มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


จะดูรูปนามกันอย่างไร




จะดูรูปนามกันอย่างไร


เรื่องนี้ก็เป็นความสำคัญไม่น้อยเลยนะคะ เพราะเพียงรู้จักรูปนามเท่านั้นไม่พอ ต้องรู้วิธีการด้วยค่ะ

เมื่อรู้แล้วว่า รูปนั้นมี ๖ คือ รูปทางตา รูปทางหู รูปทางจมูก รูปทางลิ้น รูปทางกาย และรูปทางใจ

การดูก็ต้องดูรูปใดรูปหนึ่งที่กำลังปรากฏอยู่ กำลังมีอยู่
ซึ่งเรียกว่าปัจจุบันอารมณ์

และได้รู้แล้วว่า นามนั้นก็มี ๖ คือ นามทางตา นามทางหู นามทางจมูก นามทางลิ่น นามทางกาย และนามทางใจ การดูนามก็ต้องดูนามใดนามหนึ่งที่กำลังปรากฏอยู่ กำลังมีอยู่ เช่นกัน

โดย บุษกร เมธางกูร [12 ม.ค. 2558 , 11:48:28 น.] ( IP = 171.96.177.87 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1




การดูรูป หรือดูนามนั้น หมายถึง “ตามรู้” ไม่ได้ไปจ้องดู หรือเพ่งดูอย่างเอาจริงเอาจังอะไรอย่างนั้นนะคะ

และการดูในที่นี้ หมายถึง “ดูด้วยใจ” โดยมีสติระลึกอยู่ที่อารมณ์ปัจจุบันคือ “รูป” หรือ “นาม” ในขณะนั้น และมีสัมปชัญญะ คือปัญญา ตามรู้อารมณ์ปัจจุบันที่ระลึกอยู่นั้นว่า เป็นนามอะไร เป็นรูปอะไร ในขณะนั้น

เพราะฉะนั้นหน้าที่ของผู้ปฏิบัติ ก็คือ มีสติ และสัมปชัญญะ “ดูรูปอะไร ดูนามอะไร ที่กำลังปรากฏอยู่”

มีสติคือ มีความ รู้สึก ระลึกอยู่กับรูปหรือนามที่ กำลังปรากฏอยู่ กำลังมีอยู่นั้น(ปัจจุบันอารมณ์)

มีสัมปชัญญะ คือ มีความรู้ชัดตามที่สติระลึกอยู่นั้นว่า เป็นรูปอะไร เป็นนามอะไร


ในการปฏิบัติขอให้ทำความเข้าใจตามที่ได้กล่าวมาแล้วนี้ให้ดี ให้ถูกต้องนะคะ

ถ้าไม่เข้าใจชัดตรงนี้ จะทำวิปัสสนาไม่ได้เลย ถ้านามก็ไม่รู้ รูปก็ไม่รู้ สติคืออะไรก็ไม่รู้ สัมปชัญญะคืออะไรก็ไม่รู้ ความต่างกันระหว่างคิดนึกกับรู้สึกก็ไม่รู้

สรุปได้เลยว่า ทำวิปัสสนาไม่ได้ ถึงทำได้ก็ไม่เป็นวิปัสสนา ไม่ใช่วิปัสสนานะคะ

โดย บุษกร เมธางกูร [12 ม.ค. 2558 , 11:51:03 น.] ( IP = 171.96.177.87 : : )


  สลักธรรม 2





การดูรูปนั่ง


ในการที่จะดูรูปนั่งนั้น เบื้องต้นเราจะต้องรู้เสียก่อน... ว่าที่นั่งอยู่นี้เป็นรูป ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ตัวเรา ไม่ใช่ของเรา เป็นเพียงรูปกายที่อยู่ในท่านั่งเท่านั้น

กองแห่งรูปประชุมกันอยู่ก็เรียกว่า รูปกาย และกองแห่งรูปในที่นี้ ได้แก่ รูป ๒๘ ตามนัยแห่งพระอภิธรรมนั่นเอง

ถ้าตามนัยแห่งพระสูตร คือ ธาตุดิน ๒๐ ธาตุน้ำ ๑๒ ธาตุไฟ ๔ ธาตุลม ๖ ที่ประชุมกันอยู่นั่นเอง

หรือจะพูดกันเข้าใจกันง่ายๆ ก็คือร่างกายที่ตั้งอยู่ในท่านั่งนี้เอง เรียกว่า “รูปนั่ง”

โดย บุษกร เมธางกูร [12 ม.ค. 2558 , 11:52:45 น.] ( IP = 171.96.177.87 : : )


  สลักธรรม 3




ทำไมจึงเรียกว่ารูปนั่ง


ที่เรียกร่างกายว่าเป็นรูป เพราะว่าร่างกายรู้อารมณ์ไม่ได้ ต้องแตกดับย่อยยับด้วยปัจจัยที่เป็นข้าศึก คือความเย็น และความร้อนจึงเรียกว่า.. รูป..ประการหนึ่ง สิ่งใดต้องแตกดับย่อยยับด้วย ความเย็น ความร้อน เรียกว่า.. รูป..

ร่างกายของคนเรา และสัตว์ทั้งหลายต้องแตกดับไปด้วยความเย็นความร้อน จึงเรียกว่า รูปกาย แปลว่า..ที่ประชุมของสิ่งที่ต้องแตกดับย่อยยับ

อีกประการหนึ่ง คือ ที่เรียกว่ารูปเพราะ รู้อารมณ์ไม่ได้ ธรรมชาติใดรู้อารมณ์ไม่ได้ ธรรมชาตินั้นเรียกว่า “รูป”

เพราะฉะนั้น ธรรมชาติใดรู้สึกคิดนึกไม่ได้ รู้อารมณ์ไม่ได้ เรียกธรรมชาตินั้นว่า “รูป”

เมื่อรูปกายนี้ หรือ รูปนี้อยู่ ในท่านั่งจึงเรียกว่า “รูปนั่ง” นั่นเองคะ

โดย บุษกร เมธางกูร [12 ม.ค. 2558 , 11:54:26 น.] ( IP = 171.96.177.87 : : )


  สลักธรรม 4





เมื่อนั่งอยู่จะให้เข้าใจว่าอย่างไร


เมื่อเข้าใจความหมายของคำว่ารูปนั่งแล้ว ก็ต้องเข้าใจต่อไปว่า ที่นั่งอยู่นี้เป็นรูป ไม่ใช่เรา ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ตัวเรา ไม่ใช่ของเรา ฝึกทำใจให้ตรงกับความจริงอย่างนี้ เรียกว่า..มีโยนิโสมนสิการอยู่ในใจ ไงคะ

แต่ก่อนนั้นเราสำคัญผิดคิดว่าเป็นเรา เป็นตัวเรา เป็นของเรา เมื่อมีการนั่งเกิดขึ้นก็สำคัญผิดคิดว่าเป็นเรานั่ง เพราะความความสำคัญผิดคิดว่า รูปนี้เป็นเราเป็นตัวเรา เป็นของเรา จะยึดรูปนั่งว่าเป็นเรานั่ง

แต่ก่อนจะเป็นอย่างนี้กันนะคะ คือ...พอนั่งปุ๊ปก็รู้สึกว่าเป็นเรานั่งขึ้นมาทันทีหรือบางทีก็ไม่รู้ว่าอะไรนั่ง

เมื่อได้ศึกษาถึงความเป็นจริงเช่นแล้ว จึงรู้ว่าที่นั่ง อยู่นี้ ไม่ใช่เรานั่ง ไม่ใช่ตัวเรา เป็นรูปกายที่อยู่ในท่านั่ง และธรรมชาติที่รู้ว่ารูปนั่งนี้ก็คือนาม

เพื่อจะได้ถอนความเข้าใจ ผิดความสำคัญผิด จึงต้องโยนิโสมนสิการคือใส่ใจให้ถูก ให้ตรงกับความเป็นจริงว่า... ที่นั่งอยู่นี้เป็นรูปไม่ใช่ตัวเรา ที่เคยยึดมั่นถือว่า เป็นเรา เป็นตัวเรา นั้นเป็นความเข้าใจผิด

แท้จริงโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นเรา เป็นตัวเราเป็นของเราได้อย่างแท้จริง ยึดได้ชั่วคราวโดยสมมุติเท่านั้น โดยความเป็นความจริงแล้ว ไม่เห็นมีใครยึดเอาไว้เลย ไม่มีใครยึดได้ว่าเป็นตัวเรา เป็นของเราได้ตลอด

ตลอดชีวิตที่ยึดเอาไว้นั้น ยึดกันไว้ด้วยความไม่รู้ ยึดด้วยความหลงผิด เข้าใจผิด

โดย บุษกร เมธางกูร [12 ม.ค. 2558 , 11:58:10 น.] ( IP = 171.96.177.87 : : )


  สลักธรรม 5





ความเป็นจริงแล้วตลอดเวลาที่ยึดไว้นั้น ไม่ว่ารูปหรือนาม มันไม่เคยแสดงความเป็นเรา เป็นตัวเรา เป็นของเราให้ปรากฏเลย มีแต่ผันแปรเปลี่ยนแปลงไป ตามสภาพของมัน

เป็นไปตามเหตุปัจจัยที่ปรุงแต่ง ทุกอย่างจะทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นรูปหรือนาม จะบังคับให้เป็นไปตามความต้องการไม่ได้ คือ

บังคับไม่ได้แปรเปลี่ยนแปลงไม่ได้
บังคับให้คงอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้
บังคับให้สุขอยู่ตลอดไปไม่ได้
บังคับไม่ให้เป็นทุกข์ไม่ได้
บังคับให้อยู่เฉยๆก็ไม่ได้


เรียกว่า บังคับให้เป็นไปตามความต้องการไม่ได้นั่นเอง นี่ละคะเราจึงต้องสร้างความเห็นถูกลงไป เพื่อรื้อถอนโครงสร้างที่ผิดๆ อันจะนำแต่ความทุกข์ความเดือดร้อนมาสู่ชีวิตนะคะ

สิ่งที่นำมาสะกิดใจนี้ เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องพึงสังวรระวังคะ เพื่อจะได้มีการรู้สึกตัวเท่าทันและที่สำคัญคือเท่าทันอาการความเป็นไปของรูปนามนั่นเอง

ดังนั้นตรงนี้แหละที่ทุกๆท่านต้องมีความละเอียดอ่อนของจิตให้มากกว่าที่เคยเป็นนะคะ เรื่องเล็กๆน้อยๆ (อิริยาบถย่อย)ต่างๆ นั้นนั่นแหละน่ากลัว เพราะการเคลื่อนไหวชีวิตโดยไม่รู้ตัว ปล่อยให้มันเกิดขึ้นโดยไม่รู้ แต่กลับไปรู้เรื่องภายนอกต่างๆ หรือจะเพ่งคอยสังเกตแต่อิริยาบถใหญ่ๆก็ตามที เท่ากับเป็นการอยู่กับความเคยชินโดยมีกิเลสร่วมงานนั้นๆเสมอ

มั่นใจว่า ถ้าทุกๆท่านคอยสังเกตบ่อยๆแล้ว จะเห็นสภาพธรรมที่รวมกันเป็นปึกแผ่นแห่งโครงสร้างใหญ่ของรูปนามได้แน่นอน นั่นแหละฆนสัญญา ตัวการปิดบังอนัตตานั้น จะถูกรู้รายละเอียดได้อย่างแน่นอนนะคะ

วันนี้ได้นำเสนอเรื่องการปฏิบัติแค่นี้ก่อนนะคะ ขอความสุขความเจริญในธรรม จงบังเกิดแก่ทุกๆท่านนะค่ะ..สวัสดีค่ะ

โดย บุษกร เมธางกูร [12 ม.ค. 2558 , 12:17:59 น.] ( IP = 171.96.177.87 : : )


  สลักธรรม 6

คุรั


โดย พี่เณร [2 ส.ค. 2558 , 14:52:43 น.] ( IP = 61.90.110.221 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบคุณมากครับ
ที่นำแต่สิ่งดีๆมีค่ามาให้อ่านครับ

โดย เทพธรรม [5 ส.ค. 2558 , 12:47:15 น.] ( IP = 171.97.36.51 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org