| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
คุณธรรมของกษัตริย์
สลักธรรม 1
พระปัจเจกพุทธเจ้าได้เปิดผ้าคลุมศีรษะกล่าวว่า "สุมังคละ"
นายสุมังคละเกิดความกลัวขึ้นแล้วกล่าวว่า "ข้าแต่ท่านผู้เจริญ กระผมไม่รู้ว่าท่านมาแล้ว เข้าใจว่า เป็นเนื้อจึงยิงไป ขอท่านได้โปรดงดโทษแก่กระผมเถิด"
พระปัจเจกพุทธเจ้ากล่าวว่า "ข้อนี้ยกไว้เถอะ บัดนี้ท่านจะกระทำอย่างไร จงมาถอนเอาลูกศรไปเสีย "
นายสุมังคละไหว้พระปัจเจกพุทธเจ้าแล้วก็ถอนลูกศรออกจากร่างกายของท่าน พระปัจเจกพุทธเจ้าเกิดเวทนาเป็นอันมากได้ปรินิพพาน ณ ที่นั้น
นายสุมังคละคิดว่า ถ้าพระราชาทรงทราบคงจะไม่ยอมไว้ชีวิตเรา จึงได้พาลูกเมียหลบหนีไป
ในทันใดนั้นเอง ด้วยเทวานุภาพได้ดลบันดาลให้เกิดโกลาหลทั่วพระนครว่า "พระปัจเจกพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว"
วันรุ่งขึ้น ผู้คนพากันไปพระราชอุทยาน เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าปรินิพพานแล้วก็พากันไปกราบทูลพระราชาว่า "คนเฝ้าสวนฆ่าพระปัจเจกพุทธเจ้าแล้วหนีไป" โดย ศาลาธรรม [1 ธ.ค. 2557 , 13:58:13 น.] ( IP = 101.51.142.5 : : )
สลักธรรม 2
พระราชาเสด็จไปด้วยบริวารเป็นอันมาก ทรงบูชาศพเจ็ดวัน แล้วทรงทำฌาปนกิจด้วยสักการะใหญ่ เก็บพระธาตุ ก่อพระเจดีย์บรรจุพระธาตุ บูชาพระเจดีย์นั้น ครอบครองราชสมบัติในกาลต่อมาโดยธรรม.
ฝ่ายนายสุมังคละ พอล่วงไปหนึ่งปี คิดว่า เราอยากรู้ความรู้สึกนึกคิดของพระราชา จึงมาหาอำมาตย์คนหนึ่งแล้วกล่าวว่า "ท่านคงหาทางทำให้รู้ได้ว่า พระราชาทรงรู้สึกในเราอย่างไร?"
อำมาตย์นั้นจึงมากล่าวพรรณนาคุณของนายสุมังคละในสำนักของพระราชาให้พระราชาได้ยิน แต่พระราชาทำเป็นไม่ได้ยินเสีย
อำมาตย์กลับมาบอกนายสุมังคละว่าพระราชาทรงไม่พอพระทัย
พอล่วงไปปีที่สอง นายสุมังคละย้อนมาหาอำมาตย์เพื่อจะรู้ความรู้สึกนึกคิดของพระราชาอีก พระราชาได้ทรงนิ่งเสียเช่นคราวก่อน
พอล่วงไปปีที่สาม นายสุมังคละได้พาลูกเมียกลับมา และอำมาตย์รู้ว่าพระราชามีพระทัยอ่อนลงแล้ว จึงพานายสุมังคละไปยืนที่ประตูพระราชวัง แล้วกราบทูลพระราชาทรงทราบว่านายสุมังคละกลับมา โดย ศาลาธรรม [1 ธ.ค. 2557 , 13:58:35 น.] ( IP = 101.51.142.5 : : )
สลักธรรม 3
พระราชารับสั่งให้เรียกนายสุมังคละมาหา ทรงทำปฏิสันถาร แล้วตรัสว่า "สุมังคละ เหตุไรท่านจึงฆ่าพระปัจเจกพุทธเจ้าผู้เป็นบุญเขตของเราเสีย? "
นายสุมังคละกราบทูลว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ ข้าพระองค์มิได้มีเจตนาฆ่าพระปัจเจกพุทธเจ้า ข้าพระองค์เข้าใจผิด คิดว่าเป็นเนื้อจึงได้ยิงไป" แล้วได้กราบทูลเหตุการณ์ที่เป็นมานั้นให้ทรงทราบ.
ลำดับนั้น พระราชาทรงปลอบโยนเขาว่า "ถ้าเช่นนั้น ท่านอย่ากลัวเลย" แล้วตั้งให้เป็นผู้เฝ้าพระราชอุทยานอีกครั้ง
อำมาตย์ได้กราบทูลถามว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ เหตุไรพระองค์ เมื่อได้ฟังคุณของนายสุมังคละถึง ๒ ครั้งแล้ว ก็ไม่ตรัสอะไรๆ แต่พอได้ฟังในครั้งที่ ๓ เหตุไรจึงทรงเรียกมาอนุเคราะห์"
พระราชาตรัสว่า "ธรรมดาเมื่อพระราชากำลังพิโรธ ก็จะทำอะไรลงไปด้วยความผลุนผลันไม่สมควร ฉะนั้นครั้งก่อนๆ เราจึงนิ่งเสีย แต่ในครั้งที่ ๓ เรารู้ใจของเราว่า ความโกรธนายสุมังคละอ่อนลงแล้ว จึงให้เรียกเขามา" แล้วพระราชาก็ทรงแสดงราชวัตรว่า โดย ศาลาธรรม [1 ธ.ค. 2557 , 13:58:57 น.] ( IP = 101.51.142.5 : : )
สลักธรรม 4
พระเจ้าแผ่นดินทรงรู้ว่า เรากำลังกริ้วจัดไม่พึงลงอาชญาอันไม่สมควรแก่คนโดยไม่ใช่ฐานะก่อน พึงเพิกถอนความทุกข์ของผู้อื่นอย่างร้ายแรงไว้.
เมื่อใดพึงรู้ว่าจิตของตนผ่องใส พึงใคร่ครวญความผิดที่ผู้อื่นทำไว้ พึงพิจารณาให้เห็นแจ่มแจ้งด้วยตนเองว่า นี่ส่วนประโยชน์ นี่ส่วนโทษ เมื่อนั้นจึงปรับไหมบุคคลนั้นๆ ตามสมควร.
อนึ่ง พระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใดไม่ถูกอคติครอบงำ ย่อมแนะนำผู้อื่นที่ควรแนะนำและไม่ควรแนะนำได้ พระเจ้าแผ่นดินพระองค์นั้น ชื่อว่าไม่เผาผู้อื่นและพระองค์เอง
พระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใดในโลกนี้ ทรงลงอาชญาสมควรแก่โทษ พระเจ้าแผ่นดินพระองค์นั้น อันคุณงามความดีคุ้มครองแล้ว ย่อมไม่เสื่อมจากสิริ.
กษัตริย์เหล่าใดถูกอคติครอบงำ ไม่ทรงพิจารณาเสียก่อนแล้วทำลงไป ทรงลงอาชญาโดยผลุนผลัน กษัตริย์เหล่านั้นประกอบไปด้วยโทษน่าติเตียน ย่อมละทิ้งชีวิตไป และพ้นไปจากโลกนี้แล้วก็ย่อมไปสู่ทุคติ.
พระราชาเหล่าใดทรงยินดีแล้วในทศพิธราชธรรม อันพระอริยเจ้าประกาศไว้ พระราชาเหล่านั้นเป็นผู้ประเสริฐด้วยกาย วาจาและใจ
พระราชาเหล่านั้นทรงดำรงมั่นอยู่แล้วในขันติโสรัจจะ และสมาธิ ย่อมถึงโลกทั้งสอง โดยวิธีอย่างนั้น
เราเป็นพระราชาผู้เป็นใหญ่ของสัตว์และมนุษย์ทั้งหลาย ถ้าเราโกรธขึ้นมา เราก็ตั้งตนไว้ในแบบอย่างที่โบราณราชแต่งตั้งไว้ คอยห้ามปรามประชาชนอยู่อย่างนั้น ลงอาชญาโดยอุบายอันแยบคาย ด้วยความปราณี. โดย ศาลาธรรม [1 ธ.ค. 2557 , 13:59:17 น.] ( IP = 101.51.142.5 : : )
สลักธรรม 5
เมื่อพระเจ้าพรหมทัตตรัสแสดงคุณของพระองค์อย่างนี้แล้ว ราชบริษัททั้งหมดพากันชื่นชมยินดี กล่าวสรรเสริญคุณของพระราชาว่า คุณสมบัติคือศีลและอาจาระนี้ สมควรแก่พวกเราทีเดียว.
ส่วนนายสุมังคละ เมื่อพวกบริษัทกล่าวจบแล้ว ก็ลุกขึ้นถวายบังคมพระราชา ประคองอัญชลีกล่าวสรรเสริญพระราชาว่า
ข้าแต่กษัตริย์ผู้ชนาธิปัตย์ บริวารสมบัติ และปัญญา มิได้ละพระองค์ในกาลไหนๆ เลย พระองค์มิได้มักกริ้วโกรธ มีพระหฤทัยผ่องใสอยู่เป็นนิตย์ ขอพระองค์ทรงปราศจากทุกข์ บำรุงพระชนม์ชีพ ยืนอยู่ตลอดร้อยพรรษาเถิด.
ข้าแต่กษัตริย์ ขอพระองค์จงประกอบด้วยคุณธรรมเหล่านี้ คือโบราณราชวัตรมั่นคง พระราชทานอภัยให้ทูลเตือนได้ ไม่ทรงกริ้วโกรธ มีความสุขสำราญไม่เดือดร้อน ปกครองแผ่นดินให้ร่มเย็น แม้จุติจากโลกนี้ไปแล้ว ก็จงทรงถึงสุคติเถิด.
พระเจ้าธรรมิกราชทรงฉลาดในอุบาย เมื่อครองราชสมบัติด้วยอุบายอันเป็นธรรม คือกุศลกรรมบถ ๑๐ อันบัณฑิตแนะนำกล่าวไว้ดีแล้วอย่างนี้ พึงยังมหาชนผู้กำเริบร้อนกายและจิต ให้ดับหายไป เหมือนมหาเมฆ ยังแผ่นดินให้ชุ่มชื้นด้วยน้ำ ฉะนั้น.
พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงด้วยการประทานโอวาทแก่พระเจ้าโกศลแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า พระปัจเจกพุทธเจ้าในครั้งนั้นได้ปรินิพพานแล้ว นายสุมังคละ คนเฝ้าพระราชอุทยานในครั้งนั้นได้มาเป็นพระอานนท์ พระเจ้าพรหมทัต พระราชาในครั้งนั้นได้มาเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
โดย ศาลาธรรม [1 ธ.ค. 2557 , 13:59:43 น.] ( IP = 101.51.142.5 : : )
สลักธรรม 6
มาอ่านเรื่อง " คุณธรรมของกษัตริย์ "
ได้ประโยชน์ ได้ความรู้มากมายครับ
ขอบพระคุณมากครับโดย พี่เณร [1 ธ.ค. 2557 , 17:35:14 น.] ( IP = 171.96.178.198 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |