มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ซักใจ






เวลาแดดร่มลมตกของเย็นวันศุกร์ เอื้อนบรรเลงจะจัดไว้เป็นเวลาซักผ้า ที่จัดไว้อย่างนี้ ก็เพราะจะให้วันเสาร์เป็นวันปลอดธุระ นั่งซักไปก็คิดอะไรไปเรื่อยเพลิน ๆ แต่มีอยู่ศุกร์หนึ่งที่ไม่เพลิน

ก็โดนว่ามาตั้งแต่บ่าย 1 ประโยค ประมาณ 5 คำ

ซักผ้าไปก็หน้าหงิกไป ในหัวมีแต่คำเถียงคำอธิบายแก้ตัวกับเจ้า 5 คำเจ้ากรรมนั้น จนโทสะค่อย ๆ เล่นสกีจากหน้าผากฉิวมาตามดั้งจมูก ผลุบเข้าไปในถ้ำจมูก เรื่อยไปตกแอ๊กที่หัวใจ ใจหงิกไปตามใบหน้า

เอ๊ะ ! เราเป็นอะไรไปเนี่ย เอื้อนบรรเลงสะดุด ลมหายใจเรียกสติมาถาม เพื่อลงบันทึกประจำวัน แค่ 5 คำเนี่ยนะ เอามาคิดไปตั้ง 500 คำได้แล้วมั้ง มันทำไมนักเหรอ อ๋อ ! ก็โดนว่าไง

อ้อ! เจอแล้ว เพราะโดนว่านี่เอง

งั้นเราควรจะทำยังไง ให้โดนว่าแล้วไม่เป็นอย่างนี้ เอื้อนบรรเลงถามตัวเอง นี่เราขาดทุนไปตั้ง 495 คำนะ ถ้าเป็นหุ้นก็เจ๊งไปแล้ว

โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [19 ม.ค. 2558 , 14:19:28 น.] ( IP = 171.96.177.109 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

หลวงพ่อชาบอกว่า ล้างจานแต่หน้าหงิก ทำไม่ล้างแต่จานแต่ไม่ล้างใจ เออจริง เอื้อนบรรเลงยอมรับ เราก็ซักผ้าแต่ไม่ซักใจ

งั้นคิดใหม่ คิดยังไงดีนะ

เออน่า ไม่เป็นไรน่า เขาจะว่าก็ว่าไป ไม่เห็นน่าจะเสียหายอะไร พระพุทธเจ้าบอกว่า ให้อยู่เหนือโลกธรรม 8 มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ นินทา สรรเสริญ สุข ทุกข์ เราต้องมีสติ เขาว่ามาถ้าเราเป็นอย่างนั้นจริง เราก็แก้ไขไป แต่ถ้าเราไม่เป็นอย่างนั้นจริงก็แค่เขาพูดผิด เราก็เฉย ๆ ไป ไม่เห็นต้องกระเพื่อมในใจให้เดือดร้อนไปเลยนี่นา

มันเป็นเรื่องธรรมดา ที่ใครต่อใครก็ต้องว่ากัน ทุกคนจะคอยว่าคนอื่น คนนี้ว่าคนโน้น คนโน้นก็ว่าคนนี้เหมือนกัน แล้วก็ว่าคนนั้นด้วย เราเองก็เคยว่าคนอื่นเหมือนกัน เอื้อนบรรเลงขำในใจ ว่าคนนั้น ว่าคนนู้น คนนู้นพูดกับคนนี้ก็ก็แอบว่าเรา เราก็ว่าคนนี้กับคนโน้นเหมือนกัน ก็ว่ากันไปว่ากันมาทั้งนั้น ว่ากันเพลิน

พระพุทธเจ้ายังโดนว่าเลย บางทีก็โดนใส่ร้าย อย่างนางจิญจมานวิกาบอกว่าท้องกับพระพุทธเจ้า ทำให้พระพุทธเจ้าต้องโดนว่าอยู่ตั้ง 9 เดือน จนความจริงเปิดเผยออกมา 270 วันเชียวนาที่ท่านไม่กล่าวอะไรออกมา ของเรานี่แค่ 3 ชั่วโมงเอง ก็จะตายแล้ว อย่างนี้จะเป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้าได้ยังไง

โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [19 ม.ค. 2558 , 14:20:51 น.] ( IP = 171.96.177.109 : : )


  สลักธรรม 2

ในเมื่อพระพุทธเจ้ายังโดนว่า แล้วเราเป็นใคร! ทำไมจะถูกว่ามั่งไม่ได้

ความคิดนี้ทำให้เอื้อนบรรเลงยอมรับกับตัวเอง

เออจริง เอาล่ะ ยอมแล้ว ยอมถูกว่าได้แล้ว ใครจะว่าอะไรก็ว่ามา ยอมถูกว่า หลวงพ่อพระพยอมบอกว่า "ยอม หยุด เย็น ยอมไม่เป็น ก็เย็นไม่ได้" ฉะนั้น ถ้าเราจะเย็น เราต้องยอม

ปุจฉา : แต่การยอมจะยอมยังไงดี

วิสัชนา : เวลาคนว่ามา ก็เหมือนสายน้ำในลำธารผ่านมากระทบหิน เราเป็นหินนอนอยู่ตรงนั้น ให้น้ำไหลผ่าน แต่ใจเราต้องแยกไปนั่งริมน้ำ มองกลับมาดูหินอีกทีหนึ่ง จึงจะมีสติได้ ถ้าใจเราอยู่ในหินก้อนนั้นด้วย มันก็คงอดรับแรงกระแทกไม่ได้ แต่ถ้าแยกมาดู ก็จะเห็นหินโดนน้ำไหลผ่าน มองภาพกว้างแล้วก็จะรู้ทันว่า น้ำไหลผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมดา หินยังนอนอยู่ตรงนั้น ไปไหนไม่ได้ แต่สบาย เราต้องทำตามอย่างของหิน

ใจของเรา ถ้าเข้าร่วมจลาจลมันต้องมองไม่เห็นเป็นธรรมดาก็มันกำลังวุ่น แต่ถ้าถอยห่างออกมา ย่อมเห็นภาพจลาจลได้ชัดว่าอะไรเป็นอะไร และทำให้รู้ว่าควรจะคิดจะทำอย่างไรต่อไป อะไรใช่หรือไม่ใช่ อะไรจริงหรือไม่จริง รู้แล้วมันก็สงบได้ ธรรมชาติของคนเราต้องการตัว"รู้" นี้เท่านั้น

โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [19 ม.ค. 2558 , 14:23:00 น.] ( IP = 171.96.177.109 : : )


  สลักธรรม 3

เอื้อนบรรเลงได้สติ หลังจากสั่งสอนตัวเองเรียบร้อย คนเรานี่แปลก เรียนรู้มาก็จริง พอเวลาเจอกระทบกลับเบรกไม่ทัน คิดอะไรไม่ออก กระเทือนพึบพั่นไปตามแรงกระทบ อย่างนี้เขาเรียกกระบี่ไร้แรงทาน ไม่ใช่กระบี่ไร้เทียมทาน อย่างนี้ยังต้องฝึกอีกเยอะเชียว

อีกอย่างหนึ่งนะ ธรรมะท่านสอนว่า "ความจริงเป็นสิ่งที่รู้ได้ยาก " ในเหตุการณ์อย่างเดียวกัน เวลาผู้ร่วมเหตุการณ์เล่าความจริง ยังเล่าคนละอย่างเลย เพราะมันจะต่างไปตามเหตุผลและเงื่อนไขของตัวเองแต่ละคน

เอื้อนบรรเลงนึกเห็นภาพตัวเองคลานเข้าไปหมอบกราบแทบพระพุทธเจ้า บอกกับตัวเองว่า ต่อไปนี้ใครจะว่าเรายังไงก็ช่างเถอะ เพราะความจริงเป็นสิ่งที่รู้ได้ยากดังพระพุทธเจ้าสอนแล้ว เราก็จะอยู่กับพระพุทธเจ้า อันเรื่องที่เกิดขึ้นกับเรานั้น แท้จริงเป็นอย่างไร มีพระพุทธเจ้ากับเราเท่านั้นที่รู้ คนอื่นไม่รู้ ก็....ช่างหัวมันเถอะ

คิดได้แล้วก็รู้สึกใจขาวขึ้น มันปิ๊ง มันหลุดไปเลย เหมือนรอยเปื้อนที่โดนผงซักฟอก สบายใจยิ้มได้ ครึ้มอกครึ้มใจหายหน้าหงิก ซักผ้าวันนี้ได้ซักใจไปด้วย โอ๊ย...สบายใจจัง

ปกติเอื้อนบรรเลงมักจะคอยรู้สึกดีกับเย็นวันศุกร์อยู่แล้วไม่รู้เป็นอะไร มันคงรู้สึกหมดภาระไปสัปดาห์หนึ่งอะไรทำนองนั้นแต่วันศุกร์เป็นวันที่ดีขึ้นอีก เหมือนลงจากรถไฟแล้ว ยังได้หันกลับไปโยนเป้หนัก ๆ บนบ่าให้ติดท้ายขบวนไปด้วย เย็นนี้จึงเป็นเย็นวันศุกร์ที่เอื้อนบรรเลงรู้สึกปลอดโปร่งและตัวเบาที่สุด.


โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [19 ม.ค. 2558 , 14:24:40 น.] ( IP = 171.96.177.109 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org