| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
มิจฉาทิฐิ (ตอนที่๑)
มิจฉาทิฐิ (ความเห็นผิด)
ตอนที่แรกอ่านที่นี่
ครูทั้ง ๖
ครูทั้ง ๖ นั้น คือ
ผู้หนึ่งชื่อว่าปูรณกัสสป
ผู้หนึ่งชื่อว่ามักขลิโคศาล
ผู้หนึ่งชื่อว่าอชิตเกสกัมพล
ผู้หนึ่งชื่อว่าสัญชัยเวลัฎฐบุตร
ผู้หนึ่งชื่อว่าปกุทธกัจจายนะ
ผู้หนึ่งชื่อว่านิคันถนาฎบุตร
เป็น ๖ คนด้วยกัน
๑. ปูรณกัสสป เหตุไฉน ครูคนนี้นั้นจึงได้นามชื่อว่า ปูรณกัสสป อธิบายว่า ปูรณะนั้นเป็นชื่อเดิม ครูนี้ปรากฏชื่อว่าปูรณะ แต่กัสสปนั้นเป็นชื่อแห่งโครต ข้อซึ่งเรียกว่าปูรณกัสสปนั้น คือยกเอาชื่อตัวกับชื่อโคตรนั้นควบเข้าเรียกด้วยกัน
ครูผู้นี้เดิมทีเกิดเป็นคนรับใช้แห่งตระกูลหนึ่ง ตระกูลนั้นเขามีคนรับใช้อยู่ ๙๙ คนแล้ว พอคนหนึ่งมาพักเกิดก็ครบ ๑๐๐ เจ้านายเขาจึงให้ชื่อปูรณะ แปลว่า เต็ม เจ้านายเขาจึงว่าแก่กันว่า ออเต็มนี้มันเป็นมงคลทาสของเรา การงานของเรานี้มันจะชอบใจทำก็ตามไม่ชอบใจทำก็ตาม อย่าว่ากล่าวมันเลย ดีชั่วหนักหน่อยเบาหน่อย เราอย่าถือมันเลย ปล่อยมันให้อยู่ตามอัชฌาสัยของมันเถิด เจ้านายว่าแก่กันฉะนี้ ออเต็มก็ได้ทีเที่ยวอยู่ตามอัชฌาสัย ไม่มีใครบังคับบัญชาไม่มีใครว่ากล่าว ออเต็มก็ดำริในใจว่า จะอยู่ไปใยในที่นี้หาประโยชน์มิได้ คิดฉะนี้แล้ว ออเต็มก็ไปสู่ที่อื่นและไปพบกับโจร
โจรเปลื้องเอาผ้านุ่งผ้าห่มไว้ ออเต็มก็ไปแต่ตัวเปล่า วิสัยเป็นคนโฉดโหดไร้ปัญญา แต่จะเอาใบไม้ปกปิดต่างผ้าก็กระทำไม่เป็น เดินเปลือยกายเหมือนเปรต แสบท้องเข้าก็สิ้นละอาย เปลือยกายเข้าไปเที่ยวในบ้าน เพื่อประโยชน์จะขออาหารเลี้ยงตน
ฝ่ายคนในบ้านก็ปราศจากปัญญา เห็นคนไม่มีผ้าก็เข้าใจว่าพระอรหันต์ บอกแก่กันว่า ท่านนี้เป็นสมณะปฏิบัติมักน้อย แต่ผ้าท่านก็หานุ่งห่มไม่ ท่านผู้นี้เห็นทีจะเป็นพระอรหันต์แน่แท้เหมือนจิตเราคิดหมาย เราจงกระทำบุญด้วยท่านเถิด เราจะได้บุญมาก จะหาสมณะอื่นให้เสมอสมณะองค์นี้หาไม่ได้แล้ว ชาวบ้านปราศจากปัญญาว่าแก่กันดังนี้โดย เทพธรรม...นำเสนอ [20 ม.ค. 2558 , 08:20:55 น.] ( IP = 171.96.177.162 : : )
สลักธรรม 1ก็ชวนกันถือเอาขนมและจังหันเป็นต้นมาให้แก่ออเต็ม ออเต็มได้ยินเขาสรรเสริญว่าเป็นพระอรหันต์ ๆ ก็สำคัญว่าตัวเป็นพระอรหันต์จริง แต่นั้นก็ถือมั่นเห็นเป็นอกิริยาทิฐิว่าทำบุญก็ไม่เป็นอันทำ เหนื่อยเสียเปล่าหาเป็นบุญไม่ กระทำบาปก็ไม่เป็นอันกระทำถึงจะบาปเท่าใด ๆ ก็หาเป็นบาปไม่ เหมือนอย่างอาตมะนี้ อาตมะได้ทำบุญเมื่อไร อยู่เฉย ๆ เปล่า ๆ ถึงทีจะเป็นพระอรหันต์ก็ได้เป็นเอาเฉย ๆ ได้เป็นองค์พระอรหันต์ เพราะกิริยาที่อาตมะไม่นุ่งผ้าห่มผ้านี้ เป็นบรรพชาอย่างดี มีคนนับถือไหว้นบเคารพ ลาภสักการะบังเกิดเป็นหนักหนา เพราะเหตุที่ไม่นุ่งผ้าแต่นี้อาตมะจะไม่นุ่งผ้าห่มผ้าเลย เป็นอันขาด
ออเต็มถือมั่นฉะนี้ แต่นั้นไปถึงมีคนเอาผ้านุ่งห่มมาให้เพื่อนก็ไม่นุ่งเลย ถือเพศเปลือยกายแก่ผ้านั้นแหละเป็นบรรพชาแห่งตน แต่นั้นไปคนที่เฉาโฉดไร้ปราศจากปัญญา พากันนับถือ พากันมาบวชถือเพศแก้ผ้าอยู่ในสำนักออเต็มนั้นถือ ๕๐๐ นับถือออเต็มนั้นเป็นครูเป็นอาจารย์ ร้องเรียกว่าครูปุรณากัสสป ตั้งแต่นั้นมาฯ
๒. มักขลิโคศาล ยังมีคนรับใช้อีกคนหนึ่ง เดิมเป็นคนคลอดจากท้องแม่ คลอดในโรงโค ครั้นเติบใหญ่แล้วก็เป็นคนรับใช้เขา วันหนึ่งนายเขาใช้ให้แบกน้ำมันเดินไปเบื้องหน้า เจ้านายนั้นเดินมาในเบื้องหลัง หนทางนั้นประกอบด้วยเปือกตม เจ้านายนั้นกำชับว่า มา ขลิ มา ขลิ เดินให้ดี ดำรงให้ดี อย่าให้พลั้งพลาด เจ้านายบังคับยังมิทันจะขาดคำเจ้าคนใช้ก็ล้มคะมำลงไป น้ำมันนั้นก็ตกจากบ่าเสียสิ้นทั้งไห ผุดลุกขึ้นได้กลัวเจ้านายจะตี ก็วิ่งหนีไปซึ่งหน้า เจ้านายก็ฉวยคว้าเอาผ้านุ่งฉุดชายไว้ อ้ายทาสนั้นก็แก้ออกด้วยฉับไว วิ่งแล่นไปแต่ตัวหาผ้านุ่งผ้าห่มมิได้
ครั้นหนีเจ้านายไปสู่ประเทศที่ไกลพ้นจากเจ้านายแล้ว จะหาผ้านุ่งอีกก็หาไม่ได้ จะกรองใบไม้ก็กรองไม่เป็น และแสบท้องเข้าแล้วก็สิ้นความละอาย เปลือยกายเข้าไปในบ้านแห่งหนึ่ง เพื่อจะขอทาน ชาวบ้านก็สำคัญว่าเป็นพระอรหันต์ก็ให้ข้าวปลา อาหาร ขนม ของกินชื่นชมยินดีด้วยท่านผู้นั้น ๆ ก็สำคัญว่าตนเป็นพระอรหันต์เหมือนกันกับปูรณกัสสป แต่นั้นไปก็ถือเพศเปลือยนั้นเป็นบรรพชา เหมือนออเต็มโง่ปราศจากปัญญา บวชแก้ผ้ามีลูกศิษย์ถึง ๕๐๐ ตั้งตัวเป็นครูอาจารย์ ปรากฏนามชื่อว่าครูมักขลิโคศาล ถือเอาคำที่เจ้านายเขากำชับว่า มา ขลิ กับกิริยาที่คลอดจากท้องแม่ในโรงโคนั้นมาประสมกันเข้า เป็นชื่อมักขลิโคศาลด้วยประการฉะนี้ฯโดย เทพธรรม...นำเสนอ [20 ม.ค. 2558 , 08:22:51 น.] ( IP = 171.96.177.162 : : )
สลักธรรม 2
ในมงคลทวิปนีนั้นวิสัชนาว่า มักขลิโคศาลนั้นถืออเหตุกทิฐิ คือว่าบุคคลทั้งปวงจะอยากมีอยากดีอยากชั่วจะได้สุข ได้ทุกข์นั้นได้โดยธรรมดาแห่งตน หาเหตุหาปัจจัยมิได้ กุศลและอกุศลจะได้เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้บังเกิดทุกข์สุขหามิได้ จะมีก็มีเอง จะยากก็ยากเอง จะสุขก็สุขเอง ทุกข์ก็ทุกข์เอง มักขลิโคศาลถืออย่างนี้ ได้ชื่อว่า อเหตุกทิฐิฯ
๓. อชิตเกสกัมพลครูเป็นคน ๓ ที่ปรากฏชื่อว่า อชิตเกสกัมพลนั้น การที่เดียรถีย์ผู้นี้มีนามปรากฏชื่ออชิตเกสกัมพลมาแต่เดิม
ครั้นนานมาตั้งตัวเป็นครูอาจารย์มีลูกศิษย์มาก แล้วจึงปรากฏนามชื่อว่าอชิตเกสกัมพล เพราะเหตุที่เพื่อนนุ่งผ้าห่มผ้า อันกระทำด้วยผมมนุษย์ กิริยาว่าผ้ากระทำด้วยผมมนุษย์นี้ มีสัมผัสอันหยาบปรารถนาจะให้คนทั้งปวงเห็นว่าตนนั้นมักน้อย จึงสู้อดทนทุกข์นุ่งผ้าที่กระทำด้วยผมมนุษย์
อชิตเกสกัมพลผู้นี้ถือนัตถิทิฐิ คือถือว่าผลทานไม่มี ผลบูชาใหญ่น้อยก็ไม่มี สวรรค์ก็ไม่มี นรกก็ไม่มี ชาติหน้าก็ไม่มี ผลที่ปฏิบัติมารดาบิดาก็ไม่มี บุคคลเกิดมาทุกวันนี้ เกิดมาแต่ชาติเดียว แต่พอตายแล้วก็สิ้นสูญกันเท่านั้นเอง ที่ตายแล้วและจะเกิดอีกในเบื้องหน้าหามิได้ จะกระทำดีสักเท่าใด ๆ จะกระทำชั่วสักเท่าใด ๆ ก็มีกำหนดกันเพียงตาย สุดเกณฑ์เพียงตาย อชิตเกสกัมพลถือนัตถิกทิฐิด้วยประการฉะนี้ฯ
๔. สัญชัยเวลัฎฐบุตรเป็นคนที่ ๔ ที่ชื่อสัญชัยเวลัฎฐบุตรนั้น เป็นลูกแห่งช่างลำแพน บิดามารดาของตนสานเสื่อลำแพนขายเลี้ยงชีวิต ชื่อเดิมของตนนั้นชื่อว่าสัญชัย
ครั้นบวชในลัทธิแห่งเดียรถีย์มีลูกศิษย์มากขึ้น จึงตั้งตัวเป็นครูเป็นอาจารย์ สำแดงมิจฉาทิฐิปรากฏออกหน้ามีคนโฉดโหดไร้หาปัญญามิได้ นับถือมากเข้าแล้ ญาติโยมศิษย์หาปรารถนาจะสำแดงชื่อให้ปรากฏให้แปลกออกจากสามัญนาม แต่บรรดาคนที่มีชื่อ ๆ ว่าสัญชัย ๆ นั้น จะมิให้แอบให้อิงมิให้ติดให้พันเข้ามาได้ จึงยกเอาชื่อแห่งตระกูล ที่เป็นช่างลำแพนนั้นมาประกอบเข้าไว้ เรียกชื่อแห่งครูนั้นว่าสัญชัยเวลัฎฐบุตร ด้วยประการฉะนี้ฯโดย เทพธรรม...นำเสนอ [20 ม.ค. 2558 , 08:25:11 น.] ( IP = 171.96.177.162 : : )
สลักธรรม 3๕. ปกุทธกัจจายนะ เป็นครูคนที่ ๕ ที่ชื่อว่าปกุทธกัจจายนะนั้น ตนมาจากกัจจากโคตร ชื่อเดิมของตนนั้นชื่อปกุทธ ญาติโยมศิษย์หาปรารถนาจะสำแดงซึ่งชื่อให้ปรากฏ ให้แปลกออกจากสามัญนาม จึงยกเอาชื่อแห่งโคตรกับชื่อเดิมนั้นผสมเข้าด้วยกัน เรียกชื่อแห่งครูนั้นว่าปกุทธกัจจายนะ ๆ ถือลัทธิหาศิริมิได้ ห้ามน้ำเย็นเสีย ถือว่าน้ำเย็นนั้นบาป น้ำที่เขาต้มแล้ว นั้นชื่อว่าน้ำตาย กินแต่น้ำร้อน ถ้าถ่ายอุจจาระแล้วไม่ได้น้ำร้อนก็หาชำระไม่ ต่อเมื่อได้น้ำร้อนหรือน้ำต้มจึงจะได้ชำระ
ปกุทธกัจจายนะผู้นี้ ถ้ามีที่ไปข้ามแม่น้ำด้วยเรือด้วยแพก็ดี ลุยน้ำในหนทางใดก็ดี เมื่อขึ้นฝั่งจากน้ำแล้วก็บอกว่า ศีลแห่งอาตมะนี้ขากแล้วอาตมะจะสมาทานศีล ต่อศีลให้ดีก่อนจึงค่อยไป ว่าแล้วก็วาดทรายเข้ากองก่อให้สูงเป็นจอมขึ้น สมาทานศีลที่กองทราย แล้วจึงได้เดินทางต่อไป ฯ
๖. นิคันถนาฎบุตรเป็นครูคนที่ ๖ ที่ชื่อว่านิคันถนาฎบุตรนั้น ตระกูลของตนเป็นนักเลงฟ้อน ผู้นี้พอใจว่านิคันถะ เราไม่มีธุระกังวลด้วยกิเลศ ที่ไร่นา เรือกสวน ลูกเมียเราก็ไม่มี เราปราศจากกังวลคือกิเลศ อาศัยเหตุที่ตนพอใจว่านิคันถะฯ คนทั้งปวงจึงเอาคำนี้ผสมเข้ากับชื่อแห่งตระกูล ที่เป็นนักเลงฟ้อนเรียกว่านิคันถนาฎบุตร ด้วยประการฉะนี้
ข้อซึ่งว่าด้วยความเป็นมาแห่งครูทั้ง ๖ นี้ มีในอรรถาแห่งสามัญผลสูตร ในสีลขันธวรรคแห่งทีฆนิกาย
แท้จริงเดียรถีย์ ทั้งหลาย ถือลัทธิภายนอกพระพุทธศาสนาย่อมสำแดงทิฐิต่าง ให้คนเชื่อถือ ปฏิบัติตามลักทธิแห่งตน แสดงทิฐิต่างกัน ไม่เข้ากัน
พวกพราหมณ์นับถือพรหมโลก บอกกันให้รู้ตัวว่าพรหมโลกนั้นแหละประเสริฐ บริสุทธิ์ จาก ลากมก มลทิน ทั้งปวงใครได้เกิดในพรหมโลกแล้ว ก็พ้นทุกข์พ้นภัยปัทวันตรายทั้งปวง มีความสุข เป็นแท้
พวกดาบสนั้นนับถืออาภัสรพรหมจึงว่าอาภัสสรพรหมประเสริฐ ใครได้บังเกิดในชั้นอาภัสรพรหมแล้ว ก็บริสุทธิ์พ้นทุกข์โศกโรคภัยปราศจากเสนียดจัญไร สรรลามกก็มิได้มีวี่แววแผ้วพานเป็นบรมสุขโดยแท้
พวกปริพาชกที่นุ่งผ้าปิดแต่กายเบื้องหน้า มิได้ปิดกายเบื้องหลังนั้น นับถือสุภกิณหพรหมว่าประเสริฐแท้ ใครได้ไปบังเกิดในสุภกิณหพรหมแล้วก็สิ้นทุกข์สิ้นภัย สิ้นโศกเศร้าสิ้นอาลัยสรรพลามกมลทิน เป็นสุขโดยแท้
พวกอาชีวกนั้น นับถือเนวสัญญานาสัญญายตนพรหมว่าประเสริฐ ใครได้ไปบังเกิดในชั้นเนวสัญญาตยนะพรหมแล้วก็ได้ชื่อว่าซึ่งนิพพาน ปราศจากสรรพทุกข์ทั้งปวง
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย เทพธรรม...นำเสนอ [20 ม.ค. 2558 , 08:28:26 น.] ( IP = 171.96.177.162 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |