
บำบัดจิตนักโทษหญิงด้วย"ธรรมะ" โครงการฝึกวิปัสสนากรรมฐานนำร่อง
กรมราชทัณฑ์ประสบความสำเร็จ หลังนำนักโทษหญิง ฝึกปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อให้ผู้ต้องขังหญิงทุกคน ได้รู้จักตัวตนที่แท้จริง ไม่ยึดติดกับความเป็นจริงของชีวิต ทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอน เตรียมขยายผลบำบัดจิต นักโทษหญิงทั่วประเทศ
นางชฎาพร รักษาทรัพย์ ผู้อำนวยการทัณฑสถานบำบัดพิเศษ คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า กรมราชทัณฑ์ ได้ให้ความสำคัญ เกี่ยวกับโครงการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ตามแนวทางของ ท่านอาจารย์ อูบาขิ่น โดย ท่านอาจารย์ โกเอ็นก้า โดยทาง ทัณฑสถานบำบัดพิเศษคลองไผ่ ได้ร่วมกับ มูลนิธิส่งเสริมวิปัสสนากรรมฐาน ในพระสังฆราชูปถัมภ์ เพื่อเป็นการพัฒนาจิตใจผู้ต้องขัง ด้วยการนำแนวทางการปฏิบัติ วิปัสสนากรรมฐาน โดยกำหนดให้ทัณฑสถานบำบัดพิเศษคลองไผ่ เป็นศูนย์กลางในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง
สำหรับเป้าหมาย ทางกรมราชทัณฑ์ ต้องการให้ผู้ต้องขังได้มีโอกาสเรียนรู้ วิธีการบริหารพัฒนาจิต เนื่องจากจะได้มีแนวทาง นำไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ปฏิบัติอย่างแท้จริง ทั้งในระหว่างต้องโทษ และภายหลังพ้นโทษ ซึ่งทัณฑสถานบำบัดพิเศษคลองไผ่ ได้ดำเนินเป็นโครงการต่อเนื่องเดือนละ ๑ ครั้ง ครั้งละ ๑๐ วัน โดยตลอดเวลาการฝึกอบรมนั้นอาหารการกินก็จะเป็นมังสวิรัติ ไม่ให้กินเนื้อ เพื่อต้องการให้ทุกคนเคร่งครัด ในการปฏิบัติธรรม บริหารจิตใจให้เข้มแข็ง ไม่ได้สอนให้เชื่อแบบงมงายอะไร แต่สอนให้รู้จักพิจารณาตัวเอง เมื่อจะทำในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
ทางด้าน นางสุทธี ชโยดม ครูผู้ฝึกอมรมวิปัสสนากรรมฐาน กล่าวถึงเทคนิคการสอนว่า นอกจากมีหนังสือธรรมะ ให้อ่านแล้ว ยังให้ทุกคนนั่งสมาธิเป็นห้องเดี่ยว และห้องรวม พร้อมทั้งให้ฟังเทปบรรยาย หลักธรรมของ พระพุทธเจ้า โดย ท่านอาจารย์โกเอ็นก้า ซึ่งผู้เข้าอบรมจะต้องปฏิบัติธรรมตลอด ๑๐ วัน อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งให้ทุกคนถามปัญหาเกี่ยวกับหลักธรรมได้นอกรอบ
"๑๐ วันนี้ห้ามมีการพูดคุยกันเด็ดขาด เพื่อเป็นการฝึกจิตให้ถูกยึดเหนี่ยวอยู่กับใจ ปาณานุสติ คือการสังเกตลมหายใจ เข้าออก เมื่อทำได้ก็จะใช้เป็นฐานในการทำวิปัสสนากรรมฐาน ระหว่างเคลื่อนจิต ทำให้เขาเกิดปัญญาว่าสิ่งที่อยู่ตัวมัน ไม่เที่ยง เขาก็จะคิดได้ว่าไม่มีประโยชน์อะไร ถ้าคนเรามัวแต่จะไปยึดติดตัวเราของเรา"
อย่างไรก็ตาม หลังจากเข้ารับการฝึกอบรมแล้ว "คม ชัด ลึก" ได้สอบถามถึงความรู้สึกของ นักโทษหญิง(นาง)จิรัตน์ (นามสมมุต) อายุ ๕๒ ปี นักโทษค้ายาบ้า ต้องโทษจำคุก ๓ ปี ๔ เดือน กล่าวว่า ได้รับการอบรมธรรมะในครั้งนี้ โดยได้นั่งสมาธิ ซึ่งเป็นครั้งแรกในชีวิต ความทุกข์ใจที่เคยมีมาก่อนก็เกิดเป็นความสบายใจขึ้น แต่ก่อนเข้าอบรมธรรมะจิตใจที่มีค่อนข้างเป็นคนอาฆาตพยาบาท หลักธรรมะทำให้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง ไม่คิดที่อยากจะได้อะไรที่เกินตัว
"เข้าใจถึงการปลงชีวิตเป็นอย่างไร ทำให้เชื่อว่าที่เข้ามาเป็น นักโทษแบบนี้ ถือเป็นกฎแห่งกรรมที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ จริงๆก็รู้สึกเสียใจเหมือนกันที่สามีไม่เคยติดต่อมาเลย โดยตั้งใจว่าเมื่อพ้นโทษออกไป ก็จะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ เพราะชีวิตไม่มีวันสายเกินไป ถ้าหากจะเริ่มทำอะไรใหม่ๆ โดยจะใช้หลักธรรมนำชีวิต"
นักโทษหญิง(นาง)วาสนา (นามสมมุต) อายุ ๔๐ ปี กล่าวใน เรื่องเดียวกัน ว่า ไม่รู้มาก่อนเลยว่า การปฏิบัติธรรมด้วยการ นั่งสมาธิจะมีประโยชน์มากมายมหาศาลเช่นนี้ เนื่องจากตั้งแต่เกิดมา ยังไม่เคยศึกษาธรรมะเป็นจริงเป็นจังแบบนี้มาก่อนเลยแม้สักครั้งเดียว และเข้าใจถึง ความกระด้างทางจิตใจเป็นอย่างไร
"ไม่มีงานทำ ต้องหาเลี้ยงครอบครัวคนเดียว จึงมีเพื่อนมาแนะนำให้ไปขายยาบ้าครั้งละ ๕ เม็ด ๑๐ เม็ด ทำได้ ๓ เดือนก็ถูกตำรวจจับ ก็ไม่นึกว่าจะต้องมาติดคุกนานหลายปี หากพ้นโทษเมื่อไรก็จะไม่กลับไปอยู่ในวังวนเดิมๆอีก คิดว่าจะหางานทำ พร้อมทั้งแสวงหาธรรมะปฏิบัติให้กับตัวเอง"
ขณะเดียวกัน นักโทษหญิง(นางสาว)อำไพ (นามสมมุติ) อายุ ๓๓ ปี กล่าวเสริมว่า การปฏิบัติธรรมทำให้จิตใจ มีความเข้มแข็งขึ้น เกิดเป็นความสุขความสบายใจ ซึ่งสิ่งที่ได้กับตัวมากที่สุดนั้น คือการนั่งสมาธิทำใจให้เป็นกุศล ไม่น่าเชื่อว่าความอยาก ความโลภที่มีอยู่มากมายสามารถลดความทะยานอยาก ในจิตใจลงได้
"ก่อนหน้านี้ชีวิตเหมือนตกนรกทั้งเป็นอยู่แล้ว เมื่อถูกจับในครั้งแรกกลัวเหมือนกันว่าสถานที่คุมขังแห่งนี้จะโหดร้าย แต่ความคิดนั้นกลับตรงกันข้ามเมื่อวันแรกถูกส่งตัวมาคุมขังที่นี่ ความเป็นอยู่ในคุกแห่งนี้ เหมือนเป็นบ้านหลังที่ ๒ ที่คอยปลูกฝังความเป็นคนดี สร้างงานสร้างอาชีพให้ วันหนึ่งพ้นโทษออกไปก็คิดว่าเหมือนตายแล้วเกิดใหม่"
นอกจากนี้ นักโทษหญิง(นางสาว)อุไร(นามสมมุติ) กล่าวด้วยว่า เกิดมาอายุ ๒๗ ปีแล้วเพิ่งจะรู้ว่าการปฏิบัติธรรม ช่วยเสริมสร้าง ทางความคิด ให้รู้จักคิดทำอะไรต้องไตร่ตรอง อย่างรอบคอบ ไม่ทำอะไร แบบฉาบฉวย เหมือนในอดีตอีกแล้ว เมื่อพ้นโทษ ออกไปจะนำธรรมะ ที่ได้ศึกษาไปสอน และคอยเตือนเพื่อนๆ โดยจะอธิบายถึง ความทุกข์ของการถูกจับติดคุก ชีวิตไม่มีเสรีภาพ เป็นความอึดอัดเพียงใด
"มาอยู่ที่นี้ทำให้คิดได้แล้วว่า มันเป็นเวรเป็นกรรม เป็นกรรมเก่าที่ทำเอาไว้ ไม่ดีในชาติที่แล้วก็ได้ จึงตอบสนองเรา ในชาตินี้แทน เพราะอาชีพ ขายยาบ้า คิดอยากจะได้เงินไปเที่ยว เพียงอย่างเดียว เด็กนำไปเสพ ไม่มีเงินซื้อก็ไปขโมยเงินพ่อแม่มาซื้อกันบ้าง ถือเป็นบาปที่เราได้ก่อไว้ ทุกวันนี้ถูกจับอยู่ในคุก ๕ ปี ๖ เดือน ก็เป็นการชดใช้กรรม"