก้าวสู่ความสุขอันไปถึงบรมสุข แต่ถ้าผู้ใดยังไม่ได้นามรูปปริจเฉทญาณจัดว่าชีวิตนั้นเป็นทุกข์ ไม่ว่าทุกข์เก่าหรือทุกข์ใหม่จัดเป็นทุกข์ แต่เมื่อก้าวไปสู่นามรูปปริจเฉทญาณ ผลักไปยังปัจจยปริคคหญาณเป็นการก้าวสู่ความสุขที่พระพุทธเจ้าทรงประทานให้ จนถึงบรมสุขคือ โสฬสญาณนับเป็นพระโสดาบัน

ขั้นต่อมาเป็นขั้นเสขะ ขั้นนี้เป็นของผู้ปฏิบัติหรือผู้พิสูจน์ เมื่อได้รับผลของการค้นคว้าบ้างแล้ว โดยมีความสามารถค้นเห็นเงื่อนต้นและเงื่อนปลายของความเกิด ความเกิดในที่นี้ไม่ได้เกิดเป็นมนุษย์ เป็นสัตว์เดรัจฉาน แต่ค้นเงื่อนต้นว่า ทุกข์เป็นเหตุให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และในความเปลี่ยนแปลงนั้นก็มี อนิจจัง ทุกขัง อนัตตาตามมาอีก ซึ่งบังคับบัญชาไม่ได้ รูปเก่าเป็นทุกข์ จึงเป็นเหตุทุกข์ให้เปลี่ยนอิริยาบถ เมื่ออิริยาบถใหม่เกิดก็เป็นไปได้ด้วยอำนาจเท่านั้นเอง แต่หนีความทุกข์ไม่พ้น มีรูปใหม่ นามใหม่ ก็มีเบื้องปลายคือความทุกข์นั่นเอง

ฉะนั้นการเปลี่ยนอิริยาบถ เงื่อนต้นที่เปลี่ยนนั้นเกิดจากทุกข์ และความทุกข์ใหม่ก็เป็นเงื่อนตายของการเกิดทุกข์เมื่อกี้นี้ ฉะนั้น ทุกข์ต่อทุกข์ต่อทุกข์ เป็นลำดับสายสัมพันธ์ของชีวิตซึ่งเราท่านทั้งหลายรู้ได้ยาก ต้องอาศัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้นเป็นผู้ชี้ทางและให้เวไนยสัตว์ทั้งหลายเดินตาม เงื่อนต้นและเงื่อนปลายที่อธิบายนั้นรู้จักได้จากการปฏิบัติ แต่ถ้ารู้จักโดยการศึกษานั้นก็ได้แก่เป็นผู้รู้เงื่อนต้นและเงื่อนปลายของปฏิจจสมุปบาท

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [29 ก.ค. 2557 , 14:24:03 น.] ( IP = 125.27.161.190 : : )


  สลักธรรม 2


ปฏิจจสมุปบาทเริ่มเงื่อนต้นตั้งแต่ อวิชชา สังขาร วิญญาณ นามรูป สฬายตนะ ผัสสะ เวทนา ตัณหา อุปาทาน ภพ ชาติ ชรามรณะ ที่เกิดขึ้นในแต่ละอารมณ์ เช่น การเห็นต้นมะเฟืองเกิดขึ้น แท้ที่จริงในโลกนี้ไม่มีมะเฟือง เพราะมะเฟืองเป็นสมมติสัจจะ เพราะความไม่รู้ว่าความจริงคือรูปธรรม จึงเรียกว่า มะเฟือง มีความโง่ก่อน ซึ่งทำงานเร็วมาก

ความไม่รู้จึงปรุงแต่งจิตซึ่งมีนามเจตสิกและรูปปรมัตถ์ ที่ตอบว่ามะเฟืองโดยผ่านอายตนะ (ตา ๑ ใน ๖) ไปกระทบกับรูปารมณ์ทำให้เกิดเวทนา ความเสวยอารมณ์ ถ้าเผื่อคนที่ชอบกินมะเฟือง หันไปเห็นมะเฟืองก็ชอบทำให้เกิดสุขเวทนา (แต่คนกำลังมีระดู โบราณห้ามทานมะเฟืองเพราะเป็นของเย็น) ฉะนั้น สำหรับผู้มีระดูนั้น เมื่อเหลืออาหารอย่างเดียวคือมะเฟืองก็ต้องทุกข์จึงเกิดทุกขเวทนา

เวทนานั้นทำให้เกิดตัณหา ความข้องติดในอารมณ์คือ โลภะ ทิฏฐิ อุปาทานในภพนั้นในความรู้สึกนั้นจึงเกิดกุศลชาติ อกุศลชาติ วิบากชาติ โดยอวิชชานั้น การเห็นนั้นก็มีความดับไปๆ เป็นของธรรมดา เบื้องต้นแห่งการเห็น การเห็นนั้นสิ้นสุดลงไปเพราะธรรมชาติทั้งหลายมีการดับไปๆ เป็นของธรรมดา ฉะนั้นคือความรู้จริงในเรื่องราวของชีวะ โดยไม่มีความสงสัย

ผู้ปฏิบัติขั้นนี้แบ่งออกเป็น ๓ ประเภท ได้แก่

๑. พระโสดาบัน ผู้ถึงกระแสพระนิพพานเป็นปฐม

๒.พระสกทาคามี ผู้มีกระแสพระนิพพานเป็นครั้งที่สอง

๓.พระอนาคามี ผู้มีกระแสพระนิพพานเป็นครั้งที่สาม

รวมความว่า ผู้ปฏิบัติข้อ ๑ – ๓ นี้ท่านยังจัดเป็นพระเสขบุคคลอยู่ เสขบุคคล หมายถึง ผู้ที่ยังต้องศึกษาอยู่ ยังไม่จบพรหมจรรย์ เพราะยังไม่ถึงแก่นแท้แห่งอภิปรัชญาอันเป็นอำนาจของปัญญาที่สูงสุด

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [29 ก.ค. 2557 , 14:24:21 น.] ( IP = 125.27.161.190 : : )


  สลักธรรม 3


พระเสขะขั้นที่สาม คือพระอนาคามี สามารถตัดสังโยชน์ชนิดที่ฉุดไปในเบื้องต่ำได้ คือไปในทางชั่วได้อย่างเด็ดขาด ส่วนพระเสขะอีก ๒ ประเภท คือ พระโสดาบัน พระสกทาคามี สามารถตัดได้เด็ดขาดตามปัญญาของตนๆ เท่านั้น

สังโยชน์ คือ กิเลสเครื่องผูกพันจิต แบ่งออกเป็น ๒ ชนิด

๑.กิเลสเครื่องผูกพันจิต ฉุดจิตให้มุ่งไปในทางชั่ว

๒. กิเลสเครื่องผูกพันจิต ฉุดจิตให้ติดอยู่กับความเพลิดเพลิน

ขั้นอเสขบุคคล ผู้ปฏิบัติท่านใดได้บรรลุถึงแก่นอภิปรัชญา บรรลุได้โดยอภิปรัชญา โพชฌงค์ ๗ ได้ถูกอบรมเต็มที่แล้ว สังโยชน์ ๒ ชนิดที่กล่าวข้างต้นได้ถูกพระอเสขบุคคลทำลายเสียสิ้นแล้วไม่เหลือซาก ไม่เหลือพืชเชื้อ และนอกจากนั้นพระอเสขะยังมีความสามารถของจิตและสมรรถภาพของจิตด้วยอำนาจแห่งอภิปรัชญาเกิดขึ้นอย่างบริบูรณ์ พระอเสขบุคคลนี้แปลว่า ผู้สำเร็จการศึกษาหรือผู้ไม่ต้องศึกษาอีก หรือฟังให้เข้าใจง่ายๆ คือ ผู้เข้าใจหลักวิทยาการต่างๆ โดยความเป็นจริง และสำเร็จลุล่วงหมดแล้วตามระยะของโพชฌงค์ทั้ง ๗ เมื่อโพชฌงค์ ๗ บริบูรณ์แล้ว จึงรวมเรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา

มัชฌิมาปฏิปทา คือ ข้อปฏิบัติดำเนินเป็นกลางๆ หมายถึง การกระทำที่ไม่ประมาท และมีความพยายามปฏิบัติธรรมอย่างจริงจังมั่นคงทุกระยะที่ก้าวไปของการปฏิบัติ

นอกจากนั้นโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ ก็เป็นธรรมที่ประกอบกับชีวิตมนุษย์ เป็นทางนำไปสู่ความรู้ ผู้ที่ประกอบไปด้วยโพธิปักขิยธรรมเท่านั้น จึงจัดว่าบุคคลผู้นั้นเป็นธัมมานุวัตบุคคล (ธัมมาธิปไตย)

วันนี้ก็ชี้ให้เห็นแล้วว่าเรายังอยู่ในบุคคล ๒ ประเภท คือ โลกาธิปไตยและอัตตาธิปไตย จะได้เลิกผยอง เลิกลำพองตัวเองว่า เราเป็นผู้มีธัมมาธิปไตย เพราะผู้ที่มีธัมมาธิปไตยจะต้องดำเนินชีวิตอยู่ในโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ และมีชีวิตประกอบไปด้วยโพธิปักขิยธรรมเริ่มต้นตั้งแต่ สติปัฏฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ มรรค ๘ เป็นครรลองในการดำเนินชีวิต



ขออนุโมทนากับน้องนวลผู้พิมพ์

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [29 ก.ค. 2557 , 14:24:41 น.] ( IP = 125.27.161.190 : : )


  สลักธรรม 4

7.25llllllyuanhttp://www.cheap-raybansunglasses.us.com
http://www.cheapreplicawatches.com.co
http://www.cheap-snapbacks.us.com
http://www.cheapsoccerjersey.net
http://www.chicagoblackhawks.us.com
http://www.christianlouboutinonline.us.com
http://www.christianlouboutin-outlet.me.uk
http://www.christianlouboutinscheap.us
http://www.christianlouboutinscheap.us
http://www.christianlouboutin-shoes.org.uk
http://www.chromeheartsoutlet.us
http://www.chromeheartssunglasses.us
http://www.clearancefitflopssale.com
http://www.coach-factoryoutlets.us.com
http://www.coachhandbagsclearance.us.com
http://www.coach-onlineoutlet.us.com
http://www.coachoutletcanada.com.co
http://www.coachoutletclearance.us.com
http://www.coachoutletclearanceonline.com.co
http://www.coachoutletclearanceonline.us.com
http://www.coachoutletclearancesale.com.co
http://www.coachoutletclearancesale.us.com
http://www.coachoutletfactory-store.us.com
http://www.coachoutlethandbags.us.com
http://www.coachoutletonlineclearance.com.co
http://www.coachoutletonline-factory.us.com
http://www.coachoutletonlinesale.com.co
http://www.coachoutletonlinesale.us
http://www.coachoutletonlineshopping.us.com
http://www.coachoutletonlinestore.com.co
http://www.coachoutletonline-store.com.co
http://www.coachoutlet-onlinestore.com.co
http://www.coachoutletonline-stores.us.com
http://www.coachoutletstore.com.co
http://www.coachoutletstoreclearance.us.com
http://www.coachoutletstores.com.co
http://www.converseshoes.us.com
http://www.diorsunglasses.com.co
http://www.edhardy.us.com
http://www.fakeray-ban.net
http://www.fakeray-ban.net
http://www.ferragamo.eu.com
http://www.ferragamooutletstore.net
http://www.ferragamoshoes.com.co
http://www.ferragamoshoes.org.uk
http://www.ferragamo-shoes.us.com
http://www.ferragamoshoesoutlet.net
http://www.fitflop.in.net
http://www.fitflopsoutletsale.com
http://www.fitflopssale.in.net
7.25

โดย lllllyuan [25 ก.ค. 2559 , 08:33:32 น.] ( IP = 23.228.77.137 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org