มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คุณรักตัวเองแค่ไหน ?




คุณรักตัวเองแค่ไหน คำถามนี้ดูไม่น่าถามเลย เพราะทุกคนก็รักตัวเองทั้งนั้น แต่แน่ใจหรือว่าคุณรักตัวเองจริง ๆ มาดูกันไหมว่าคุณรักตัวเองแค่ไหน

ว่าง ๆ ลองอยู่กับตัวเองคนเดียว จะอยู่ในห้อง ใต้ต้นไม้หรือริมน้ำก็แล้วแต่ วางงานอื่นทั้งหมด ปิดโทรศัพท์มือถือ โทรทัศน์และเครื่องเสียง รูปก็ไม่ต้องวาด หนังสือก็ไม่ต้องอ่านหรือเขียน ทำอย่างเดียวคือตามลมหายใจ หรือจะอยู่เฉย ๆนิ่งๆก็ได้นะคะ

คนส่วนใหญ่อยู่ในสภาพอย่างนี้ได้ไม่ถึงชั่วโมง ก็กระสับกระส่าย นึกหงุดหงิดคิด ถึงโทรศัพท์ หรือเพื่อนสักคนที่อยากคุย

ถ้ามีหนังสือวางอยู่ใกล้ ๆ ก็อยากจะหยิบฉวยมาอ่านทั้ง ๆ ที่เป็นหนังสือธรรมะ ซึ่งตนเองไม่เคยนึกอยากแตะมาก่อนเลย แต่ถ้าไม่มีหนังสือ ก็เกิดอยากกวาดบ้าน หรือล้างจานขึ้นมา หาไม่ก็พยายามคิดค้นงานสักอย่างขึ้นมาทำ ถ้าโชคร้ายรอบตัวไม่มีงานอะไรที่จะทำได้ ก็ปล่อยใจให้เตลิดเปิดเปิง คิดโน่นคิดนี่สารพัด สุดท้ายเมื่อไม่รู้จะทำอะไรจริง ๆ ก็เอนตัวนอน

ทั้งหมดนี้เราเรียกว่าเป็น การฆ่าเวลา แต่ที่จริงเป็นการพยายามหนีห่างจากตัวเองต่างหากค่ะ

โดย บุษกร เมธางกูร [7 ก.พ. 2558 , 13:28:47 น.] ( IP = 171.96.179.27 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

เราจะหนีห่างจากตัวเองไปทำไม ถ้าหากเรารักตัวเอง?

ความรักตัวเองที่จริงเป็นเพียงแค่ถ้อยคำ เพราะลึก ๆ แล้วคนเราส่วนใหญ่ มักจะทนอยู่กับตัวเองไม่ได้ ดังนั้น พอมีเหตุให้ต้องอยู่กับตัวเอง จึงรู้สึกกระสับกระส่ายขึ้นม หรือไม่ก็ต้องหาอะไรสักอย่างมาดึงความสนใจออกจากตัวเอง...

เช่น คุยกับเพื่อน อ่านหนังสือ ฟังเพลง ดูโทรทัศน์ ขับรถเล่น ขลุกกับงาน เล่นคอม หรือนอน

ถ้าเรารักตัวเองจริง ๆแล้ว การอยู่กับตัวเอง จะเป็นเรื่องยากอะไร ขึ้นชื่อว่ารักย่อมชักนำให้ปรารถนาอยู่ใกล้มิใช่หรือ แต่ทุกวันนี้ การอยู่กับตัวเองกลับกลายเป็นเรื่องที่ต้องทนหรือทนได้ยาก

เพราะเราไม่สามารถเผชิญกับความว้าวุ่นในตัวเองได้ เมื่อใดที่ต้องอยู่นิ่ง ๆ ไม่มีอะไรทำ จิตจะฟุ้งซ่าน ความคิดจะกระเจิงเรื่องสารพันสารเพ จะประดังประเดเข้ามาจนแทบจะคุมไม่อยู่

ทางหนึ่งที่พอจะสยบมันได้ก็คือ หาเรื่องดึงจิตออกไปนอกตัวเสีย
หรือพาตัวไปอยู่ท่ามกลางผู้คน ในหมู่เพื่อนฝูง
ตามศูนย์กลางค้า หรือทำตัวไม่ให้ว่างเสียจนถึงเวลานอน เป็นเพราะหาความสงบกับตัวเองไม่ได้นี่เอง

โดย บุษกร เมธางกูร [7 ก.พ. 2558 , 13:30:58 น.] ( IP = 171.96.179.27 : : )


  สลักธรรม 2

คนส่วนใหญ่จึงไม่สามารถเป็นมิตรกับตัวเองได้ หนักเข้าก็แปลกแยกหน่ายแหนงตัวเอง ในที่สุดก็ประกาศศึกสงครามกับตัวเอง

ความทุกข์ที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่สุมรุมในตัวเท่านั้น หากยังระบายใส่คนรอบตัวอีกด้วย

เราจะรักตัวเองได้อย่างแท้จริง เมื่อสามารถสัมผัสกับความสงบภายในตน เป็นความสงบที่เกิดจากจิตอันสงัด แต่มิได้สงัดแบบสลบไสล หากเป็นจิตที่รู้ตัวทั่วพร้อมเสมอ


ความรู้ตัวทั่วพร้อมนี้แหละ ที่น้อมจิต ให้กลับสู่ตนด้วยความนิ่ง แจ่มชัดมั่นคง ไม่ซัดส่าย นำมาซึ่งความสงบเย็นจากภายใน

จิตที่สงบและแจ่มกระจ่างได้แล้วนั้น ย่อมนำสันติภาพมาสู่ใจเรา เมื่อเรามีสันติภาพภายใน เลิกทำศึกสงครามกับตัวเอง มิตรภาพกับตนเองก็เกิดขึ้น

ความรักตนเองอย่างแท้จริง ก็มิใช่เป็นแค่ถ้อยคำอีกต่อไป
อีกทั้งความรักตนเองเช่นนี้ ก็มิใช่ความเห็นแก่ตัว
หรือสิ่งที่น่ารังเกียจ

เพราะเมื่อบุคคลรักตนเอง ได้อย่างแท้จริง ก็ไม่ยากที่จะรักคนอื่นอย่างแท้จริงเช่นกัน

โดย บุษกร เมธางกูร [7 ก.พ. 2558 , 13:32:52 น.] ( IP = 171.96.179.27 : : )


  สลักธรรม 3

เราทำอะไรต่ออะไรมามากแล้วใช่ไหมค่ะ ลองหันมาสงบศึกภายในตัวเองจะดีไหม ด้วยการฝึกอยู่กับตัวเอง ใช้ลมหายใจช่วยกำกับจิตให้อยู่นิ่ง ตื่นตัว หลุดจากอารมณ์ต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว


ไม่ช้าไม่นาน จิตนี้แหละจะนำมิตรภาพและสันติภาพมาสู่เรา ขณะที่ทั่วโลกกำลังเพรียกหาสันติภาพ ...เราอย่าลืมสร้างสันติภาพในตัวเราไปด้วยล่ะค่ะ

และท่องอยู่เสมอว่า...ถ้าไม่ฝึกจิต..ตลอดชีวิตไม่พบความสุข

ด้วยความปรารถนาดีค่ะ
บุษกร เมธางกูร.


โดย บุษกร เมธางกูร [7 ก.พ. 2558 , 13:35:01 น.] ( IP = 171.96.179.27 : : )


  สลักธรรม 4

ขอบพระคุณมากครับ ลำดับการชำแหละอารมณ์ของท่านอาจารย์ช่างชัดเจนดีเหลือเกิน

เห็นที่จะต้องกลับไปตั้งคำถามให้ตัวเอง
ตอบอย่างจริงจังบ้างแล้ว เพราะมัวแต่ไปสงบศึกให้คนอื่นตามประสาคนที่คิดว่าตัวเองแน่แล้ว เลยลืมดูข้าศึกที่ติดอยู่กับตัว

ตาสว่างขึ้นมากเลยครับ

โดย คนข้างวัด [7 ก.พ. 2558 , 13:37:19 น.] ( IP = 171.96.179.27 : : )


  สลักธรรม 5

รู้สึกซาบซึ้งมากเลยกับคารมและวิธีการ สอนให้รู้จักตนเองจริงๆเสียที

นับถือมากครับ

โดย อนันต์ ขาบเขียว [7 ก.พ. 2558 , 13:38:41 น.] ( IP = 171.96.179.27 : : )


  สลักธรรม 6

เป็นข้อความที่กินใจ และ ให้กำลังใจไปในตัว.

ขอบพระคุณ คุณบุษกร มากจ๊ะ ที่ได้ตั้งคำถามนี้ขึ้นมา เพื่อที่เราจะได้นำไปใช้ อีกวิธีหนึ่งในการฝึกฝน สติ พร้อมทั้งใคร่ครวญ ไตร่ตรอง (ปัญญา) ไปพร้อมๆกัน.

อนุโมทนา สาธุ ในกุศลจิต ของท่าน.( __/\__)

โดย อหิงสา. [7 ก.พ. 2558 , 13:40:35 น.] ( IP = 171.96.179.27 : : )


  สลักธรรม 7


ท่านอาจารย์ช่างวิเคราะห์ได้เก่งจริงๆ

แท้จริงการรักตนเองของแต่ละคนส่วนใหญ่ก็เป็นเพียงถ้อยคำ มิได้รักอย่างแท้จริง เพราะทนกับการอยู่ตนเองหรือสิ่งที่บอกว่ารักไม่ได้ ซึ่งพี่ดาก็เป็นเช่นนั้น ต้องหาอะไรทำ โดยอ้างว่าอยู่เฉยไม่เป็น ๕๕๕


อาจารย์ชี้ให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ความรักตนเองอย่างแท้จริงเป็นอย่างไร
...เราจะรักตัวเองได้อย่างแท้จริง เมื่อสามารถสัมผัสกับความสงบภายในตน....



ขอบพระคุณมากค่ะ

โดย พี่ดา [7 ก.พ. 2558 , 13:42:49 น.] ( IP = 171.96.179.27 : : )


  สลักธรรม 8

ขอบพระคุณสำหรับข้อคิดคมคายที่ให้ทั้งสติ และสร้างเสริมปัญญาค่ะ เป็นความจริงที่ไม่เคยตระหนักเลยจริงๆ ความรักตัวเองของพวกเราเกิดขึ้นเพียงแค่ลมปาก ไม่เคยเกิดด้วยหัวใจจริงแท้เลยซักครั้ง มิน่าล่ะ หลวงพ่อจึงคอยเตือนให้พวกเราหัดรักตัวเองอยู่บ่อยๆ (ตอนท่านพูดก็นึกว่า เราก็รักตัวเองดีอยู่แล้วนี่นา แหะ แหะ ...)

อยู่ที่นี่อะไรๆมันก็เร็วไปหมดค่ะ จะเปิด Windows ทีก็ต้องหลายๆหน้าต่าง ดูทีวีเจอโฆษณาก็ต้องรีบเปลี่ยนโดยอัตโนมัติ พูดโทรศัพท์ไปก็หาอะไรทำไป ไม่อย่างนั้นมันไม่ทันใจน่ะค่ะ อย่างที่ท่านอาจารย์ว่าเปี๊ยบเลย อยู่เฉยๆกับตัวเองแล้วมันกระวนกระวาย เฮ้อ ... ไม่รู้จะจงเกลียดจงชังตัวเองอะไรขนาดนั้นนะคะ

อ่านไปเรื่อยๆ แล้วนึกถึงตอนเข้าปฏิบัติธรรมด้วยค่ะ นั่งอยู่คนเดียวในห้องกรรมฐานเล็กๆ แคบๆ ไม่มีหนังสือ ไม่มีทีวี ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีเครื่องบำรุงกิเลสทั้งหลาย แทนที่จิตใจจะสงบสบายกลับรู้สึกกระสับกระส่าย อยากหางานอะไรก็ได้มาทำให้เวลามันผ่านไปเร็วๆ พอเริ่มชินกับสภาพความนิ่งได้ซักพัก รูปนามจึงได้เกิดชัดทันปัจจุบันมากขึ้น และได้สติเกิดขึ้นที่ตัวเองว่า ใจของเรามันไม่เคยอยู่นิ่งๆเลยซักครั้ง ถ้าไม่อ่านหนังสือ ก็ต้องดูทีวี หรือเล่นคอมพิวเตอร์ หรือที่แย่กว่านั้น บางทีก็ทำมันพร้อมกันไปทุกอย่าง มีกิเลสเป็นเพื่อนคู่หูอยู่ตลอดเวลา คิดๆแล้วก็น่าสงสารใจตัวเองนะคะ ไม่เคยมีชีวิตอยู่ตามลำพังได้เลยซักที

เอาล่ะค่ะ จะต้องลองอยู่กับตัวเองเพื่อทดสอบความรักตัวเองให้มากขึ้นซักที เริ่มตั้งแต่คืนนี้เลยดีกว่า ขอบพระคุณมากนะคะ ที่คอยเตือนสติอยู่เสมอมา ถ้าเผลอสติไปอีกจะอาศัยงานเขียนของท่านอาจารย์เป็นเครื่องเตือนใจค่ะ

โดย น้องโด่ง [7 ก.พ. 2558 , 13:45:25 น.] ( IP = 171.96.179.27 : : )


  สลักธรรม 9

อ่านแล้วให้รู้สึกขำกับพฤติกรรมและความคิดของตัวเองจริง ๆ ว่า มีอย่างนี้จริงด้วย จะลองอยู่นิ่ง ๆ ดูสักตั้งค่ะ

ขอบพระคุณสำหรับข้อคิดดี ดี ค่ะ

โดย น้องถ้วย [7 ก.พ. 2558 , 13:46:47 น.] ( IP = 171.96.179.27 : : )


  สลักธรรม 10

ดิฉันมาอ่านเพราะเพื่อนสหายธรรมเปิดให้คะ ดีเหลือเกินดีจริงๆ คุณเขียนได้ตรงใจและเป็นความจริงมากคะสาธุธรรมะคุ้มครองนะคะ

โดย แม่ชีจำเรียง [7 ก.พ. 2558 , 13:48:17 น.] ( IP = 171.96.179.27 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org