มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ไปกันใหญ่






















บำบัดจิตนักโทษหญิงด้วย"ธรรมะ" โครงการฝึกวิปัสสนากรรมฐานนำร่อง
กรมราชทัณฑ์ประสบความสำเร็จ หลังนำนักโทษหญิง ฝึกปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อให้ผู้ต้องขังหญิงทุกคน ได้รู้จักตัวตนที่แท้จริง ไม่ยึดติดกับความเป็นจริงของชีวิต ทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอน เตรียมขยายผลบำบัดจิต นักโทษหญิงทั่วประเทศ

นางชฎาพร รักษาทรัพย์ ผู้อำนวยการทัณฑสถานบำบัดพิเศษ คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า กรมราชทัณฑ์ ได้ให้ความสำคัญ เกี่ยวกับโครงการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ตามแนวทางของ ท่านอาจารย์ อูบาขิ่น โดย ท่านอาจารย์ โกเอ็นก้า โดยทาง ทัณฑสถานบำบัดพิเศษคลองไผ่ ได้ร่วมกับ มูลนิธิส่งเสริมวิปัสสนากรรมฐาน ในพระสังฆราชูปถัมภ์ เพื่อเป็นการพัฒนาจิตใจผู้ต้องขัง ด้วยการนำแนวทางการปฏิบัติ วิปัสสนากรรมฐาน โดยกำหนดให้ทัณฑสถานบำบัดพิเศษคลองไผ่ เป็นศูนย์กลางในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง

สำหรับเป้าหมาย ทางกรมราชทัณฑ์ ต้องการให้ผู้ต้องขังได้มีโอกาสเรียนรู้ วิธีการบริหารพัฒนาจิต เนื่องจากจะได้มีแนวทาง นำไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ปฏิบัติอย่างแท้จริง ทั้งในระหว่างต้องโทษ และภายหลังพ้นโทษ ซึ่งทัณฑสถานบำบัดพิเศษคลองไผ่ ได้ดำเนินเป็นโครงการต่อเนื่องเดือนละ ๑ ครั้ง ครั้งละ ๑๐ วัน โดยตลอดเวลาการฝึกอบรมนั้นอาหารการกินก็จะเป็นมังสวิรัติ ไม่ให้กินเนื้อ เพื่อต้องการให้ทุกคนเคร่งครัด ในการปฏิบัติธรรม บริหารจิตใจให้เข้มแข็ง ไม่ได้สอนให้เชื่อแบบงมงายอะไร แต่สอนให้รู้จักพิจารณาตัวเอง เมื่อจะทำในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

ทางด้าน นางสุทธี ชโยดม ครูผู้ฝึกอมรมวิปัสสนากรรมฐาน กล่าวถึงเทคนิคการสอนว่า นอกจากมีหนังสือธรรมะ ให้อ่านแล้ว ยังให้ทุกคนนั่งสมาธิเป็นห้องเดี่ยว และห้องรวม พร้อมทั้งให้ฟังเทปบรรยาย หลักธรรมของ พระพุทธเจ้า โดย ท่านอาจารย์โกเอ็นก้า ซึ่งผู้เข้าอบรมจะต้องปฏิบัติธรรมตลอด ๑๐ วัน อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งให้ทุกคนถามปัญหาเกี่ยวกับหลักธรรมได้นอกรอบ

"๑๐ วันนี้ห้ามมีการพูดคุยกันเด็ดขาด เพื่อเป็นการฝึกจิตให้ถูกยึดเหนี่ยวอยู่กับใจ ปาณานุสติ คือการสังเกตลมหายใจ เข้าออก เมื่อทำได้ก็จะใช้เป็นฐานในการทำวิปัสสนากรรมฐาน ระหว่างเคลื่อนจิต ทำให้เขาเกิดปัญญาว่าสิ่งที่อยู่ตัวมัน ไม่เที่ยง เขาก็จะคิดได้ว่าไม่มีประโยชน์อะไร ถ้าคนเรามัวแต่จะไปยึดติดตัวเราของเรา"

อย่างไรก็ตาม หลังจากเข้ารับการฝึกอบรมแล้ว "คม ชัด ลึก" ได้สอบถามถึงความรู้สึกของ นักโทษหญิง(นาง)จิรัตน์ (นามสมมุต) อายุ ๕๒ ปี นักโทษค้ายาบ้า ต้องโทษจำคุก ๓ ปี ๔ เดือน กล่าวว่า ได้รับการอบรมธรรมะในครั้งนี้ โดยได้นั่งสมาธิ ซึ่งเป็นครั้งแรกในชีวิต ความทุกข์ใจที่เคยมีมาก่อนก็เกิดเป็นความสบายใจขึ้น แต่ก่อนเข้าอบรมธรรมะจิตใจที่มีค่อนข้างเป็นคนอาฆาตพยาบาท หลักธรรมะทำให้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง ไม่คิดที่อยากจะได้อะไรที่เกินตัว

"เข้าใจถึงการปลงชีวิตเป็นอย่างไร ทำให้เชื่อว่าที่เข้ามาเป็น นักโทษแบบนี้ ถือเป็นกฎแห่งกรรมที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ จริงๆก็รู้สึกเสียใจเหมือนกันที่สามีไม่เคยติดต่อมาเลย โดยตั้งใจว่าเมื่อพ้นโทษออกไป ก็จะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ เพราะชีวิตไม่มีวันสายเกินไป ถ้าหากจะเริ่มทำอะไรใหม่ๆ โดยจะใช้หลักธรรมนำชีวิต"

นักโทษหญิง(นาง)วาสนา (นามสมมุต) อายุ ๔๐ ปี กล่าวใน เรื่องเดียวกัน ว่า ไม่รู้มาก่อนเลยว่า การปฏิบัติธรรมด้วยการ นั่งสมาธิจะมีประโยชน์มากมายมหาศาลเช่นนี้ เนื่องจากตั้งแต่เกิดมา ยังไม่เคยศึกษาธรรมะเป็นจริงเป็นจังแบบนี้มาก่อนเลยแม้สักครั้งเดียว และเข้าใจถึง ความกระด้างทางจิตใจเป็นอย่างไร

"ไม่มีงานทำ ต้องหาเลี้ยงครอบครัวคนเดียว จึงมีเพื่อนมาแนะนำให้ไปขายยาบ้าครั้งละ ๕ เม็ด ๑๐ เม็ด ทำได้ ๓ เดือนก็ถูกตำรวจจับ ก็ไม่นึกว่าจะต้องมาติดคุกนานหลายปี หากพ้นโทษเมื่อไรก็จะไม่กลับไปอยู่ในวังวนเดิมๆอีก คิดว่าจะหางานทำ พร้อมทั้งแสวงหาธรรมะปฏิบัติให้กับตัวเอง"

ขณะเดียวกัน นักโทษหญิง(นางสาว)อำไพ (นามสมมุติ) อายุ ๓๓ ปี กล่าวเสริมว่า การปฏิบัติธรรมทำให้จิตใจ มีความเข้มแข็งขึ้น เกิดเป็นความสุขความสบายใจ ซึ่งสิ่งที่ได้กับตัวมากที่สุดนั้น คือการนั่งสมาธิทำใจให้เป็นกุศล ไม่น่าเชื่อว่าความอยาก ความโลภที่มีอยู่มากมายสามารถลดความทะยานอยาก ในจิตใจลงได้

"ก่อนหน้านี้ชีวิตเหมือนตกนรกทั้งเป็นอยู่แล้ว เมื่อถูกจับในครั้งแรกกลัวเหมือนกันว่าสถานที่คุมขังแห่งนี้จะโหดร้าย แต่ความคิดนั้นกลับตรงกันข้ามเมื่อวันแรกถูกส่งตัวมาคุมขังที่นี่ ความเป็นอยู่ในคุกแห่งนี้ เหมือนเป็นบ้านหลังที่ ๒ ที่คอยปลูกฝังความเป็นคนดี สร้างงานสร้างอาชีพให้ วันหนึ่งพ้นโทษออกไปก็คิดว่าเหมือนตายแล้วเกิดใหม่"

นอกจากนี้ นักโทษหญิง(นางสาว)อุไร(นามสมมุติ) กล่าวด้วยว่า เกิดมาอายุ ๒๗ ปีแล้วเพิ่งจะรู้ว่าการปฏิบัติธรรม ช่วยเสริมสร้าง ทางความคิด ให้รู้จักคิดทำอะไรต้องไตร่ตรอง อย่างรอบคอบ ไม่ทำอะไร แบบฉาบฉวย เหมือนในอดีตอีกแล้ว เมื่อพ้นโทษ ออกไปจะนำธรรมะ ที่ได้ศึกษาไปสอน และคอยเตือนเพื่อนๆ โดยจะอธิบายถึง ความทุกข์ของการถูกจับติดคุก ชีวิตไม่มีเสรีภาพ เป็นความอึดอัดเพียงใด

"มาอยู่ที่นี้ทำให้คิดได้แล้วว่า มันเป็นเวรเป็นกรรม เป็นกรรมเก่าที่ทำเอาไว้ ไม่ดีในชาติที่แล้วก็ได้ จึงตอบสนองเรา ในชาตินี้แทน เพราะอาชีพ ขายยาบ้า คิดอยากจะได้เงินไปเที่ยว เพียงอย่างเดียว เด็กนำไปเสพ ไม่มีเงินซื้อก็ไปขโมยเงินพ่อแม่มาซื้อกันบ้าง ถือเป็นบาปที่เราได้ก่อไว้ ทุกวันนี้ถูกจับอยู่ในคุก ๕ ปี ๖ เดือน ก็เป็นการชดใช้กรรม"




โดย เณรชิตรายงาน [19 ส.ค. 2545 , 06:09:08 น.] ( IP = 202.183.228.67 : : 203.170.145.82 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1


.........
อนุโมทนากับท่านเณรชิตค่ะ ที่นำเรื่องนี้มาบอกกล่าว

อ่านมาถึงท้ายที่แต่ละท่านแสดงความรู้สึก ...
ก็คิดว่า ...ดีนะ ที่ได้เห็นคุณค่าของธรรมะ
แล้วก็ภาวนาว่า..
ขอให้ความรู้สึก ที่กล่าวออกมานั้นฝังแน่นอยู่ในจิต ติดอยู่ในความทรงจำของท่านได้ตลอดไป โดยไม่พลาดถลำไปกระทำผิดเช่นเก่าๆ อีก

แต่ไม่อยากให้รู้สึกว่าเป็น..บ้านที่ ๒ เลย เดี่ยวออกแล้ว อยากจะกลับเข้าไปอยู่ใหม่ !

แล้วยังนึกชื่นชมนะว่าแต่ละท่าน เก่งจัง...ที่สามารถเข้าปฏิบัติได้ถึง ๑๐ วันโดยไม่พูดคุยกัน

(คงจะต้องไปติดประกาศไว้ที่สำนักปฏิบัติ...ว่า ขนาดนักโทษเวลาเข้าปฏิบัติ ยังไม่คุยกันเลย)

แล้วนึกถึงตนเองที่เข้าปฏิบัติวิปัสสนาครั้งแรก พอวันที่ ๕ - ๖ ชักจะแย่แล้ว...ต้องย้อนนึกถึงเจตนาย้อมใจตัวเอง
แต่คงจะเป็นเพราะปฏิบัติฯไม่เหมือนกันมั้ง

ยังไงๆ ก็ขออนุโมทนา ที่ท่านเหล่านั้นได้มีโอกาสรู้เรื่องกรรม รู้จักอะไรๆ ที่เป็นสิ่งที่ดีๆ ของชีวิตบ้าง

.........


โดย วยุรี [19 ส.ค. 2545 , 07:32:29 น.] ( IP = 203.113.34.239 : : )


  สลักธรรม 2

....Go so big..จริงๆน่ะแหละ ....เหมือนเอากุ้งมังกรมาต้มรวมกับแกงจับฉ่าย ....ตกลงกรมราชทัณฑ์ท่านจะให้นักโทษฝึกสมาธิหรือวิปัสสนากันแน่...มองในแง่ดีก็พอจะเข้าใจได้ว่า....กำลังนำธรรมะมาใช้จัดระเบียบสังคมให้ดีขึ้น...แม้จะเป็นการแก้ที่ปลายเหตุก็ตาม แต่ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย..แต่ถ้ามองด้วยความถูกต้องของ"สติปัฏฐาน" ก็ต้องคิดกันอีกหลายๆรอบว่า ถูกต้องแน่หรือไม่ และดูเหมือนหลักความเชื่อเรื่องกรรม ออกจะรวนๆไปพอสมควรเลย ...และที่บอกว่าประสบความสำเร็จนั้น..หมายถึงนักโทษได้เป็นพระอริยบุคคลหรือเปล่าคะนี่

.....ทางที่ดีกว่านี้ก็คือ ผู้ที่รับผิดชอบโครงการน่าจะศึกษาเพื่อให้รู้จักหลักการปฏิบัติให้ถูกต้องเสียก่อน..
จะได้ตั้งชื่อโครงการได้ถูกต้องกว่านี้

..ขอบพระคุณท่านเณรชิตที่นำความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับธรรมะในวงราชการและการพัฒนาสังคมมาให้ทราบค่ะ...

โดย น้องกิ๊ฟ [19 ส.ค. 2545 , 09:50:46 น.] ( IP = 203.113.34.239 : : )


  สลักธรรม 3


อ่านข่าวนี้รู้สึกว่ายังสับสนกับจิตใจของตนเอง ตัดสินอารมณ์ไม่ถูกว่า จะชื่นชม หรือไม่ชื่นชม กันแน่
ยังไงขอชื่นชม ก่อนแล้วกัน ที่โครงการนี้ยังช่วยพัฒนาจิตของบุคคลที่เผลอพลาดไป ยังไงเขาก็ยังโชคดีที่ได้เกิดมาในดินแดนแห่งพระพุทธศาสนา
และยังได้มีโอกาสสร้างความสงบให้เกิดกับจิตใจได้บ้าง
แต่ ก็รู้สึกไม่สบายใจนักที่โครงการนี้นำชื่อที่เป็นการปฏิบัติที่สูงสุด มาใช้โดยไม่เข้าใจถึงความถูกต้องแห่งหลักการปฏิบัติอย่างแท้จริง เหมือน เกมลมเพลมพัดเลย ยิ่งพูดไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งไม่ถูกตามต้นเสียงหรือต้นแบบ ท้ายที่สุดผู้รับก็รับไปแบบผิดผิดๆ เรื่องนี้ไม่ง่ายเลย ถ้าหากขาดการศึกษาให้ถูกต้องอย่างแท้จริง

โดย อัญชลี [19 ส.ค. 2545 , 11:51:59 น.] ( IP = 203.113.34.239 : : )


  สลักธรรม 4

ขอบคุณพี่เณรชิตค่ะ และขออนุโมทนากับผู้ที่คิดกลับใจกลับตัวเป็นคนดีค่ะถึงแม้จะถูกอบรมไม่ถูกวิธีของวิปัสสนาที่แท้จริงแต่ก็ยังได้ทำกุศลบ้างเมื่อเทียบกับแต่ก่อนซึ่งไม่เคยทำมาเลยค่ะ อนุโมทนาค่ะ

โดย เล็ก [19 ส.ค. 2545 , 12:31:22 น.] ( IP = 203.155.71.37 : : )


  สลักธรรม 5

เข้ามาอีกแล้วค่ะ และก็ไม่ได้มาทะเลาะกับใครด้วยนะ อิอิ....

แต่จะเข้ามาตั้งข้อสังเกตว่า ...การสรรหาอะไรๆที่เรียกว่าเป็นการทำเพื่อสร้างสรรค์นั้น...ถ้าขาดความรู้จริง..ทำไปแล้วก็จะเป็นสิ่งที่ดูเบาปัญญามาก.เหมือนกับการนำพิมเสนไปแลกกับเกลือ...และเกลือที่แลกมาก็เป็นเกลือปลอมเสียด้วย..ยิ่งรับประทานก็ยิ่งเอ๋อค่ะ.....

ขาดปัญญา...ก็เหมือนคนตาบอด
ขาดความรอบคอบ...ก็เหมือนคนตาบอดสอดตาเห็นค่ะ

ไม่ได้คิดจะมาตำหนิใคร....เพราะทุกสิ่งที่ทุกคนกระทำย่อมเป็นกรรมส่วนตัว...และเป็นการกระทำที่เกิดจากปัญญาเท่าที่มีของคนเหล่านั้น

แต่...ตรงนี้น่าจะพิสูจน์ได้ว่าเป็นจริงตามพระพุทธพจน์ ที่ตรัสว่า ศาสนาของตถาคตนั้นจะเสื่อมสูญไปเพราะบริษัททั้งสี่นั่นเอง..หาใช่ฝีมือผู้ใดมาทำลาย

จึงน่าเป็นห่วงว่า ....เมื่อไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปแตะต้อง ก็คงได้แต่นั่งมองความประหลาดที่จะเกิดขึ้นตามมา

หลายท่านที่เข้ามาอ่านกระทู้นี้ก็คงไม่กล้าที่จะแสดงความเห็นในเชิงขัดแย้งว่า..ไม่ควรทำ...และก็คงได้แต่เลือกกระทำในสิ่งที่เห็นว่าไม่ผิดทั้งขึ้นทั้งล่อง ก็คือารอนุโมทนาในกุศลที่บรรดานักโทษได้ทำไปแล้ว...

เพียงแต่สงสัยว่า ..ถ้าเรารักเพียงที่จะอนุโมทนาอย่างเดียวนั้น ก็อาจเป็นอันตรายแก่ตนได้ เพราะถ้าหากพลาดพลั้งไปร่วมอนุโมทนากับกิจกรรมที่เป็นลัทธิของเดียรถีร์เข้า ..ก็มิเท่ากับเห็นดีเห็นงามไปกับความเป็นเดียรถีร์นั้นหรือ...และก็น่าวินิจฉัยว่า ..การที่เรียกวิธีการฝึกจิตที่เป็นการทำสมาธิหรือที่มิใช่วิปัสสนากรรมฐานนั้นว่าเป็น..วิปัสสนากรรมฐาน..จะเป็นการบิดเบือนพระพุทธพจน์หรือไม่ ...จะเป็นการสร้างเสริมหรือทำลายแก่นแท้ของพระพุทธศาสนากันแน่...คนมาร่วมกิจกรรมน่ะก็คงได้กุศลกันไปตามฐานะ...แต่คนคิดโครงการน่ะยังน่ากังวลว่า...จะห่างไกลสัมมาทิฎฐิเข้าไปทุกทีหรือไม่...ยิ่งบอกว่าโครงการประสบผลสำเร็จ..ความเข้าใจผิดในแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาก็ยิ่งขยายวงกว้าง....แต่ก็นั่นแหละใครจะไปห่วงว่าเป็นส่วนของการทำลายพระพุทธศาสนาหรือไม่ ..เพราะมองกันเพียงแต่เปลือกนอกที่รูปแบบการรักษาศีล.และการแสดงออกทางกายวาจาเท่านั้น...และก็คิดว่าเพียงเท่านี้ก็ดีแล้วสำหรับสังคมไทย..ดีกว่าไม่มีศีลธรรมกันเอาเสียเลย

โดย น้องกิ๊ฟ [21 ส.ค. 2545 , 12:56:14 น.] ( IP = 203.113.34.237 : : )


  สลักธรรม 6

น่าสงสารผู้ร่วมสนทนาทั้งหลายนะคะ
ไม่เคยเข้าอบรมวิปัสสนาหลักสูตรเคร่งครัดนี้เลย .. แต่พูดวิจารณ์กันได้เป็นตุเป็นตะ
นักโทษยังรู้ภาษากว่าเลย

โดย เมตตา - [8 ต.ค. 2545 , 13:46:53 น.] ( IP = 203.146.94.77 : : )


  สลักธรรม 7

สวัสดีค่ะคุณเมตตา

อย่าสงสารพวกเราเลยค่ะ
น่าสงสารตัวคุณเองมากกว่าค่ะ
อยู่ดีๆก็มาว่าผู้อื่นด้วยโทสจริต....
แล้วก็ยังไร้ความสำรวมมากเลย
เหยียดหยามนักโทษด้วย..ว่าเป็นชนชั้นที่แย่
เหยียดหยามพวกเราด้วย..ว่าแย่กว่านักโทษ

ก็คนที่จะเข้าอบรมหลักสูตรนี้น่ะ..ผู้ต้องโทษใช่ไหมคะ ....ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าคุณเมตตาน่ะผ่านการอบรมหลักสูตรนี้มาแล้ว จึงซาบซึ้งดีว่า หลักสูตรอันเคร่งครัดนี้ดีอย่างไร

ที่เราวิจารณ์ก็คือ วิปัสสนากรรมฐานนั้น ไม่ใช่วิธีการปฏิบัติอย่างที่ตัวแทนกรมราชทัณฑ์ท่านให้สัมภาษณ์หรอกค่ะ....วิธีปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานก็มีอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะในวิสุทธิมรรคก็มี หรือหนังสือเกี่ยวกับสติปัฏฐานทั้งหลาย

แต่คนส่วนใหญ่ชอบเข้าใจผิดว่าสมาธิเป็นวิปัสสนา ก็เลยนำมาตั้งชื่อกันจนเกร่อ ..ไม่ว่าจะเป็นสำนักปฏิบัติ หรือโครงการอบรมจิตใจที่หลายสถาบันจัดขึ้น
เมื่อมาเรียกจนปนเปกันขนาดนี้ ก็คือการบิดเบือนข้อมูลตรงๆเลย

.....จัดว่าเป็นการทำให้พระศาสนาเสื่อมได้ โดยยึดเอาว่า สมาธิเป็นวิปัสสนา...แล้วก็อบรมสั่งสอนกันต่อไปโดยปราศจากความรู้จริง

จริงอยู่ที่ท่านโกแองก้า..จะเป็นนักวิปัสสนาตัวยงของต่างประเทศ ..แต่สิ่งที่กำหนดเป็นหลักสูตรออกมานี้เป็นรูปแบบของการสร้างคุณธรรมขั้นพื้นฐานและการทำสมาธิมากกว่าค่ะ

เราติติงในฐานะที่ส่วนราชการเป็นผู้จัด ซึ่งควรจะมีความรู้ทางด้านนี้พอสมควร พอที่จะแยกแยะได้ว่า สมาธิเป็นอย่างไร

..การเรียกชื่อให้ถูกต้องนั้นเป็นเรื่องสำคัญเพราะเป็นการสร้างความเห็นถูกส่วนหนึ่งด้วย

ไม่ใช่ว่าโครงการนี้จะไม่ดี
แต่การเรียกชื่อให้ถูกต้องนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ
มิฉะนั้นก็จะกลายเป็นการถ่ายทอดความเห็นผิดให้คงอยู่ต่อไป..อันเป็นการทำลายพระพุทธศาสนามากกว่านะคะ

ถ้าคุณเมตตามีโอกาสศึกษาเรื่องของ"ทิฏฐิ" คุณเมตตาก็จะทราบว่าแม้กระทั่งชาวพุทธก็เกิดความเห็นผิดได้ง่ายๆค่ะ

ไม่ถือสาหรอกค่ะที่มาเปรียบเปรยพวกเราว่า รู้ภาษาน้อยกว่าพวกนักโทษ...เพราะเป็นสิทธิของคุณเมตตาที่จะคิดเช่นนั้น...คุณมีสิทธิที่จะตำหนิติติงในสิ่งที่คุณเห็นว่าไม่ถูกใจคุณ ..โดยที่คุณไม่เคยคิดว่าถูกต้องตามหลักธรรมหรือไม่....

ในชีวิตของคนเรานั้น..บาปเกิดขึ้นได้เสมอๆ
โดยเฉพาะชีวิตของผู้ที่ไม่ได้ศึกษาด้านสภาวธรรม ..แต่ถ้าพอมีเวลาว่างบ้าง ก็เชิญหันมาสนใจศึกษาด้านพระอภิธรรมบ้างซิคะ...เผื่อจะขอถอนคำพูดที่ดูหมิ่นเหยียดหยามข้างต้น

โดย น้องกิ๊ฟ [8 ต.ค. 2545 , 16:15:30 น.] ( IP = 203.146.170.16 : : )


  สลักธรรม 8

คุณไม่รู้เรื่องอย่างที่ดิฉันคิดจริงๆด้วยค่ะ
หลักสูตรวิปัสสนากรรมฐานไม่ได้จัดให้นักโทษเท่านั้นนะคะ จริงๆแล้วจัดทั่วโลกให้กับประชาชนทั่วไปรวมทั้งพระภิกษุด้วย แต่สำหรับประเทศไทยมีขึ้นตั้งแต่ก่อนปี 2535อีกค่ะ มี 2ศูนย์คือที่จ.ปราจีน และพิษณุโลก จะเปิดอีก 2ศูนย์อีกประมาณ 1-2ปีที่ จ.กาญจนบุรีและขอนแก่น
เรียนตามตรงเลยนะคะ ว่าที่เขียนไปข้างต้นไม่ได้เจตนาจะว่าใคร แต่เจตนาจะบอกว่า ถ้าเราไม่ได้ประสพกับตัวเองเราจะมาตัดสินได้อย่างไรว่าสิ่งไหนดีหรือไม่ดี
ไม่ได้จะเถียงหรือขัดคอใคร ด้วยความสัตย์จริงค่ะ เหมือนกับ ถ้าสมมุติว่าเรา 2คนไม่รู้ว่าภาษาอังกฤษเป็นอย่างไร เราไม่เคยเรียนอย่างลึกซึ้งแล้วเราก็มานั่งถกกันว่า ภาษาอังกฤษดีอย่างนั้น ยากตรงนี้ ซับซ้อน หรือ กระจอก ...เราก็ไม่สามารถวิจารย์ได้ใช่ไม๊คะ
ท่นพูดถูกแล้วค่ะว่าคนส่วนใหญ่จะคิดว่าสมาธิคือวิปัสสนา และสำหรับการอบรมที่เรากำลังกล่าวถึงนี้ก็ไม่ใช่แค่สมาธิค่ะ
ถ้าท่านเข้าใจว่าดิฉันดูถูกเหยียดหยาม กราบขออภัยตรงนี้เลยค่ะ แต่อยากให้ท่านได้ลองไปปฏิบัติดูก่อนได้เจอด้วยตัวเอง ไม่ใช่จากคนบอกกล่าวหรือตำรา และถ้าท่านได้เข้าแล้ว รู้สึกไม่ประทับใจ ท่านก็ไม่ต้องเข้าปฏิบัติอีกค่ะ
...ด้วยเจตนาที่ดีค่ะ

โดย เมตตา - [8 ต.ค. 2545 , 17:09:47 น.] ( IP = 203.146.94.33 : : )


  สลักธรรม 9

ในฐานะของผู้ร่วมกระทู้นี้คนหนึ่งเหมือนกัน คงไม่ต้องสงสารใครหรอกค่ะ ขอบคุณค่ะ เพราะเราก็สงสารตัวเองอยู่แล้ว สงสารที่รู้ว่า ยิ่งเกิดก็ยิ่งโง่ และที่ยิ่งกว่านั้นถ้าไม่แก้ไขความโง่ก็ยิ่งเกิดอีกยาวนาน ขอโทษนะคะ ที่จะต้องบอกว่า ภาษาในการสื่อสารควรไตร่ตรองก่อนที่จะเขียนนะคะ คิดก่อนทำเถอะค่ะ



โดย อัญชลี [8 ต.ค. 2545 , 20:53:51 น.] ( IP = 202.57.177.183 : : )


  สลักธรรม 10

.สวัสดีครับน้องเมตตา มีอะไรหรือ ทุกข์อะไรมากไหม พี่กรุณาพร้อมช่วยเหลือนะ...ยิ่งเรื่องการปฎิบัติธรรมด้วยแล้วพอถนัดอยู่หรอก..ว่าแต่เอากันเมื่อไหร่ดีจะได้หายทุกข์ครับ.....

โดย กรุณา [8 ต.ค. 2545 , 21:19:46 น.] ( IP = 203.170.149.22 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org