มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


การออกจากทุกข์(๑)









การออกจากทุกข์ (๑)
ธรรมบรรยายโดย หลวงพ่อเสือ



บวชเพื่ออะไร?

พระบางรูปหรือคนบางคนก็ไม่ทราบเลยว่า การบวชนั้นเพื่อประโยชน์อะไร บางคนบวชแก้บน ถ้าไม่สมอยากก็ไม่บวช เขาเรียกว่าขี้เรื้อนพระพุทธศาสนา พอมีแล้วก็ติดๆ กัน บนบวชๆ อยู่นั่นแหละ

การบวชเพื่ออะไร การบวชเพื่อประโยชน์อะไร ต้องหาเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ในการบวชโดยตรง ซึ่งอยู่ในคำขอบวช คือ สพฺพทุกฺขนิสฺสรณ นิพฺพาน สจฺฉิกรณฐาย แปลว่า บวชเพื่อทำพระนิพพานอันเป็นธรรมที่ออกจากทุกข์ทั้งปวงให้แจ้ง

ถ้าบวชแก้บนก็เป็นเพียงการพูดตามพระเท่านั้น แต่ไม่ได้เป็นตามคำศักดิ์สิทธิ์นี้จริงๆ คือ พระนิพพานเป็นธรรมที่นำออกจากทุกข์ อารมณ์ที่ปราศจากทุกข์นั่นเองปราศจากกิเลส ก็ท่องกันจบไปก็มี และที่ทำตัวนอกลู่นอกทางก็เพราะว่า ไม่รู้จัก ไม่ซึ้งถึงคุณค่าของการบวช ฉะนั้น จะทำอะไรก็แล้วแต่ ให้พิจารณาก่อนอย่าไปรับปากอะไรใครง่ายๆ ดูก่อนว่าสามารถทำได้ จึงเอ่ยสัจจะวาจาเพราะเมื่อรับปากแล้ว แม้ด้วยชีวิตก็ต้องทำให้ได้

เมื่อบุรุษเพศมีโอกาสบวชก็ควรตั้งใจไว้ให้ดีว่า “ข้าพเจ้าได้โอกาสตั้งจิตไว้ชอบ ข้าพเจ้าจะใช้สติปัญญาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานอันเป็นเครื่องนำออกจากทุกข์ทั้งปวงให้ได้ เป็นปัจจัยให้ได้ ใช้เวลาให้มีค่า”

การบวชนั้นผู้หญิงไม่มีสิทธิ์บวชก็จริง แต่ถามว่าผู้หญิงรู้จักวิปัสสนาหรือไม่? ถ้ารู้จัก นั่นแหละ ก็ออกจากทุกข์ได้เหมือนกัน เมื่อศึกษาให้ดีแล้วจะรู้ว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้ลำเอียง พระสงฆ์ไม่ใช่เป็นผู้ออกจากภัยในวัฏฏะเพราะเป็นผู้อธิษฐานว่าจะไปทำงานอย่างนี้อย่างเดียว แต่ถึงแม้ฆราวาสจะมีงานหลายอย่าง คืองานที่ไม่ทำไม่ได้กับต้องทำให้ได้ และถึงแม้ฆราวาสจะไม่มีสิทธิใส่ผ้าเหลืองในชีวิตประจำวันก็จริง แต่มีสิทธิ ๓ อย่างคือ สติมา สัมปชาโน อาตาปี จึงอย่าไปคิดน้อยใจในเพศ

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [12 ต.ค. 2557 , 14:02:16 น.] ( IP = 171.96.176.139 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


พวกลูกมีความดำริดี ทำบุญไปที่โน่นที่นี่ แต่ยังดำริไม่ชอบ วัฏฏะนี้อันตรายหนอ แต่ขณะใดที่มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมา ในความอันตรายนั้นย่อมมีอาวุธพิเศษนั่นคือ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าที่ถูกถ่ายทอดโดยตรงโดยพระอริยะสาวก จนกระทั่งพระธรรมวินัยเป็นศาสดาของเธอ สิ่งเหล่านี้เรียกว่า ปรโตโฆสะ

ธรรมะคือเพื่อนแท้ที่ดับทุกข์
อธรรม(กิเลส)คือเพื่อนแท้ที่ทำทุกข์


ธรรมะกับกิเลสจึงต่างกัน กิเลสเป็นเพื่อนที่อยู่กับเรามาหลายปี หลายชาติแล้ว ทำแต่ทุกข์ให้ เราก็ได้แต่ทุกข์เหลือคณนา แต่ไม่รู้ทุกข์ แต่ถ้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เมื่อมีทุกขเวทนาก็รู้ ก็ไม่เสวยเป็นเวทนา แต่เป็นผู้รู้ทุกข์ก็จบทำให้สิ้นสุดทุกข์ได้ง่าย

พระพุทธเจ้านั้นทรงเป็นผู้ซึ่งมีพระมหากรุณาธิคุณทั้งสิ้น อุดมไปด้วยอรรถและพยัญชนะ ไม่มีตรงไหนเลยที่จะปล่อยให้สัตว์โลกอยู่ในอันตราย ด้วยพระพุทธวาจา ก็ยังประโยชน์ทั้ง ๓

สิ่งที่พระพุทธเจ้าประทานแก่สัตว์โลกนั้น คือสิ่งที่เกิดจากสัพพัญญุตญาณ อันได้แก่ ทางมรรคทางนี้เท่านั้นเอง ตอนนี้ลูกทุกคนกำลังทำที่ไปให้ชีวิตของตนเอง แต่ถ้าไม่ทำที่ไปให้ดี ก็อีกไกลนะในเส้นทางสังสารวัฏที่สุดลุกหูลูกตาของพระพุทธเจ้า ฉะนั้น ปรโตโฆสะคือเสียงที่บอก เช่น เสียงของพระพุทธเจ้าที่เทศนาสั่งสอนพระปัญจวัคคีย์ ผู้ที่ได้ยินและถึงเสียงท่านพระองค์แรกก็คือ พระโกณฑัญญะ มีผู้อื่นบอกคือพระอริยะเจ้าต่างๆ บอกมาจนถ่ายทอดมาเป็นวินัย มีฎีกา มีอรรถกถา ล้วนรวมแล้วเรียกว่า ปรโตโฆสะ และปรโตโฆสะนี้แหละจะเป็นเหตุให้เกิดโยนิโสมนสิการ

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [12 ต.ค. 2557 , 14:02:42 น.] ( IP = 171.96.176.139 : : )


  สลักธรรม 2


เมื่อพิจารณาจากคำขอบวชข้างต้น ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้คือ

วรรคแรก มีความหมายว่า บวชเพื่อทำพระนิพพาน

จึงต้องรู้ว่า พระนิพพานนั้นคืออะไร อยู่ที่ไหน ถ้าบวชแล้วไม่รู้พระนิพพานคืออะไร ก็ไม่ถึง ไม่รู้ว่าพระนิพพานอยู่ที่ไหน ก็ไม่ถึง ไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นของยาก แต่ไม่เท่ากับการเลี้ยงชีวิตชาติหนึ่ง เช่น การศึกษาวิถีจิต ยากมากไม่เข้าใจเลย เราต้องเข้าใจตัวเองด้วยว่าทำไมไม่เข้าใจเลย อ๋อ... เราโง่มาหลายล้านชาติ เพิ่งเริ่มต้นชาติเดียว อภัยให้ตัวเองเสีย เมตตาตนแล้วหัดต่อไป ศึกษาพระนิพพานต่อไป

วรรคที่สอง มีความหมายว่า เป็นธรรมทึ่ออกจากทุกข์ เราต้องรู้ทุกข์ว่าเป็นอย่างไร คำว่า ทุกข์ ในพระบาลีก็มีอยู่ ๒ อย่างคือ

๑.สภาวทุกข์ หมายถึง นามรูปเป็นทุกข์ ที่นั่งอยู่นี่แหละ เป็นทุกข์ทั้งนั้นเลย เป็นทุกข์โดยสภาวะเป็นความจริง เช่น นั่งนานๆ เมื่อย ไทย จีน แขก ฝรั่ง นั่งนานๆ ก็เมื่อย เป็นธรรมที่เป็นความจริง ทำไมสุนัขจึงลุกเดินไปได้ล่ะ เมื่อยเหมือนกัน ทำไมสะบัดขาล่ะ ก็เมื่อย แต่ไม่ใช้ภาษาเท่านั้นเอง แต่ความรู้สึกเหมือนกัน กินมากๆ ก็จุกเหมือนกัน หิวเหมือนกันทุกชาติทุกภาษา ฉะนั้นเมื่อเกิดมาจึงมีสภาวุทกข์เหมือนกัน ก็คือนามรูปนั้นเป็นทุกข์

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [12 ต.ค. 2557 , 14:03:10 น.] ( IP = 171.96.176.139 : : )


  สลักธรรม 3


๒. ปกิณณกทุกข์ ซึ่งมีมากมายคณานับ แต่ถ้าว่าตามพระสูตรแล้วมีแค่ ๙ กอง ถ้าตามใจก็เยอะ คิดตามใจชอบ คิดเอาเองก็มากมาย แต่จะเรียกอย่างไรก็แล้วแต่ ตามพระสูตรมี ๙ กอง คือ

๑. โสกะ ความโศก ความซึม ความเหนื่อยหน่าย

๒. ปริเทวะ ความร่ำไรรำพันคร่ำครวญนั่นเอง ซึ่งทำยากเรื่องมันจบไปแล้ว แต่เราไม่จบด้วย ปริเทวะเกิดขึ้น เหตุก็คือองค์ที่ทำให้เกิดปริเทวะ คือ อดีตอารมณ์ทั้งหลาย ซึ่งความจริงแล้ว เราเสวยแต่ปัจจุบันอารมณ์ แต่เรามีอดีตอารมณ์เข้ามา เรื่องมันจบแล้ว แต่ไม่จบด้วย

๓. ทุกขะ ความทุกข์กาย เช่น ปวดหู เมื่อยแขน เมื่อยขา

๔. โทมนัส ความทุกข์ใจ แห้งแล้งใจ

๕. อุปายาส ความคับแค้นใจ พูดไม่ออกบอกไม่ถูก

๖. อัปปิเยหิ สัมปะโยโค ทุกโข การประสบกับสิ่งที่ไม่ชอบใจเป็นทุกข์ เช่น รถติดก็เป็นทุกข์

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [12 ต.ค. 2557 , 14:03:32 น.] ( IP = 171.96.176.139 : : )


  สลักธรรม 4


๗. ปิเยหิ วิปปะโยโค ทุกโข พลัดพรากจากสัตว์และสังขารที่เป็นที่รักก็เป็นทุกข์ คำว่า สัตว์ คือ สิ่งที่มีรูปนามขันธ์ ๕ นั้นแล้วตายจากกัน เช่น สามีภรรยา บุตรธิดา สัตว์เลี้ยง เป็นต้น การพลัดพรากจากสังขารคืออารมณ์ต่างๆ ที่เราเสวยเอาไว้ว่า อย่างนี้ดี อารมณ์ที่เราพอใจ อารมณ์ที่เรายึดมั่นถือมั่นไว้ อารมณ์ที่เป็นที่รัก

ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น เรารักคุณพ่อคุณแม่ เมื่อคุณพ่อคุณแม่เสียชีวิต ก็จัดว่าพลัดพรากจากสัตว์และสังขาร สิ่งที่คุณแม่พูดไว้ เสียงหรือคำปลอบโยน คำให้กำลังใจ ล้วนเป็นสังขาร อันนี้รวมเลย เมื่อบุคคลที่เรารักตายไปแล้ว ก็ต้องพลัดพรากจากสัตว์นั้นด้วยทั้งร่างกายและจิตใจ และคำพูดต่างๆ ที่ถูกปรุงแต่งที่เก็บไว้ในใจ ที่เป็นโสมนัสเวทนาทั้งหลาย พระสูตรอธิบายขนาดนี้ แต่โดยปุถุชนทั่วไป ถ้าใครด่าเรามากๆ หรือทำให้เราเสียใจ ถ้าตายไปก็รู้สึกเป็นของธรรมดาเพราะอารมณ์นั้นเราไม่ได้รัก

๘. ยัมปิจฉัง นะ ละภะติ ตัมปิ ทุกขัง ต้องการสิ่งใดไม่สมใจก็เป็นทุกข์ อะไรมันจะสมใจตลอด วิบากไม่ได้มีดีข้างเดียว มันเกิดขึ้นกับชีวิต ต้องการทั้งอารมณ์ ต้องการทั้งวัตถุ (รวมนะ) อยากได้วัตถุ เมื่อไม่ได้ก็เป็นทุกข์ อยากได้เสียงดีๆ เมื่อไม่ได้ก็เป็นทุกข์

๙. สังขิตเตนะ ปัญจุปาทานักขันธา ทุกขา รวมความโดยย่อแล้วปัญจขันธ์เป็นทุกข์

ถ้าดูรายละเอียดข้อ ๑-๒ เป็นนามธรรม ข้อ ๓ เป็นรูป ข้อ ๔-๕ เป็นนามธรรม ข้อ ๖-๘ เป็นทั้งรูปและนาม รวมทั้ง ๘ อย่างนั้น เป็นข้อ ๙ คือปัญจขันธ์เป็นทุกข์

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [12 ต.ค. 2557 , 14:04:04 น.] ( IP = 171.96.176.139 : : )


  สลักธรรม 5


เมื่อวิเคราะห์ดูจากสภาวะทุกข์ก็คือ รูป-นามเป็นทุกข์ และปกิณณกทุกข์ ก็คือ รูป-นาม ฉะนั้นความทุกข์ที่กล่าวมาแล้วจะมีปรากฏอยู่ในโลก ผู้ที่ผ่านเข้ามาในโลก ไม่ว่าจะโลกไหนก็ตามทั้งกามโลก รูปโลก อรูปโลก ทุกข์ก็มีอยู่แค่นี้

พระสารีบุตรบอกว่า ตถาคตเรากล่าวด้วยพระโอษฐ์อันเกิดขึ้นด้วยความเมตตาจิตยังหาประมาณไม่ได้ พระองค์ได้ตรัสเทศนาว่า “โลกยังความพินาศฉิบหายอยู่เนืองๆ สัตว์ใดก็แล้วแต่ผู้ผ่านท่องเที่ยวเข้ามาในโลก ไม่ว่าโลกไหนก็ตาม ตถาคตเรากล่าวว่า ต้องประสบกับทุกข์เหล่านี้”

แต่มีพราหมณ์ที่ได้ฌานผู้หนึ่งเถียงว่า อุตตรกุรุทวีปน่าอยู่กว่าที่นี่ ดูสะอาดตาไม่เหมือนแดนที่เราเดิน พระธรรมเสนาบดีจึงกล่าวว่า “โลกที่พูดนี้ พระตถาคตเจ้าของเราหมายถึง กามโลก รูปโลก และอรูปโลก ผู้ใคร่ในโลกเหล่านี้จะต้องประสบกับความทุกข์อย่างนี้“

คือดังที่เจียรนัยมาหรือจะพูดว่า รูปนามเป็นทุกข์ หรือสภาวะทุกข์และปกิณกะทุกข์ ก็ต้องประสบทุกข์ทั้งนั้น จะมากน้อยต่างกัน แต่ถามว่ามีความทุกข์กันไหม? ก็มีอยู่ ตราบเท่าที่ยังไม่ถึงมรรคผลนิพพาน ก็ต้องถูกทุกข์เหล่านี้เบียดเบียน บีบคั้น ต้องเปลี่ยนแปลง ความทุกข์ทั้งหมดนี้เป็นสัจธรรมดังที่พระตถาคตกล่าวแล้ว ยังเป็นสากลแก่สรรพสัตว์ทั้งหลายทุกประเภทไม่เลือกชั้นวรรณะ ไม่ว่าจะเป็นใคร จึงไม่มีความดีใดๆ ในโลกนี้จะชำระทุกข์ได้ ทุกข์เป็นของยิ่งใหญ่




ขออนุโมทนากับน้องนวลผู้พิมพ์

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [12 ต.ค. 2557 , 14:04:23 น.] ( IP = 171.96.176.139 : : )


  สลักธรรม 6

กราบนมัสการหลวงพ่อเสือด้วยความเคารพยิ่งเจ้าค่ะ

โดย abctoy (abctoy) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ - [17 พ.ย. 2557 , 18:47:25 น.] ( IP = 171.96.171.100 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org