กุญแจสำรองของพ่อ
ก่อนหน้าจะได้คำชี้แนะจากหลวงพ่อโดยตรงนั้น ก็ได้รับคำเตือนที่ท่านฝากอาจารย์มาบอกพวกเราว่า ชีวิตเราไม่ได้มีไว้ยอมแพ้ ...แต่ลูกๆของพ่อ พอประสบกับเรื่องราวต่างๆ แล้วเกิดปัญหา ตาก็ฝ้าฟางมืดมัว มองหากุญแจไม่เจอ ...ไม่เป็นไร บอกพวกเขาด้วยว่า แล้วพ่อจะเอากุญแจสำรองมาให้
และแล้ว พวกเราต่างก็ได้รับกุญแจสำรองจากหลวงพ่อโดยถ้วนหน้า โดยหลวงพ่อประเดิมด้วยคำกล่าวว่า
...ชีวิตของลูกๆ ไม่ต่างไปจากการถูกต้อนขึ้นสังเวียน นักมวยที่ขึ้นเวทียังมีเสียงระฆังให้หยุดพักได้ แต่ชีวิตลูกเมื่อขึ้นสังเวียนแล้วย่อมไม่มีโอกาสได้พัก ลูกจะต้องสู้ตลอดไปจนตาย ดังนั้นลูกพ่อจะต้องรู้จักหลักในการสู้ ต้องสู้อย่างมีระบบ....
ทำให้นึกภาพออกว่า ที่ผ่านๆ มานั้น พอห่างคำสอนของหลวงพ่อแล้ว เราถูกคู่ต่อสู้(วิบาก) ต้อนเข้ามุม จนเสียคะแนน ต้องถูกปรับแพ้อยู่ตลอดเวลา
เมื่อฟังพ่อจึงรู้และต้องยอมรับว่า เพราะเราสู้อย่างไม่มีหลัก ทั้งๆ ที่จะว่าไปแล้ว ที่ผ่านๆมา เราทุกคนต่างเคยได้รับคำแนะนำมา เหมือนได้รับมอบกุญแจจริงมาแล้ว แต่เรากลับทำหล่นหาย หรือลืมทิ้งไว้ในห้องที่บ้าน (อย่างที่ท่านเคยบอกว่าจดจบอยู่แค่ในสมุด)ไม่ได้พกติดตัว พอถึงเวลาเผชิญเรื่องราวต่างๆเราจึงไม่มีกุญแจไขแก้ปัญหาที่ประสบนั้นได้ ครั้งนี้หลวงพ่อจึงต้องนำกุญแจสำรองมาให้
ท่านบอกว่า แต่ละคนมีเรื่องราวเข้าสู่ชีวิตมากมาย แล้วแต่ละเรื่องที่เข้ามาควรจำไหม
ไม่ควรจำ แต่เมื่อเจอแล้วเราก็เก็บความรู้สึก(ชื่นชม/ขมขื่น)ไว้ ปัญหาจึงเกิด แล้วปัญหาจะแก้ได้ก็ด้วยปัญญา คือ สติ-สัมปชัญญะ ซึ่งเป็นเสมือนกุญแจที่จะไขปัญหาได้ แต่เพราะเราฝึกฝนสติ-สัมปชัญญะมาน้อย แต่กลับปล่อยชีวิตไปกับเรื่องราว ทำให้ชีวิตไหลไปกับคลื่นกิเลส คิดไม่ทัน กุญแจดอกสำคัญจึงหล่นหายไปเลย วันนี้พ่อเอากุญแจสำรองมาให้ แต่กุญแจดอกจริงพวกเราลูกๆต้องสร้างกันเอง
และทุกวันนี้...สิ่งที่ทำให้คนเรามีความทุกข์คือ ความอยากได้ เมื่อไม่ได้ตามที่อยากก็เกิดทุกข์ เพราะไม่ได้ดังใจ แล้วตลอดชีวิตกว่าจะถึงวันนี้ เรามีความอยากกันกี่ครั้ง (นับไม่ถ้วน) บางอย่างได้มาแล้วเราก็ใช้แค่ชั่วคราว บางอย่างก็ไม่ได้ใช้เลย
|