| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ไปกันใหญ่
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
......... อนุโมทนากับท่านเณรชิตค่ะ ที่นำเรื่องนี้มาบอกกล่าว
อ่านมาถึงท้ายที่แต่ละท่านแสดงความรู้สึก ...
ก็คิดว่า ...ดีนะ ที่ได้เห็นคุณค่าของธรรมะ
แล้วก็ภาวนาว่า..
ขอให้ความรู้สึก ที่กล่าวออกมานั้นฝังแน่นอยู่ในจิต ติดอยู่ในความทรงจำของท่านได้ตลอดไป โดยไม่พลาดถลำไปกระทำผิดเช่นเก่าๆ อีก
แต่ไม่อยากให้รู้สึกว่าเป็น..บ้านที่ ๒ เลย เดี่ยวออกแล้ว อยากจะกลับเข้าไปอยู่ใหม่ !
แล้วยังนึกชื่นชมนะว่าแต่ละท่าน เก่งจัง...ที่สามารถเข้าปฏิบัติได้ถึง ๑๐ วันโดยไม่พูดคุยกัน
(คงจะต้องไปติดประกาศไว้ที่สำนักปฏิบัติ...ว่า ขนาดนักโทษเวลาเข้าปฏิบัติ ยังไม่คุยกันเลย)
แล้วนึกถึงตนเองที่เข้าปฏิบัติวิปัสสนาครั้งแรก พอวันที่ ๕ - ๖ ชักจะแย่แล้ว...ต้องย้อนนึกถึงเจตนาย้อมใจตัวเอง
แต่คงจะเป็นเพราะปฏิบัติฯไม่เหมือนกันมั้ง
ยังไงๆ ก็ขออนุโมทนา ที่ท่านเหล่านั้นได้มีโอกาสรู้เรื่องกรรม รู้จักอะไรๆ ที่เป็นสิ่งที่ดีๆ ของชีวิตบ้าง
.........
โดย วยุรี [19 ส.ค. 2545 , 07:32:29 น.] ( IP = 203.113.34.239 : : )
สลักธรรม 2....Go so big..จริงๆน่ะแหละ ....เหมือนเอากุ้งมังกรมาต้มรวมกับแกงจับฉ่าย ....ตกลงกรมราชทัณฑ์ท่านจะให้นักโทษฝึกสมาธิหรือวิปัสสนากันแน่...มองในแง่ดีก็พอจะเข้าใจได้ว่า....กำลังนำธรรมะมาใช้จัดระเบียบสังคมให้ดีขึ้น...แม้จะเป็นการแก้ที่ปลายเหตุก็ตาม แต่ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย..แต่ถ้ามองด้วยความถูกต้องของ"สติปัฏฐาน" ก็ต้องคิดกันอีกหลายๆรอบว่า ถูกต้องแน่หรือไม่ และดูเหมือนหลักความเชื่อเรื่องกรรม ออกจะรวนๆไปพอสมควรเลย ...และที่บอกว่าประสบความสำเร็จนั้น..หมายถึงนักโทษได้เป็นพระอริยบุคคลหรือเปล่าคะนี่
.....ทางที่ดีกว่านี้ก็คือ ผู้ที่รับผิดชอบโครงการน่าจะศึกษาเพื่อให้รู้จักหลักการปฏิบัติให้ถูกต้องเสียก่อน..
จะได้ตั้งชื่อโครงการได้ถูกต้องกว่านี้
..ขอบพระคุณท่านเณรชิตที่นำความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับธรรมะในวงราชการและการพัฒนาสังคมมาให้ทราบค่ะ...
โดย น้องกิ๊ฟ [19 ส.ค. 2545 , 09:50:46 น.] ( IP = 203.113.34.239 : : )
สลักธรรม 3
![]()
อ่านข่าวนี้รู้สึกว่ายังสับสนกับจิตใจของตนเอง ตัดสินอารมณ์ไม่ถูกว่า จะชื่นชม หรือไม่ชื่นชม กันแน่
ยังไงขอชื่นชม ก่อนแล้วกัน ที่โครงการนี้ยังช่วยพัฒนาจิตของบุคคลที่เผลอพลาดไป ยังไงเขาก็ยังโชคดีที่ได้เกิดมาในดินแดนแห่งพระพุทธศาสนา
และยังได้มีโอกาสสร้างความสงบให้เกิดกับจิตใจได้บ้าง
แต่ ก็รู้สึกไม่สบายใจนักที่โครงการนี้นำชื่อที่เป็นการปฏิบัติที่สูงสุด มาใช้โดยไม่เข้าใจถึงความถูกต้องแห่งหลักการปฏิบัติอย่างแท้จริง เหมือน เกมลมเพลมพัดเลย ยิ่งพูดไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งไม่ถูกตามต้นเสียงหรือต้นแบบ ท้ายที่สุดผู้รับก็รับไปแบบผิดผิดๆ เรื่องนี้ไม่ง่ายเลย ถ้าหากขาดการศึกษาให้ถูกต้องอย่างแท้จริงโดย อัญชลี [19 ส.ค. 2545 , 11:51:59 น.] ( IP = 203.113.34.239 : : )
สลักธรรม 4ขอบคุณพี่เณรชิตค่ะ และขออนุโมทนากับผู้ที่คิดกลับใจกลับตัวเป็นคนดีค่ะถึงแม้จะถูกอบรมไม่ถูกวิธีของวิปัสสนาที่แท้จริงแต่ก็ยังได้ทำกุศลบ้างเมื่อเทียบกับแต่ก่อนซึ่งไม่เคยทำมาเลยค่ะ อนุโมทนาค่ะ
![]()
![]()
โดย เล็ก [19 ส.ค. 2545 , 12:31:22 น.] ( IP = 203.155.71.37 : : )
สลักธรรม 5
เข้ามาอีกแล้วค่ะ และก็ไม่ได้มาทะเลาะกับใครด้วยนะ อิอิ....
แต่จะเข้ามาตั้งข้อสังเกตว่า ...การสรรหาอะไรๆที่เรียกว่าเป็นการทำเพื่อสร้างสรรค์นั้น...ถ้าขาดความรู้จริง..ทำไปแล้วก็จะเป็นสิ่งที่ดูเบาปัญญามาก.เหมือนกับการนำพิมเสนไปแลกกับเกลือ...และเกลือที่แลกมาก็เป็นเกลือปลอมเสียด้วย..ยิ่งรับประทานก็ยิ่งเอ๋อค่ะ.....
ขาดปัญญา...ก็เหมือนคนตาบอด
ขาดความรอบคอบ...ก็เหมือนคนตาบอดสอดตาเห็นค่ะ
ไม่ได้คิดจะมาตำหนิใคร....เพราะทุกสิ่งที่ทุกคนกระทำย่อมเป็นกรรมส่วนตัว...และเป็นการกระทำที่เกิดจากปัญญาเท่าที่มีของคนเหล่านั้น
แต่...ตรงนี้น่าจะพิสูจน์ได้ว่าเป็นจริงตามพระพุทธพจน์ ที่ตรัสว่า ศาสนาของตถาคตนั้นจะเสื่อมสูญไปเพราะบริษัททั้งสี่นั่นเอง..หาใช่ฝีมือผู้ใดมาทำลาย
จึงน่าเป็นห่วงว่า ....เมื่อไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปแตะต้อง ก็คงได้แต่นั่งมองความประหลาดที่จะเกิดขึ้นตามมา
หลายท่านที่เข้ามาอ่านกระทู้นี้ก็คงไม่กล้าที่จะแสดงความเห็นในเชิงขัดแย้งว่า..ไม่ควรทำ...และก็คงได้แต่เลือกกระทำในสิ่งที่เห็นว่าไม่ผิดทั้งขึ้นทั้งล่อง ก็คือารอนุโมทนาในกุศลที่บรรดานักโทษได้ทำไปแล้ว...
เพียงแต่สงสัยว่า ..ถ้าเรารักเพียงที่จะอนุโมทนาอย่างเดียวนั้น ก็อาจเป็นอันตรายแก่ตนได้ เพราะถ้าหากพลาดพลั้งไปร่วมอนุโมทนากับกิจกรรมที่เป็นลัทธิของเดียรถีร์เข้า ..ก็มิเท่ากับเห็นดีเห็นงามไปกับความเป็นเดียรถีร์นั้นหรือ...และก็น่าวินิจฉัยว่า ..การที่เรียกวิธีการฝึกจิตที่เป็นการทำสมาธิหรือที่มิใช่วิปัสสนากรรมฐานนั้นว่าเป็น..วิปัสสนากรรมฐาน..จะเป็นการบิดเบือนพระพุทธพจน์หรือไม่ ...จะเป็นการสร้างเสริมหรือทำลายแก่นแท้ของพระพุทธศาสนากันแน่...คนมาร่วมกิจกรรมน่ะก็คงได้กุศลกันไปตามฐานะ...แต่คนคิดโครงการน่ะยังน่ากังวลว่า...จะห่างไกลสัมมาทิฎฐิเข้าไปทุกทีหรือไม่...ยิ่งบอกว่าโครงการประสบผลสำเร็จ..ความเข้าใจผิดในแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาก็ยิ่งขยายวงกว้าง....แต่ก็นั่นแหละใครจะไปห่วงว่าเป็นส่วนของการทำลายพระพุทธศาสนาหรือไม่ ..เพราะมองกันเพียงแต่เปลือกนอกที่รูปแบบการรักษาศีล.และการแสดงออกทางกายวาจาเท่านั้น...และก็คิดว่าเพียงเท่านี้ก็ดีแล้วสำหรับสังคมไทย..ดีกว่าไม่มีศีลธรรมกันเอาเสียเลย
โดย น้องกิ๊ฟ [21 ส.ค. 2545 , 12:56:14 น.] ( IP = 203.113.34.237 : : )
สลักธรรม 7สวัสดีค่ะคุณเมตตา
อย่าสงสารพวกเราเลยค่ะ
น่าสงสารตัวคุณเองมากกว่าค่ะ
อยู่ดีๆก็มาว่าผู้อื่นด้วยโทสจริต....
แล้วก็ยังไร้ความสำรวมมากเลย
เหยียดหยามนักโทษด้วย..ว่าเป็นชนชั้นที่แย่
เหยียดหยามพวกเราด้วย..ว่าแย่กว่านักโทษ
ก็คนที่จะเข้าอบรมหลักสูตรนี้น่ะ..ผู้ต้องโทษใช่ไหมคะ ....ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าคุณเมตตาน่ะผ่านการอบรมหลักสูตรนี้มาแล้ว จึงซาบซึ้งดีว่า หลักสูตรอันเคร่งครัดนี้ดีอย่างไร
ที่เราวิจารณ์ก็คือ วิปัสสนากรรมฐานนั้น ไม่ใช่วิธีการปฏิบัติอย่างที่ตัวแทนกรมราชทัณฑ์ท่านให้สัมภาษณ์หรอกค่ะ....วิธีปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานก็มีอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะในวิสุทธิมรรคก็มี หรือหนังสือเกี่ยวกับสติปัฏฐานทั้งหลาย
แต่คนส่วนใหญ่ชอบเข้าใจผิดว่าสมาธิเป็นวิปัสสนา ก็เลยนำมาตั้งชื่อกันจนเกร่อ ..ไม่ว่าจะเป็นสำนักปฏิบัติ หรือโครงการอบรมจิตใจที่หลายสถาบันจัดขึ้น
เมื่อมาเรียกจนปนเปกันขนาดนี้ ก็คือการบิดเบือนข้อมูลตรงๆเลย
.....จัดว่าเป็นการทำให้พระศาสนาเสื่อมได้ โดยยึดเอาว่า สมาธิเป็นวิปัสสนา...แล้วก็อบรมสั่งสอนกันต่อไปโดยปราศจากความรู้จริง
จริงอยู่ที่ท่านโกแองก้า..จะเป็นนักวิปัสสนาตัวยงของต่างประเทศ ..แต่สิ่งที่กำหนดเป็นหลักสูตรออกมานี้เป็นรูปแบบของการสร้างคุณธรรมขั้นพื้นฐานและการทำสมาธิมากกว่าค่ะ
เราติติงในฐานะที่ส่วนราชการเป็นผู้จัด ซึ่งควรจะมีความรู้ทางด้านนี้พอสมควร พอที่จะแยกแยะได้ว่า สมาธิเป็นอย่างไร
..การเรียกชื่อให้ถูกต้องนั้นเป็นเรื่องสำคัญเพราะเป็นการสร้างความเห็นถูกส่วนหนึ่งด้วย
ไม่ใช่ว่าโครงการนี้จะไม่ดี
แต่การเรียกชื่อให้ถูกต้องนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ
มิฉะนั้นก็จะกลายเป็นการถ่ายทอดความเห็นผิดให้คงอยู่ต่อไป..อันเป็นการทำลายพระพุทธศาสนามากกว่านะคะ
ถ้าคุณเมตตามีโอกาสศึกษาเรื่องของ"ทิฏฐิ" คุณเมตตาก็จะทราบว่าแม้กระทั่งชาวพุทธก็เกิดความเห็นผิดได้ง่ายๆค่ะ
ไม่ถือสาหรอกค่ะที่มาเปรียบเปรยพวกเราว่า รู้ภาษาน้อยกว่าพวกนักโทษ...เพราะเป็นสิทธิของคุณเมตตาที่จะคิดเช่นนั้น...คุณมีสิทธิที่จะตำหนิติติงในสิ่งที่คุณเห็นว่าไม่ถูกใจคุณ ..โดยที่คุณไม่เคยคิดว่าถูกต้องตามหลักธรรมหรือไม่....
ในชีวิตของคนเรานั้น..บาปเกิดขึ้นได้เสมอๆ
โดยเฉพาะชีวิตของผู้ที่ไม่ได้ศึกษาด้านสภาวธรรม ..แต่ถ้าพอมีเวลาว่างบ้าง ก็เชิญหันมาสนใจศึกษาด้านพระอภิธรรมบ้างซิคะ...เผื่อจะขอถอนคำพูดที่ดูหมิ่นเหยียดหยามข้างต้นโดย น้องกิ๊ฟ [8 ต.ค. 2545 , 16:15:30 น.] ( IP = 203.146.170.16 : : )
สลักธรรม 9ในฐานะของผู้ร่วมกระทู้นี้คนหนึ่งเหมือนกัน คงไม่ต้องสงสารใครหรอกค่ะ ขอบคุณค่ะ เพราะเราก็สงสารตัวเองอยู่แล้ว สงสารที่รู้ว่า ยิ่งเกิดก็ยิ่งโง่ และที่ยิ่งกว่านั้นถ้าไม่แก้ไขความโง่ก็ยิ่งเกิดอีกยาวนาน ขอโทษนะคะ ที่จะต้องบอกว่า ภาษาในการสื่อสารควรไตร่ตรองก่อนที่จะเขียนนะคะ คิดก่อนทำเถอะค่ะ
![]()
โดย อัญชลี [8 ต.ค. 2545 , 20:53:51 น.] ( IP = 202.57.177.183 : : )
สลักธรรม 10.สวัสดีครับน้องเมตตา มีอะไรหรือ ทุกข์อะไรมากไหม พี่กรุณาพร้อมช่วยเหลือนะ...ยิ่งเรื่องการปฎิบัติธรรมด้วยแล้วพอถนัดอยู่หรอก..ว่าแต่เอากันเมื่อไหร่ดีจะได้หายทุกข์ครับ.....
โดย กรุณา [8 ต.ค. 2545 , 21:19:46 น.] ( IP = 203.170.149.22 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |