มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


กำหนดเหตุการณ์เกี่ยวกับการตรัสรู้




กำหนดเหตุการณ์เกี่ยวกับการตรัสรู้

๑. พระบรมศาสดาได้ทรงพบกับพระเจ้าพิมพิสาร

๒. เสด็จไปศึกษาอยู่ในสำนักของอาฬารดาบส และอุทกดาบส ซึ่งอาศรมอยู่ในแคว้นสักกชนบท แต่ไม่ทรงพอพระทัยในลัทธิทั้งสองนั้น

๓. เสด็จไปในมคธชนบท เห็นว่าที่ตำบลอุรุเวลาเสนานิคมนี้ เป็นสถานที่ร่มรื่นเงียบสงัดดี จึงประทับบำเพ็ญความเพียรอยู่ ณ ตำบลอุรุเวลาเสนานิคมนั้น

๔. ได้มีอุปมา ๓ ข้อมาปรากฏแก่พระองค์ ได้ทรงตัดสินพระราชหฤทัยว่า ความพอใจในกาม เป็นเหตุขัดขวางทางตรัสรู้ จึงทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา เพื่อกำจัดมิให้หมกมุ่นอยู่ในกามอารมณ์ ได้เสวยทุกขเวทนาอย่างแสนสาหัส ก็ไม่สามารถจะตรัสรู้ได้ จึงทรงเลิกทุกรกิริยานั้นเสีย แล้วหันกลับมาบำเพ็ญความเพียรทางสมาธิและวิปัสสนาปัญญาใหม่ จึงได้ตรัสรู้

๕. ได้ทรงบรรลุญาณทั้ง ๓ ตามลำดับในยาม ๓ คือ ยามต้นได้บรรลุปุพเพนิวาสานุสติญาณ ยามท่ามกลางได้บรรลุจุตูปปาตญาณ ยามสุดท้ายได้บรรลุอาสวักขยญาณ

๖. ก่อนที่จะตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ก็ได้รับข้าวมธุปายาสของนางสุชาดา ทรงเสวยแล้ว ทรงอธิษฐานลอยถาดข้าวมธุปายาสในแม่น้ำเนรัญชรา

๗. ขณะเดินมาพบกับคนหาบหญ้าชื่อโสตถิยพราหมณ์ แล้วรับถวายหญ้าที่พราหมณ์นั้นถวาย

๘. เมื่อทรงตั้งพระราชหฤทัยแน่วแน่แล้ว ก็ทรงกระทำความเพียรที่เป็นประธานใหญ่ ๔ ประการ ตามบาลีที่ว่า

โลหิเต สุสฺสมานมฺหิ ปิตฺตํ เสมฺหํ จ สุสฺสติ
มํเสสุ ขียมาเนสุ ภิยฺโย จิตฺตํ ปสีทติ
ภิยฺโย สติ จ ปญฺญา จ สมาธิ มม ติฏฐติ.

ความว่า ถึงแม้โลหิตจะแห้งไป ดีและเสมหะจะแห้งไป เนื้อทั้งหลายกำลังจะสิ้นไป จิตก็ย่อมผ่องใสยิ่งขึ้น สติ ปัญญา และสมาธิของข้าพเจ้าก็ตั้งมั่นยิ่งขึ้น

๙. ในตอนเย็นของวันวิสาขมาสปุณณมีนั้น ยังไม่ทันพระอาทิตย์จะอัสดงคต ก็ทรงผจญมารจนได้ชัยชนะ

ข้อที่ควรทราบ พระเจ้าพิมพิสารเป็นพระโอรสของพระเจ้าโพธิสะหรือพระเจ้าพาทิยะ หรืออีกนัยหนึ่งเรียกว่า "ภาติกะ" พระมารดาชื่อว่า "เวทหธันธะ" ซึ่งก็เป็นน้องสาวของพระเจ้าปเสนทิโกศล พาทิยราชกับพระเจ้าสิริสุทโธทนะ ต่างก็เป็นพระสหายกัน พระเจ้าพิมพิสารทรงมีพระชนมายุอ่อนกว่าพระพุทธเจ้า ๕ พรรษา ทรงครองราชสมบัติตั้งแต่พระชนมายุได้ ๑๕ พรรษา ทรงอยู่ในราชสมบัตินานถึง ๔๒ พรรษาจึงเสด็จทิวงคต ทรงมีพระราชโอรสพระนามว่า "อชาตศัตรู" พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระพุทธศาสนาได้ ๔๕ พรรษา ก็เสด็จดับขันธปรินิพพาน

โดย เทพธรรม...นำเสนอ [28 พ.ค. 2558 , 18:07:52 น.] ( IP = 61.90.82.108 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

มหาสุบินนิมิต ๕ ประการที่ปรากฏก่อนที่จะตรัสรู้

ก่อนที่จะตรัสรู้ปรมาภิเษกสัมโพธิญาณ ได้ทรงพระสุบินนิมิตไปว่า

๑. พระองค์ทรงบรรทมหงายพระวรกายเหนือมหาปฐพี มีขุนเขาหิมพานต์เป็นเขนย ทรงบ่ายพระเศียรไปทางทิศอุดร พระบาททั้งสองเหยียดข้ามหาสมุทร จนจดยอดเขาจักรวาลด้านทักษิณ พระหัตถ์ซ้ายเหยียดข้ามมหาสมุทรจนสุดยอดขุนเขาจักรวาลด้านทิศบูรพา พระหัตถ์ขวาเหยียดข้ามมหาสมุทรจนสุดยอดเขาจักรวาลด้านปัจฉิมทิศ

๒. ทรงพระสุบินนิมิตไปว่า ได้มีหญ้าคางอกขึ้นที่นาภี มีก้านล้วนแล้วไปด้วยแก้วใหญ่ประมาณเท่าคันไถ เมื่อพระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็น ก็สูงขึ้นไปๆ จนจดนภากาศนับด้วยพันโยชน์

๓. ทรงพระสุบินนิมิตไปว่า ได้มีกิมิชาติหมู่หนอน ตัวมีสีขาว แต่ศีรษะดำ ไต่ขึ้นมาแต่พระบทจนถึงพระชานุคือหัวเข่า

๔. ทรงพระสุบินนิมิตไปว่า ได้มีนกสี่จำพวก มีพรรณของกายสี่สี ได้พากันบินมาจากทิศทั้งสี่ แล้วก็มาหมอบลงแทบพระบาทของพระองค์ แล้วก็กลับกลายเป็นสีขาวไปทั้งสี่จำพวก น่าอัศจรรย์

๕. ทรงพระสุบินนิมิตไปว่า พระองค์ได้ทรงเดินจงกรมไปบนภูเขาซึ่งเต็มไปด้วยคูถ แต่พระบาทนั้นมิได้แปดเปื้อนแม้แต่น้อยหนึ่งเลย

โดย เทพธรรม...นำเสนอ [28 พ.ค. 2558 , 18:09:48 น.] ( IP = 61.90.82.108 : : )


  สลักธรรม 2

พระพุทธองค์ทรงทำนายพระสุบินนิมิตด้วยพระองค์เอง

๑. พระสุบินนิมิตข้อที่หนึ่งนั้น ทรงทำนายว่า พระพุทธองค์จะได้ตรัสรู้แก่พระปรมาภิเษกสัมโพธิญาณ แม้ที่ทรงฝันไปว่า ที่มีขุนเขามารองรับเป็นเขนยนั้น ก็ได้แก่จะตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณเช่นกัน ที่ว่าได้ทรงเหยียดพระหัตถ์และพระบาทออกไปยังมหาสมุทรจนสุดเขาจักรวาลนั้น ก็ได้แก่จะได้มีโอกาสแสดงเทศนาและประกาศคำสอนโปรดเวไนยทั่วโลกธาตุ

๒. พระสุบินนิมิตข้อที่สองนั้น ทรงทำนายว่า ที่ทรงบรรทมหงายพระวรกายนั้น ทรงทำนายว่า บรรดาสรรพสัตว์ทั้งหลายที่พากันนอนคว่ำหน้าอยู่ภพทั้งสาม จะได้พากันมีโอกาสหงายหน้าขึ้นมาฟังธรรมแล้ว จะได้บรรลุมรรค ผล นิพพาน

๓. พระสุบินนิมิตข้อที่สามที่ว่า มีกิมิชาติหมู่หนอนสีกายขาวหัวดำเที่ยวไต่ตามพระบาทขึ้นมาจนถึงพระชานุหัวเข่านั้น ทรงทำนายว่า จะมีมวลมนุษย์ที่มีวาสนาบารมีพากันนุ่งขาวห่มขาวเข้ามาฟังธรรม แล้วเกิดศรัทธาเลื่อมใส ก็จะอุทิศเพศบวชเข้าถึงพระรัตนตรัยกันเป็นอันมาก

๔. พระสุบินนิมิตข้อที่สี่ว่า มีนก ๔ จำพวก มีกายสี่สี และบินมาแล้วก็หมอบลงที่พระบาทแล้วก็กลายเป็นสีขาวนั้น ทรงทำนายว่า ได้แก่ กุลบุตร กุลธิดา ที่มีศรัทธาจากวรรณะทั้งหลาย จะพากันออกบวชปฏิบัติธรรมแล้วก็จะกลับกลายเป็นผู้ขาวสะอาดเหมือนกันหมด

๕. พระสุบินนิมิตข้อที่ห้าที่ว่า ทรงดำเนินจงกรมไปบนภูเขาใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยคูถ แต่คูถนั้นมิได้แปดเปื้อนพระบาทเลยแม้แต่น้อย ก็ทรงพยากรณ์ว่า ต่อไปเมื่อได้ตรัสรู้ปรมาภิเษกสัมโพธิญาณแล้ว หลังจากประกาศพระพุทธศาสนาให้พุทธบริษัท ๔ เกิดศรัทธาเลื่อมใสแล้ว ลาภ ยศ สรรเสริญ และความสุข จะไหลมาเทมาสักการะบูชาพระพุทะองค์อย่างล้นเหลือ ทั้งที่เป็นของมนุษย์และของที่เป็นทิพย์ แต่พระพุทธองค์มิได้ทรงติดและยินดีในลาภและสักการะนั้นเลยแม้แต่น้อย

โดย เทพธรรม...นำเสนอ [28 พ.ค. 2558 , 18:12:05 น.] ( IP = 61.90.82.108 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org