| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
พระมหาโกฏฐิตเถระ
สลักธรรม 1
พระมหาโกฏฐิตะ นั้นแม้ท่านจะบรรลุเป็นพระอรหันต์แล้ว แต่ท่านก็ยังมีปกติฝักใฝ่ในการศึกษา ไม่ว่าท่านจะเข้าเฝ้าพระบรมศาสดาหรือเข้าไปหาพระเถระรูปอื่น ๆ ท่านก็มักจะถามปัญหาในปฏิสัมภิทาอยู่เสมอ ๆ จนมีความเชี่ยวชาญแตกฉานในปฏิสัมภิทาเป็นพิเศษ
มีเรื่องปรากฏในมหาเวทัลลสูตรมัชฌิมนิกายว่าเป็นผู้แตกฉานเพราะชอบถามปัญหา สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ พระมหาโกฏฐิตเถระ ได้ขอโอกาสกราบเรียนถามข้อข้องใจกับพระสารีบุตรเถระผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ว่า
ข้าแต่พระอุปัชฌาย์ คนเช่นไร ที่เรียกว่าคนทุปัญญา ขอรับ ?
ดูก่อนมหาโกฏฐิติ คนทุปัญญา ก็คือ คนไม่มีปัญญา
เพราะเหตุไร จึงเรียกว่า คนไม่มีปัญญา ขอรับ ?
คนไม่มีปัญญา ก็คือคนไม่รู้ความจริงว่าสิ่งนี้เป็นทุกข์ สิ่งนี้ทำให้เกิดทุกข์ สิ่งนี้เป็นความดับทุกข์ และสิ่งนี้เป็นหนทางให้ถึงความดับทุกข์ ส่วนคนอีกพวกหนึ่งที่รู้ความจริงเหล่านี้ ท่านเรียกว่า คนมีปัญญาโดย ศาลาธรรม [11 พ.ย. 2557 , 13:56:05 น.] ( IP = 182.52.36.80 : : )
สลักธรรม 2
พระมหาโกฏฐิตเถระ ได้กราบเรียนถามต่อไปว่า
ข้าแต่พระอุปัชฌาย์ ที่เรียกว่า วิญญาณ นั้น หมายความว่าอย่างไร ขอรับ ?
ดูก่อนมหาโกฏฐิติ ที่เรียกว่า วิญญาณ นั้น ก็เพราะรู้สึกสุขบ้าง ทุกข์บ้าง ไม่สุขไม่ทุกข์บ้าง
ท่านขอรับ ปัญญากับวิญญาณนี้ รวมกันหรือแยกกัน ขอรับ ?
ดูก่อนมหาโกฏฐิติ ปัญญากับวิญญาณนี้ อยู่รวมกัน ไม่อาจแยกกันได้กล่าวคือ บุคคลรู้ในสิ่งใดก็รู้สึกในสิ่งนั้น บุคคลรู้สึกในสิ่งใดก็รู้สิ่งนั้นเป็นต้น
พระเถระทั้งสองนั้น ได้สนทนาธรรมในข้อสงสัยต่าง ๆ กันต่อไป พอสมควรแก่กาลเวลาแล้ว พระมหาโกฏฐิตเถระ ได้กล่าวแสดงความชื่นชม ยินดีในปรีชาความรู้ของพระอุปัชฌาย์ (พระสารีบุตรเถระ) แล้วจึงกราบลากลับสู่ที่พักของตน
ด้วยเหตุแห่งการฝักใฝ่ในการศึกษา จนเป็นผู้เชี่ยวชาญในปฏิสัมภิทาเป็นพิเศษนี้พระบรมศาสดาจึงทรงยกย่องท่านในตำแหน่งเอตทัคคะ เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย ในทางผู้แตกฉานในปฏิสัมภิทา ๔ ท่านดำรงอายุสังขาร ช่วยกิจการพระศาสนาสมควรแก่กาลเวลาแล้วก็ดับขันธปรินิพพาน โดย ศาลาธรรม [11 พ.ย. 2557 , 13:56:29 น.] ( IP = 182.52.36.80 : : )
สลักธรรม 3
ปฏิสัมภิทา ๔
๑. อัตถปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในอรรถ
๒. ธัมมปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในธรรม
๓. นิรุตติปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในนิรุตติ
๔. ปฏิภาณปฏิสัมภทา ปัญญาแตกฉานในปฏิภาณ
วิชชา ๓
๑. ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ รู้จักระลึกชาติได้
๒. จุตูปปาตญาณ รู้จักกำหนดจุติและเกิด
๓. อาสวักขยญาณ รู้จักทำอาสวะให้สิ้น
วิโมกข์ ๓
๑. สุญญตวิโมกข์ ความพ้นโดยเป็นสภาพว่าง คือว่าจาก ราคะ โทสะ โมหะ
๒. อนิมิตตวิโมกข์ ความพ้นโดยหาเครื่องหมายมิได้เพราะไม่มีราคะ โทสะ โมหะ เป็นเครื่องหมาย
๓. อัปปณิหิตวิโมกข์ ความพ้นโดยหาที่ตั้งมิได้ คือไม่มีราคะ โทสะ โมหะ เป็นที่ตั้ง
ที่มา : จากเว็บไซต์ 84000.org
![]()
โดย ศาลาธรรม [11 พ.ย. 2557 , 13:57:02 น.] ( IP = 182.52.36.80 : : )
สลักธรรม 4
บุพจริยาของพระมหาโกฏฐิตเถระ
ในกัปนับจากภัทรกัปนี้ไปแสนหนึ่ง พระพิชิตมารพระนามว่า ปทุมุตระได้เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว ครั้งนั้นอายุของสัตว์แสนปี พระมหาโกฏฐิตเถระกำเนิดเป็นพราหมณ์ผู้เรียนจบไตรเพท ชาวพระนครหงสวดี ได้เข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้าแล้วสดับพระธรรมเทศนา
พระธีรเจ้าพระองค์นั้นทรงตั้งสาวกผู้แตกฉานในปฏิสัมภิทา ฉลาดในอรรถ ธรรม นิรุตติ และปฏิภาณ ในตำแหน่ง เอตทัคคะ พระมหาโกฏฐิตเถระได้ฟังดังนั้นแล้วก็ชอบใจ จึงได้นิมนต์พระชินวรเจ้าพร้อมด้วยพระสาวกให้เสวยและฉันถึง ๗ วัน ในครั้งนั้น พระมหาโกฏฐิตเถระได้หมอบลงแทบเท้าบาทมูลพระพิชิตมารปรารถนาฐานันดรนั้น
พระพุทธเจ้าได้ตรัสว่า จงดูพราหมณ์ผู้สูงสุดที่หมอบอยู่แทบเท้าผู้นี้ มีรัศมีเหมือนกลีบดอกบัว พราหมณ์นี้ปรารถนาตำแหน่งแห่งภิกษุผู้แตกฉาน ซึ่งเป็นตำแหน่งประเสริฐสุด เพราะการบริจาคทานด้วยศรัทธานั้น และเพราะการสดับพระธรรมเทศนาพราหมณ์นี้จักเป็นผู้ถึงสุขในทุกภพ เที่ยวไปในภพน้อยภพใหญ่
จักได้สมมโนรถเช่นนี้ในกัปนับแต่นี้ขึ้นไปแสนหนึ่ง พระศาสดามีพระนามชื่อว่าโคดม พราหมณ์นี้จักเป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น จักเป็นอรสอันธรรมเนรมิตเป็นสาวกของพระศาสดา มีนามชื่อว่า โกฏฐิตะ
โดย ศาลาธรรม [11 พ.ย. 2557 , 13:57:32 น.] ( IP = 182.52.36.80 : : )
สลักธรรม 5
พระมหาโกฏฐิตเถระได้ฟังพระพุทธพยากรณ์นั้นแล้ว ก็มีความเบิกบาน มีจิตประกอบด้วยเมตตาบำรุงพระชินสีห์เจ้าตราบเท่า สิ้นชีวิตในครั้งนั้น
ด้วยความที่เป็นผู้ประกอบด้วยปัญญาและการตั้งเจตน์จำนงไว้ เมื่อละร่างมนุษย์แล้ว ได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เสวยสมบัติ ในเทวโลก ๓๐๐ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๐๐ ครั้ง และได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์โดยคณนานับมิได้ เป็นผู้ถึงความสุขในทุกภพ ได้ท่องเที่ยวไปแต่ในสองภพ คือในเทวดาและมนุษย์นี้เป็นผลแห่งกรรมที่สั่งสมไว้ดี เกิดแต่ในสองสกุล คือสกุลกษัตริย์ และสกุลพราหมณ์ หาเกิดในสกุลอันต่ำทรามไม่นี้ เป็นผลแห่งกรรมที่สั่งสมไว้ดี
เมื่อถึงภพสุดท้าย ได้เป็นบุตรของพราหมณ์ เกิดในสกุลที่มีทรัพย์สมบัติมาก ในพระนครสาวัตถี มารดาชื่อจันทวดี บิดาชื่ออัสสลายนะได้ออกบวชเป็นบรรพชิตในพระพุทธศาสนา พระโมคคัลลานะ เป็นอาจารย์ พระสารีบุตรเป็นอุปัชฌาย์
เป็นผู้ตัดทิฏฐิพร้อมด้วยมูลรากเสียได้ในเมื่อกำลังปลงผม และเมื่อกำลังนุ่งผ้ากาสาวะได้บรรลุอรหัต มีปรีชาแตกฉานในอรรถ ธรรม นิรุตติ และปฏิภาณ พระมหาโกฏฐิตเถระสามารถตอบปัญหาของพระสารีบุตรในเรื่องปฏิสัมภิทาได้โดยไม่ขัดข้อง ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคผู้เลิศกว่าโลก จึงทรงตั้งไว้ ในตำแหน่งเอตทัคคะ
ที่มา : พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก
กาลก่อนสิย้อนกล....................ตะละคนที่สร้างกรรม ทำบุญก็บุญนำ........................มิตกต่ำอบายภูมิ เจตน์จงจะแจ้งทาง..................มนะสร้างพิภพปูม เพียรพากเพาะดอกตูม.............ก็จะบาน ณ กาลไกล ทุกเรื่องที่งดงาม.....................ก็เพราะความละมุนใจ ทบทวนไต่สวนให้....................นิรความกระจ่างจินต์ รู้เหตุและรู้ผล..........................สิริมนต์ก็รู้สิ้น แตกฉานเชลงชิน.....................ธุระถ้วนกระบวนการ ยอดเยี่ยม ณ ฤทธา..................ประจุกล้าอเนกญาณ วิชชาวิโมกข์สาร......................สิลุล่วงประจักษ์ตน เป็นเอตะทัคคา........................ปฏิสัมภิทาผล ผู้เลิศเกษมชน.........................นิรทุกข์นิรันดร
![]()
โดย ศาลาธรรม [11 พ.ย. 2557 , 13:57:54 น.] ( IP = 182.52.36.80 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |