| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
มารู้จัก " บุญ " กันดีแน่ (๓)
ตอนที่ (๒) อ่านที่นี่
ทาน การให้
ทาน (การให้) เป็นไปด้วยอำนาจของเหตุ 2 อย่างคือ
1. จิตคิดบูชา
2. ความกรุณา
การให้แด่ท่านที่มีคุณทั้งหลาย เช่น พ่อ แม่ ครูอาจารย์ พระภิกษุสงฆ์ เป็นต้น ในโอกาสที่เหมาะสม ทานชนิดนี้สำเร็จเพราะจิตคิดบูชา คือบูชาคุณของบุคคล
อีกอย่างหนึ่ง ให้ด้วยกรุณา คือเห็นทุกข์ของคนอื่น ก็เกิดกรุณาสงสาร ใคร่จะช่วยเหลือบำบัดทุกข์ ด้วยการให้และการแบ่งปันเครื่องอุปโภค บริโภคทรัพย์สิน เงินทองของตนให้ไป อย่างนี้เรียกว่า ทานสำเร็จด้วยกรุณา
บางสูตรกล่าวไว้ว่า แม้เมตตาก็เป็นเหตุให้คนขวนขวายในทานเหมือนกัน คือพอเกิดจิตเยื่อใยใคร่ประโยชน์สุขต่อผู้อื่น แล้วก็ให้ทาน ในเวลาให้ทาน ความเป็น บุญ ไม่ใช่อยู่ตรงที่เป็นสิ่งที่จะพึงได้ แต่ บุญ อยู่ตรงที่เหตุที่ให้ทำอย่างนั้น คือ จิตใจที่คิดบูชาบ้าง ความกรุณาสงสารบ้าง
บุคคลจะรู้จักว่าเป็นบุญหรือไม่ก็ตาม ถ้าหากว่าการให้นั้นเกิดขึ้นจากเหตุเหล่านี้ ก็ชื่อว่าบุญเกิดขึ้น ก็เป็นอันว่า เมื่อมีการมอบของให้ผู้มีคุณ หรือผู้มีทุกข์.. บุญอยู่ที่จิตคิดบูชาประการหนึ่ง อยู่ที่กรุณาประการหนึ่ง ซึ่งเป็นไปร่วมกับเจตนาที่คิดสละ
จริงอยู่ ที่ท่านบอกว่า เจตนาที่คิดสละบริจาคเรียกว่า ทาน แต่ทั้งนี้จะต้องไปเป็นไปร่วมกับความคิดบูชาหรือความกรุณา อย่างใดอย่างหนึ่ง เจตนานั้นถึงจะนับว่าเป็นทานได้ เพราะถ้าสละด้วยความคิดอย่างอื่น เช่น เพื่อเป็นที่โปรดปรานของผู้รับ เป็นต้น ก็ไม่ชื่อว่า ทาน เมื่อไม่เป็นทานก็ไม่ชื่อว่า บุญโดย บุษกร เมธางกูร [6 ส.ค. 2558 , 07:59:05 น.] ( IP = 61.90.120.94 : : )
สลักธรรม 1ทานที่ไม่ต้องอาศัยสิ่งของ
มีทานที่ไม่ต้องอาศัยวัตถุสิ่งของ นั่นคือ การให้ความรู้แก่คนอื่นในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ที่เป็นประโยชน์ เป็นการให้ความรู้เป็นทาน สงเคราะห์เป็น ธรรมทาน
อีกอย่างหนึ่ง สมมุติว่ามีผู้ประพฤติผิด ผู้อยู่ในฐานะที่จะลงโทษได้ จะเอาชีวิตเขาก็ได้ เกิดกรุณาสงสารว่า ครอบครัวผู้ทำผิดจะพลอดเดือดร้อนไปด้วย ก็งดเว้นไม่เอาชีวิต เรียกว่า อภัยทาน
แม้การให้อย่างอื่น เช่น ให้แรงกายของตน ก็ชื่อว่าทาน บุญไม่ขึ้นกับจำนวนเงินหรือปริมาณสิ่งของที่ให้ บุญที่เกี่ยวกับทานนี้ จะนับว่ามากน้อย ไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินหรือปริมาณสิ่งของที่สละให้แก่คนอื่นเลย ให้มากได้บุญน้อยก็มี ให้น้อยได้บุญมากก็มี
ดังเรื่องในธรรมบทว่า มีเศรษฐีผู้หนึ่งมีทรัพย์หลายสิบโกฏิ ปรารถนาจะทำบุญถวายภัตตาหารพระภิกษุสงฆ์แต่ทว่า ถ้าจะทำด้วยตนเองก็ต้องขวนขวายมาก ต้องตื่นแต่เช้ามาจัดแจงสำรับข้าวปลาอาหารเป็นต้น จึงมอบให้บ่าว (คนรับใช้) ทำแทนทุกอย่าง รวมทั้งอาหารหวานคาว สำหรับถวายพระภิกษุสงฆ์ ต่อมาทั้งสองคนได้ละโลกนี้ไปแล้ว นายได้เข้าถึงสวรรค์ชั้นต่ำ แต่บ่าวได้เข้าถึงสวรรค์ชั้นสูง ทั้ง ๆ ที่บ่าวไม่ต้องจ่ายเงินในการนี้เลยโดย บุษกร เมธางกูร [6 ส.ค. 2558 , 08:00:47 น.] ( IP = 61.90.120.94 : : )
สลักธรรม 2นี้เป็นเครื่องชี้ให้เห็นว่า จิตใจในการให้นั้นสำคัญกว่าวัตถุ เนื่องจากบ่าวกระตือรือร้นและมีความเลื่อมใสเต็มเปี่ยม ส่วนนายนั้นแม้มีจิตทำบุญ แต่กลัวลำบากถ้าหากต้องลงมือทำเอง แสดงว่าศรัทธา ความขวนขวายในการบุญมีกำลังน้อยนิด บุญของ 2 คนนี้จึงส่งผลให้ไปสวรรค์ชั้นที่ต่างกัน
เพราะฉะนั้น บุญจะได้มากหรือน้อย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินทองเลย บางคนไม่ได้ทำ ไม่มีโอกาสทำ หรือไม่มีเงินทองจะทำ แต่เห็นคนอื่นทำ แล้วเกิดจิตอนุโมทนาเปี่ยมล้นว่า คนผู้นี้ได้ถวายอาหารหวานคาว ใส่บาตรพระที่เป็นพระอรหันต์ นึกอนุโมทนาและยินดีด้วยกับคนที่มีโอกาสได้ใส่บาตรให้พระอรหันต์ กำลังของบุญ คือ อนุโมทนาของเขา มีกำลังมากว่าของผู้ใส่บาตรก็ได้...โดย บุษกร เมธางกูร [6 ส.ค. 2558 , 08:02:07 น.] ( IP = 61.90.120.94 : : )
สลักธรรม 3การให้เพื่อกำจัดความตระหนี่
บุคคลที่เห็นโทษของความตระหนี่ แล้วคิดจะให้ทานเพื่อกำจัดความตระหนี่ พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญเป็นพิเศษทีเดียว
สมมุติว่าพระเที่ยวบิณฑบาต มีของเต็มบาตร ยังจะถวายของแก่ท่านอีกอย่างนี้ชื่อว่า อยากได้บุญ ไม่ใช่จะกำจัดความตระหนี่ ถ้าต้องการจะกัดความตระหนี่จริง ๆ ก็ต้องไปบริจาคแก่คนที่ยังขาดแคลน เพราะความรู้สึก เสียสละ มีจริง ๆ เห็นอยู่ว่า ถ้าไม่มีใครให้เขาผู้นั้น ก็จะเดือดร้อน
บางครั้งการให้แก่คนที่มีกินมีใช้ จะเกิดความลังเลว่าควรจะให้หรือไม่ให้ แต่เวลาให้แก่คนที่ขาดแคลน จะไม่เกิดความลังเลเลย เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้บุญนั้นมีกำลัง ข่มความตระหนี่ได้ดีโดย บุษกร เมธางกูร [6 ส.ค. 2558 , 08:03:18 น.] ( IP = 61.90.120.94 : : )
สลักธรรม 4ให้เพื่อบูชาประณีตกว่าให้ด้วยกรุณา
ระหว่างคนที่มีศีลกับคนที่ไม่มีศีล ให้แก่คนที่มีศีล บุญนั้นมีกำลังกว่า เพราะปรารภถึงคุณธรรมของบุคคลผู้รับ เป็นการให้อย่างบูชาคุณ ประณีตกว่าการให้ด้วยกรุณาด้วยสงสาร
อีกอย่างหนึ่ง การนึกถึงคำของบัณฑิต ที่ท่านสรรเสริญว่า การให้ การสละ บริจาคนี้ เป็นทรัพย์ เป็นเสบียงสำหรับการเดินทางไปสู่นิพพานของคนผู้ให้นั้น เพราะหากมีความตระหนี่เป็นมลทินอยู่ในจิตใจ ถึงคราวสละก็ไม่อาจจะสละได้ เพราะความหวงแหนสิ่งของของตน ข้อนี้จะเป็นเหตุให้เป็นคนอนาถา ไร้เสบียงเป็นเครื่องช่วยเดินทางให้ถึงพระนิพพาน
นึกถึงคำของบัณฑิตอย่างนี้แล้ว ก็ศรัทธาเสื่อมใสในคำของท่าน ให้ด้วยความคิดจะบูชา คือเสื่อมใสปฏิปทาดำเนินที่เป็นสัมมาปฏิบัติของบัณฑิตว่า เราจะปฏิบัติอย่างที่บัณฑิตท่านปฏิบัติกัน
บัณฑิตทั้งหลายบำเพ็ญทาน เราก็จะบำเพ็ญทาน อย่างนี้ก็จัดว่าเป็นการให้เพื่อบูชาเหมือนกัน คือบูชาปฏิปทาของบัณฑิต ถ้าเป็นอย่างนี้ ก็ประณีตกว่าการให้ด้วยกรุณาเพราะมีจิตประณีตละเอียดอ่อนกว่า
ด้วยความปรารถนาดีค่ะ
บุษกร เมธางกูร
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย บุษกร เมธางกูร [6 ส.ค. 2558 , 08:05:31 น.] ( IP = 61.90.120.94 : : )
สลักธรรม 5
อ่านเรื่องของบุญ
รู้จักบุญและวิธีทำบุญ
เหลือที่ตนแล้วครับ ต้องทำเอง
ขอบคุณมากครับผมโดย พี่เณร [20 ส.ค. 2558 , 10:10:21 น.] ( IP = 171.97.19.143 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |