| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
มิจฉาทิฐิ (ตอนที่ ๙)
มิจฉาทิฐิ (ความเห็นผิด)
ตอนที่ (๘) อ่านที่นี่
ทิฐิข้อที่ ๕๘-๖๒
ทิฐิธรรมนิพพานทิฐิ.. ความเห็นผิด ๕ ชนิดเกี่ยวกับไปยึดกามสุขหรือฌาน สมาธิ หรือสิ่งที่ไม่เที่ยงแท้ ๕ ชนิดว่าเป็นสุขที่เที่ยงแท้หรือเป็นนิพพานในปัจจุบัน
คนที่เห็นผิดเกี่ยวกับนิพพานปัจจุบัน ๕ ชนิด มีดังนี้
จำพวกแรก ถือผิดว่า กามสุข คือ สุขเที่ยงแท้ในปัจจุบัน หรือเป็นนิพพานในปัจจุบัน (นิพพานเป็นสุขอมตะ) ทั้ง ๆ ที่กามสุขมีสภาพไม่เที่ยง
จำพวกที่ ๒ ถือผิดว่า ฌาณที่ ๑ เป็นสุขเที่ยงแท้ในปัจจุบัน หรือนิพพานปัจจุบันทั้ง ๆ ที่ฌานที่ ๑ ก็มีสภาพไม่เที่ยง
จำพวกที่ ๓ ถือผิดว่า ฌาณที่ ๒ เป็นสุขเที่ยงแท้ในปัจจุบัน หรือนิพพานปัจจุบันทั้ง ๆ ที่ฌาณที่ ๒ มีสภาพไม่เที่ยง
จำพวกที่ ๔ ถือผิดว่า ฌาณที่ ๓ เป็นสุขเที่ยงแท้ในปัจจุบัน หรือนิพพานปัจจุบันทั้ง ๆที่ ฌาณที่ ๓ มีสภาพไม่เที่ยง
จำพวกที่ ๕ ถือผิดว่า ฌาณที่ ๔ เป็นสุขเที่ยงแท้ในปัจจุบัน หรือนิพพานปัจจุบันทั้ง ๆ ที่ฌาณที่ ๔ มีสภาพไม่เที่ยง โดย เทพธรรม...นำเสนอ [29 ม.ค. 2558 , 08:47:44 น.] ( IP = 171.96.176.93 : : )
สลักธรรม 1รายละเอียดความเห็นผิดเหล่านี้ พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มีสมณพราหมณ์พวกหนึ่งมีวาทะว่า นิพพานปัจจุบัน ย่อมบัญญัติว่านิพพานปัจจุบันเป็นธรรมอย่างยิ่งของสัตว์ ที่ปรากฏอยู่ ด้วยวัตถุ ๕ ก็สมณพราหมณ์ผู้เจริญเหล่านั้น อาศัยอะไร ปรารภอะไร จึงมีวาทะว่า นิพพานปัจจุบันบัญญัติว่า นิพพานปัจจุบันเป็นธรรมอย่างยิ่งของสัตว์ที่มีอยู่ ด้วยวัตถุ ๕
๕๘(๑) ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมณะหรือพราหมณ์บางพวกในโลกนี้ มีวาทะอย่างนี้มีทิฐิอย่างนี้ ท่านผู้เจริญ เพราะอัตตานี้ เอิบอิ่ม พรั่งพร้อม เพลิดเพลินอยู่ด้วยกามคุณ ๕ ฉะนั้น จึงเป็นอันบรรลุนิพพานปัจจบันอันเป็นธรรมอย่างยิ่ง สมณพราหมณ์พวกหนึ่งย่อมบัญญัติว่า นิพพานปัจจุบันเป็นธรรมอย่างยิ่งของสัตว์ที่มีอยู่ ด้วยประการฉะนี้
๕๙(๒) สมณะหรือ พราหมณ์ พวกหนึ่งกล่าวกะสมณะหรือพราหมณ์พวกนั้นอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ อัตตาที่ท่านกล่าวถึงนั้นมีอยู่จริง ข้าพเจ้ามิได้กล่าวว่าไม่มี ท่านผู้เจริญแต่อัตตานี้มิได้บรรลุนิพพานปัจจุบันอันเป็นธรรมอย่างยิ่ง ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะเหตุว่า กามทั้งหลายไม่เที่ยงเป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดาเพราะกามเหล่านั้นแปรปรวน เป็นอย่างอื่น จึงเกิดความโศก ความร่ำไร ความทุกข์ ความโทมนัส และความคับใจ ท่านผู้เจริญเพราะอัตตานี้สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม บรรลุปฐมฌาน มีวิตก มีวิจารมีปีติและสุข เกิดแต่วิเวกอยู่ ฉะนั้น จึงเป็นอันบรรลุนิพพานปัจจุบันอันเป็นธรรมอย่างยิ่ง สมณพราหมณ์พวกหนึ่ง ย่อมบัญญัติว่านิพพานปัจจุบันเป็นธรรมอย่างยิ่งของสัตว์ที่มีอยู่ ด้วยประการฉะนี้ โดย เทพธรรม...นำเสนอ [29 ม.ค. 2558 , 08:49:07 น.] ( IP = 171.96.176.93 : : )
สลักธรรม 2
๖๐(๓) สมณะหรือพราหมณ์พวกหนึ่ง กล่าวกะสมณะหรือพราหมณ์ พวกนั้น อย่างนี้ว่าท่านผู้เจริญ อัตตาที่ท่านกล่าวถึงนั้นมีอยู่จริงข้าพเจ้ามิได้กล่าวว่าไม่มี ท่านผู้เจริญ แต่อัตตานี้มิได้บรรลุนิพพาน ปัจจุบันอันเป็นธรรมอย่างยิ่ง ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ ข้อนั้น เพราะเหตุไร เพราะเหตุว่า ปฐมฌานนั้น ท่านกล่าวว่าหยาบ ด้วยยังมีวิตกวิจารอยู่ท่านผู้เจริญ เพราะอัตตานี้บรรลุทุติยฌาณ มีความผ่องใสแห่งจิตในภายใน มีความเป็นธรรมเอกผุดขึ้น ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร มีปีติและสุขเกิดแก่สมาธิอยู่ ฉะนั้น จึงเป็นอันบรรลุนิพพานปัจจุบัน อันเป็นธรรมอย่างยิ่ง สมณพราหมณ์พวกหนึ่ง ย่อมบัญญัติว่า นิพพานปัจจุบันเป็นธรรมอย่างยิ่งของสัตว์ที่มีอยู่ด้วยประการฉะนี้
๖๑(๔) สมณะหรือพราหมณ์พวกหนึ่ง กล่าวกะสมณะหรือพราหมณ์พวกนั้นอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ อัตตาที่ท่านกล่าวถึงนั้นมีอยู่จริงข้าพเจ้ามิได้กล่าวว่าไม่มี ท่านผู้เจริญแต่อัตตานี้มิได้บรรลุนิพพาน ปัจจุบันอันเป็นธรรมอย่างยิ่ง ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะเหตุว่าทุติฌานนั้นท่านกล่าวว่าหยาบ ด้วยยังมีปีติเป็นเหตุให้ใจเบิกบานอยู่ เพราะอัตตานี้มีอุเบกขา มีสติ มีสัมปชัญญะ เสวยสุขด้วยนามกาย เพราะปีติสิ้นไป บรรลุตติยฌาน ที่พระอริยะทั้งหลายสรรเสริญว่า ผู้ได้ฌานนี้เป็นผู้มีอุเบกขา มีสติ เสวยสุขอยู่ ฉะนั้นจึงเป็นอันบรรลุนิพพานปัจจุบันอันเป็นธรรมอย่างยิ่ง สมณพราหมณ์พวกหนึ่ง ย่อมบัญญัติว่า นิพพานปัจจุบันเป็นธรรมอย่างยิ่งของสัตว์ที่มีอยู่ ด้วยประการฉะนี้ โดย เทพธรรม...นำเสนอ [29 ม.ค. 2558 , 08:50:00 น.] ( IP = 171.96.176.93 : : )
สลักธรรม 3
๖๒(๕) สมณะหรือพราหมณ์พวกหนึ่ง กล่าวกะสมณะหรือพราหมณ์พวกนั้นอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ อัตตาที่ท่านกล่าวถึงนั้นมีอยู่จริง ข้าพเจ้ามิได้กล่าวว่าไม่มี ท่านผู้เจริญ แต่อัตตานี้มิได้บรรลุนิพพานปัจจุบันอันเป็นธรรมอย่างยิ่ง ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะเหตุว่า ตติยฌานนั้นท่านกล่าวว่าหยาบ ด้วยจิตยังคำนึงถึงสุขอยู่ เพราะอัตตานี้บรรลุจตุตถฌาน ไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข มีอุเบกขา เป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์เพราะละสุขละทุกข์ และดับโสมนัสโทมนัสก่อน ๆ ได้ ฉะนั้น จึงเป็นอันบรรลุนิพพานปัจจุบันอันเป็นธรรมอย่างยิ่ง สมณพราหมณ์พวกหนึ่ง ย่อมบัญญัติว่า นิพพานปัจจุบันเป็นธรรมอย่างยิ่งของสัตว์ที่มีอยู่ ด้วยประการฉะนี้
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมณพราหมณ์เหล่านั้น มีวาทะว่า นิพพานปัจจุบันเป็นธรรมอย่างยิ่ง ย่อมบัญญัติว่านิพพานปัจจุบันเป็นธรรมอย่างยิ่งของสัตว์ที่มีอยู่ ด้วยวัตถุ ๕ นี้แล
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีวาทะว่า นิพพานปัจจุบันเป็นธรรม อย่างยิ่งของสัตว์ที่มีอยู่ สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นทั้งหมด ย่อมบัญญัติด้วยวัตถุ ๕ นี้เท่านั้น หรือด้วยอย่างใดอย่างหนึ่งใน ๕ อย่างนี้ นอกจากนี้ไม่มี โดย เทพธรรม...นำเสนอ [29 ม.ค. 2558 , 08:50:59 น.] ( IP = 171.96.176.93 : : )
สลักธรรม 4ทรงสรุปทิฐิ ๖๒
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมณพราหมณ์เหล่านั้นกำหนดขันธ์ส่วนอนาคต มีความเห็นตามขันธ์ส่วนอนาคต ปรารภขันธ์ส่วนอนาคตกล่าวคำแสดงวาทะหลายชนิด ด้วยวัตถุ ๔๔ นี้แล ดูก่อนภิกษุทั้งหลายก็สมณหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง กำหนดขันธ์ ส่วนอนาคต มีความเห็นตามขันธ์ส่วนอนาคต ปรารภขันธ์ส่วนอนาคต กล่าวคำแสดงวาทะหลายชนิด สมณะหรือพราหมณ์ เหล่านั้นทั้งหมดย่อมกล่าวด้วยวัตถุ ๔๔ นี้เท่านั้นหรือด้วยอย่างใดอย่างหนึ่งใน ๔๔ อย่างนี้ นอกจากนี้ไม่มี
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมณพราหมณ์ เหล่านั้น กำหนดขันธ์ ส่วนอดีตก็ดีกำหนดขันธ์ส่วนอนาคตก็ดี กำหนดขันธ์ทั้งส่วนอดีตทั้งส่วนอนาคตก็ดีมีความเห็นตาม ขันธ์ทั้งส่วนอดีตทั้งส่วนอนาคต ปรารภขันธ์ทั้งส่วนอดีตทั้งส่วนอนาคต กล่าวคำแสดงวาทะหลายชนิด ด้วยวัตถุ ๖๒ นี้แล ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่งกำหนดขันธ์ส่วนอดีตก็ดี กำหนดขันธ์ส่วนอนาคตก็ดี กำหนดขันธ์ทั้งส่วนอดีตทั้งส่วนอนาคตก็ดี มีความเห็นตามขันธ์ทั้งส่วนอดีตทั้งส่วนอนาคต ปรารภขันธ์ทั้งส่วนอดีตทั้งส่วนอนาคตกล่าว กล่าวคำแสดงวาทะหลายชนิด สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นทั้งหมดย่อมกล่าวด้วยวัตถุ ๖๒ นี้เท่านั้นหรือด้วยอย่างใดอย่างหนึ่งใน ๖๒ อย่างนี้นอกจากนี้ไม่มี โดย เทพธรรม...นำเสนอ [29 ม.ค. 2558 , 08:52:17 น.] ( IP = 171.96.176.93 : : )
สลักธรรม 5
ดูก่อนภิกษุทั้งหลายเรื่องนี้ตถาคตรู้ชัดว่า ฐานะเป็นที่ตั้งแห่งวาทะเหล่านี้ ที่บุคคลถือไว้อย่างนั้นแล้ว ยึดไว้อย่างนั้นแล้ว ย่อมมีคติอย่างนั้น มีภพเบื้องหน้าอย่างนั้น อนึ่งตถาคตย่อมรู้เหตุนั้นชัดและรู้ชัดยิ่งขึ้นไปกว่านั้น ทั้งไม่ยึดมั่นความรู้ชัดนั้นด้วยและเมื่อไม่ยึดมั่นตถาคตก็รู้ความดับสนิทเฉพาะตน รู้ความดับ คุณ โทษ แห่งเวทนาทั้งหลายกับอุบายเป็นเครื่องออกไปจาก เวทนาเหล่านั้นตามความเป็นจริง ดูก่อนภิกษุทั้งหลายเพราะไม่ยึดมั่น ตถาคตจึงหลุดพ้น
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมเหล่านั้นแลที่ลึกซึ้ง เห็นได้ยากรู้ตามได้ยาก สงบ ประณีต จะคาดคะเนเอาไม่ได้ละเอียดรู้ ได้เฉพาะบัณฑิตที่ตถาคตทำให้แจ้งด้วยปัญญารู้ยิ่งเอง แล้วสอนผู้อื่นให้รู้แจ้ง อันเป็นเหตุให้คนทั้งหลายกล่าวชมตถาคตตามความเป็นจริงโดยชอบ
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย เทพธรรม...นำเสนอ [29 ม.ค. 2558 , 08:53:18 น.] ( IP = 171.96.176.93 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |