| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ทุกข์ของสัตว์ทั้งหลาย
สลักธรรม 1
ทุกข์ของมนุษย์ - ทุกข์เพราะไม่รู้จักพอ ไม่ใช่เรื่องอาหารการกินเท่านั้น ความหิวเป็นทุกข์อย่างยิ่ง เมื่อกินอิ่มแล้ว ยังไม่หมดทุกข์ เอาไปเผื่อลูกหลานอีก ปากท้องอิ่มแล้ว หู ต้องการเสียง หรือ
บางครั้ง ตา ต้องการดูหนังอีก ทางจมูก ต้องการกลิ่นหอมๆ ทางลิ้น ชอบเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม สารพัด ทางกาย ต้องการนอนเบาะอย่างโน้น อย่างนี้
มนุษย์ไขว่คว้าทุกอย่างมาปรนเปรอ เมื่อได้แล้ว ก็ผันแปรไป มนุษย์ทุกข์เพราะอยากมี อยากกิน ดีกว่าเก่า มากกว่าเก่า เพราะความไม่รู้จักพอ * ฉะนั้น พอแล้ว...จะดี แต่หาให้ดีแล้วพอ...ไม่ดี - ทุกข์เพราะการเรียน การศึกษาเล่าเรียนเป็นสิ่งที่ดี
เป็นกิจกรรมแห่งปัญญา เวลาขี้เกียจ ให้ท่อง
...เกิดเป็นคน ควรหมั่น ขยันเอย... ยิ่งเรียนยิ่งรู้ ยิ่งทำให้ทราบว่ายังมีสิ่งที่ไม่รู้อีกมาก
พระพุทธศาสนายิ่งเรียน ยิ่งรู้ว่าตัวเองโง่คนที่ทุกข์เพราะการเรียน แบ่งเป็น ๒ ชนิด ๑. ทุกข์เพราะเรียนไม่ดีเท่าคนอื่น สอบได้คะแนนไม่ดีก็น้อยเนื้อต่ำใจ คนปกติทุกคนสามารถเรียนรู้ได้เท่าเทียมกันหมด
แต่ที่เราเรียนไม่ทันเขา เป็นเพราะสมาธิเราไม่เพียงพอ วิริยะไม่เพียงพอ มีความเพียรไม่สม่ำเสมอ จริงๆแล้วสามารถเรียนได้ดีทันเพื่อน และอาจดีกว่าเพื่อนได้ ถ้าเราเปลี่ยนวิถีชีวิต
ไม่มีใครชวนโง่ได้ แต่ชวนฉลาดได้
๒. ทุกข์เพราะการเรียนเก่ง คนประเภทนี้มักเล็งผลเลิศเกินไป เรียนเก่งแล้วต้องรักษาระดับ ไม่เคยเผื่อใจไว้ที่สอง ที่สาม เมื่อมีบุญหล่นทับ ก็มีบาปหล่นทุกข์
บางคนเสียใจขนาดทำลายชีวิต เพราะเคยได้ที่หนึ่ง ต่อมาได้ที่ต่ำ ก็เป็นทุกข์
เราต้องยอมรับว่า คนเราทำมาทั้งดีและชั่ว คราวนี้เราได้ที่หนึ่ง คราวหน้าคนอื่นอาจได้บ้าง เมื่อคิดเช่นนี้ ความทุกข์ก็จะหมดไป
-ทุกข์เพราะอยากได้ตามเขา การรู้จักประมาณตนดีทุกเมื่อ ถ้าทุกคนได้ตามที่อยาก
ตามที่หวังไว้ ก็จะไม่มีคนจน เสมอภาคกันหมด ธรรมชาติของจิตปฏิเสธทุกข์ แต่ธรรมชาติทั้งหลายไหลมาตามเหตุ ทำอย่างไรก็ได้อย่างนั้น มนุษย์จึงต้องมีความผิดแผกแตกต่างกันไป ความอยากทำให้จิตร้อนรน ลุ่มหลง
มหากุศล ๘ มหัคคตกุศล ๙ มรรค ๔ เป็นความเพียรที่ดี แต่คนเราดิ้นรนเพราะตัณหา เป็นไปในทางชั่ว แม้แต่ความอยากได้ในสิ่งที่ดี ก็ต้องวางใจ รู้จักพอดีกับฐานะด้วย พอดีกับความรู้ความสามารถของเราเวลาตัณหาเข้า...ไม่มีปัญญาเกิด ตรองสักนิด... ให้มีสติเกิดขึ้น การปฏิเสธไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่การไม่ยอมรับความเป็นจริงของตัวเอง เป็นเรื่องน่าอาย โดย เทพธรรม...นำเสนอ [9 ก.พ. 2558 , 10:57:47 น.] ( IP = 171.96.176.48 : : )
สลักธรรม 2
วิธีแก้ความทุกข์ ๑. อย่าขยายทุกข์ ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นตั้งอยู่ ทุกข์เท่านั้นดับไป เรื่องมันจบไปแล้ว แต่เราไม่จบด้วย จึงเป็นทุกข์ ในความเป็นจริง มีแต่ความทุกข์เท่านั้น ที่เรียกว่าความสุข คือมีอัตราส่วนของความทุกข์น้อย อะไรมากไปก็เป็นทุกข์ *ในโลกแห่งสมมุตินี้ ไม่มีอะไรเป็นความสุขจริงๆเลย* เมื่อมีทุกข์ให้ตั้งสติ และบอกตัวเองไว้ เพื่อจะได้ปรับจิต ....ให้ยอมรับก่อน การยอมรับนี่ เป็นการยอมรับด้วยสติปัญญา ไม่ใช่ยอมรับแบบจนปัญญา เมื่อมีปัญญาแล้ว รับแบบยิ้ม ต่อไปก็ ...อย่าขยายทุกข์ ที่มีอยู่ให้ใหญ่โตเกินจริง การขยายทุกข์เป็นการเพิ่มทุกข์ให้เข้าไปทับถมจิตใจ ทุกข์ของพระราชากับยาจกเหมือนกัน
ผู้ใดไม่หยุดเปรียบเทียบ ผู้นั้นไม่หยุดทุกข์ เหมือนเอากล้องมาขยายมด มดตัวโตขึ้น น่ากลัว ทั้งๆที่จริงแล้วมันก็คือมด มดตัวโตน่ากลัวได้ เพราะเราเอากล้องไปขยาย ถ้าเอากล้องออก มดก็เล็กเหมือนเดิม ก็ไม่น่ากลัว ทำจิตให้เหมือนขึ้นเครื่องบิน ยิ่งขึ้นสูง มองลงมาเบื้องต่ำ เล็กไปหมด ฉะนั้น ความทุกข์ที่ทับถมอยู่นั้น เนื้อแท้ไม่มีอะไรเลย อย่าไปหวาดกลัวล่วงหน้า ความหวาดกลัวล่วงหน้าเท่ากับไปขยายทุกข์๒. อย่าตีตนไปก่อนไข้ ไม่ควรวิตกกังวลถึงเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น ทุกวันนี้เรามักวิตกกังวลวาดภาพที่ยังไม่เกิดให้น่ากลัว คนที่ตีตนก่อนไข้ ... ไม่มีสัญญาบอก คิดไปเอง ต่างจากกระต่ายตื่นตูม... มีเสียงตูมก่อนแล้วจึงวิ่ง
พวกที่ตีตนก่อน ไม่มีทุกข์ ก็สร้างทุกข์ขึ้นมาเอง หาทุกข์ใส่ตัวก็เริ่มทุกข์แล้ว ฉะนั้น จงอย่าไปตีตนก่อนไข้รับรู้อะไร ให้คิด ไตร่ตรอง มีสติเสีนก่อน ทุกอย่างเป็นเรื่องของวิบากกรรม ๓. ลดความอยากลง ความอยากย่อมชักพาคนไปที่ต่างๆ สารพัดทุกข์ที่เราทั้งสิ้น นับไม่ถ้วน ถ้าสรุปยอดของทุกข์ มาจากสาเหตุใหญ่อย่างเดียวคือ...ความอยาก... เปรียบเหมือนน้ำมันก๊าซที่ใช้จุดไฟให้เกิดแสงสว่าง เวลาใช้ต้องแบ่งออกมาเติมตะเกียง เวลาจะใช้ จุด ก็เกิดแสงสว่าง แล้วค่อยๆหมดไป น้ำมันที่หล่อเลี้ยงอยู่ที่ปลายใส้ตะเกียง มันก็มีความสามารถของมัน ทีละหยด สองหยดเท่านั้น ฉะนั้น เราต้องลดให้เกิดความพอเพียง เพราะถ้ามันมากเกินไป ไฟก็ลุกไหม้บ้านได้ ความอยากก็เหมือนกัน ......... ปรับให้ลดลง เหมือนหรี่ตะเกียงให้ไฟสว่างพอดี ......... ตัดความอยากที่ไม่จำเป็นออก ถ้าไม่มีก็ไม่เดือดร้อน ......... เอาความอยากที่จำเป็นมาใส่แทน กินเพื่อสุขภาพ ไม่อร่อยก็อิ่มได้ ......... อย่าตั้งความอยากไว้ไกลเกินไป ให้ตั้งความอยากไว้ใกล้และระยะถี่ขึ้น เช่นเสมียน อยากเป็นอธิบดี ไกลเกินไป คนเราไม่ค่อยเห็นคุณค่าสิ่งที่ตนมี เห็นของห่างมีประโยชน์ แกงจืด จึงรู้คุณเกลือ
ฉะนั้นอย่าประมาทใคร อย่าอยู่อย่างอยาก อยู่อย่างสันโดษเกิดเป็นคน
อย่าเห็นแก่ตนแหละดี ถึงจะมีร่ำรวยสุขสันต์ จนหรือมี ไม่เป็นที่สำคัญ แม้รักกันพึ่งพา อย่าไปตัดไมตรี เกิดมาพึ่งกัน ผิวพรรณใช่แบ่งศักดิ์ศรี วันนี้เราอยู่ คิดดูให้ดี ถึงจะจนจะมี อย่าไปสร้างเวรกรรม ขืนมัวทำชั่วไป อาจต้องใช้กรรมเวร
อย่างมงายโลภหลง เพราะคงจะเกิดลำเค็ญ สร้างบุญ หลวงพ่อท่านคงเห็น ร่มเย็นพ้นความกังวล ถึงวิบัติขัดสน ผลบุญนำให้ ศีลธรรมมั่นใจ ไม่ต้องไปกังวล ถึงจะมีจะจน เกิดกุศลดลใจพฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง
โททนต์เสน่งคง สำคัญหมาย ในกายมี
นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา.
![]()
โดย เทพธรรม...นำเสนอ [9 ก.พ. 2558 , 11:01:38 น.] ( IP = 171.96.176.48 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |