มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พระเจ้าสร้างมาหรือไม่ ?





คำบรรยายธรรม
ที่สำนักปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานอ้อมน้อย
โดย..ท่านเจ้าคุณพระราชปฏิภาณโสภณ
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม


ตอนที่แล้วอ่านที่นี่

ถ้าเราแบ่งชีวิตเป็นระยะ ๆ ช่วงที่ต่ำกว่า 10 ปี เรายังจำไม่ได้ว่าเราทำอะไรลงไปบ้าง เพียงไม่นานเวลาก็ผ่านหมดไปแล้ว เพราะมัวแต่ทำมาหากิน ทำอะไรต่อมิอะไรไป กว่าจะนึกได้ว่าควรทำอะไรก็สายไปเสียแล้ว เวลาที่จะมานั่งพิจารณาจริง ๆ นั้น ไม่ค่อยมี เผลอแป๊ป ๆ ตายไปแล้ว หรือบางทีก็เจ็บป่วยไปแล้วหรือสำนึกได้ก็สายไปเสียแล้ว คนเรามีโอกาสเป็นพื้นฐาน มีความไม่รู้เป็นพื้นฐาน พระพุทธศาสนาได้พยายามปลูกฟังเราให้ตื่น พิจารณาความจริง

พระพุทธองค์ตรัสว่า คนเราจะดีจะชั่วอยู่ที่การกระทำของตนที่เรียกว่ากรรม เรามีความคิดมาตั้งแต่โบร่ำโบราณว่า อยากจะมีความสุข คนก็ยังเชื่อในสิ่งที่ผิด

เช่น มีการอ้อนวอนอยู่ตลอด พอพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นจึงปลุกคนให้ตื่นขึ้นมารับรู้ความจริงได้ระยะหนึ่งและก็สั่งสอนได้ในกลุ่มหนึ่งเท่านั้น

ส่วนลัทธิที่สอนคนให้งมงายก็มีอยู่มากมาย เช่น ฆ่าคนอื่นในนามของพระเจ้าแล้วเขาก็ได้ขึ้นสวรรค์ ฉะนั้นใครจะเป็นอย่างไรก็ช่างเถอะ ขอแค่ให้ฉันได้ฆ่าได้ทำร้ายคนที่ไม่ได้ทำอะไรให้เพราะเขาก็มีความคิดอย่างนั้นว่า เขาทำเพื่อลัทธิของเขาเพื่อพระเจ้าของเขา

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [19 ส.ค. 2558 , 08:36:29 น.] ( IP = 58.11.2.168 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ในที่นี้ถ้าหากว่าพระเจ้านี้มีจริงแล้ว พระเจ้าก็คงอยากจะบอกทุกคนว่า แต่ละคนนั้นเป็นสิ่งพระเจ้าสร้างมา คนที่ทำลายจึงทำลายสิ่งที่พระเจ้าสร้างมามันน่าจะบาป มันน่าจะผิดเหมือนกันหมด แต่จริง ๆ แล้วพระเจ้าสร้างมาหรือไม่ ?

ถ้าเราเป็นชาวพุทธจะรู้ว่า คำสอนเหล่านั้นมันไม่ใช่ ฉะนั้นคนเราทุกคนเกิดมาเกิดมาจากกรรมของตนเอง เกิดมาใช้กรรมบนโลกนี้ แต่ปัจจุบันเกิดมาแล้ว พระพุทธองค์ตรัสว่าคนเราจะดีก็เพราะกรรมจะชั่วก็เพราะกรรม ท่านจึงบอกว่า คนเราเกิดมาเป็นคนดีไม่ใช่อยู่ที่ชาติกำเนิด เกิดเป็นคนเลวก็ไม่อยู่ที่ชาติกำเนิด แต่คนจะเป็นคนดีก็เพราะกรรม จะไปเป็นคนเลวก็เพราะกรรม

ทำไมเรามองคนนี้เป็นคนดีก็เพราะเขาทำดี ไม่เบียดเบียนคนอื่น บางคนก็ชอบไปเบียดเบียนคนอื่น บางคนประทุษร้ายคนอื่น ฆ่าคนอื่น ฆ่าสัตว์อื่น คนบางคนชอบขโมย ชอบโกง ชอบคิดไม่ดีก็มี คนบางคนชอบประพฤติผิดทางกามไปยุ่งกับครอบครัวคนอื่นโดยไม่ชอบธรรม ใครสร้างมาให้เป็นคนไม่ดี เป็นเพราะการกระทำของเขาต่างหาก เขาพูดไม่ดี พูดโกหก พูดส่อเสียดไม่ให้เขาสามัคคีกัน ให้โกรธกันเกลียดกัน

เราเกิดมาเป็นมนุษย์ และเราก็เป็นชาวพุทธ พระพุทธเจ้าสอนให้มีเมตตาธรรม เพราะเราเกิดมาล้วนแต่มีอันตราย ไม่ว่าจะเกิดมาในชนชาติไหน ภาษาไหน ทุกคนต้องมีอันตรายประจำ อันตรายต่อชีวิต ต้องเจ็บ ต้องตาย อันตรายภายนอกเกิดจากอุบัติเหตุโรคภัยไข้เจ็บ เกิดจากธรรมชาติต่าง ๆ ไฟไหม้น้ำท่วม แผ่นดินไหว แผ่นดินถล่ม ซึ่งมีอันตรายมากมายอยู่แล้ว ยังจะทำลายกันเข้าไปอีก ทำไมไม่มีเมตตาต่อกันเล่า

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [19 ส.ค. 2558 , 08:38:07 น.] ( IP = 58.11.2.168 : : )


  สลักธรรม 2

พระพุทธเจ้าตรัสว่า คนบนโลกนั้นเกิดมาไม่เป็นญาติกันก็เหมือนเป็นญาติกัน เป็นเพื่อนร่วมเกิดแก่เกิดเจ็บตาย โลกนี้ก็แค่ชั่วคราวเท่านั้นเอง เดี่ยวเราก็ต้องจากกันแล้วก็ไม่มีใครอยู่ได้(อมตะแปลว่าไม่ตาย) การมีความเมตตาได้สัมผัส คนก็มีความสุข คนที่มีจิตมีเมตตาก็มีความสุข

ส่วนคนที่คิดจะเคียดจะแค้น จะโกรธจะเกลียด ไม่รู้จักให้อภัย จะมีแต่ความทุกข์ใจ เพราะพอนึกถึงคนที่เราโกรธเราเกลียด ใจเราก็จะทุกข์ร้อน ซึ่งตรงกันข้าม เมื่อนึกถึงคนที่เรารักเป็นอย่างไร สุขใจมั้ย ไม่ว่าจะนึกถึงพ่อถึงแม่ พี่ ป้า น้า อา นึกถึงเพื่อนที่ดี ๆ ต่อกัน หรือนึกถึงบุคคลที่เรารักเป็นอย่างไร จิตใจสุขสบายขึ้นไหม แต่คนที่ขี้โกงขี้เกียจ อาฆาตพยาบาทคิดจะทำร้ายทำลาย ไม่มีความสุขหรอก ชีวิตไม่มีความสุขหรอกในโลภโมโทสัน หรือการประทุษร้าย

ชีวิตเราไม่มีความสุขเพราะ แต่ก่อนเรายอมให้กิเลสเหล่านี้เกิดขึ้นประทุษร้ายจิตใจของเรา ประทุษร้ายชีวิตจิตใจเราจนไม่มีความสุข ทางพุทธศาสนาท่านบอกว่า...เหมือนกับเหล็กผุพังก็เพราะสนิมที่มันเกิดขึ้นข้างใน เช่นเดียวกับการที่เรามีความทุกข์ มันไม่ได้เกิดจากภายนอกหรือคนอื่น แต่เกิดจากกิเลสที่เราก่อขึ้นมาเองนี้แหละ แต่เราก็ยังโทษคนอื่น ไปทำลายคนอื่นที่

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [19 ส.ค. 2558 , 08:39:07 น.] ( IP = 58.11.2.168 : : )


  สลักธรรม 3

คำสอนของพระพุทธองค์ สอนให้รู้จักคุณค่าของชีวิต แล้วก็สอนให้เรารู้จักอันตรายของชีวิต ทั้งภายนอกและภายในให้ตั้งตนเองอยู่ในความไม่ประมาท เช่น ทางวาจา การส่อเสียด การพูดคำหยาบ ใครชอบฟังไหมคำที่เขาด่า เขาว่าแช่ง เขาพูดไม่เพราะ เราชอบฟังไหม เราก็ไม่ชอบฟัง แต่เวลาที่ชอบพูดให้คนอื่นเขาฟังแล้วมันสะใจ ด่าเขาได้แล้วสบายใจแล้ว เพราะฉะนั้นคำเหล่านี้ เราต้องมองเห็นคนที่ดี คนที่ไม่ดี สิ่งเหล่านี้แหละ ทำไม่เราไม่ทำให้คนดีที่เราชอบมาเกิดขึ้นกับตัวเราให้เป็นปกติเป็นอาจิณ การพูดเพ้อเจ้อ พูดเรื่องไร้สาระได้เจ็ดวัน ฉันรู้เรื่องคนนั้น คนนี้ เป็นบ้าเป็นหลัง เล่ากันได้ทั้งวันแต่เรื่องดีๆ ที่จะพูดให้เป็นประโยชน์ กลับพูดไม่เป็น นี้แหละคือเรื่องของวาจา

จิตใจเช่นกัน เรามองกันไม่ได้ เห็นหน้ากันแล้วรู้ไม่ได้ อาจจะเห็นเป็นคนดี แต่พอมาอยู่ใกล้ ๆ กัน จะรู้ซึ้ง คนนี้เป็นคนเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้เอาเป็นประโยชน์ของตนเอง คนบางคนพอเราจะคบก็ว่าคนนั้นเป็นคนไม่ดี จิตใจไม่ดี ไม่มีเมตตากรุณาเลย เป็นคนที่โหดร้ายทารุณจิตใจโหดเหี้ยม เขาเรียกว่าคนที่มีจิตใจพยาบาท โกรธเกลียด หากเราคบไปนานๆ ก็จะค่อยเป็นไปกับเขาด้วย บางคนก็งมงายไปกับเขาด้วย บาปมีจริงก็ไม่เชื่อ โลกนี้มีจริงโลกหน้ามีจริงไม่เชื่อ บางคนน่าสงสาร ถูกสอนให้เชื่ออะไรมาตั้งแต่เล็ก ๆ ก็ต้องเชื่ออยู่อย่างนั้น แม้นจะเจอที่สอนในสิ่งที่มีเหตุมีผลก็ไม่เอา คนอย่างนี้เรียกว่าชีวิตเกิดมาเป็นโมฆะไม่ได้อะไรเลย มาก็ไม่ได้อะไร ไปก็เอาสิ่งผิด ๆ ไปด้วย

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [19 ส.ค. 2558 , 08:40:03 น.] ( IP = 58.11.2.168 : : )


  สลักธรรม 4

บางคนทำชีวิตให้เป็นโทษแก่ชีวิต คือชีวิตของตัวเองทำแต่บาปเป็นอกุศล สิ่งที่เป็นคนดี ความงามของชีวิตไม่เคยได้ทำเลย และก็ไม่เคยรู้จักเลย น่าเสียดาย

เราเกิดมาเป็นชาวพุทธ แต่ไม่เคยกลัวบาปเลย ไม่เคยได้สร้างกุศลหรือทำดี และคิดว่าทำดีก็ต้องไปวัด ทำดีก็ต้องใส่บาตร ทำดีก็ต้องไปนั่งฟังเทศน์ ทำดีจะต้องไปนั่งสมาธิ คิดไปว่า คนๆ นั้นไปทำดี ถ้าใครไม่เคยทำดี เราก็ควรทำดีบ้าง

ทำดี ถ้าเราได้ฟังคือ ในชีวิตประจำวันของเรา มันคือพื้นฐานของเรา คือ คิดดี พูดดี ทำดี มันเป็นพื้นฐานของชีวิตนั้นแหละ การกระทำความดีบางก็คือ การละเว้นบาป อันเป็นหลักทางพระพุทธศาสนา

๑.ไม่ให้ทำบาปทั้งหลาย คือไม่ทำบาปทุกอย่างทางกายวาจาใจ บาปก็คือชั่วช้าเลวทราม คนที่ไม่ทำบาปก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมีบาป ไม่ต้องการเฝ้าระวังกรรมที่จะตามมา เช่น คนที่ไปฆ่าเขา ถ้าหากว่าโดยกฎหมาย จะต้องติดคุกติดตะราง ถูกลงโทษ ถ้าสำนึกในบาปที่ตัวเองจะต้องได้รับโทษ ว่าการไปฆ่าคนอื่นเขานั้นทำให้เราไปเกิดในชีวิตไหน ๆ ก็จะถูกเขาฆ่าตายไปแล้วก็ตกนรกหมด บาปก็จะติดพันเป็นผลของกรรมไม่ใช่ตัวกรรม อันนี้เขาเรียกว่า ตัวกรรมคือการกระทำ

บางคนโทษว่าพระเจ้าลงโทษพระพุทธศาสนาจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้น กฎแห่งกรรมมันก็ต้องมี แต่บางคนไม่รู้ไม่ทราบเท่านั้นเอง เมื่อไม่รู้ไม่ทราบ ก็เลยคิดว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมีอำนาจมาดลบันดาลชีวิต คิดว่าการอ้อนวอนจะสำเร็จทุกสิ่งทุกอย่างโดยที่ไม่ต้องทำอะไร เด็กก็ไม่ต้องไปโรงเรียนสอนให้เด็กนั่งอ้อนวอน แล้วเราก็ไม่ต้องไปทำงาน พอถึงสิ้นเดือนก็ไปนั่งอ้อนวอนให้ได้เงินเดือนออก คนที่จะข้ามน้ำก็อ้อนวอนไปนั่งฝั่งโน้นให้ข้ามมาอยู่ฝั่งนี้มาถึงแล้วก็ข้ามไป การอ้อนวอนเช่นนั้นไม่เกิดประโยชน์อะไร.

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [19 ส.ค. 2558 , 08:41:18 น.] ( IP = 58.11.2.168 : : )


  สลักธรรม 5

๒. ให้ทำความดี เราเกิดมานั้นโชคดีที่มีพระพุทธศาสนาอยู่ในประเทศของเรา ซึ่งกลายมาเป็นประเพณีเป็นวัฒนธรรมที่งดงาม คนไทยเรามีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส่ มีเมตตากรุณาจนกลายเป็นสยามเมืองยิ้ม แม้บางครั้งเรายิ้มไม่ค่อยออก แต่เราต้องยิ้มได้เยอะ ๆ ก็คือเราต้องมีน้ำใจเมตตาโอบอ้อมอารีบ้าง มีความคิดที่ดีงาม ทำตามที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ที่กายวาจาใจ ทำดีก็จะได้ในสิ่งที่ดี พยายามให้ทาน พยายามรักษาศีล แล้วก็พยายามเจริญภาวนา หากเราไม่หมั่นฟังเทศน์ฟังธรรมเราจะได้รู้คุณค่าของชีวิตอย่างไร ที่เราเกิดมาเป็นมนุษย์นั้นไม่เสียชาติเกิดไม่เสียโอกาสที่ดีงาม อย่างลืมนะว่า หาหนังสือธรรมะดี ๆ อ่าน เราจะได้มีความรู้เพิ่มเติมมากขึ้น

เวลาของเราล่วงมาแล้ว 20 -30 ปีนะ ที่เหลืออีกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ถ้าตามอายุขัยก็เหลืออายุ 40 -50 ปี จะไปถึงตรงนั้นหรือไม่ ก็ไม่รู้ จึงต้องหมั่นทำความดี ความดีจะทำให้เรามีความสุข ความดีเท่านั้นจะทำให้เรามีความเจริญ ความดีเท่านั้นนี้จะทำให้ชีวิตครอบครัวมีความสุข ประพฤติปฎิบัติชอบ เราก็จะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข มีความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่ปู่ย่าตายาย แล้วก็ต้องสอนลูกให้มีความกตัญญูกตเวที นี่และความสุขความสงบสุข มันหาได้ภายในบ้านภายในชีวิตของเรา ไม่ต้องไปหาที่ไหน

ถ้าเรามัวแต่ทะเลาะกัน ถ้าเรายังตกอยู่ใต้อำนาจของความโกรธ ความโลภ ความหลงที่เราเคยเป็น อยู่กันอย่างมีความสุขความสงบ ได้สร้างคุณงามความดี เวลาตายจากกันไปแล้วก็ร้องไห้คิดถึงกันเสียใจ แล้วก็จะทำบุญไปให้ แต่ตอนนี้ความสุขไม่ต้องไปหาที่ไหนแต่หาได้ในการทำความดีนี้แหละ

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [19 ส.ค. 2558 , 08:42:18 น.] ( IP = 58.11.2.168 : : )


  สลักธรรม 6

๓. ประการที่พระพุทธองค์ทรงตรัสคือ ชำระจิตของเราให้ผ่องแผ้ว

ผ่องแผ้วคืออะไร? ความเศร้าหมองจากความโกธรความโลภ ความหลง ความเห็นแก่ตัว ความอิจฉาริษยา ความไม่อายเพื่อน ความไม่กลัวบาป เป็นความเศร้าหมองของชีวิต เป็นความเศร้าหมองของจิตใจ และก็ทำให้เราไม่มีความสุข เราไม่ต้องไปอ้อนวอนที่ไหนเลย ทำชีวิตของเราใจให้สงบ ถ้าหากว่าท่านอยากรู้ว่าการปฎิบัติให้มีความสุขที่ยิ่งขึ้นโดยการชำระกิเลส ชำระความเศร้าหมอง ก็ต้องมาเข้าวิปัสสนากรรมฐาน

คำว่าวิปัสสนาแปลว่าปัญญาที่รู้แจ้ง ปัญญาจะเกิดขึ้นได้ 3 ทางด้วยกัน คือ สุตามยปัญญา ปัญญาจะเกิดขึ้นจากการฟัง ถ้าเราฟังบ่อย ๆ เหมือนกับเราไปเรียนหนังสืออะไรต่าง ๆ เราไปฟัง ฟังแล้วจะได้ปัญญา ฟังให้ดียิ่งได้ปัญญา เพราะความนึกคิดที่ได้จากการฟัง แล้วก็ปัญญาเกิดขึ้นจากการพิจารณา รู้จักวิจัยวิจารณ์ รู้จักคิด

มาฟังแล้วก็เอาไปคิดแล้วก็เกิดสติปัญญาเพิ่มเติม ที่เขาเรียกว่า จินตามยปัญญา ปัญญาอย่างสูงเกิดขึ้นจากการอบรม เกิดขึ้นจากการปฎิบัติธรรม

ในวันนี้ ทุกคนต่างก็ร่วมกันมาปฎิบัติ การมาปฎิบัติธรรมจะทำให้จิตใจผ่องใสด้วยปัญญา เพราะฉะนั้นก็จะเกิดภาวนามยปัญญา ปัญญาที่เกิดจากการอบรม

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [19 ส.ค. 2558 , 08:43:29 น.] ( IP = 58.11.2.168 : : )


  สลักธรรม 7

ท่านทั้งหลายในเวลาเพียงสั้นคงยากที่จะเข้าใจได้ชัด ถ้าอยากได้ปัญญาภาวนายิ่ง ๆ ขึ้นไปต้องหมั่นมาศึกษาและหมั่นมาปฎิบัติด้วยตนเอง ซึ่งสำนักวิปัสสนากัมมฐานแห่งนี้ สามารถช่วยท่านทั้งหลายให้รู้จักปฎิบัติรู้จักเข้าใจในที่จะอบรมจิตใจที่จะพิจารณาชำระจิตใจให้ผ่องแผ่วได้ ตามที่พระพุทธเจ้าได้สั่งสอนไว้



การปฎิบัตินั้นไม่จำเป็นต้องมาเป็นกลุ่ม ๆ หมายความว่ามาได้ทุกคน มา 5 คน 10 คน หรือจะมาเป็นคณะก็มา มาศึกษา มาปฎิบัติกันอย่างนี้โดยที่ไม่พูดไม่จากัน ต่างคนต่างอยู่คนละห้อง ต่างคนต่างปฎิบัติ มีข้าวน้ำส่งให้ แนะนำทางธรรมะ แนะนำการปฎิบัติให้ โดยการปฎิบัตินั้นทุกท่าน ต้องทำด้วยตนเอง ถ้าไม่มาก็ไม่รู้ ถ้าไม่ทำไม่ปฎิบัติ ก็ไม่ได้รับผล

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [19 ส.ค. 2558 , 08:46:05 น.] ( IP = 58.11.2.168 : : )


  สลักธรรม 8

ขอฝากข้อคิดจะได้ไปคิดพิจารณา ถึงความจริงของชีวิตโดยพิจารณาดูว่า...เราเกิดมาแล้วต้องแก่ต้องเจ็บต้องตาย ผลสุดท้ายก็เอาอะไรไปไม่ได้ สิ่งที่เราจะเอาไปได้คือความดี ความชั่ว

พระพุทธศาสนาสอนให้เรารู้จักทำบุญไปทำความดีไปชีวิตนี้เกิดมาจะไม่เป็นโมฆะชีวิต ไม่เป็นชีวิตที่วางเปล่า เกิดมาแล้วมารับใช้ชีวิต มาทำมาหากินเลี้ยงอัตตภาพ หาให้เขาแทบเป็นแทบตายเขาก็เจ็บเขาก็ตายไม่ได้อะไรกับเขาเลย

รีบใช้ชีวิตที่ได้มาแล้วให้เป็นประโยชน์ ให้สมกับคุณค่าของเราที่ทำบุญมาได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ได้อัตตภาพ เอามาสร้างกุศลต่อ เราต้องรู้ว่าเราเรียนรู้เรื่องกรรมก็คือการกำจัดกิเลส

กิเลสแบ่งด้วยกันเป็น 3 ระดับ กิเลสอย่างหยาบ กิเลสอย่างกลาง กิเลสอย่างละเอียด กิเลสอย่างหยาบเรามีกันทุกคน กิเลสอย่างกลางก็มีกันทุกคน กิเลสอย่างละเอียดก็มีกันทุกคน ดังนั้นการที่เราเข้าไปรู้จักกิเลส ว่ากิเลสอย่างหยาบเป็นอย่างไร กิเลสอย่างกลางเป็นอย่างไร กิเลสอย่างละเอียดเป็นอย่างไร จะได้เอามาพิจารณาที่ตัวเองได้อย่างมีสติว่า มีความแก่เป็นของธรรมดา เรามีความตายเป็นของธรรมดา ในความธรรมดานั้นแหละมันมีความไม่ธรรมดาเพราะกิเลสของคน เพราะกิเลสมันพึ่งได้ ช้าเร็วมันก็ต้องแสดงออกมา เช่น การฆ่าสัตว์ลักทรัพย์ พูดโกหก พูดส่อเสียด พูดเพ้อเจอ พูดคำหยาบ อันเป็นอกุศลกรรมบถ

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [19 ส.ค. 2558 , 08:47:24 น.] ( IP = 58.11.2.168 : : )


  สลักธรรม 9

ขอบคุณมากครับ
ที่นำแต่สิ่งดีๆมีค่ามาให้อ่านครับ

โดย พี่เณร [20 ส.ค. 2558 , 09:53:48 น.] ( IP = 171.97.19.143 : : )


  สลักธรรม 10

โดย น้องกิ๊ฟ [20 ส.ค. 2558 , 12:11:32 น.] ( IP = 182.52.36.202 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org