| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
วิปัสสนากรรมฐาน
สลักธรรม 1๑. สมมติสัจจะ อาศัยบัญญัติตั้งขึ้น คือ ความจริงโดยสมมติ
๒. ปรมัตถสัจจะ คือ สภาวะความมีปรากฏอยู่จริง
วิปัสสนานั้น คือ การมีปัญญาญาณ รู้แจ้งเห็นจริงในพระปรมัตถสัจจะและสมมติสัจจะได้โดยเด็ดขาด แต่จะกล่าวถึงสมมติสัจจะพอเป็นสังเขป ดังต่อไปนี้
สมมติสัจจะ เป็นโวหารคำกล่าวที่โลกียชนได้นิยมใช้กล่าวกันสืบเนื่องมาแต่โบราณกาล คือ สมมติเอาสัตว์ บุคคล อัตตะ ชีวะ สัณฐาน สันตติ นิมิต และ อนุพยัญชนะ เป็นต้น
คำว่า สัตว์ เป็นชื่อที่สมมติใช้เรียกได้ทั้งมนุษย์ เทวดา พรหม สัตว์นรก เปรต อสุรกาย และสัตว์เดียรัจฉาน
คำว่า บุคคล เป็นที่ใช้สมมติเรียกชื่อสัตว์ใน ๓๑ ภูมิ ที่เคยตกนรกมาแล้ว ปัจจุบันนี้ นิยมใช้เรียกมนุษย์ที่ประเสริฐกว่าสัตว์เดียรัจฉาน
คำว่า อัตตะเป็นชื่อสมมติใช้อย่างแพร่หลาย คือ สมมติหมายกำหนดเอาแก่นสารแห่งขันธ์ ๕ ว่าเป็นตัว เป็นตน โดยใช้สรรพนามว่าเรานั่นเอง
คำว่า ชีวะ หรือ ชีวี นี้ เป็นส่วนสำคัญของอัตตะ เท่ากับศีรษะของอัตตะ อัตตะจะทรงอยู่ได้นาน ก็ด้วยอำนาจชีวะ หรือ ชีวี พิทักษ์รักษาไว้
คำว่า สัณฐาน เป็นชื่อที่พึงกำหนดนับได้ตั้งแต่ ปรมาณู อณูของปถวีธาตุ คือ ธาตุดิน ตลอดถึงขุนเขา อันสามารถกำหนดกว้าง ยาว สั้น คอด สูง ต่ำ ทุกส่วนสัดของรูปร่างลักษณะ
คำว่า นิมิต คือ ลักษณะทรวดทรงของสัตว์ และบุคคล เป็นต้น จำแนกออกเป็น ๒ ประเภท คือ สุภนิมิต และอสุภนิมิต ได้แก่นิมิตที่สวยงามและไม่สวยงาม
คำว่า อนุพยัญชนะ คือ การเคลื่อนไหวของสัตว์และบุคคล เช่น การยืน เดิน นั่ง นอน เป็นต้น ซึ่งมีลักษณะทั้งสุภะงาม และอสุภะไม่งามโดย เทพธรรม...นำเสนอ [28 ต.ค. 2557 , 12:56:03 น.] ( IP = 171.96.179.62 : : )
สลักธรรม 2คำว่า สมมติ นี้ หมายความว่ารู้พร้อม เช่น การเห็นผู้ชายเมื่อเห็นก็รู้พร้อมขึ้นมาว่า เป็นผู้ชาย การรู้พร้อมขึ้นมาว่าเป็นผู้ชายนั้นมีบัญญัติธรรมการตั้งขึ้นก่อนเป็นปัจจัย ให้สมมติคือความรู้พร้อมเกิดขึ้นในภายหลัง
คำว่า บัญญัติ เป็นภาษาบาลีว่า ปญฺญตฺติ แปลว่า รู้ได้ด้วยปการะ คือ ตั้งขึ้น แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ
๑. สัททบัญญัติ คือ ตั้งขึ้นตามเสียง
๒. อัตถบัญญัติ คือ ตั้งขึ้นตามเนื้อความ หรือ ตามความหมายนั้นๆโดย เทพธรรม...นำเสนอ [28 ต.ค. 2557 , 12:59:00 น.] ( IP = 171.96.179.62 : : )
สลักธรรม 3สัททบัญญัติ ย่อมแจกออกไปได้ ๖ ประเภท คือ
๑. วิชชมานบัญญัติ ได้แก่ชื่อของปรมัตถ์ทั้งหมด เช่น รูป เวทนา สัญญา เป็นต้น ชื่อเหล่านี้เป็นบัญญัติที่มีสภาวะรับรอง
๒. อวิชชมานบัญญัติ ได้แก่ชื่อของโวหารที่โลกตั้งไว้ โดยไม่ได้อาศัยปรมัตถ์ เช่น ดิน น้ำ ภูเขา ป่าไม้ เป็นต้น ชื่อเหล่านี้เป็นบัญญัติที่ไม่มีสภาวะรับรอง
๓. วิชชมาเนนอวิชชมานบัญญัติ คือ ชื่อของปรมัตถ์ กับไม่ใช่ชื่อของปรมัตถ์ผสมกันเรียก เช่น ฉฬาภิญญา (ผู้มีอภิญญาทั้ง ๖) ฌานลาภี (ผู้ได้ฌาน) เป็นต้น ซึ่งเป็นบัญญัติที่มีสภาวะรับรองกับบัญญัติที่ไม่มีสภาวะรับรอง
๔. อวิชชมาเนนวิชชมานบัญญัติ เป็นชื่อที่ไม่มีปรมัตถ์และชื่อที่มีปรมัตถ์ผสมกัน อิตถีสัทโท (เสียงของหญิง) ปุริสวายาโม (ความเพียรของบุรุษ) หญิงกับบุรุษเป็นชื่อไม่มีปรมัตถ์ เสียงกับความเพียร เป็นชื่อที่มีปรมัตถ์ หมายความว่า เป็นบัญญัติที่ไม่มีสภาวะรับรอง กับบัญญัติที่มีสภาวะรับรอง
๕. วิชชมาเนนวิชชมานบัญญัติ เป็นเรื่องของปรมัตถ์ทั้งสองผสมกัน เช่น จักขุวิญญาณัง (วิญญาณทางตา) โลภเสวะ (เสพความโลภ) ซึ่งเป็นบัญญัติที่มีสภาวะรับรอง กับบัญญัติที่มีสภาวะรับรอง
๖. อวิชชมาเนนอวิชชมานบัญญัติ ชื่อทั้ง ๒ นี้ ล้วนเป็นชื่อที่ปราศจากปรมัตถ์ เช่น ราชปุตโต (ราชบุตร) ราชรโถ (ราชรถ) เป็นต้น คำ ๒ คำนี้ ราชะก็ไม่ใช่ปรมัตถ์ ปุตตะกับรถะ ก็ไม่ใช่ปรมัตถ์เช่นเดียวกัน sมายความว่า บัญญัติที่ไม่มีสภาวะรับรอง กับบัญญัติที่ไม่มีสภาวะรับรองโดย เทพธรรม...นำเสนอ [28 ต.ค. 2557 , 13:03:01 น.] ( IP = 171.96.179.62 : : )
สลักธรรม 4ส่วนอัตถบัญญัตินั้น เป็นบัญญัติชนิดหนึ่ง ที่อาศัยอาการของสิ่งต่างๆ ที่วิปริตอยู่หรืออาศัยรูปร่างสัณฐานของวัตถุต่างๆ สิ่งต่างๆ รวมทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต จำแนกออกไปได้ ๖ ประเภท คือ:-
๑. สัณฐานบัญญัติ อาศัยรูปร่างสัณฐานเรียก เช่น ภูมิ (ดิน) ปัพพตะ (ภูเขา) เป็นต้น
๒. สมูหบัญญัติ อาศัยความประชุมของวัตถุและของสิ่งต่างๆ จึงบัญญัติเรียกขึ้น เช่น เคหะ (บ้าน) รถะ (รถ) สกฏะ (เกวียน) เป็นต้น
๓. สัตตบัญญัติ อาศัยขันธ์ทั้ง ๕ บัญญัติเรียกขึ้น เช่น ปุริสะ (บุรุษ) อิตถี (หญิง) เป็นต้น
๔. ทิสากาลาทิบัญญัติ อาศัยพระอาทิตย์ พระจันทร์ ดวงดาว ความหมุนเวียนยักย้ายเข้าออก จึงบัญญัติเรียก เช่น ทิศตะวันออก ทิศตะวันตก วัน เดือน ปี เป็นต้น
๕. ถูปคูหาทิบัญญัติ อาศัยอากาศกับอาศัยมหาภูตรูปทั้ง ๔ ไม่ติดต่อกัน จึงบัญญัติเรียก เช่น ถูปะ (หลุม) คูหา (ถ้ำ คู) เป็นต้น
๖. นิมิตตบัญญัติ อาศัยนิมิตของกรรมฐาน และอาศัยอาการที่เกิดของภาวนา จึงบัญญัติตั้งขึ้นเรียก เช่น บริกรรมนิมิต อุคคหนิมิต เป็นต้น
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
![]()
โดย เทพธรรม...นำเสนอ [28 ต.ค. 2557 , 13:08:21 น.] ( IP = 171.96.179.62 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |