มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


รักของแม่






รักของแม่

มิอาจอ้างสิ่งใดมาเทียบค่า
หยาดน้ำนมแห่งมารดาคุณเท่าไหน
มิอาจอ้างมาตราวัดสิ่งใด
มาหยั่งถึงน้ำใจแห่งมารดา




รักชื่นชุ่มอุ้มครรภ์นับวันพบ
ทอสายรักไม่รู้จบอย่างห่วงหา
ยังไม่ทันได้พบหน้าค่าตา
ก็ล้นรักเหลือคณาแม้อุ้มครรภ์



ยิ่งห่วงใยในบุตรน้อยร้อยความรัก
เฝ้าฟูมฟักทะนุถนอมคอยกล่อมขวัญ
จากทารกคืบคลานผ่านคืนวัน
จนเติบใหญ่รักนั้นไม่เคยจาง




สายตาแม่เห็นแต่ลูกน่ารัก
คอยพิทักษ์ป้องภัยไล่ความหมาง
ผิดกี่ครั้งแม่ก็ยังปลอบไม่วาง
คอยเสกสร้างโอกาสเสมอมา



รักของแม่มีแต่ให้และให้
โดยไม่หวังสิ่งใดคืนมาหา
เพียงเพื่อลูกมีสุขในชีวา
แม่ก็สุขหนักหนาทวีคูณ

โดย พี่ดอกแก้ว [11 ส.ค. 2558 , 07:28:24 น.] ( IP = 61.90.108.66 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



รักของแม่

อุ่นยิ่งกว่าอุ่นใดในใต้หล้า
หวานยิ่งกว่าหวานใดในแห่งหน
หอมยิ่งกว่าหอมใดในสกล
น้ำนมจากอุบลแห่งมารดา


โบราณจารย์เปรียบเทียบไว้ว่าบุญคุณของแม่ยิ่งใหญ่เท่าพสุธา เพราะธรรมชาติของแผ่นดินมีความกว้างใหญ่และมั่นคงหนักแน่น อดทนต่อความแปรปรวนของสรรพสิ่งบนโลก และยังสนับสนุนส่งเสริมให้เกิดความเจริญงอกงามได้

นอกจากนี้ท่านยังได้เปรียบเทียบพระคุณของแม่เหมือนน้ำ เพราะธรรมชาติของน้ำ จะมี คุณสมบัติอยู่ ๓ ประการ คือ ราบเรียบเสมอ เย็นชื่นใจ และแยกจากกันไม่ขาด

เพราะแม่ ความเสมอต้นเสมอปลายที่มีต่อลูกตลอดเวลา ไม่ว่ายามเป็นเด็ก เป็นหนุ่มสาว หรือมีเหย้ามีเรือนไปแล้วก็ตาม แม่ยังมีความเมตตาห่วงหาอาทรในลูกตลอดเวลา และนอกจากนี้ยังมีผู้เปรียบไว้ว่า ในความห่วงหาอาทรนี้แม่จึงมีน้ำอีกถึง ๔ ชนิด ที่จะให้ลูกได้ดื่มกินและตักใช้อย่างไม่เคยพร่อง คือ น้ำนม น้ำคำ น้ำมือ น้ำพักน้ำแรง

โดย ศาลาธรรม [11 ส.ค. 2558 , 07:30:31 น.] ( IP = 61.90.108.66 : : )


  สลักธรรม 2

น้ำนม คือ อาหารชนิดแรกของลูกที่แม่กลั่นออกมาจากเลือดเนื้อเพื่อให้ลูกดื่มกิน ซึ่งเป็นอาหารที่สะอาดอุดมด้วยวิตามิน และเกลือแร่ต่างๆ ที่จำเป็นแก่ร่างกายของลูก ในยามที่ลูกดื่มนมจากอกแม่นั้น นอกจากจะได้รับอาหารกายแล้ว ยังได้รับอาหารใจและไออุ่นจากแม่ทำให้หลับตาพริ้มและเลิกร้องงอแง

น้ำคำ คือ คำพูดของแม่ที่เปล่งออกมาด้วยความรักความห่วงใย จึงประกอบไปด้วยความนุ่มนวลอ่อนหวานมีถ้อยคำเรียกหาที่เปี่ยมไปด้วยความทะนุถนอมรักใคร่ แม้จะมีการว่ากล่าวตักเตือนก็เป็นไปด้วยความเมตตาปรารถนาดี ไม่มีความตั้งใจที่จะให้ลูกตกต่ำเลยแม้แต่น้อย

น้ำมือ คือ ความสามารถในการปรุงอาหารให้ถูกปากของลูก แม่มักจะทราบว่าลูกชอบอาหาร ชนิดไหน และรสชาติเป็นอย่างไร แม้อาหารบางอย่างแม่จะไม่ชอบ แต่แม่จะปรุงไว้ให้ลูกได้เสมอไ

น้ำพักน้ำแรง คือ การทำงานของแม่นับตั้งแต่เลี้ยงการบริการหุงหาอาหาร ดูแลบ้าน ดูแลเสื้อผ้า ดูแลการศึกษาของลูกแล้ว ยังรวมไปถึงการทำงานเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว

ดอกมะลิ เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่
เพราะดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่มีสีขาวบริสุทธิ์
ส่งกลิ่นหอมไปไกล หอมได้นาน และออกดอกตลอดปี จึงเปรียบได้กับความรักอันบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูกไม่มีวันเสื่อมคลาย

"แม่" จึงเป็นคำที่มีอานุภาพยิ่งใหญ่ในใจลูกทุกคน จนยากที่จะเปรียบเทียบได้กับทุกสรรพสิ่งในโลก และเป็นบุคคลที่ลูกทุกคนต้องตอบแทนพระคุณท่านให้ดีที่สุด ในพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะในมงคลสูตรได้กล่าวไว้ว่า การบำรุงมารดาเป็นมงคลอย่างยิ่ง เพราะมารดาเป็นผู้ให้ชีวิตแก่บุตร ให้บุตรได้มีโอกาสเกิดมาดูโลกนี้ ถ้าปราศจากมารดาแล้ว บุตรจะมีโอกาสเกิดขึ้นมาดูโลกนี้ได้อย่างไร

โดย ศาลาธรรม [11 ส.ค. 2558 , 07:32:27 น.] ( IP = 61.90.108.66 : : )


  สลักธรรม 3

พระพุทธองค์ตรัสว่า การที่บุตรจะตอบแทนบุญคุณของมารดาให้หมดสิ้นนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แม้จะประคองมารดาไว้บนบ่าข้างหนึ่ง ตลอดเวลา ๑๐๐ ปีที่ลูกมีชีวิตอยู่ ปรนนิบัติท่านด้วยความรัก ความเอาใจใส่ ยอมให้มารดาถ่ายอุจจาระปัสสาวะบนบ่าของเขานั่นแหละ ถึงกระนั้นก็ยังไม่ชื่อว่าอันบุตรทำแล้วหรือทำตอบแทนแล้วแก่มารดาเลย หรือแม้บุตรจะสถาปนาแต่งตั้งมารดาไว้ในตำแหน่งพระเจ้าจักรพรรดิ เป็นใหญ่ในแผ่นดิน บุตรก็ยังไม่ได้ชื่อว่าทำตอบแทนแล้วแก่มารดาเลย เพราะมารดามีอุปการะมากแก่บุตร แต่ถ้าบุตรคนใดได้กระทำมารดาผู้ไม่มีศรัทธา ให้มีศรัทธา ไม่มีศีล ให้มีศีล ไม่มีจาคะ ให้มีจาคะ ไม่มีปัญญา ให้มีปัญญา การกระทำอย่างนี้เท่านั้นจึงจะได้ชื่อว่า บุตรได้ทำตอบแทนมารดาแล้วอย่างแท้จริง

มารดา(บิดา)เป็นพรหมของบุตร เพราะประกอบไปด้วยคุณธรรมของพรหม คือเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา



มารดา(บิดา)เป็นบุรพเทพ คือเป็นเทวดาก่อนกว่าเทวดาทั้งปวง เป็นเทวดาประจำบ้าน ที่บุตรควรให้ความเคารพสักการะก่อนผู้อื่น ด้วยเหตุนั้นมารดาบิดาจึงชื่อว่าบุรพเทพหรือบุรพเทวดา

มารดา(บิดา)ชื่อว่าบุรพาจารย์ เพราะเป็นครู ก่อนกว่าครูทั้งปวง เริ่มแต่ลูกยังเล็กก็สอนให้รู้จัก พี่ ป้า น้า อา สิ่งโน้นสิ่งนี้ ชื่อโน้นชื่อนี้ คนโน้นคนนี้ ตลอดจนแนะนำสั่งสอนในสิ่งที่ควรรู้ ควรทำและไม่ควรทำ นานาประการ เพราะฉะนั้นมารดา(บิดา) จึงชื่อว่าบุรพาจารย์

มารดา(บิดา)ชื่อว่าอาหุเนยยบุคคล คือบุคคลผู้ควรรับของที่บุตรนำมาให้ แม้จากที่ไกล มีข้าว น้ำ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น ทั้งนี้เพราะมารดา(บิดา)เป็นผู้มีอุปการคุณแก่บุตร มีการให้อาหาร เป็นต้น เป็นผู้มุ่งประโยชน์แก่บุตรเทียบเท่ากับพระอรหันต์ทั้งหลาย คือพระอรหันต์ท่านเป็นผู้ควรแก่ของที่เขานำมาบูชา เคารพสักการะ ฉันใด มารดา(บิดา)ก็เป็นผู้ควรแก่ของที่บุตรนำมาบูชา มาเคารพสักการะ ฉันนั้น มารดา(บิดา)จึงเป็นพระอรหันต์ประจำบ้านที่บุตรควรให้การอุปการะเลี้ยงดูด้วยข้าวน้ำ เป็นต้น ด้วยเหตุนั้นมารดา(บิดา)จึงชื่อว่า อาหุเนยยบุคคล บุคคลผู้ควรแก่ของที่เขาคือบุตรนำมาบูชา

มารดา(บิดา)เป็นมิตรในเรือนตน เพราะเป็นที่ปรึกษาของบุตร และช่วยบำบัดทุกข์ทั้งในการให้ความคิดและโภคทรัพย์



ลูกๆจึงต้องเลี้ยงดูมารดาบิดาตลอดจนตอบแทนคุณท่านโดยประการต่างๆ ช่วยทำกิจการงานแทนท่าน ช่วยรักษาวงศ์ตระกูลไว้ให้ดี มีการประพฤติตนให้สมควรที่จะรับทรัพย์มรดก ตลอดจนทำบุญอุทิศให้ท่านในยามที่ท่านสิ้นชีวิตแล้ว การกระทำดังกล่าวนี้ชื่อว่าได้ตอบแทนคุณมารดา(บิดา)จัดเป็นกตัญญูกตเวทีบุคคล ซึ่งเป็นผู้หาได้ยากในโลก และเป็นผู้ที่บัณฑิตทั้งหลายสรรเสริญ

โดย ศาลาธรรม [11 ส.ค. 2558 , 07:33:58 น.] ( IP = 61.90.108.66 : : )


  สลักธรรม 4

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเล่าไว้ในราชสูตรว่า


ในวัน ๘ ค่ำ เทวดาผู้เป็นบริวารของท้าวจาตุมหาราช ย่อมท่องเที่ยวตรวจดูโลกนี้ว่าในหมู่มนุษย์ มนุษย์ที่เกื้อกูลแก่มารดา เกื้อกูลแก่บิดา เกื้อกูลแก่สมณพราหมณ์ อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ในสกุล อธิษฐานอุโบสถ ปฏิบัติทำบุญมีอยู่หรือไม่


ในวัน ๑๔ ค่ำ พวกโอรสของท้าวจาตุมหาราช ย่อมเที่ยวตรวจดูโลกนี้ในหมู่มนุษย์ มนุษย์ที่เกื้อกูลแก่มารดา เกื้อกูลแก่บิดา เกื้อกูลแก่สมณพราหมณ์ อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ในสกุล อธิษฐานอุโบสถ ปฏิบัติทำบุญมีอยู่หรือไม่

ในวัน ๑๕ ค่ำ ท้าวจาตุมหาราช ย่อมท่องเที่ยวตรวจดูโลกนี้ว่าในหมู่มนุษย์ มนุษย์ที่เกื้อกูลแก่มารดา เกื้อกูลแก่บิดา เกื้อกูลแก่สมณพราหมณ์ อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ในสกุล อธิษฐานอุโบสถ ปฏิบัติทำบุญมีอยู่หรือไม่

ถ้าเทวดาเหล่านั้นเห็นมนุษย์ที่เกื้อกูลแก่มารดา เกื้อกูลแก่บิดา เกื้อกูลแก่สมณพราหมณ์ อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ในสกุล อธิษฐานอุโบสถ ปฏิบัติทำบุญมีน้อย เทวดาเหล่านั้นย่อมบอกถึงเหตุที่กล่าวมานั้นแก่พวกเทวดาชั้นดางดึงส์ ที่มาประชุมกันอยู่ในสุธรรมสภาให้ทราบ พวกเทวดาชั้นดาวดึงส์ฟังแล้วย่อมเสียใจว่า คนที่จะมาเกิดในสวรรค์มีน้อย คนที่จะเกิดในอบายมีมาก

โดย ศาลาธรรม [11 ส.ค. 2558 , 07:35:35 น.] ( IP = 61.90.108.66 : : )


  สลักธรรม 5

การตอบแทนคุณเลี้ยงดูมารดาเป็นอุดมมงคล

บุตรที่ดูแลเลี้ยงดูมารดาบิดาด้วยความรักความเมตตา มีความกตัญญูกตเวที ย่อมได้รับผลที่น่าพอใจทั้งในโลกนี้และโลกหน้า และเช่นเดียวกันบุตรที่ประพฤติผิดในมารดาบิดา ทิ้งท่านไว้ไม่ดูแลไม่เอาใจใส่ หรือหยิบยื่นให้แต่ความเศร้าโศกเสียใจ บุตรนั้นก็ย่อมได้รับผลที่ตรงกันข้าม ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

โดยเฉพาะบุตรที่ทำอนันตริยกรรม(ฆ่ามารดาบิดา ) ก็ยิ่งมีโทษหนักมาก อำนาจกรรมนั้นจะให้ผลนำเกิดในอเวจีนรกทันทีที่ตายลง แม้ในภายหลังจะสำนึกได้และทำบุญมหาศาลปานใดเพื่อทดแทน ก็มิอาจปิดกั้นอำนาจของอนันตริยกรรมได้เลย

การบำรุงเลี้ยงดูมารดาบิดาจึงเป็นอุดมมงคล เป็นเหตุให้เกิดความเจริญ ลูกคนใดที่กตัญญู รู้คุณมารดาบิดา ลูกคนนั้นย่อมมีความสุขความเจริญไม่ตกต่ำจนตลอดชีวิต เพราะผู้ที่กระทำการกราบไหว้ อ่อนน้อมต่อมารดาบิดาเป็นนิตย์ก็ย่อมได้รับพร ๔ ประการ คืออายุ วรรณะ สุขะ พละ ด้วยเช่นกัน และการเลี้ยงดูมารดาบิดานี้ จัดเป็นคุณธรรมข้อหนึ่งที่ทำให้เกิดเป็นพระอินทร์ซึ่งเป็นใหญ่กว่าเทวดาในชั้นดาวดึงส์

คนที่ทำความดีมีการเลี้ยงดูมารดาบิดาเป็นต้นนั้น อย่าว่าแต่คนด้วยกันจะยกย่องสรรเสริญ ชื่นชมอนุโมทนาเลย แม้เทวดาทั้งหลายเมื่อทราบก็ยกย่องสรรเสริญและชื่นชมอนุโมทนาเช่นกัน

โดย ศาลาธรรม [11 ส.ค. 2558 , 07:36:58 น.] ( IP = 61.90.108.66 : : )


  สลักธรรม 6

การตอบแทนคุณอย่างมีคุณค่า

การตอบแทนคุณมารดาบิดา ด้วยการประพฤติปฏิบัติตัวดี มีศีลธรรม มีกตัญญูกตเวทีเป็นการตอบแทนคุณ ที่ทำให้มารดาบิดาชื่นอกชื่นใจ ยิ่งกว่าการให้เงินทอง และมารดาบิดาจะมีความสุขยิ่งกว่านั้น หากได้รับอริยทรัพย์จากลูก คือ ศรัทธา ศีล หิริ โอตตัปปะ พาหุสัจจะ จาคะ และปัญญา ซึ่งเป็นทรัพย์ภายใน

เพราะทรัพย์ภายนอกถึงจะเป็นของมีค่า ก็ยังมีค่าน้อยกว่า อริยทรัพย์ เพราะทรัพย์ภายนอกอาจสูญหายไปได้ด้วยภัยนานาประการ และแม้จะไม่สูญหายก็ให้ความสุขเพียงในขณะมีชีวิตอยู่เท่านั้น ต่างจากอริยทรัพย์ซึ่งเป็นทรัพย์ภายในย่อมตกเป็นสมบัติของผู้ครอบครองได้ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า และไม่สูญหายด้วยการปล้นชิงอย่างแน่นอน

บุตรที่หยิบยื่นอริยทรัพย์ให้แก่มารดาบิดาจัดเป็นอภิชาติบุตร ผู้ประเสริฐสุดในบรรดาบุตรทั้งปวง

โดย ศาลาธรรม [11 ส.ค. 2558 , 07:38:27 น.] ( IP = 61.90.108.66 : : )


  สลักธรรม 7

พี่เณรขอตามมารำลึกถึงแม่ด้วยครับ และก็เพียงได้แต่ระลึกถึงพระคุณท่านเท่านั้น ไม่อาจไปกราบท่านได้เพราะพี่เณรกับแม่ ได้เดินชีวิตมาถึงทางแยกจากกันไปแล้วตามสภาพธรรม

แต่ถึงกระนั้น..ทางแยกก็แยกได้เฉพาะร่างกายเท่านั้น ไม่สามารถทำลายความรัก ความรู้สึกผูกพันรักมากของพี่เณรที่มีต่อแม่ได้ และรวมไปถึงทุกๆท่านด้วยที่ได้รักและได้รับความเอื้ออาทรจากแม่

ดังนั้นพี่เณรจึงขอเอ่ยพจน์รจนาค่าน้ำนมเพื่อรำลึกนึกถึงพระคุณแม่ว่า..


อันมารดาค่าน้ำนมดุจพรหมสรวง
ลูกบูชาดุจดวงใจลูกนี้
พระคุณท่านยิ่งกว่าปฐพี
ให้ชีวีลูกมาคราตั้งครรภ์

และฟูมฟักถักร้อยสร้อยถนอม
แม่เปี่ยมพร้อมรักยิ่งใหญ่ในใจนั้น
แม่มีสุขเพราะลูกสุขทุกคืนวัน
ใจแม่นั้นอยู่กับลูกผูกสายใย

ทุกวันนี้ลูกจึงมีแต่ความรัก
มาบูชาแทบตักอย่างชิดใกล้
ขอแม่เป็นโพธิ์ทองคล้องดวงใจ
ให้ลูกได้อาศัยตลอดกาล


โดย พี่เณร [11 ส.ค. 2558 , 17:43:21 น.] ( IP = 61.90.108.66 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org