| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
มิจฉาทิฐิ (ตอนที่๔)
สลักธรรม 1บุคคลที่เห็นผิดชนิดนี้ พระพุทธองค์ตรัสไว้ดังนี้
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมัยที่โลกฉิบหายไปนั้นมีอยู่ เมื่อโลกฉิบหายไปนั้น สัตว์โลกโดยมากเกิดขึ้นในชั้นอาภัสสรพรหมฯ เป็นพวกสำเร็จด้วยใจ มีปิติเป็นภักษา มีรัศมีแผ่ออกทางร่างกาย เที่ยวไปตามอากาศได้ ตั้งอยู่ในที่อันงามอยู่ตลอดกาลนาน เมื่อโลกเจริญขึ้น พรหมวิมานก็ว่างเปล่า ในเวลาที่พรหมวิมานว่างเปล่านั้น มีพรหมตนหนึ่งจุติจากอาภัสสรพรหมโลก เพราะความสิ้นอายุหรือเพราะความสิ้นบุญ แล้วพรหมวิมานอันว่างเปล่าก็เกิดขึ้น ผู้นั้นเป็นผู้สำเร็จด้วยใจมีปีติเป็นภักษา มีรัศมีแผ่ออกจากร่างกายของตน เที่ยวไปในอากาศได้ ตั้งอยู่ในที่อันงามตลอดกาลนาน
เมื่อเขาอยู่ในพรหมวิมานนั้นตลอดกาลนาน ก็เกิดความเบื่อหน่าย ความดิ้นรนอย่างให้มีผู้ไปเกิดด้วย พอดีมีผู้จุติลงมาจากอาภัสสรพรหมเพราะสิ้นบุญ หรือเพราะสิ้นอายุ มาเกิดเป็นพรรคพวกของพรหมนั้นในพรหมวิมานนั้น พวกนั้นล้วนแต่เป็นผู้สำเร็จด้วยใจ มีปีติเป็นภักษา มีรัศมีแผ่ออกจากร่างกายของตน เที่ยวไปในอากาศได้ ตั้งอยู่ในที่อันสวยงามตลอดกาลนานในพรหมจำนวนนั้น
พรหมตนที่เกิดก่อนก็คิดว่าเราเป็นมหาพรหม เป็นผู้ครอบงำสิ่งทั้งปวง ไม่มีสิ่งอื่นครอบงำได้ เป็นผู้มีอำนาจ เป็นผู้ใหญ่ เป็นผู้นำ เป็นผู้ทำ เป็นผู้เนรมิต เป็นผู้ประเสริฐ เป็นผู้จัดแจง เป็นผู้ชำนาญ เป็นบิดาแห่งสิ่งมีชีวิตทั้งหลายทั้งหลาย
ข้อนี้เพราะเหตุไร เพราะเมื่อก่อนเราคิดอยากให้มีผู้อื่นมาเกิดเป็นเช่นนี้ ก็ได้มีผู้อื่นมาเกิดเป็นเช่นนี้ สมกับที่เราคิดไว้ฯ
ส่วนพวกพรหมที่เกิดภายหลังก็คิดว่า พรหมผู้นี้เป็นมหาพรหม เป็นผู้ครอบงำสิ่งทั้งปวง ไม่มีสิ่งทั้งปวงครอบงำได้ เป็นผู้เห็นทุกสิ่ง เป็นผู้มีอำนาจ เป็นผู้มีอิสระ เป็นผู้ทำ เป็นผู้เนรมิต เป็นใหญ่ เป็นผู้จัดแจง เป็นผู้ชำนาญเป็นบิดาของสิ่งมีชีวิตทั้งหลายทั้งหลาย ด้วยเหตุว่าเราเป็นผู้ที่พรหมตนนี้เนรมิตขึ้น
เพราะเหตุไรจึงว่าอย่างนี้ เพราะพวกเราได้เห็นพรหมตนนี้เกิดในที่นี้ก่อน ส่วนพวกเราเกิดทีหลัง พรหมตนที่เกิดก่อนนั้นเป็นผู้มีอายุ วรรณะ ศักดามากกว่าผู้ที่เกิดทีหลัง ส่วนพวกพรหมที่เกิดทีหลังเป็นผู้มีอายุ วรรณะ ศักดาน้อยกว่า ครั้งนานมาพรหมตนที่เกิดทีหลังก็จุติมาเกิดเป็นมนุษย์ ได้ออกบรรพชา อาศัยความพากเพียร พยายาม และความไม่ประมาท ความทำไว้ในใจโดยชอบ แล้วได้สำเร็จเจโตสมาธิ คือ จิตตั้งมั่น ซึ่งเป็นเหตุให้ระลึกถึงชาติหลังครั้งเกิด เป็นพรหมนั้นได้และระลึกเลยไปกว่านั้นไม่ได้ เขาจึงกล่าวว่าพรหมที่เป็นมหาพรหมที่ครอบงำสิ่งทั้งปวงไม่มีสิ่งทั้งปวงครอบงำได้ ผู้เห็นทุกสิ่ง ผู้มีอำนาจ ผู้มีอิสระ ผู้ทำ ผู้นิรมิต ผู้ประเสริฐ ผู้จัดแจง ผู้ชำนาญ ผู้เป็นบิดาแห่งสิ่งมีชีวิตทั้งหลายที่นิมิตพวกเราขึ้นนั้น เป็นผู้เที่ยงเป็นผู้คงที่ เป็นผู้ยั่งยืน เป็นผู้ไม่มีความแปรปรวน เป็นธรรมดา เป็นผู้ตั้งอยู่เหมือนของที่ยั่งยืน
ส่วนพวกเราที่มหาพรหมนั้นนิรมิตขึ้น เป็นพวกที่ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน มีอายุน้อย มีความจุติเป็นธรรมดา จึงได้มาเกิดเป็นมนุษย์ เมื่อเขาเห็นอย่างนี้ เขาจึงมีบัญญัติขึ้นว่า ตนและโรคบางอย่างยั่งยืน บางอย่างไม่ยั่งยืน ดังนี้โดย เทพธรรม...นำเสนอ [23 ม.ค. 2558 , 08:00:15 น.] ( IP = 171.96.178.132 : : )
สลักธรรม 2๖ เอกัจจสัสสตทิฐิ ชนิดที่ ๒
ในเอกัจจสัสสตทิฐิ และเอกัจจอสัสสตทิฐิชนิดที่ ๒ นั้น มีสมณพราหมณ์อีกพวกหนึ่ง เป็นพวกบัญญัติขึ้น สมณพราหมณ์จำพวกนั้นเดิมเป็นเทพเจ้าชื่อว่า ขิฑฑาปโทสิกา คือ เป็นพวกเทวดาผู้เมามัวในการเล่น
เมื่อเทวดาจำพวกนั้นเมามัวในการเล่นเกินไป เผลอสติแล้วก็จุติลงมาเกิดเป็นมนุษย์ เมื่อได้เกิดเป็นมนุษย์แล้ว ได้ออกบรรพชาอาศัยความพากเพียรพยายามและความไม่ประมาทความทำไว้ในใจโดยชอบ จนได้สำเร็จเจโตสมาธิ คือ จิตตั้งมั่น ซึ่งเป็นเหตุให้ได้ระลึกถึงชาติก่อน คือ ชาติที่ตนเกิดเป็นเทวดาจำพวกนั้น ระลึกเลยไปกว่านั้นไม่ได้ เขาจึงกล่าวขึ้นว่า เทวดาจำพวกใดไม่เมามัวในการเล่นเกินไปก็ไม่เผลอสติ ไม่จุติจากเทวโลก เป็นผู้เที่ยง เป็นผู้ยั่งยืน เป็นผู้คงทน เป็นผู้ไม่มีความแปรปรวน เป็นธรรมดา เป็นผู้ตั้งอยู่เหมือนของที่ยั่งยืน
ส่วนพวกเราที่เมามัวในการเล่นเกินไปก็เผลอสติ จึงจุติจากเทวโลกนั้น เป็นจำพวกที่ไม่เที่ยง ไม่คงทนมีอายุน้อย มีความจุติเป็นธรรมดา จึงได้มาเกิดเป็นเช่นนี้
เมื่อเขาเห็นอย่างนี้เขาจึงบัญญัติขึ้นว่า ตนและโลกบางอย่างยั่งยืนบางอย่างไม่ยั่งยืนโดย เทพธรรม...นำเสนอ [23 ม.ค. 2558 , 08:02:07 น.] ( IP = 171.96.178.132 : : )
สลักธรรม 3๗ เอกัจจสัสสตทิฐิ ชนิดที่ ๓
ในเอกัจจสัสสตทิฐิที่ ๓ นั้น เป็นความเห็นของสมณพราหมณ์จำพวกหนึ่ง ซึ่งเมื่อก่อนได้เกิดเป็นเทวดาจำพวก มโนปโทสิกา คือ จำพวกที่มีใจขัดเคืองต่อกัน
เมื่อเทวดาจำพวกนั้นเพ่งร้ายต่อกันนานเข้าก็มีจิตคิดประทุษร้ายต่อกัน เมื่อมีจิตคิดประทุษร้ายต่อกัน ก็ลำบากกายลำบากใจแล้วจุติจากเทวโลกลงมาเกิดเป็นมนุษย์ ได้ออกบรรพชาตั้งใจทำความเพียรจนได้สำเร็จเจโตสมาธิ คือ จิตตั้งมั่นอันเป็นเหตุ ให้ระลึกได้ถึงชาติที่เกิดเป็นเทวดาจำพวกนั้น
แต่ระลึกเลยไปกว่านั้นไม่ได้ เขาจึงกล่าวขึ้นว่า เทวดาจำพวกที่ไม่มีใจขัดเคืองต่อกัน เป็นจำพวกที่ไม่ลำบากกาย ลำบากใจ เป็นจำพวกที่ไม่รู้จักจุติ เป็นจำพวกที่เที่ยง ยั่งยืน คงทน ไม่มีความแปรปรวนเป็นอย่างอื่น ตั้งอยู่คงที่เหมือนกับสิ่งที่ยั่งยืน
ส่วนพวกเราซึ่งเป็นเทวดาซึ่งมีจิตใจขังเคืองต่อกันได้ลำบากกายลำบากใจจนถึงจุติลงมาเกิดเป็นเช่น พวกเราเป็นพวกที่ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน มีอายุน้อย มีความจุติเป็นธรรมดา เมื่อเขาเห็นอย่างนี้เขาจึงบัญญัติขึ้นว่า ตนและโลกบางอย่างยั่งยืน บางอย่างไม่ยั่งยืนโดย เทพธรรม...นำเสนอ [23 ม.ค. 2558 , 08:03:30 น.] ( IP = 171.96.178.132 : : )
สลักธรรม 4๘ เอกัจจสัสสตทิฐิ ชนิดที่ ๔
ในเอกัจจสัสสตทิฐิ และเอกัจจอสัสสตทิฐิ คือ ความเห็นว่า บางอย่างยั่งยืน บางอย่างไม่ยั่งยืน เป็นความเห็นของสมณพราหมณ์จำพวกหนึ่ง สมณพราหมณ์จำพวกนั้น เป็นจำพวกตรึกตรองเอาเองแล้วกล่าวขึ้นว่า ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เป็นของไม่เที่ยง ไม่คงทน มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา
ส่วนคำที่เรียกว่าจิตหรือมโน หรือวิญญาณนี้เป็นของเที่ยง ยั่งยืน คงทน ไม่มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ตั้งอยู่เหมือนกับของที่ยั่งยืน
เมื่อเขาเห็นอย่างนี้ เขาจึงบัญญัติขึ้นว่า ตนและโลกบางอย่างเที่ยงยั่งยืน บางอย่างไม่ยั่งยืน
พระพุทธองค์ทรงสรุป
สมณพราหมณ์ทั้ง ๔ จำพวกนั้น บัญญัติตนและโลกว่าบางอย่างยั่งยืน บางอย่างไม่ยั่งยืน ด้วยเหตุ ๔ อย่างนี้ นอกจาก ๔ อย่างนี้ไม่มี
พระตถาคตรู้ได้ดีว่าผู้มีความเห็นอย่างนี้ย่อมมีความถืออย่างนี้ มีความลูบคลำอย่างนี้ มีคติอย่างนี้ มีภพข้างหน้าอย่างนี้ พระตถาคตเจ้ายิ่งรู้มากกว่านี้ แต่ไม่ถือความรู้นั้นไว้ เมื่อไม่ถือความรู้นั้นไว้ ก็รู้ความดับด้วยตนเอง รู้จักเหตุที่ทำให้เวทนาเกิดขึ้น และความดับไปแห่งเวทนา คุณโทษแห่งเวทนา ความสลัดเวทนาเสียได้ตามความเป็นจริง จึงได้หลุดพ้น
ดูก่อนภิกษุทั้งหลายธรรมเหล่านี้แลเป็นธรรมลึกซึ้ง เป็นธรรมที่เห็นได้ยาก รู้ตามได้ยาก เป็นธรรมที่สงบ เป็นธรรมที่ประณีต เป็นธรรมที่ตรึกตรองเอาเองไม่ได้ เป็นธรรมที่ละเอียด เป็นธรรมที่บัณฑิตต้องรู้ ซึ่งพระตถาคตเจ้าได้ตรัสรู้แล้วประกาศ อันเป็นเหตุให้ประชุมชนทั้งหลายสรรเสริญพระตถาคตเจ้าตามเป็นจริง
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย เทพธรรม...นำเสนอ [23 ม.ค. 2558 , 08:05:21 น.] ( IP = 171.96.178.132 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |